ตู้ต้าเพ่าสั่นไปทั้งตัว เขาถือปากกาค่อยๆ จรดปลายปากกาลงไป แล้วเงยหน้าขึ้นถาม "เซ็นแล้วจะไม่มีเรื่องจริงๆ ใช่ไหม?"
"แน่นอนสิ หรือว่านายยังไม่เชื่อใจฉัน?" เหยียนสยงตบไหล่ตู้ต้าเพ่าเบาๆ "เวลาเป็นเงินเป็นทอง ถ้านายยังมัวลังเล ฉันก็ช่วยนายไม่ได้นะ!"
พอตู้ต้าเพ่าได้ยินคำพูดนี้ เขาก็กัดฟันเตรียมจะเซ็นชื่อ
ตอนนั้นเอง
"นายท่านเหยียน ท่านช่างมีน้ำใจจริงๆ พ่อผมทำผิดร้ายแรงขนาดนี้ ท่านยังอุตส่าห์ช่วยรับแทน"
"อาเซี่ยว ลูกมาได้ยังไง?" พอตู้ต้าเพ่าได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าลูกชายมาแล้ว
สีหน้าของเหยียนสยงมืดครึ้มลง เขามองไปทางประตู แล้วก็เห็นตู้หย่งเซี่ยวผลักไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินออก สีหน้าดูไม่สบอารมณ์ตอนที่เดินเข้ามา ด้านหลังเขายังมีเหวินหัวโตและจวงติ้งเสียนตามมาด้วย
"ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็อาเซี่ยวนี่เอง! นายมาได้จังหวะพอดี พ่อนายก่อเรื่องไว้ นายจะว่ายังไงล่ะ?" เหยียนสยงยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม
"จะว่ายังไงน่ะเหรอ? นายท่านเหยียน ท่านไม่ได้คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วหรือไง ให้เขาเซ็นชื่อรับสารภาพไปก่อน จากนั้นท่านก็ส่งคดีให้ฝรั่ง ถึงตอนนั้นทั้งพยานและหลักฐานก็ครบถ้วน แถมเขายังยอมรับสารภาพเองอีก ต่อให้ผมอยากจะรื้อคดีก็คงทำไม่ได้!" ระหว่างที่พูดตู้หย่งเซี่ยวก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเหยียนสยงแล้ว เผชิญหน้ากันอย่างไม่ยอมลดละ
พอตู้ต้าเพ่าได้ยินก็สะดุ้งเฮือก เขามองไปที่เหยียนสยง เพิ่งจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดี และตัวเองเกือบจะตกหลุมพรางเข้าแล้ว เขารีบพูดกับตู้หย่งเซี่ยวว่า "พ่อไม่ได้กะจะรับสารภาพ เขาเป็นคนบอกเองว่าแค่พ่อรับสารภาพ เขาก็จะช่วยพ่อ!"
"เขาช่วยพ่อแน่ ช่วยให้พ่อได้ไปนอนคุก กินข้าวหลวงไง" ตู้หย่งเซี่ยวเหลือบมองพ่อ เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไร ถึงได้วางใจลง
ตู้ต้าเพ่ารู้ตัวว่าเกือบทำเรื่องผิดพลาดไปแล้ว จึงก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
เหยียนสยงหัวเราะฮ่าๆ "อาเซี่ยว อย่าพูดแบบนั้นสิ นายมองฉันในแง่ร้ายเกินไปแล้ว! ความจริงฉันอยากจะช่วยเขาจากใจจริงนะ ตอนนี้พยานหลักฐานครบ แถมยังมีคนรวมตัวกันฟ้องร้องเขาข้อหาฉ้อโกงอีก ถ้าเขาไม่รับสารภาพ ถึงตอนนั้นผู้พิพากษาต้องตัดสินลงโทษสถานหนักแน่ ในทางกลับกัน ถ้าเขารับสารภาพไปก่อน ฉันยังพอจะขอร้องผู้พิพากษาให้ลดโทษลงได้ตั้งหลายปี! นายว่า ฉันกำลังช่วยพวกนายอยู่หรือเปล่าล่ะ?"
"นายท่านเหยียนช่างมีน้ำใจ! ถ้าผมไม่รู้ก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ก็คงไม่ต้องรบกวนให้ท่านต้องเหนื่อยหรอก!"
ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางขยิบตาให้เหวินหัวโต เหวินหัวโตก้าวออกไป "ลุงเผ้า พวกเราไปกันเถอะ!"
ตู้ต้าเพ่าลุกขึ้น เพิ่งจะขยับเท้า เหยียนสยงก็พูดขึ้นว่า "แกกล้าเหรอ ที่นี่คือสถานีตำรวจเกาลูนตะวันตก คดีของแกฉันเป็นคนรับผิดชอบ ฉันให้แกไป แกถึงจะไปได้!"
