"มีคนผ่านด่านเคราะห์อีกแล้ว"
ณ ดินแดนวัฏสงสารในแดนหยิน เขตหวงห้ามแห่งนี้มืดมิดและลึกล้ำ มีเพียงวัฏสงสารที่เปล่งแสงล่อลวงวิญญาณ ทำให้เหล่าดวงวิญญาณที่เร่ร่อนในแดนหยินพากันมุ่งหน้าไปที่นั่น
เทพราชาเสวียนอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวกับเทพราชาองค์อื่นๆ ว่า "พวกท่านสัมผัสได้หรือไม่ว่า ภัยพิบัติสวรรค์ถูกคนชักนำให้เกิดขึ้นอีกแล้ว? แถมสถานที่แห่งนี้ ยังเป็นโลกหยวนโซ่ว!"
เสียงของเทพราชาเสวียนเฉินแหบพร่าดุจนกเค้าแมว ดังมาจากความมืดอีกฟากหนึ่งของวัฏสงสาร ร้องบอกว่า "ข้าสัมผัสได้ ภัยพิบัติสวรรค์ครั้งนี้ไม่ธรรมดา มันถูกคนใช้มรรคาแห่งสวรรค์ชักนำให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การลงทัณฑ์ตามปกติ"
"โลกหยวนโซ่วต้องมีตัวประหลาดถือกำเนิดขึ้นแน่!" เทพราชาเสวียนซิงตวาดเสียงดังกึกก้องดุจสายฟ้า "คนที่แตกฉานในอักขระมรรคาแห่งสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยชนิดผู้นั้นลงมืออีกแล้ว เขาคิดจะเพาะเลี้ยงเซียนเทียมในโลกเบื้องล่าง เจตนาช่างน่าสับฟันนัก!"
มุมปากของเทพราชาเสวียนฮ่าวขยับเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด หลายวันมานี้ บาดแผลแห่งเต๋าบนร่างของเขายังไม่หายดี เพียงแต่ฝืนรับรู้ถึงความผันผวนผิดปกติของมรรคาแห่งสวรรค์จากโลกหยวนโซ่วได้ จึงไม่สะดวกจะสอดปาก
จตุรเทพราชาต่างตั้งใจสัมผัส มีเพียงเสวียนฮ่าวที่แสร้งทำเป็นรับรู้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เทพราชาหลายองค์ต่างก็เผยสีหน้าประหลาดใจ
เทพราชาเสวียนอวี้กล่าวว่า "เดิมทีข้าคิดว่าภัยพิบัติสวรรค์ครั้งนี้ น่าจะเป็นภัยพิบัติที่ถูกลดทอนพลังลงไปเจ็ดส่วน คิดไม่ถึงว่าอานุภาพของมัน จะรุนแรงกว่ามหาภัยพิบัติสวรรค์ในอดีตเสียอีก แถมยังทรงพลังขึ้นกว่าเดิมถึงหนึ่งส่วน"
เทพราชาเสวียนเฉินคาดเดา "จะเป็นไปได้ไหมว่า กบฏที่ชักใยภัยพิบัติสวรรค์ผู้นั้น กำลังพยายามควบคุมภัยพิบัติสวรรค์เพื่อกำจัดศัตรูของตัวเอง?"
เทพราชาองค์อื่นพากันพยักหน้า เทพราชาเสวียนอวี้กล่าวว่า "นี่คือผลร้ายของการที่มรรคาแห่งสวรรค์ตกอยู่ในกำมือของมนุษย์ธรรมดา มรรคาแห่งสวรรค์ต้องมอบให้เทพสวรรค์ผู้เที่ยงธรรมและไร้ความเห็นแก่ตัวเป็นผู้ควบคุมเท่านั้น จึงจะสามารถสะกดข่มตัณหาที่พรั่งพรูออกมาจากการกุมอำนาจมรรคาแห่งสวรรค์ได้"
เทพราชาเสวียนซิงกล่าวอย่างทอดถอนใจ "เทพสวรรค์ไร้ความเห็นแก่ตัว สามารถต้านทานสิ่งล่อใจจากมรรคาแห่งสวรรค์ได้ แต่มนุษย์ธรรมดารังแต่จะจมดิ่งลงสู่ตัณหาแห่งอำนาจ อาศัยมรรคาแห่งสวรรค์มาเข่นฆ่าและช่วงชิง เพื่อระบายความปรารถนาของตนเอง เช่นนั้นแล้วทุกท่าน พวกเราจำเป็นต้องสอดมือเข้ายุ่งหรือไม่?"
