182. บทที่ 180 ซูอวี่อย่างผม แพ้เป็น!
จะขึ้นไปไหม?
ความสงสัยนี้กำลังดังก้องอยู่ในหัวของเหล่านักศึกษาอักษรเทวะเอกเทศบางคน
ลังเล!
เหนือกว่าซูอวี่ ใครคือนักศึกษาอักษรเทวะเอกเทศที่อยู่ใน 92 อันดับแรก?
วินาทีนั้น จู่ๆ หลายคนก็หันไปมองคนผู้หนึ่งด้วยสายตาแปลกประหลาด
เซี่ยฉาน!
อันดับที่ 90!
ช่วงนี้ทำเนียบมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ว่านหมิงเจ๋อไต่ขึ้นไปอยู่อันดับ 86 หูชิวเซิงอันดับ 88 เจิ้งอวิ๋นฮุยไม่ได้ขยับไปไหน แต่เพราะอันดับด้านบนเปลี่ยน เขาเลยร่วงลงมาหนึ่งอันดับ กลายเป็นอันดับ 89
ถัดจากนั้นก็คือเซี่ยฉาน!
ส่วนจางฮ่าวที่เพิ่งขึ้นทำเนียบมาคราวก่อน ตอนนี้อยู่อันดับ 96
ส่วนหลินชิง... อันดับ 99 จะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ จะลงก็ลงไม่ลง ติดแหง็กอยู่ตรงนี้
เซี่ยฉานเพิ่งฝากตัวเป็นศิษย์ของโจวหมิงเหรินในปีนี้ นับเป็นศิษย์สายตรงคนสุดท้าย
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเซี่ยฉานถึงต้องกราบโจวหมิงเหรินเป็นอาจารย์นั้น ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครเข้าใจความคิดของท่านโหวเซี่ย
ท่านโหวเซี่ยเป็นศัตรูกับโจวหมิงเหริน แต่กลับส่งหลานสาวไปอยู่ใต้สังกัดของโจวหมิงเหริน และโจวหมิงเหรินก็ยอมรับเซี่ยฉานไว้ด้วย ทั้งสองแอบตกลงอะไรกันไว้ คนนอกไม่อาจทราบได้
ซูอวี่ที่อยู่บนเวทีโงนเงนจวนจะล้ม แขนที่หักเพิ่งจะต่อติดอย่างยากลำบาก หากคิดจะฟื้นฟู คงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน
พละกำลังทางร่างกายของซูอวี่ในตอนนี้ลดลงถึงขีดสุดแล้ว
เซี่ยฉานมีหวังจะชนะไหม?
ท่ามกลางฝูงชน เซี่ยฉานมองซูอวี่ ไม่มีทีท่าโกรธเคืองใดๆ มีเพียงความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ระยะห่างระหว่างเธอกับซูอวี่ไม่ได้แคบลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่กลับห่างชั้นขึ้นเรื่อยๆ ต่างหาก
อุตส่าห์ฝ่าฟันจนมาถึงอันดับ 90 ได้อย่างยากเย็น แต่ตอนนี้เธอกลับยิ่งรู้สึกว่า การจะไล่ตามซูอวี่ให้ทันนั้นยากขึ้นไปอีก!
"ฉันยอมแพ้!"
เซี่ยฉานพูดขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
บางคนโล่งใจ บางคนไม่ยินยอม
แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เห็นได้ชัดว่าเซี่ยฉานไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูอวี่ เธอยอมแพ้ ทุกคนก็ไม่รู้ว่าควรจะด่าเธอว่าขี้ขลาดดีหรือไม่
"คนต่อไป!"
ซูอวี่ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "พวกคุณจะยอมแพ้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงคิวของไจ๋เฟิงเลยก็ได้!"
ไม่มีใครต่อบท
เวลานี้ บางคนอึดอัดจนแทบกระอักเลือด
ยอมแพ้?
รับคำท้า?
หากอักษรเทวะเอกเทศปล่อยให้ซูอวี่กวาดล้างทำเนียบร้อยอันดับไปจนถึงไจ๋เฟิงได้จริงๆ ก็คงเสียหน้าแย่แล้ว
ทำเนียบร้อยอันดับเชียวนะ!
ทำเนียบที่แข็งแกร่งที่สุดในสถานศึกษา!
สิ่งที่อักษรเทวะเอกเทศภาคภูมิใจที่สุดก็คือการที่พวกเขามีคนเยอะ ในทำเนียบร้อยอันดับ มีคนของพวกเขาตั้ง 15 คน
สถานศึกษามีตั้งกี่สาย?
มีตั้งกี่วิทยาลัย?
สายของพวกเขาติดทำเนียบถึง 15 คน นี่ขนาดยังไม่นับหวงฉี่เฟิงที่ถูกทำลายทิ้งไปแล้วนะ ส่วนคนอื่นๆ อย่าง หยางซา เฉินฉี่... นักศึกษาหลายคนป้วนเปี้ยนอยู่หลังอันดับร้อย มีโอกาสติดทำเนียบได้ทุกเมื่อ
รวมไปถึงพวกที่ถูกซูอวี่เตะจนพิการไปก่อนหน้านี้ด้วย!
"จะไม่รับคำท้า หรือจะยอมแพ้?"
ซูอวี่พูดเสียงเรียบ "ถ้าไม่รับคำท้า ก็พูดมาให้ชัดเจน! อ้อ อีกอย่าง ศิษย์พี่ของผมจะขึ้นทำเนียบร้อยอันดับ พวกคุณไปท้าประลองกับเธอได้ ท้าประลองกับเธอหนึ่งครั้ง ผมก็จะสละอันดับหนึ่งครั้ง แล้วไล่เชือดกลับมาใหม่ตั้งแต่ต้น!"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าโอหังถึงขีดสุด!