ตู้ต้าเพ่าชะงักไป มองไปทางลูกชายตู้หย่งเซี่ยว
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม เขาเดินเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูเหยียนสยง "นายท่านเหยียน ผมไว้หน้าท่านแล้วก็อย่าทำเป็นไม่รู้ดีรู้ชั่วสิ"
เหยียนสยงถามอย่างโกรธจัด "หมายความว่าไง?"
"หมายความว่าไงท่านก็น่าจะรู้ดี ขนาดหลานชายท่าน เหยียนจิ่ว ผมยังกล้ายิงทิ้งเลย ท่านคิดว่าผมจะเห็นท่านอยู่ในสายตาเหรอ?"
"ตู้หย่งเซี่ยว แก "
"แกอะไรล่ะ? จะบอกอะไรให้นะ ท่านน่ะแก่แล้ว ถ้าคิดจะสู้กับผม ก็หัดเบิกตาดูให้ดีๆ หน่อย!"
"แกกล้าขู่ฉันเหรอ?"
"ใช่แล้วจะทำไม? ท่านคิดจริงๆ เหรอว่าผมมาที่นี่แบบไม่มีการเตรียมตัว?" ตู้หย่งเซี่ยวมองเหยียนสยงด้วยสายตาเย็นชา "ให้โอกาสท่านอีกครั้ง ถ้าท่านไม่ปล่อยพ่อผม ผมจะแฉเรื่องที่ท่านรับสินบนแล้วแอบปล่อยนักโทษแหกคุก! อ้อ หมอนั่นชื่ออะไรนะ? อาเฉียงนักฆ่า! รู้สึกว่าจะเป็นคนบ้านเดียวกันกับท่านด้วยนี่ คืนนี้กะจะนั่งสปีดโบ๊ทจากหว่านจ๋ายลักลอบหนีเข้าประเทศไทย..."
"แก " เหยียนสยงเหงื่อแตกพลั่ก จ้องตู้หย่งเซี่ยวเขม็ง "แกอย่าทำเรื่องให้มันถึงขั้นแตกหักนักเลย!"
"นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับท่าทีของนายท่านเหยียนแล้วล่ะ!" ตู้หย่งเซี่ยวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย "จะปล่อย หรือไม่ปล่อย?"
เหยียนสยงกัดฟันแน่น "ตกลง แกพาคนไปได้! แต่ถ้าปิดคดีไม่ได้ภายในสามวัน ต่อให้ตู้หย่งเซี่ยวอย่างแกจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ช่วยเขาไม่ได้หรอก"
"วางใจเถอะ ไม่ถึงสามวันหรอก!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางเดินไปผลักหน้าต่างออก แล้วตะโกนใส่ลานกว้างของสถานีตำรวจ "ทุกคนฟังให้ดี ใครจับหลัวซื่อไห่ได้ ตู้หย่งเซี่ยวคนนี้จะติดหนี้บุญคุณเขาสักครั้ง!"
……
"นายท่านเหยียน ท่านอย่าเก็บไปใส่ใจเลย!"
"ใช่แล้ว ตู้หย่งเซี่ยวมันก็แค่คนบ้า แถมยังหลงตัวเองอีกต่างหาก!"
รอจนตู้หย่งเซี่ยวพาตู้ต้าเพ่าออกไปแล้ว ไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินก็รีบเข้ามาปลอบเหยียนสยง
เหยียนสยงนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน นวดขมับด้วยความปวดหัว "ไอ้พวกเวร เมื่อกี้ทำไมไม่พูดแบบนี้ล่ะ? พอเห็นหน้าไอ้แซ่ตู้เข้าหน่อย พวกแกก็กลัวจนหัวหดทำตัวเหมือนหนูเห็นแมวเลยใช่ไหม?"
"อะแฮ่ม ไม่ใช่นะครับนายท่านเหยียน! พวกเราจะไปกลัวมันได้ยังไง?"
"ใช่ครับ เพียงแต่เขาเป็นสารวัตร ภายนอกพวกเราก็เลยยังต้องเคารพเขา"
"ไอ้เวรเอ๊ย พูดซะดูดี!" เหยียนสยงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห "หลักฐานที่ได้มากับมือหายวับไปหมด เจ็บใจชะมัด!"
"นายท่านเหยียนวางใจเถอะครับ ถึงจะปล่อยคนไปแล้วยังไงล่ะ ถ้าตู้หย่งเซี่ยวปิดคดีไม่ได้ภายในสามวัน ถึงตอนนั้นพวกเราก็สามารถไปจับกุมตัวกลับมาได้แบบเปิดเผย ทีนี้แหละจะได้ดูว่ามันจะช่วยพ่อมันยังไง!"
"ใช่ครับ มันยังทำเป็นเก๊กตะโกนบอกคนทั้งสถานีตำรวจอีก ใครจะไปช่วยมันก็แปลกแล้ว!"