"เรื่องสำคัญต้องมาก่อน ไม่ต้องไปสนใจเขา"
เคราะห์กรรมบังเกิดแล้ว
คนปลูกผักลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย นับตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะยานขึ้น ก็ใช้วิธีการพิเศษหลบเลี่ยงภัยพิบัติสวรรค์มาโดยตลอด เพื่อไม่ให้โชคชะตาแห่งเคราะห์กรรมสัมผัสถึงตัวเขาได้
เมื่อโชคชะตาแห่งเคราะห์กรรมสัมผัสถึงตัวเขาไม่ได้ ก็ไม่อาจก่อตัวเป็นเมฆาภัยพิบัติ เมื่อไม่มีเมฆาภัยพิบัติ ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านด่านเคราะห์
นับตั้งแต่โลกแห่งมรรคาแห่งสวรรค์ก่อตัวขึ้น เทพสวรรค์เป็นผู้ควบคุมมรรคาแห่งสวรรค์ เมื่อภัยพิบัติสวรรค์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ฝึกปราณที่ไม่สามารถผ่านด่านเคราะห์ได้ จึงคิดค้นหาวิธีการต่างๆ นานาในการหลบเลี่ยงภัยพิบัติสวรรค์
บ้างก็ทำลายตบะของตนเอง ทำให้ขอบเขตไม่สมบูรณ์ อย่างเช่นตัดสะพานเทวะของตนทิ้ง เพื่อหลบเลี่ยงภัยพิบัติสวรรค์ บ้างก็ศึกษาค้นคว้ามรรคาแห่งสวรรค์อย่างถ่องแท้ จนสามารถเขียนยันต์หลบภัยพิบัติได้ นอกจากนี้ยังมีคาถาหลบภัยพิบัติ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาสาปแช่งตัวเอง ทำให้ตนเองมีตำหนิ ไม่ได้อยู่ในสภาวะสมบูรณ์พร้อม เพื่อใช้หลบเลี่ยงภัยพิบัติสวรรค์
วิธีของคนปลูกผักคือวิชาตัวแทนรับเคราะห์
ขั้นแรกใช้เคล็ดวิชาลับถ่ายโอนเคราะห์กรรมของตนเองไปให้ผู้ฝึกปราณอีกคนหนึ่ง เมื่อผู้ฝึกปราณผู้นั้นเผชิญด่านเคราะห์ เคราะห์กรรมของตนเองก็จะมลายหายไปในภัยพิบัติสวรรค์ด้วย ทว่าผู้ฝึกปราณที่เผชิญด่านเคราะห์นั้นจะต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเรียกว่าวิชาตัวแทนรับเคราะห์
ในปีนั้นเขาใช้วิธีนี้ ทำร้ายเพื่อนที่ดีที่สุดของตนเอง
วิชาตัวแทนรับเคราะห์จำเป็นต้องให้คำพูด ท่าทาง หรือแม้แต่ความคิดของตนเองสอดคล้องกับตัวแทนรับเคราะห์ อีกทั้งยังต้องให้โชคชะตาของอีกฝ่ายเชื่อมโยงกับตนเอง และยังต้องการให้อีกฝ่ายยอมรับเคราะห์กรรมของตนเองด้วยความสมัครใจ
คนปลูกผักวางแผนเล่นงานสหายรักของตน แลกเปลี่ยนความในใจกับอีกฝ่าย คิดในสิ่งที่เพื่อนคิด ช่วยเหลือในยามที่เพื่อนเดือดร้อน ค่อยๆ ให้อีกฝ่ายยอมรับเคราะห์กรรมของตนเองทีละน้อย จนสุดท้ายก็กลายเป็นตัวแทนรับเคราะห์ ส่วนตนเองก็รอดชีวิตมาได้
ตอนนี้ วิชาตัวแทนรับเคราะห์ถูกสวี่อิงทำลายลงโดยตรงแล้ว!
