(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 238
บทที่ 238 ลูกสาวแต่งงานแล้ว แต่ก็หนีงานแต่งอีก
"ฉันแค่โกรธที่เขาไม่เอาไหนต่างหาก!"
เงียบไปเนิ่นนาน 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ก็เอ่ยขึ้น "ฉันเข้าใจอนาคตของตัวเองเลยว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ต่อให้ลูกสาวจะเกลียดฉันไปตลอดชีวิต ฉันก็ต้องแยกพวกเขาออกจากกันให้ได้"
"แต่งงานกับผู้ชายธรรมดาๆ แบบนั้น ลูกสาวฉันก็หมดอนาคตกันพอดี! ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีกเลย"
"ถ้าเป็นฉันในตอนนี้ไปอยู่ในสถานการณ์นั้นล่ะก็ ไม่ใช่แค่จะไล่ตะเพิดเขาออกไป แต่จะฉีกหน้าเขาให้อับอายอย่างหนักด้วย จะได้รู้จักเจียมกะลาหัวตัวเอง และรู้ซึ้งถึงความต่างชั้นระหว่างเขากับลูกสาวของฉัน"
เฉินหยูประสานมือเข้าด้วยกันแล้วยิ้มบาง "ในอนาคตคุณก็ทำแบบนั้นจริงๆ ครับ"
"หลังจากไล่เขาออกจากบ้าน คุณก็ฉีกหน้าเขาอย่างหนักต่อหน้าเพื่อนบ้านแถวนั้น"
"แถมยังทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบว่า ถ้าอยากจะเหยียบเข้าบ้านคุณ ก็ไปหางานที่ทำให้คนอื่นอิจฉาให้ได้ซะก่อน"
"ความรู้สึกเหนือกว่าและความหยิ่งยโสของคุณ ทำให้ผู้ชายคนนั้นโกรธแค้นอย่างมาก"
"แต่เห็นแก่ลูกสาวของคุณ เขาจึงไม่ได้ทะเลาะหรือโต้เถียงอะไรกับคุณ แล้วก็เดินจากไปอย่างหัวเสีย"
"และคำพูดของคุณ ก็ทำร้ายจิตใจลูกสาวของคุณเช่นกัน"
"ตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่กลับบ้านเลยเป็นเวลาถึงสองปีกว่า"
"แถมยังย้ายไปอยู่กินกับแฟนหนุ่มในเวลาไม่นาน"
"นังเด็กบ้า! นี่... นี่กะจะยั่วโมโหฉันให้ตายเลยใช่มั้ย!"
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เธอคว้าโฉนดที่ดินตรงหน้า แล้วปาลงพื้นอย่างแรง
แต่ยังไม่หายแค้น จึงปัดเอกสารบนโต๊ะทั้งหมดลงไปกองกับพื้นด้วย
"หมอเฉิน ลูกสาวเธอคงไม่ได้ตั้งใจหาผู้ชายธรรมดาๆ มาเป็นแฟนเพื่อยั่วโมโหเธอหรอกใช่มั้ย?"
"นี่แหละที่เรียกว่าการต่อต้านแบบไร้เสียง"
"พวกเราเซียนสายทิ้งตัว ล้วนยึดคติที่ว่าลูกหลานก็มีบุญวาสนาของลูกหลาน แต่ถ้าไม่มีลูกหลานฉันก็สบาย แล้วก็ใช้ชีวิตแบบปล่อยจอยกันทั้งนั้น"
"บางทีทั้งสองคนอาจจะแค่ถูกตาต้องใจกันก็ได้"
"ก็มีเหตุผลนะ สามีของ 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ก็ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นเหมือนกัน"
"ความน่าจะเป็นของรักแรกพบมันต่ำมากนะ เกิดขึ้นสักครั้งก็ถือว่าสุดยอดแล้ว คนบ้านนี้มีคุณสมบัติอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีแต่รักแรกพบกันหมดเลย?"