ที่นั่งในร้อยอันดับ ศิษย์พี่ของผมต้องมีหนึ่งที่!
ใครเขี่ยเธอตกทำเนียบ เขาก็จะสละอันดับตัวเอง แล้วไล่เชือดขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น!
ถ้ากดหัวซูอวี่เอาไว้ไม่ได้ การไปเล่นงานอู๋เจียก็เปล่าประโยชน์
...
"จะจัดการยังไง?"
"เรื่องนี้พวกเราจัดการลำบาก ท่านคณบดีอยู่ไหม?"
"ไม่อยู่แล้ว ออกไปข้างนอก!"
"งั้น... ผู้อาวุโสหอท่านอื่นล่ะ?"
"ไปกันหมดแล้ว!"
"ไปตามโจวผิงเซิงมา ให้เขาเป็นคนตัดสินใจ!"
มีคนรีบไปแจ้งโจวผิงเซิงทันที ช่วงนี้โจวผิงเซิงมัวแต่ง่วนอยู่กับพรสวรรค์โลหิตแก่นแท้ เก็บตัวเงียบมาหลายวันแล้ว ทว่ายามนี้มีแต่ต้องพึ่งเขาเท่านั้น
โจวหมิงเหรินออกไปข้างนอก ลูกศิษย์ทั้งสี่คน หูเหวินเซิงเก็บตัว เจิ้งอวี้หมิงกลายเป็นคนพิการ เซี่ยฉานเป็นเพียงศิษย์สายตรงในนาม คนที่ตัดสินใจได้จริงๆ ก็คงมีแค่โจวผิงเซิง
ซูอวี่ไม่รีบ
รออย่างใจเย็น!
ตอนนี้ เขายืนอยู่บนเวทีเพียงลำพัง ทว่ากลับแผ่แรงกดดันจนเหล่านักศึกษาอักษรเทวะเอกเทศแทบหายใจไม่ออก
...
เจ็ดแปดนาทีให้หลัง โจวผิงเซิงก็รีบมาถึง
เขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดมาตามทางแล้ว
พอมาถึงก็มองไปที่ซูอวี่บนเวทีด้วยสายตาเย็นเยียบ ไอ้ระยำนี่ ข้อมูลที่ให้ฉันมาตกลงมันจริงหรือปลอมกันแน่?
"ไจ๋เฟิง!"
"อาจารย์!"
ไจ๋เฟิงรีบเข้าไปหา เขาเป็นศิษย์สายตรงของโจวผิงเซิง และยังมีอีกคนคือชิวอวิ๋น อันดับที่ 24
"ชิวอวิ๋น!"
"อาจารย์!"
ทั้งสองคนรีบเข้าไปหาแล้วมองโจวผิงเซิง
"กัวเซิ่งเฉวียนล่ะ?"
โจวผิงเซิงมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นคนผู้นี้ นี่คือศิษย์พี่ใหญ่ของหูเหวินเซิง ศิษย์พี่ของเฉินฉี่ และยังเป็นนักศึกษาแนวหน้าของอักษรเทวะเอกเทศ ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 35 ในทำเนียบร้อยอันดับ
ไจ๋เฟิงกระซิบ "ศิษย์น้องกัวไม่ได้มาครับ ตอนนี้เขาเอาแต่ตั้งใจฝึกฝน วันๆ ไม่อยู่ในแดนเร้นลับก็เก็บตัวฝึก บางทีก็ออกไปเดินเล่นข้างนอก ไม่เห็นหน้ามาสักพักแล้วครับ"
"หึ!"
โจวผิงเซิงไม่พอใจนัก เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ กัวเซิ่งเฉวียนยังกล้าไม่มาอีก
มีคนบอกว่าเขาไปเข้าร่วมกับพวกฝ่ายที่สาม คงจะจริงสินะ
โจวผิงเซิงมองลูกศิษย์ทั้งสองของตัวเอง แล้วหันไปมองซูอวี่บนเวที ส่งเสียงผ่านกระแสจิตว่า "ไม่สู้ไม่ได้! ไม่เพียงแต่ต้องสู้ แต่ต้องชนะให้ได้! ทำให้ซูอวี่พิการซะ! ชิวอวิ๋น เธอขึ้นไปก่อน ซูอวี่ยังไม่ค่อยได้ใช้พลังแห่งเจตจำนงเท่าไหร่ เธอคอยผลาญพลังแห่งเจตจำนงของเขา ไม่ต้องคิดจะเอาชนะ เน้นยื้อเวลาเอาไว้ แล้วค่อยยอมแพ้! ไจ๋เฟิง เป้าหมายของนายคือทำให้มันพิการ ถึงไม่ฆ่ามัน ก็ต้องทำให้มันฝึกฝนไม่ได้ไปสามถึงห้าเดือนเหมือนศิษย์น้องหวงของนาย!"
ชิวอวิ๋นมีสีหน้าลำบากใจ
กังวลอยู่บ้าง
เธอ... เธอกลัวว่าจะซ้ำรอยคนอื่น โจวเฮ่าคนนั้นแข็งแกร่งมาก!
ชิวอวิ๋นรู้สึกว่าถ้าตัวเองต้องเจอกับโจวเฮ่า ก็ไม่แน่ว่าจะชนะได้สบายๆ แถมมีสิทธิ์แพ้สูงมากด้วย!