เขาสัมผัสได้ว่าเคราะห์กรรมของตนเองกำลังม้วนตัวกลับมา ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เขาไม่อาจหนีพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปได้!
"ข้าจะไม่ตายอยู่ที่นี่ ไม่มีทางเด็ดขาด!"
เขายืดตัวลุกขึ้น ฉวยโอกาสที่อานุภาพของภัยพิบัติสวรรค์ยังไม่ปะทุ พุ่งทะยานเข้าหาสวี่อิง!
ขอเพียงสังหารสวี่อิงได้ก่อน ก็อาจจะขัดจังหวะภัยพิบัติสวรรค์ ทำให้มันสลายไปได้
ความแข็งแกร่งของเขายังคงทรงพลัง เขาคือผู้ฝึกปราณในช่วงรอยต่อระหว่างราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว เคยผ่านศึกทำลายราชวงศ์ซาง และยังเคยผ่านการกวาดล้างครั้งใหญ่ของเหวยซวีมาแล้วหลายต่อหลายครั้งโดยไม่ตาย
คนในยุคเดียวกับเขา น้อยคนนักที่จะมีชีวิตรอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่เขากลับอยู่รอดมาได้
ความแข็งแกร่งของเขา คือจุดสูงสุดของโลกมนุษย์แล้ว!
เบื้องหลังของเขาปรากฏถ้ำสวรรค์ทั้งหก พลังเวทพุ่งทะยานขึ้นสู่ขอบเขตสูงสุดในชั่วพริบตา ร่างกายดุจแสงดาวตก ไม้คานทองคำถูกเขาซัดออกไป มองจากที่ไกลๆ คล้ายดั่งรุ้งทองคำสายหนึ่ง ฟาดฟันลงมา!
หากสังหารสวี่อิงได้ พื้นที่ให้เขาพลิกแพลงก็จะมีมากขึ้น
หากสังหารสวี่อิงได้ ไม่เพียงแต่จะหลุดพ้นจากภัยพิบัติสวรรค์ แม้ว่าวิชาบรรพบุรุษหนีหวานจะมีกับดักซ่อนอยู่ แต่เมื่อสวี่อิงตายไป ก็จะไม่มีใครรู้ว่ากับดักอยู่ที่ใด เมื่อเป็นเช่นนั้น กับดักก็จะไม่ใช่กับดักอีกต่อไป ทุกคนก็สามารถฝึกฝนได้
พวกนักตกปลาและผู้เก็บเกี่ยวต้นหอมอย่างพวกเขาก็สามารถฝึกฝนได้เช่นกัน!
การสังหารสวี่อิง แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ส่วนใหญ่!
สวี่อิงยืนอยู่ตรงนั้น เบื้องหลังจู่ๆ ก็ปรากฏต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสี แสงมงคลเรืองรอง พลิ้วไหวลอยขึ้นราวกับกิ่งไม้ เข้าปะทะกับไม้คานทองคำที่ฟาดลงมา
เขาไม่ได้รับถ้ำสวรรค์บรรพชนนั๋วสระหยกที่เกี่ยวข้องกับความตื้นลึกของปราณแท้ หากพูดถึงระดับตบะ ย่อมเทียบคนปลูกผักไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น การใช้อิทธิฤทธิ์ต่อกรกับอาวุธวิเศษ ย่อมเป็นฝ่ายอาวุธวิเศษที่ได้เปรียบกว่า
ทว่านิมิตวิถีเต๋าของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีนั้นน่าทึ่งเกินไป มันปรากฏภาพนิมิตดวงดาวโคจรรอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ต้นไม้เซียนบนเขาคุนหลุน ก็ยังไม่เคยมีนิมิตที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้!