พอเหยียนสยงได้ยินก็ถอนหายใจออกมา "ที่พวกนายพูดก็ถูก ขนาดคนที่มีประสบการณ์อย่างฉันยังไม่กล้าคุยโวโอ้อวด ให้คนทั้งสถานีตำรวจมาช่วยเลย มันคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?"
"นั่นสิ! มันเพิ่งจะมาสถานีตำรวจได้กี่วัน เพิ่งจะเป็นสารวัตรได้กี่วันกันเชียว กล้าทำตัวเอิกเกริกขนาดนี้!"
ไล่ผีฮวาและหั่วฉีหลินมีสีหน้าเย้ยหยัน
ในใจของเหยียนสยงก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ตอนนั้นเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
มีคนเคาะประตู
"เข้ามา!"
กลับเป็นสารวัตรจีนนายหนึ่ง
"ขอโทษนะครับ สารวัตรเหยียน ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?"
"ช่วยอะไร?"
"แฟ้มคดีของคุณตู้ต้าเพ่า ขอยืมผมดูหน่อยได้ไหมครับ?"
"หมายความว่าไง?"
"ไม่มีอะไรครับ พวกเราแค่อยากจะปิดคดี!"
"ผมด้วย!"
"ผมก็เหมือนกัน!"
แล้วก็มีสารวัตรอีกสองสามคนกรูเข้ามาพร้อมกัน
"สารวัตรเหยียน พวกเราต้องการให้คุณช่วยจริงๆ นะครับ!"
……
ช่วงที่ผ่านมานี้ตู้หย่งเซี่ยวช่วยเพื่อนร่วมงานหาเงินไปไม่น้อย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่คอสเวย์เบย์ และการสร้างไทม์สแควร์ ตู้หย่งเซี่ยวจงใจปล่อยข่าวให้เพื่อนร่วมงานกลุ่มนี้ฟันกำไรก้อนโตไปได้
ในสายตาของคนพวกนี้ ตู้หย่งเซี่ยวก็คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภของพวกเขา ในอนาคตยังสามารถตามตู้หย่งเซี่ยวไปหาเงินได้อีกมหาศาล
นอกจากนี้ ตอนนี้สถานะของตู้หย่งเซี่ยวไม่ธรรมดาแล้ว คนทั้งสถานีตำรวจต่างก็รู้ว่าหลิวฝูคอยคุ้มกะลาหัวเขาอยู่ ส่วนผู้กำกับการใหญ่ฝรั่งอย่างเก่อไป๋ยิ่งโปรดปรานเขาเป็นพิเศษ ถึงขนาดพาครอบครัวไปร่วมงานเปิดตัวร้านแมคโดนัลด์ด้วยตัวเอง อนาคตรับรองว่ารุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ คนพวกนี้ถึงได้แห่กันมาช่วยตู้หย่งเซี่ยวไขคดี
เหยียนสยงเป็นคนใจแคบ จะไปเข้าใจความคิดของคนพวกนี้ได้ยังไง เขาทำได้แค่มองดูเพื่อนร่วมงานรอบตัวแห่แหนกันไป เค้นสมองเพื่อช่วยตู้หย่งเซี่ยวปิดคดีกันถ้วนหน้า
ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนไปถึงสถานีตำรวจเกาลูนตะวันตกเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงซินเจี้ยและเกาะฮ่องกงด้วย
เมื่อเหลยลั่วรู้ข่าวว่าพ่อของตู้หย่งเซี่ยวถูกใส่ร้าย เขาก็รีบสั่งการนักสืบใต้บังคับบัญชาทันทีว่า ใครก็ตามที่หาหลัวซื่อไห่เจอ คนคนนั้นจะได้เลื่อนตำแหน่ง!
หลานกังและหานเซินก็ไม่ยอมน้อยหน้า สำหรับพวกเขาแล้ว หนี้บุญคุณของตู้หย่งเซี่ยวครั้งนี้ถือว่าล้ำค่ามาก หากสามารถช่วยเขาได้ อนาคตก็จะมีข้อต่อรองชั้นดีเก็บไว้
ใครจะไปคิดว่า คดีฉ้อโกงที่ดูไม่ค่อยสลักสำคัญเท่าไหร่ในตอนแรก จะสะเทือนไปทั่วทั้งฮ่องกงได้ ถึงขนาดมีคนจำนวนมากพากันตามหาผู้ชายที่ชื่อ "หลัวซื่อไห่" คนนี้
ทั้งโลกใต้ดินและตำรวจต่างก็เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน สถานการณ์แบบนี้นับเป็นภาพที่หาดูได้ยากในรอบร้อยปี
น่าสงสารก็นักต้มตุ๋นที่ชื่อ "หลัวซื่อไห่" ซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน!