โจวเฮ่าอยู่แค่ขั้นเชียนจวินระดับเก้า แต่การเปิดจุดวิถี 144 จุดของเขา ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกขั้นวั่นสือระดับห้าหรือหกเลย ที่สำคัญคือโจวเฮ่ามีจิตสังหารรุนแรงมาก ต่อสู้บ้าบิ่นสุดๆ คนแบบนี้ถึงจะอ่อนแอกว่า แต่คนที่เหนือกว่าก็ใช่ว่าจะกล้ารับประกันชัยชนะ
แต่สุดท้ายโจวเฮ่าก็เกือบถูกซูอวี่ซ้อมจนตายคามือ!
โจวผิงเซิงมองออกว่าลูกศิษย์กังวล จึงขัดเคืองเล็กน้อย เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้ตำหนิ รีบสั่งการ "ผู้อาวุโสซุน หลี่ อวี๋ ต่างก็มีศิษย์ติดทำเนียบ คนที่ต่ำกว่าห้าสิบอันดับแรก ให้ยอมแพ้ให้หมด! ส่วนคนที่อยู่อันดับห้าสิบขึ้นไป ให้ขึ้นเวที เป้าหมายมีแค่อย่างเดียว คือผลาญพลัง!"
"ถึงจะขายหน้า ถึงจะเสียเกียรติ แต่แค่ทำให้ซูอวี่พิการได้ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา!"
วินาทีนี้ โจวผิงเซิงตัดสินใจได้แล้ว
ต่อให้ตอนนี้จะอับอายขายขี้หน้า ต่อให้ชนะแบบไม่ค่อยขาวสะอาดนัก แต่ก็ปล่อยให้ซูอวี่ลงจากเวทีไปแบบนี้ไม่ได้
หากวันนี้ซูอวี่เดินลงจากเวทีไป อักษรเทวะเอกเทศคงขวัญหนีดีฝ่อกันหมดแน่
แค่นักศึกษาคนเดียวยังจัดการไม่ได้!
แล้วแบบนี้จะไปสู้กับใครได้อีก?
จะไปแข่งกับใครได้อีก?
พวกที่อยู่อันดับต่ำกว่าห้าสิบ ขึ้นเวทีไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งให้ซูอวี่ ทว่าพวกห้าสิบอันดับแรก ต่อให้สู้ซูอวี่ไม่ได้ ก็ยังพอยื้อเวลาไว้ได้ ไม่ให้เขาได้พัก ไม่ให้เขารักษาอาการบาดเจ็บ!
ผลาญพลังแห่งเจตจำนงของมันให้หมด!
...
บนเวที
ซูอวี่เห็นโจวผิงเซิงแล้ว และก็เห็นว่าเขากำลังกระซิบกระซาบกับคนอื่นไปทั่ว แต่ซูอวี่ก็ยังคงนิ่งเงียบ รอคอยต่อไป
ในเมื่อวันนี้เหยียบหน้าพวกมันแล้ว ก็ต้องเหยียบให้จมดิน!
ไม่นานนัก นักศึกษาอักษรเทวะเอกเทศคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น "ฉันยอมแพ้!"
นักศึกษาอันดับที่ 84
"ยอมแพ้!"
นักศึกษาอันดับที่ 73
"ยอมแพ้!"
"..."
เสียงขอยอมแพ้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหล่านักศึกษาจากทั่วทุกสารทิศพากันกรูเข้ามาดูฉากอันน่าตื่นตะลึงนี้
นักศึกษาเพียงคนเดียว บีบให้นักศึกษาทั้งสายต้องยอมศิโรราบ!
แถมยังเป็นนักศึกษาในทำเนียบร้อยอันดับอีกด้วย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น!
ไม่ใช่ว่าซูอวี่ไร้เทียมทานจริงๆ หรอก แต่นักศึกษาคนอื่นๆ ที่อยู่อันดับต้นๆ ต่างก็ต่อสู้ไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าว ไม่เหมือนเขาที่เคยโค่นนักศึกษาอันดับ 38 มาแล้ว ตอนนี้พวกที่อยู่อันดับ 50 ลงไปย่อมทำอะไรเขาไม่ได้เลย!
อีกอย่าง นักศึกษาสายอื่นๆ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปบีบคั้นนักศึกษาสายอื่นขนาดนี้ ในสถานศึกษา นอกจากภาควิชาอักษรเทวะที่มีความขัดแย้งภายในกันอย่างรุนแรงแล้ว สายอื่นๆ ยังถือว่ารักใคร่กลมเกลียวกันดี
กระทั่งซูอวี่เลื่อนขึ้นมาถึงอันดับ 61 ก็ยังไม่มีใครขึ้นเวทีมาสู้ด้วย
แต่ทว่าตอนนี้กลับมาถึงทางตันเสียแล้ว
อักษรเทวะเอกเทศ ระหว่างอันดับ 50-60 ไม่มีนักศึกษาหลงเหลืออยู่เลย!
เมื่อเป็นเช่นนี้ แผนผลาญพลังซูอวี่ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว
การท้าประลอง จะจบลงแค่นี้งั้นเหรอ?
เห็นได้ชัดว่าซูอวี่ไม่มีความคิดที่จะท้าคนอื่น ตอนนี้เขาจึงทำเพียงแค่ยืนรอเงียบๆ มองดูสถานการณ์!
ด้านล่างเวที สีหน้าของโจวผิงเซิงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
เขามองขึ้นไปหาซูอวี่แล้วตวาด "ซูอวี่ แกบอกว่าจะท้าไจ๋เฟิงไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่สู้ต่อล่ะ!"
ซูอวี่ตอบอย่างใจเย็น "ผมกำลังรออยู่!"
"รออะไร?"