เฉินหยูมองดูคอมเมนต์ของชาวเน็ตแล้วยิ้มบาง "ที่ลูกสาวของเธอเลือกคบผู้ชายธรรมดาๆ ไม่ใช่เพราะรักแรกพบ แล้วก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่พวกคุณพูดกันหรอกครับ"
"เหตุผลมีเพียงข้อเดียว นั่นคือเธอมองเห็นเงาของพ่อในตัวผู้ชายคนนั้น"
เฉินหยูเปลี่ยนเรื่องสนทนา แล้วเริ่มเล่าถึงเหตุผลในการเลือกคู่ครองของลูกสาวคนโตของ 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี'
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' เชื่อมั่นว่าต้องแก่งแย่งชิงดีอยู่เสมอถึงจะได้รับผลตอบแทน
การเป็นคนมีฐานะ จะทำให้มีแสงออร่าเปล่งประกายนับไม่ถ้วน
แต่ลูกสาวคนโตกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้อย่างหนัก
เธอคิดว่าแม่เย็นชาและเห็นแก่ผลประโยชน์มากเกินไป
ถ้าทุกคนคิดเหมือนแม่ ตัวเธอเองก็คงไม่มีวันได้เกิดมา
ถึงแม้แม่จะเป็นลูกคุณหนูตระกูลดัง แต่ที่บ้านก็ล้มละลายไปแล้ว
ในทางกลับกัน พ่อของเธอคือหนุ่มอนาคตไกลที่มีรายได้ปีละนับล้าน
พ่อมีทางเลือกมากมายอยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังยึดมั่นในความตั้งใจเดิมที่จะเลือกแม่
สมมติว่าพ่อมีความคิดเหมือนแม่ คือเลือกคบคนที่ฐานะทัดเทียมกัน ภรรยาของพ่อก็คงเป็นคนอื่นไปนานแล้ว
ส่วนแฟนหนุ่มนั้นเกิดในครอบครัวธรรมดา พ่อแม่ปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่เด็ก
พวกเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายชีวิตของแฟนหนุ่มเลย
แถมคำติดปากของพ่อ ก็ยังเคยหลุดออกมาจากปากของแฟนหนุ่มด้วย
เฉินหยูยักไหล่
การที่ทั้งสองคนรักกัน มันก็ง่ายๆ แค่นี้เอง
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ อนาคตพวกเขาต้องมีความสุขมากแน่ๆ เลย"
"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว นี่แหละคือการมอบความอบอุ่นให้แก่กันและกัน"
"สาวสวยรวยเก่งจากครอบครัวชนชั้นกลาง ไม่ทอดทิ้งแฟนหนุ่มที่เป็นคนธรรมดา ส่วนแฟนหนุ่มก็ไม่เคยก้าวก่ายสิ่งที่แฟนสาวอยากทำ เป็นการมอบความอบอุ่นให้กันจริงๆ นั่นแหละ"
"คนเดียวที่ทนรับเรื่องนี้ไม่ได้ ก็คงมีแต่ 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' นี่แหละ"
"อยากรู้จริงๆ เลยว่า หลังจากแต่งงานมีลูกแล้ว ทั้งสองคนจะสอนลูกในอนาคตยังไง"
พอเห็นคอมเมนต์นี้ เฉินหยูก็หัวเราะออกมาทันที
โลกแห่งความเป็นจริงนั้นมหัศจรรย์ยิ่งกว่านิยายเสมอ
บางเรื่อง คนเราก็เดาจุดเริ่มต้นได้ แต่ไม่มีวันเดาตอนจบถูก
เสียงหัวเราะของเฉินหยู ดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตได้ในทันที
"สามปีต่อมา พวกเขาก็จัดงานแต่งงานกันครับ"
"แต่ในวันแต่งงาน เจ้าสาวกลับหนีงานแต่ง"
ชาวเน็ตและ 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' รู้สึกเหมือนโดนทุบหัวอย่างจัง
การหนีงานแต่งกลางคัน เป็นพล็อตเรื่องที่มีแต่ในนิยายเท่านั้น
"ฉันไม่มีทางยอมให้พวกเขาแต่งงานกันหรอก!"
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' จิตใจว้าวุ่นไปหมด
เธอเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอนาคต เธอก็จะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาๆ เด็ดขาด
เธอจะหาทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเขาแต่งงานกัน
ตอนที่ได้ยินประโยคครึ่งแรก เธอแทบอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด
แต่พอได้ยินว่าลูกสาวหนีงานแต่งกลางคัน เธอก็ไม่สามารถใช้คำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป
เฉินหยูยิ้มขื่น "ที่ลูกสาวคุณหนีงานแต่ง มันเกี่ยวกับคุณด้วยครับ"
"เกี่ยวกับฉันอีกแล้วเหรอ?"