ไม้คานทองคำของคนปลูกผักฟาดลงมา รุ้งทองคำสั่นสะเทือนตัดขาดแสงมงคลเรืองรองไปทีละสาย พุ่งเข้าสังหารอย่างดุดัน
วิธีการต่อสู้ของเฒ่าชาวนาผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไป ผู้ฝึกปราณทั่วไปมักจะใช้อาวุธวิเศษ โจมตีผู้อื่นจากระยะไกล อย่างเช่นใช้กระบี่บินเด็ดหัวผู้คน ใช้กระถางแขวนลอยสะกดข่ม หรือไม่ก็ใช้เสียงระฆังสั่นสะเทือน ทำลายดวงวิญญาณและดวงจิตของศัตรู
ทว่าเขากลับถือไม้คานทองคำไว้ในมือ ใช้ไม้คานทองคำเป็นอาวุธหนัก บุกเข้าสังหารในระยะประชิด วิธีการต่อสู้ช่างเรียบง่ายยิ่งนัก
ไม้คานทองคำในมือของเขาไม่ได้มีการพลิกแพลงอะไรมากมาย นิมิตวิถีเต๋าในไม้คาน มีเพียงนิมิต่ง่ายๆ อย่างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ภูเขา แม่น้ำ มังกร และหงส์ ในยามที่ฟาดลงมา มีเพียงคำว่า "หนัก" คำเดียวเท่านั้น!
อาศัยความหนักหน่วงอันหาที่เปรียบมิได้ บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง ทุบทำลายทุกสรรพสิ่ง กวาดล้างทุกสรรพสิ่งให้ราบคาบ!
เขาพำนักอยู่ในดินแดนหกเซียน แปลงสภาพซ่อนเร้นราวกับเซียนบุกเข้าสังหาร แม้แต่เซียนจริงๆ ก็ยังอาจไม่มีพลังเวทลึกล้ำถึงเพียงนี้!
รอบกายสวี่อิงมีแสงสว่างเจิดจ้า ดินแดนแปลงสภาพซ่อนเร้นกางออก ยอดเขาสำริดยักษ์ ปราณกระบี่ที่ทะลวงฟ้าดิน ฟ้าดินที่ปั่นป่วน เตาหลอมเทวะที่หลอมรวมแปดทิศกลืนกินสุริยันจันทรา ทะเลดวงดาวที่โกลาหล นิมิตเหล่านี้พรั่งพรูออกมาพร้อมกัน
ในชั่วพริบตาที่ดินแดนแปลงสภาพซ่อนเร้นของทั้งสองปะทะกัน ไม้คานทองคำก็ฟาดทำลายแดนเซียนซ่อนเร้นของสวี่อิงจนแตกสลาย ไม้คานดุจสะพานทองคำที่ร่วงหล่นลงมาจากแดนเซียน ฟาดลงบนศีรษะของสวี่อิง
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีเบื้องหลังสวี่อิงระเบิดแสงสว่างวาบ กิ่งก้านร่ายรำ เข้าปะทะกับไม้คานทองคำ
"ตู้ม!"
การโจมตีของคนปลูกผักฟาดลงมา ดินแดนแปลงสภาพซ่อนเร้นของทั้งสองก็ระเบิดออกทันที แสงแห่งภาพซ่อนเร้นต่างๆ ขยายตัวออกไปราวกับการระเบิด บดขยี้มิติโดยรอบจนแหลกละเอียด ก่อตัวเป็นวงแหวนที่ราวกับมีดินน้ำลมไฟพรั่งพรู ขยายตัวออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว!
ในวงแหวนที่มีดินน้ำลมไฟพรั่งพรูนี้ มองเห็นฝุ่นควันตลบอบอวล น้ำและไฟพลุ่งพล่าน เดิมทีน้ำกับไฟไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ทว่าที่นี่มันกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ
นี่แสดงให้เห็นว่า ในการโจมตีครั้งนี้ กฎเกณฑ์แห่งเต๋าฟ้าดินได้ถูกทำลายลงแล้ว กฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่เดิมทีไม่อาจอยู่ร่วมกันได้กลับหลอมรวมกัน กฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่เดิมทีอยู่ร่วมกันได้กลับต่อต้านกัน ทำให้กฎเกณฑ์แห่งมรรคาบิดเบี้ยว!