โจวผิงเซิงขมวดคิ้ว ซูอวี่เอ่ยเรียบๆ "รอให้เซี่ยอวี้เหวินเอาแต้มผลงาน 10 แต้มมาส่งให้ผม ผมไม่มีเงินจ่ายค่าท้าประลอง คนของพวกคุณไม่ต้องจ่ายเงินก็ท้าได้ แต่รุ่นพี่คนอื่น ผมต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะท้าได้น่ะสิ!"
"แก!"
โจวผิงเซิงโกรธจัด!
ซูอวี่พูดยิ้มๆ "พวกคุณช่วยเร่งอาจารย์เซี่ยให้ผมหน่อยสิ รีบเอาเงินมาจ่าย ไม่งั้นการประลองวันนี้คงต้องจบลงแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่!"
พรุ่งนี้?
โจวผิงเซิงเดือดดาล!
ซูอวี่จงใจชัดๆ!
นักศึกษาทุกคนต่างก็ดูออก ว่าซูอวี่จงใจยั่วโมโหคน ยั่วเซี่ยอวี้เหวิน ยั่วอักษรเทวะเอกเทศ
ซูอวี่เอ่ยเนิบๆ "อาจารย์เซี่ยเอะอะก็อ้างกฎ เอะอะก็อ้างระเบียบ เอะอะก็อ้างกฎอัยการศึก ไม่รู้เลยเหรอว่าแพ้แล้วต้องจ่าย! แพ้แล้วเบี้ยวหนี้ คนแบบนี้คู่ควรจะเป็นอาจารย์ด้วยเหรอ? คนแบบนี้ มีสิทธิ์มาว่าผมไม่เคารพครูบาอาจารย์เหรอ? ลูกศิษย์เขาเพิ่งเข้าเรียน ผมว่าคงไม่มีเงินหรอก ในฐานะอาจารย์ เขาไม่ควรจะเป็นคนออกเงินให้หรอกเหรอ?"
"อ้างกฎเหรอ ทุกคนก็อ้างกันทั้งนั้นแหละ ไม่งั้น เขาเอาสิทธิ์อะไรมาปรับแต้มผลงานผม ปรับแต้มผลงานอาจารย์ผม? เพียงเพราะ... ที่นี่คือเขตปกครองต้าเซี่ยงั้นเหรอ?"
เสียงของซูอวี่ดังขึ้นอย่างฉับพลัน!
"เขตปกครองต้าเซี่ย ทำตัวไร้กฎเกณฑ์ได้งั้นเหรอ?"
"เขตปกครองต้าเซี่ย คนของตระกูลเซี่ยจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นเหรอ?"
"อ๋องต้าเซี่ย ท่านผู้ปกครองเซี่ย ยังต้องเคารพกฎ ท่านโหวเซี่ยทำมาค้าขายก็ยังต้องเสียภาษี แล้วเขาเซี่ยอวี้เหวิน จะทำตัวกร่างคับฟ้าได้งั้นเหรอ?"
"..."
เพื่อแต้มผลงาน 10 แต้ม ซูอวี่แทบจะด่าเซี่ยอวี้เหวินว่าไม่คู่ควรจะเป็นคนด้วยซ้ำ!
โจวผิงเซิงฉุนขาด ตะโกนลั่น "ฉันจ่ายแทนให้เอง!"
"คุณเนี่ยนะ?"
"ผู้ดูแลหอโจว คุณเป็นพ่อของเซี่ยอวี้เหวิน? หรือว่าเป็นลูกชายเขากันแน่?"
"...ไอ้บัดซบ!"
โจวผิงเซิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!
ซูอวี่ตอบเสียงเย็น "งั้นก็ความสัมพันธ์แบบอาจารย์กับลูกศิษย์สิ? ไม่งั้น คุณมีสิทธิ์อะไรไปจ่ายแทนเขา? ถ้าคุณให้ ก็ถือซะว่าคุณให้ผมฟรีๆ ผู้ดูแลหอโจวเต็มใจให้ ผมก็ยินดีรับ!"
เดือดจัด!
โกรธเกรี้ยว!
ไอ้หมอนี่ นอกจากฝีมือจะแข็งแกร่งแล้ว ฝีปากก็ร้ายกาจไม่เบา
นี่กะจะบีบให้เซี่ยอวี้เหวินโผล่หัวมามอบแต้มผลงานให้ด้วยตัวเองถึงจะยอมเลิกราเลยใช่ไหม?
และในตอนนั้นเอง กล่องหยกใบหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมา!
ปัง! มันพุ่งปักทะลุเข้าไปในพื้นเวที!
"ให้แก!"
เสียงอันราบเรียบของเซี่ยอวี้เหวินดังมาจากที่ไกลๆ "หยาดหยวนชี่ 10 หยด พอใจหรือยัง?"
กล่องหยกฝังลึกลงไปในพื้น
รูม่านตาของซูอวี่หดเกร็ง!
เวทีแห่งนี้ เขาต่อสู้กับโจวเฮ่าอย่างดุเดือดถึงเพียงนั้น ก็ยังทิ้งรอยไว้ได้แค่รอยบางๆ แต่เซี่ยอวี้เหวินโยนกล่องหยกมาจากระยะไกล กลับพุ่งเจาะพื้นเวทีทะลุได้เลย!
แข็งแกร่งมาก!
วินาทีต่อมา ซูอวี่ก็หัวเราะร่วน "พอครับ! แต่ว่า... กฎของสถานศึกษาบอกไว้ว่า ผู้ที่ไม่ใช่นักศึกษาที่เข้าประลอง หากจงใจทำลายเวที ต้องถูกลงโทษ! ปรับ 100 แต้มผลงาน... น่าจะใช่นะ อาจารย์เซี่ย รบกวนเอามาอีกรอบครับ!"