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกที่ใหญ่ที่สุดในงานไปซะแล้ว
ทำไมเรื่องอะไรๆ ถึงต้องมาเกี่ยวกับเธอด้วย?
ลูกสาวดรอปเรียน ก็เกี่ยวกับเธอ
เลือกที่จะเป็นปลาเค็มทิ้งตัว ก็เกี่ยวกับเธอ
หนีงานแต่งกลางคัน ก็ยังเกี่ยวกับเธออีก
ตรรกะบ้าบออะไรเนี่ย
ชาวเน็ตเองก็ถูกปั่นหัวจนมึนงงไปหมดเช่นกัน
เฉินหยูพูดขึ้น "คุณยังจำที่ผมเพิ่งเล่าไปได้ไหมครับ เรื่องคำพูดของคุณตอนที่ไล่แฟนของเธอออกจากบ้านน่ะ?"
หลังจากใช้เวลาคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ก็ตอบว่า "ถ้าอยากจะเหยียบเข้าบ้านฉัน ก็ไปหางานดีๆ ทำให้ได้ซะก่อน"
"ใช่ครับ คำพูดของคุณ รวมถึงการกระทำของคุณ มันไปกระตุ้นแฟนหนุ่มของลูกสาวคุณอย่างจัง"
"จนปลุกไฟนักสู้ในตัวเขาขึ้นมา"
"ยิ่งคุณดูถูกเขา เขาก็ยิ่งอยากจะตอกหน้าคุณให้หงาย"
"งานธรรมดาทั่วไป คุณคงไม่เห็นอยู่ในสายตาแน่ๆ"
"เขาเลยตัดสินใจว่าถ้าจะไม่ทำก็ไม่ต้องทำ แต่ถ้าจะทำทั้งที ก็ต้องเอาให้มันสุดไปเลย"
"เขาเริ่มจากการสอบเทียบผู้ใหญ่ จนได้วุฒิปริญญาตรีมาครอง จากนั้นก็ไปเข้าร่วมการสอบราชการ"
เฉินหยูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "สุดท้าย ภายใต้ความช่วยเหลือจากคนนับไม่ถ้วน เขาก็สอบเข้าหน่วยงานภาครัฐได้สำเร็จครับ"
"เขาสอบเข้าหน่วยงานภาครัฐได้ ฉันก็เลยยอมให้พวกเขาแต่งงานกันงั้นเหรอ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ก็ถามตะกุกตะกัก
เฉินหยูพยักหน้า
"ในการสอบบรรจุทุกประเภท การสอบราชการถือว่ายากที่สุด"
"การสอบเข้าหน่วยงานภาครัฐได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกรเลยครับ"
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' นิ่งเงียบไป
การสอบราชการนั้นยากกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยซะอีก มีคนเป็นพันๆ คนแย่งชิงตำแหน่งเดียวกัน
สมัยก่อนเธอเองก็เคยลองสอบเหมือนกัน จึงรู้ซึ้งถึงความยากของมันดี
"ไม่ถูกสิ! เด็กจบปวส. ที่ไม่มีเส้นสายอะไรเลยอย่างเขา ไม่มีทางมีปัญญาสอบเข้าหน่วยงานภาครัฐได้หรอก!"
'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ได้สติกลับมาในพริบตา
ถ้าแฟนหนุ่มของลูกสาวคนโตมีความสามารถในการสอบเก่งกาจขนาดนั้น แล้วทำไมถึงมีแค่วุฒิปวส.ล่ะ?
เฉินหยูยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "ก็จริงครับ ถ้าให้เขาลุยเดี่ยวไปสอบ ก็คงสอบราชการไม่ผ่านหรอก"
"แต่เมื่อกี้ผมก็บอกไปแล้ว ว่าเขาสอบเข้าหน่วยงานภาครัฐได้ ภายใต้ความช่วยเหลือของคนมากมาย"
"ซึ่งคนมากมายในที่นี้ ก็รวมถึงลูกสาวและสามีของคุณด้วย"
"ลูกสาวคุณคอยให้กำลังใจเขาสารพัด ส่วนสามีคุณก็ควักเงินจ่ายค่าเรียนพิเศษให้ แถมยังสนับสนุนให้เขาลาออกมาอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเต็มที่"
"แล้วยังใช้เส้นสาย แนะนำข้าราชการที่ทำงานอยู่หลายคนให้รู้จัก เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การสัมภาษณ์ให้เขาอย่างล้นหลามด้วยครับ"