เยี่ยนคงเฉิงเห็นวงแหวนดินน้ำลมไฟนั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ทำลายและบดขยี้มิติที่มันพาดผ่าน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบกล่าวว่า "ปรมาจารย์ ใช้อาวุธเซียน คุ้มครองเอ๋อเหมยไว้!"
เฉียวจื่อจ้งไม่รอให้เขาสั่งการ ก็หยิบเอาธงหมื่นวิถีซึ่งเป็นอาวุธเซียนของเอ๋อเหมยขึ้นมาใช้แล้ว
มรรคานับหมื่นพันพวยพุ่งออกมาจากผืนธง แต่ละสายแต่ละเส้น ปกปักรักษาเทือกเขาเอ๋อเหมยเอาไว้
ของวิเศษชิ้นนี้คืออาวุธวิเศษเซียนที่แท้จริง เป็นอาวุธเซียนที่ปรมาจารย์สูงสุดของเอ๋อเหมยผู้ทะยานขึ้นสู่แดนเซียนทิ้งเอาไว้ มากพอที่จะต้านทานแรงกระแทกได้
คนปลูกผักไม่สนใจสิ่งใด เมื่อไม้คานทองคำถูกสวี่อิงสกัดกั้นไว้ เขาก็เงื้อไม้คานทองคำขึ้นอีกครั้ง ฟาดฟันลงมาหาสวี่อิงจากทุกทิศทาง ทั้งบนล่างซ้ายขวา!
ไม้คานทองคำของเขาหนักอึ้งหาใดเปรียบ ในการต่อสู้ระยะประชิด ยิ่งสามารถแสดงพลังของร่างกายและดวงจิตออกมาได้ถึงขีดสุด ในระยะห่างเช่นนี้ พลังเวท สัมผัสเทวะ ปราณแท้ พลังใจ และปราณหยินหยางของเขา จะไม่สูญเสียไปเลยแม้แต่น้อย!
อานุภาพของไม้คานทองคำดูเหมือนจะไม่ตระการตาเท่านิมิตอิทธิฤทธิ์ แต่มันได้บรรลุถึงขอบเขตคืนสู่สัจธรรมแล้ว นิมิตวิถีเต๋าต่างๆ ล้วนซ่อนอยู่ในไม้คานทองคำ มีเพียงตอนที่ฟาดลงบนวัตถุจริง หรือปะทะกับอิทธิฤทธิ์ของอีกฝ่ายเท่านั้น จึงจะระเบิดอานุภาพออกมา!
วินาทีต่อมา ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีก็ถูกไม้คานทองคำฟาดจนแตกสลาย ในเวลาเดียวกัน เบื้องหลังคนปลูกผัก ถ้ำสวรรค์ทั้งสี่ ได้แก่ หนีหวาน หย่งเฉวียน อวี้จิง และเจียงกง จู่ๆ ก็ราวกับใบไม้ร่วงหล่นสี่ใบ หมุนวนปลิวว่อนไปทั่วสารทิศจากท้องฟ้าเบื้องหลังเขา
แม้คนปลูกผักจะฟาดทำลายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสี บุกเข้ามาถึงเบื้องหน้าสวี่อิงได้ แต่ร่างกาย ดวงจิต ปราณหยินหยาง และพลังใจ กลับได้รับความเสียหายอย่างหนักพร้อมกัน เหลือเพียงพลังเวทและสัมผัสเทวะที่ยังคงอยู่ในจุดสูงสุด!
"เคร้ง!"
ไม้คานทองคำของเขาฟาดลงบนศีรษะของสวี่อิง ทำให้สวี่อิงซวนเซไปเล็กน้อย หน้าผากมีเลือดไหลซึม
คนปลูกผักใจหายวาบ การโจมตีครั้งนี้ เดิมทีพลังอันบ้าคลั่งควรจะแทรกซึมเข้าไปในร่างของสวี่อิงโดยตรง บดขยี้ทำลายล้าง ทำให้ร่างกายของเขาแหลกละเอียด ไม่ว่าจะเป็นดินแดนซีอี๋ หรือดินแดนแปลงสภาพซ่อนเร้น ล้วนต้องแหลกเป็นผุยผง!