เขาหันไปมองหลิวหงแล้วยิ้ม "อาจารย์หลิว เป็นกรรมการแท้ๆ ไม่รู้กฎอะไรเลยเหรอครับ? แบบนี้จะเป็นกรรมการได้เหรอ? กฎของสถานศึกษาน่ะ ถูกพวกคนไม่รู้จักกฎ ไม่รักษากฎทำลายจนป่นปี้หมดแล้ว!"
หลิวหงหลุดขำ เอ่ยเนิบๆ "ขอโทษทีๆ ฉันเพิ่งเคยเป็นกรรมการครั้งแรก เลยไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะ! พี่เซี่ย งั้นก็จ่ายค่าปรับมาอีก 100 แต้มผลงาน อย่าทำลายกฎเลย ฉันจะได้อธิบายให้คนอื่นฟังได้"
"..."
คนทั้งบนเวทีและล่างเวทีต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เซี่ยอวี้เหวินขว้างกล่องหยกพุ่งปักพื้นเวที เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะข่มขวัญและฉีกหน้าซูอวี่ ทว่าผลลัพธ์กลับ... น่าอายชะมัด!
ทำลายพื้นเวที ปรับ 100 แต้มผลงาน!
นักศึกษาต่อสู้กันจนเวทีพังไม่นับ ความเป็นจริงก็พังยากมากอยู่แล้ว กฎข้อนี้เลยไม่มีใครหยิบมาใช้ตั้งหลายปีแล้ว!
ไอ้เวรซูอวี่นี่ไม่ได้ฝึกวิชาเลยหรือไง?
วันๆ เอาแต่นั่งศึกษากฎของสถานศึกษาหรือไงฟะ?
เซี่ยอวี้เหวินที่อยู่ไกลออกไปเงียบกริบ ไม่รู้ว่าโกรธจนพูดไม่ออก หรือไม่รู้จะพูดอะไรดี
ครู่ต่อมา กล่องหยกอีกลูกก็พุ่งแหวกอากาศมา
ไร้สุ้มเสียง!
คราวนี้เซี่ยอวี้เหวินไม่ออกเสียง หลิวหงหัวเราะหึๆ เอื้อมมือไปคว้ากล่องหยกไว้ "เรื่องนี้ให้มันจบแค่นี้เถอะ ซูอวี่ เธอจะท้าประลองต่อไหม?"
ซูอวี่ยิ้ม ก้มตัวลงทุบกล่องหยกจนแตก เผยให้เห็นหยาดหยวนชี่ 10 หยดที่อยู่ด้านใน
ซูอวี่กลืนกินไปหยดหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ พลางหัวเราะเบาๆ "แน่นอนครับ!"
พูดจบ ก็ปรายตามองไปยังป้ายหินคริสตัลทำเนียบร้อยอันดับ
แล้วมองลงไปข้างล่าง เอ่ยเสียงเรียบ "รุ่นพี่ที่อันดับสูงกว่าผม ไม่ทราบว่าจะมีรุ่นพี่คนไหนกรุณาไว้หน้าผมสักนิด วันนี้ซูอวี่ไม่อยากสู้กับนักศึกษาที่ไม่ได้มาจากอักษรเทวะเอกเทศแล้ว หวังว่ารุ่นพี่จะปรานี ให้โอกาสผมได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งของยอดฝีมืออักษรเทวะเอกเทศที่อยู่ด้านบนด้วยเถอะครับ!"
ตอนนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ด้านล่างเวทีก็หัวเราะขึ้น "ฉันเอง! ฉันอยู่อันดับ 60 สูงกว่านายแค่อันดับเดียว พอดีเลยที่นายจะมีโอกาสไปท้าอันดับห้าสิบแรก ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศิษย์น้องซูหรอก ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ก็อยากจะประมือด้วยสักหน่อย แต่วันนี้ช่างเถอะ ฉันขอยอมแพ้ละกัน!"
"ขอบคุณศิษย์พี่เจียงที่กรุณาครับ!"
ซูอวี่สุภาพมาก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วยิ้ม "รอผมอัดพวกรุ่นพี่อักษรเทวะเอกเทศที่อยู่ข้างหน้าจนพิการ ศิษย์พี่ก็จะได้เลื่อนขึ้นไปอีกหลายอันดับ ไม่โดนหางเลขจนอันดับร่วงด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีพิการสักคนนั่นแหละ ศิษย์พี่วางใจได้เลย!"
"..."
นักศึกษาแซ่เจียงที่อยู่ข้างล่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ประโยคนี้จะไปต่อความยาวสาวความยืดไม่ได้เด็ดขาด!
ถ้าไปรับมุก อักษรเทวะเอกเทศคงเกลียดเขาเข้ากระดูกดำแน่
เขายอมแพ้ก็ยังดี ถือว่าเปิดโอกาสให้ซูอวี่ได้ท้าคนอื่นต่อ แต่ถ้าไปต่อปากต่อคำด้วย คงดูไม่จืด
"คนต่อไป!"
ซูอวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไล่เรียกชื่อต่อ!
ท่ามกลางฝูงชน ชายหนุ่มผมยาวคนหนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาเคร่งเครียด กระโดดขึ้นไปบนเวที!
"ซูอวี่ ฉัน..."
"ไม่ต้องแนะนำตัว ไม่อยากรู้ กรรมการ เริ่มได้เลยครับ!"
"แก!"
ชายหนุ่มผมยาวเดือดดาล หลิวหงกระแอมเบาๆ แล้วพูดขึ้น "งั้นก็เริ่มต่อได้ ถ้ารู้ตัวว่าสู้ไม่ไหวก็รีบยอมแพ้ซะ! เริ่ม!"
สิ้นเสียง ชายผมยาวก็รีบป้ายันต์หยกทิ้งทันที!
วูบ!
ม่านพลังป้องกันปรากฏขึ้น!
พลังแห่งเจตจำนงลดลงไปบ้าง ชายคนนี้ไม่ยอมเข้าใกล้ซูอวี่ เอาแต่ถอยหลังร่น ซูอวี่ก็ทำเพียงแค่มองเขาเงียบๆ ไม่ยอมลงมือ
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศเงียบสงัดลง!
ซูอวี่ไม่ขยับ อีกฝ่ายบีบยันต์คุ้มกายแตกไปแล้วก็ไม่ขยับเช่นกัน
แต่ยันต์คุ้มกายมีเวลาจำกัด
คราวนี้ซวยแล้วไง!
อยากจะควบคุมศาสตราเทวะไปโจมตีซูอวี่ แต่พอศาสตราเทวะออกไป ก็อาจจะถูกเคล็ดวิชากลืนวิญญาณของซูอวี่กัดกร่อน แผดเผาเอาได้...
แต่ถ้าไม่ใช้ศาสตราเทวะ... งั้นก็มีแต่ต้องเข้าไปประชิดตัวเท่านั้น!
เขากัดฟันกรอด จะรอให้ยันต์คุ้มกายหมดฤทธิ์ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นก็เสียของเปล่า แถมคนข้างล่างยังจับตามองตั้งเยอะ!
ชายคนนั้นรีบพุ่งเข้าใส่ซูอวี่ เตรียมจะสู้ประชิดตัว!
ส่วนศาสตราเทวะกับพลังแห่งเจตจำนง ตอนนี้เขาไม่กล้าใช้แล้ว กลัวโดนเคล็ดวิชากลืนวิญญาณกัดกร่อน
ซูอวี่ยังคงยืนนิ่ง!
เขาเอาแต่มองมาเงียบๆ จนอีกฝ่ายชักจะหนาวๆ ร้อนๆ ทว่ายามนี้ลูกธนูพาดสายแล้ว ไม่ยิงไม่ได้!
กัดฟัน พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว!
พละกำลังกายขั้นวั่นสือระดับสี่!
ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว!
ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาประชิด ซูอวี่ก็ยังคงนิ่งเฉย เขาเองก็ไม่สนแล้ว กัดฟันชกหมัดใส่แขนขวาของซูอวี่เต็มแรง เมื่อกี้เขาเห็นเต็มตาว่าแขนขวาของซูอวี่หัก ตรงนี้นี่แหละคือจุดอ่อน!
หมัดนี้ซัดออกไป จู่ๆ ในใจก็ตื่นตระหนกสุดขีด!
ข้างหูแว่วเสียงถอนหายใจด้วยความเวทนา
"โง่เง่า!"
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง จุดวิถีระเบิดแตกกระจาย ด้านหลังของเขา ซูอวี่ใช้ท่าสังหารทลายฟ้ากระบวนท่าที่สาม สลายปราณ ทำลายจุดวิถีของเขาไปจุดหนึ่ง จุดวิถีระเบิด ปราณหยวนรั่วไหล พรวด! ชายหนุ่มผมยาวกระอักเลือด บาดเจ็บสาหัสล้มลงกับพื้น!
ซูอวี่ส่ายหน้า เอ่ยเสียงเรียบ "ผู้บ่มเพาะอารยธรรมไม่ยอมใช้พลังแห่งเจตจำนง แค่ภาพมายาของผมยังทำลายไม่ได้เลย ไอ้โง่ที่ไหนมันออกไอเดียให้คุณเนี่ย!"
โง่เง่าสิ้นดี!
ยันต์คุ้มกาย?
ไม่ใช้พลังแห่งเจตจำนง?
แล้ว... รอให้โดนภาพมายาของผมหลอกเอาหรือไง?
ไม่เข้าใจตรรกะของหมอนี่เลยจริงๆ!
ซูอวี่พูดอย่างไม่แยแส คนข้างล่างหลายคนหน้าแดงก่ำ
ลืมไปซะสนิท!
แม่งเอ๊ย!
ซูอวี่มีพลังต่อสู้ทางร่างกายที่แข็งแกร่งเกินไป จนหลายคนลืมไปแล้วว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญอารยธรรมที่ครอบครองอักษรเทวะระดับสอง!
แถมยังมีภาพมายาระดับสองอยู่ด้วย!
ชายหนุ่มผมยาวก็ลืมไปเช่นกัน เขามัวแต่กังวลเรื่องเคล็ดวิชากลืนวิญญาณของซูอวี่ จนถึงกับไม่ยอมใช้พลังเจตจำนงต่อสู้ แต่กลับใช้ร่างกายเข้าประชิดแทน ผลสุดท้าย... กลับกลายเป็นภาพมายา!
เดิมทีต่อให้ใช้พลังเจตจำนง ก็ยากที่จะทำลายภาพมายาได้อยู่แล้ว
ผลคือเขากลับไม่ยอมใช้มันเสียอีก ลองนึกดูก็รู้ว่าจุดจบถูกกำหนดไว้แล้ว ช่างน่าเวทนายิ่งนัก!
จุดทวารแห่งหนึ่งถูกซูอวี่ซัดจนแหลกสลาย แม้จะยังฟื้นฟูได้ แต่นี่กลับยากยิ่งกว่าการเปิดจุดทวารใหม่เสียอีก หากไม่ใช้เวลาสักหนึ่งถึงสองเดือนก็อย่าหวังว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้!