ทว่าการโจมตีครั้งนี้ กลับทำได้เพียงเจาะหน้าผากของสวี่อิงให้แตกเท่านั้น
เมื่อปราศจากถ้ำสวรรค์ทั้งสี่อย่างหนีหวาน หย่งเฉวียน อวี้จิง และเจียงกง ความแข็งแกร่งของเขาก็ถูกลดทอนลงไปอย่างมาก
สวี่อิงยื่นมือออกไปดึง แสงกระบี่สายหนึ่งในดินแดนแปลงสภาพซ่อนเร้นก็ร่วงหล่นลงมา ตกอยู่ในมือของเขา สกัดกั้นไม้คานทองคำที่คนปลูกผักฟาดลงมาเอาไว้
ทั้งสองยืนอยู่กลางอากาศ ต่อสู้กันในระยะประชิด เพลงกระบี่ของสวี่อิงก้าวข้าม 'เคล็ดวิชาคืนสู่สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่' ที่ได้มาจากสำนักกระบี่ไปนานแล้ว กระบวนท่ากระบี่ที่เขาใช้ออกมา มีชื่อว่ากระบี่สยบความอยุติธรรม หนึ่งกระบี่สยบเรื่องอยุติธรรมในใต้หล้า บรรลุถึงขอบเขตคืนสู่สัจธรรมแล้ว
คนปลูกผักร่ายรำไม้คานทองคำ ทั้งบนล่างซ้ายขวา ไม่ห่างจากศีรษะของสวี่อิง แต่ก็มักจะถูกแสงกระบี่สกัดกั้นไว้ได้เสมอ
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียง "ฉัวะ" ปราณกระบี่ในมือสวี่อิงทะลวงผ่านไม้คานทองคำของเขา ทิ้งรอยแผลที่ไม่ลึกไม่ตื้นไว้บนหน้าอกของเขา
คนปลูกผักตกใจ ทันใดนั้นก็มีเสียง "ฉัวะ" ดังขึ้นอีกครั้ง แสงกระบี่อีกสายหนึ่งแทงเข้ามา และยังคงแทงเข้าที่บาดแผลเดิม
เขาไม่เสียเวลาคิด แสร้งทำเป็นโจมตีหลอกๆ แล้วหันหลังหนีทันที โยนไม้คานทองคำในมือออกไป กลายเป็นรุ้งยาวนับร้อยลี้ คนปลูกผักไปยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของไม้คาน มาปรากฏตัวอยู่ห่างออกไปนับร้อยลี้แล้ว ต่อให้อิทธิฤทธิ์ของสวี่อิงจะลึกล้ำไร้ผู้ทัดเทียม ชั่วขณะหนึ่งก็ยังตามไม่ทัน
การที่เขาสามารถมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ ย่อมมีวิธีการเอาชีวิตรอดที่ไม่ธรรมดา
แต่ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็สว่างจ้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน แสงอัสนีที่หนาถึงหลายลี้สายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากฟากฟ้า ตกลงบนศีรษะของคนปลูกผักที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสะพานรุ้งอย่างแม่นยำ
คนปลูกผักผู้นั้นยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว ก็ร่วงหล่นลงมาจากสะพาน
"ตู้ม!"
อัสนีสวรรค์อีกสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากฟากฟ้า โจมตีใส่จุดที่คนปลูกผักร่วงหล่นลงไป!
ภัยพิบัติสวรรค์ของเขา เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
คนปลูกผักผู้นั้นถูกอัสนีสวรรค์โจมตี แต่กลับยังไม่ตาย เขาลุกขึ้นยืนอย่างโอนเอน อัสนีสวรรค์สายที่สองร่วงหล่นลงมา ราวกับเทพสวรรค์ในตำนานถือกระบี่ แทงทะลุลงมาที่ศีรษะของเขาอย่างแม่นยำ!
"สวรรค์ก็เอาชีวิตข้าไปไม่ได้หรอก!"