หลังจากซัดจุดทวารของอีกฝ่ายจนแหลกสลาย ซูอวี่ก็เตะออกไปอย่างแรงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากพูด เขากระทืบเท้าลงไปเต็มแรง!
ตู้ม! ร่างนั้นร่วงกระแทกลงไปใต้ลานประลอง
"อักษรเทวะเอกเทศ นักเรียนที่อยู่ในห้าสิบอันดับแรก มีสมองแค่นี้เองหรือ"
ซูอวี่ขมวดคิ้วราวกับสงสัยเป็นอย่างมาก เขาเผลอส่ายหน้าเบาๆ
สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย!
เขามองไปทางโจวผิงเซิง ราวกับกำลังจะบอกว่า สมองแบบนี้... จะเป็นผู้เชี่ยวชาญอารยธรรมได้จริงๆ หรือ
"บ้าเอ๊ย!"
โจวผิงเซิงและพวกพากันขมวดคิ้ว!
แย่แล้ว!
หากใช้พลังเจตจำนง ก็ต้องระวังว่าจะถูกซูอวี่กัดกร่อนและแผดเผา
แต่ถ้าไม่ใช้ พอภาพมายาของเขาปรากฏขึ้น นอกเสียจากว่าคุณจะเป็นเหมือนโจวเฮ่า ที่มีปราณแท้กล้าแข็งจนสามารถทำลายภาพมายาได้โดยตรง ทว่าปราณแท้ระดับนั้น ผู้บ่มเพาะระดับวั่นสือขั้นสี่ขั้นห้าทั่วไปก็ไม่สามารถระเบิดออกมาได้หรอก
นั่นคือระดับเชียนจวินขั้นเก้าที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับฟ้าขั้นสูงสุดเชียวนะ ไม่ใช่ขยะเสียหน่อย!
"คนต่อไป!"
ซูอวี่ถอนหายใจพลางพูด "ช่วยทำให้ผมประหลาดใจหน่อยได้ไหมครับ"
ด้านล่างเวที นักเรียนหญิงคนหนึ่งขมวดคิ้ว เธอมองไปที่โจวผิงเซิง โจวผิงเซิงจึงส่งเสียงทางจิตว่า "ผลาญพลังมัน! เคล็ดวิชากลืนวิญญาณต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็เป็นเพียงวิชาที่เปิดจุดทวารได้สามสิบหกจุดเท่านั้น พลังทำลายล้างที่แท้จริงเทียบเท่ากับระดับเชียนจวินเท่านั้น..."
นักเรียนหญิงพูดไม่ออก
ไร้สาระ ฉันก็รู้เหมือนกันนั่นแหละ!
ประเด็นคือมันต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ ไม่เห็นจูหงกับพวกหรือไง แค่โดนโจมตีครั้งเดียวก็พากันลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นด้วยความเจ็บปวดแล้ว!
ของพรรค์นี้ รับมือไม่ง่ายเลย
แม้อยู่ในใจจะไม่เต็มใจ แต่ก็จำต้องขึ้นไปบนเวที เธอไม่ได้อยู่สายของโจวหมิงเหริน แต่เป็นสายของผู้อาวุโสหออวี๋หง ทว่าตอนนี้ผู้อาวุโสหอไม่อยู่ โจวผิงเซิงจึงเป็นคนตัดสินใจ แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ
นักเรียนหญิงกระโดดขึ้นไปบนเวที!
เมื่อซูอวี่เห็นว่าเป็นผู้หญิง เขาก็ยิ้มพลางพูดว่า "ผมเป็นพวกไม่ชอบรังแกผู้หญิงครับ ถึงจะเป็นศัตรูกัน แต่ผมก็ยังมีจุดยืนอยู่บ้าง ศิษย์พี่หญิงท่านนี้ ยอมแพ้แล้วลงจากเวทีไปเถอะครับ! มิเช่นนั้นก็จะถือว่าเป็นศัตรู และศัตรู... ไม่แบ่งแยกชายหญิง!"
นักเรียนหญิงขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ศิษย์น้องซูกำลังเหยียดเพศหญิงอยู่งั้นหรือ"
"นั่นก็ไม่ใช่ครับ"
ซูอวี่พูดเสียงเรียบ "ศิษย์พี่หญิงไม่ต้องมาวางกับดักผมหรอกครับ ผมซูอวี่ก็มีผู้ฝึกยุทธ์หญิงที่แข็งแกร่งให้เคารพเทิดทูนอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นอาจารย์อู๋ฉีที่สังหารยอดฝีมือเผ่ามาร ผมรู้สึกมาตลอดว่าผู้ฝึกยุทธ์เช่นนี้แหละ ถึงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง! แม้แต่อยู่ต่อหน้าอาจารย์ของผม ผมก็ยังพูดแบบนี้ เพราะยอดฝีมือที่กล้าบุกเดี่ยวเข้าไปในสนามรบพหุภพเพื่อปลิดชีพศัตรู ล้วนเป็นบุคคลที่ผมเคารพเทิดทูน ไม่แบ่งแยกชายหญิง!"
"ส่วนศิษย์พี่หญิง... หากไม่ยอมแพ้จริงๆ เช่นนั้นก็เริ่มกันเถอะครับ!"
ซูอวี่พูดจาสุภาพเรียบร้อย แต่ในชั่วขณะที่หลิวหงประกาศเริ่มการประลอง ครั้งนี้ซูอวี่กลับไม่รอช้าอีกต่อไป!
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ดาบยาวเล่มหนึ่งไร้สุ้มเสียง ฟันฉับลงมาในดาบเดียว!
ปราณดาบพุ่งทะยาน จิตสังหารดุดัน สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ภาพมายาระเบิดออก เปลวเพลิงสีดำยิ่งลุกโชนแผดเผา!