คิ้วและหนวดเคราของคนปลูกผักชี้ชันด้วยความโกรธเกรี้ยว จู่ๆ เขาก็เรียกตบะดวงจิตขึ้นมา ชี้หน้าด่าทอสวรรค์ ร้องตะโกนว่า "ข้าชางเยวี่ยโหลวเป็นยอดคนมาทั้งชีวิต หากไม่ใช่เพราะภัยพิบัติสวรรค์บัดซบ ข้าคงทะยานขึ้นสู่แดนเซียนไปนานแล้ว ไฉนเลยจะต้องมาติดอยู่ในโลกเบื้องล่าง ดิ้นรนเอาชีวิตรอดราวกับมดปลวกเช่นนี้?"
เขาใช้ไม้คานทองคำ กลายเป็นรุ้งทองคำยาวร้อยลี้ ดวงจิตร่ายรำสะพานรุ้งสายนี้ ไม่ได้โจมตีใส่อัสนีสวรรค์ แต่กลับฟาดเข้าไปในเมฆาภัยพิบัติบนท้องฟ้า ตวาดเสียงกร้าว "ข้าจะทุบสวรรค์ที่ไม่ยุติธรรมอย่างเจ้าให้แหลก!"
"ครืนน!"
ภัยพิบัติสวรรค์ฟาดฟันลงมา โจมตีเข้าที่ดวงจิตของเขา และยังมีแสงอัสนีสายเล็กๆ อีกสายหนึ่งตกลงบนหน้าผากของเขา
ศีรษะดวงจิตของเขาแทบจะระเบิดออก ราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน แตกออกเป็นหลายกลีบ!
หน้าผากของคนปลูกผักก็ถูกโจมตีเช่นกัน แต่กลับไม่ได้ระเบิดออกเหมือนกับดวงจิต ทว่าบริเวณกระหม่อมกลับปรากฏรอยร้าวเล็กๆ รอยหนึ่ง ราวกับรอยกระบี่ที่ทิ้งเอาไว้ ราวกับมีเทพสวรรค์ถือกระบี่ แทงเข้าที่กระหม่อมของเขาจริงๆ
ดวงจิตของเขาพยายามอย่างหนักที่จะประสานเข้าด้วยกัน ไม้คานทองคำที่ซัดออกไปฟาดเข้าไปในเมฆาภัยพิบัติยาวพันลี้บนท้องฟ้า ทะลวงเมฆาภัยพิบัติจนแยกออก แต่แล้วชั้นเมฆก็กลับมาประสานกันอีกครั้ง ไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย
"เปรี้ยง!"
ชางเทียนดูเหมือนจะโกรธเกรี้ยวขึ้นมาจริงๆ สายฟ้าขนาดเล็กหลายสายพุ่งออกมาจากก้อนเมฆ ฟาดลงบนไม้คานทองคำอย่างต่อเนื่อง ประกายไฟสาดกระจายไปทั่วไม้คานทองคำ
การโจมตีด้วยสายฟ้ายังคงดำเนินต่อไป อานุภาพของไม้คานทองคำก็ลดลงเรื่อยๆ รอยประทับและนิมิตวิถีเต๋ามากมายถูกผ่าจนแตกสลาย
คนปลูกผักคำรามลั่น พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับดวงจิต มุ่งหน้าเข้าหาภัยพิบัติสวรรค์ ร้องตะโกนว่า "สวรรค์อยุติธรรมต่อมวลมนุษย์ บีบบังคับให้ยอดอัจฉริยะต้องกินคนอยู่ในโลกเบื้องล่าง! ข้าจะสู้ตายกับสวรรค์!"
ดวงจิตของเขาคว้าไม้คานทองคำท่ามกลางแสงสายฟ้า ไม้คานนั้นถูกอัสนีสวรรค์แผดเผาจนแดงฉาน ซ้ำยังหลอมละลาย มีน้ำทองแดงไหลหยดลงมาอย่างต่อเนื่อง
อัสนีสวรรค์สายหนึ่งระเบิดออกกลางท้องฟ้า ปะทะเข้ากับร่างของคนปลูกผักที่พุ่งทะยานขึ้นมา
บนเขาเอ๋อเหมย เยี่ยนคงเฉิง ฉู่เซียงเซียง หยวนชี และคนอื่นๆ ต่างพากันยกมือขึ้นบัง เพื่อไม่ให้แสงสายฟ้าแยงตาจนเกินไป
ในชั่วพริบตาที่สายฟ้าระเบิดออก พวกเขามองเห็นสีเลือดปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสายฟ้าเลือนราง มีเศษเนื้อและเลือดปลิวว่อนอยู่ท่ามกลางสายฟ้า
มือของเฉียวจื่อจ้งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขารีบกำหมัดแน่น รำพึงในใจว่า "ยุคสมัยของพวกเรา ผ่านพ้นไปแล้ว"
ในใจของเขาก่อเกิดความเศร้าสลดอันไร้ขอบเขต และยังมีความรู้สึกหลุดพ้น รำพึงในใจว่า "ยุคสมัยใหม่ คงใกล้จะมาถึงแล้ว แม้จะยังไม่อาจทะยานขึ้นเป็นเซียน แม้ภัยพิบัติสวรรค์จะยังคงยากจะก้าวผ่าน แต่มันก็เต็มไปด้วยความหวังใหม่"
"เปรี้ยง!"
อัสนีสวรรค์ขนาดมหึมาอีกสายหนึ่งฟาดลงมา กระทบเข้ากลางอากาศ
เยี่ยนคงเฉิง ฉู่เซียงเซียง และคนอื่นๆ ฝืนทนมองไป เห็นเพียงเศษเนื้อและเลือดระเบิดออกท่ามกลางภัยพิบัติสวรรค์มากขึ้น อาศัยแสงสว่างจากสายฟ้า มองเห็นร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมาท่ามกลางแสงสายฟ้าอย่างเลือนราง และยังมีภาพดวงจิตที่ระเบิดแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
อานุภาพของมหาภัยพิบัติสวรรค์ครั้งนี้ น่ากลัวยิ่งกว่ามหาภัยพิบัติสวรรค์ในอดีต แม้จะทรงพลังขึ้นเพียงหนึ่งส่วน แต่ต่อให้ไม่มีการเพิ่มพลังใดๆ ก็ยังห่างไกลจากสิ่งที่คนปลูกผักจะต่อกรได้
เขาไม่มีทางผ่านด่านเคราะห์ภัยพิบัติสวรรค์ไปได้อย่างเด็ดขาด!
"ครืนน!"
สายฟ้าอีกสายหนึ่งฟาดลงมา ท่ามกลางแสงสายฟ้า ดวงจิตของคนปลูกผักกลายเป็นเถ้าถ่าน ร่างกายร่วงหล่นลงไป ไม้คานทองคำนั้นก็ถูกสายฟ้าหลอมละลาย กลายเป็นน้ำทองแดง ร่วงหล่นลงมาราวกับน้ำตก
เขาดูเหมือนจะยังมีลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก็ถูกอัสนีสวรรค์อีกสายหนึ่งไล่ตามมา ฟาดลงบนร่าง
ศพของเขาระเบิดออก กลายเป็นลูกไฟลูกหนึ่ง ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง
สวี่อิงละสายตากลับมา หันหลังเดินไปหาพวกเยี่ยนคงเฉิง บนท้องฟ้าเบื้องหลังเขา เมฆาภัยพิบัติที่หมุนวนค่อยๆ จางลงอย่างรวดเร็วจากที่เคยดำมืดและหนาทึบ
เมื่อเขามาถึงบนเขาเอ๋อเหมย ก็เห็นแสงแดดสาดส่องลงมาจากเมฆาภัยพิบัติที่สลายไป ถูกหมู่เมฆแต่งแต้มสีสัน แสงมงคลสาดส่องไปไกลหมื่นลี้ เทือกเขาเอ๋อเหมยอาบไล้ไปด้วยแสงมงคล ราวกับแดนเซียน
'ยุคสมัยใหม่ มาถึงแล้วจริงๆ' เฉียวจื่อจ้งรำพึงในใจ