นักเรียนหญิงคนนี้ลอบด่าในใจ!
ไหนบอกว่าจะไม่ลงมือกับผู้หญิงไง!
ลงมือโหดเหี้ยมกว่าเมื่อกี้เสียอีก!
พลังเจตจำนงระเบิดออก อักษรเทวะปะทุ!
พลังเยือกแข็งขุมหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิบนลานประลองลดฮวบลงในพริบตา ดาบยาวศาสตราแห่งอารยธรรมถูกแช่แข็งจนความเร็วลดลงไปบ้าง ทว่าทันทีที่พลังเจตจำนงระเบิดออก พลังแผดเผานั้นก็ลุกลามติดพลังเจตจำนงทันที
สีหน้าของนักเรียนหญิงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ขาวซีดไร้สีเลือด!
เจ็บปวดเหลือเกิน!
เจ็บจนทำให้เธออยากจะกระโดดลงจากเวทีเดี๋ยวนี้เลย!
บ้าเอ๊ย!
พลังขุมนี้ นอกเสียจากว่าจะบรรลุระดับเหินเวหา มิเช่นนั้นก็ยากที่จะทนรับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้
ด้านข้าง หลิวหงก็เบ้ปาก ของพรรค์นี้เวลาเผาคนมันเจ็บปวดมากจริงๆ นั่นแหละ!
จบเห่แล้ว!
หากเคล็ดวิชานี้ถูกเผยแพร่ออกไปจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญอารยธรรม... ก็ยังพอทน เพราะถึงอย่างไรก็เปิดจุดทวารได้เพียงสามสิบหกจุด เมื่อถึงระดับเหินเวหา พลังแผดเผาก็ไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับพวกเขามากนัก ทว่าหากอีกฝ่ายอยู่ในระดับเหินเวหาเช่นกัน มันก็ยังสร้างผลกระทบได้บ้างอยู่ดี
อย่างน้อยก็ทำให้นักรบมีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งใบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญอารยธรรม!
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ค้อนขนาดเล็กด้ามหนึ่งก็พุ่งออกมาอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง
ปกคลุมด้วยอักษรเทวะแห่งเงา!
นักเรียนหญิงยังคงระเบิดพลังเจตจำนงเพื่อแช่แข็งดาบยาวศาสตราแห่งอารยธรรม รับมือกับเปลวเพลิงสีดำ ทว่าวินาทีต่อมา พลังเจตจำนงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายดังขึ้นในห้วงสมอง!
ภาพตรงหน้าพร่ามัว วินาทีต่อมา น้ำแข็งที่เกาะอยู่บนดาบยาวศาสตราแห่งอารยธรรมก็ละลายหายไป ดาบเล่มนั้นพุ่งทะยานออกไป เสียง 'ฉึก' ดังขึ้น มันแทงทะลุหน้าอกของเธอ ตรึงร่างของนักเรียนหญิงคนนั้นไว้ใต้ลานประลอง!
หลิวหงมองซูอวี่ด้วยสายตาพิลึกพิลั่น!
นาย... บอกว่าจะไม่ลงมือกับผู้หญิงไม่ใช่หรือ
รู้ตัวไหมเนี่ย ว่าสิ่งที่นายทำมันน่ากลัวยิ่งกว่าการซัดคนจนพิการเสียอีก!
ด้านล่างเวที ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันมองไปที่ซูอวี่
ซูอวี่รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย เขาพูดเสียงเบาว่า "ผมออมมือให้แล้วนะครับ ถึงจะเป็นคู่ต่อสู้ แต่เห็นแก่ที่เป็นผู้หญิง ผมเลยไม่ได้ทำร้ายพลังเจตจำนงของเธอจนบาดเจ็บสาหัส..."
เขารู้สึกแปลกใจ!
มองผมแบบนี้ทำไมเนี่ย
ผมออมมือให้แล้วจริงๆ นะ!
การต่อสู้ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ย่อมมีความเกรงใจอยู่บ้าง หลักๆ เป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะให้ศิษย์พี่หญิงของตัวเองแกล้งทำตัวน่าสงสาร เขาจึงกังวลว่าอักษรเทวะเอกเทศจะทำลายภาพลักษณ์ของเขาด้วยวิธีเดียวกันนี้ ทว่าผลลัพธ์กลับ... ทำไมถึงมองผมแบบนี้กันล่ะ
และในตอนนี้ คนต่อไปก็คือชิวอวิ๋น!
เวลานี้ สีหน้าของชิวอวิ๋นเปลี่ยนไป เธอมองไปที่อาจารย์ของตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยการปฏิเสธ!
ฉันไม่เอา!
ฉันไม่อยากขึ้นเวที!
ซูอวี่ ซูอวี่มันเป็นโรคจิต!
เขาใช้ดาบแทงทะลุหน้าอก... ไม่ได้อยู่ตรงกลาง แต่เฉียงไปหน่อย อย่างนั้น... เธอไม่เอาด้วยหรอก!
นักเรียนหญิงคนที่ถูกตรึงอยู่ใต้ลานประลอง เวลานี้ก็มีสีหน้าสิ้นหวังเช่นกัน เธอมองไปที่ซูอวี่ ตอนนี้ซูอวี่เรียกศาสตราแห่งอารยธรรมกลับไปแล้ว นักเรียนหญิงคนนี้หน้าซีดเผือด เธอก้มมองหน้าอกของตัวเองที่ถูกย้อมไปด้วยสีเลือด ก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่น "ซูอวี่ นับจากวันนี้ไป หากไม่ตายก็ไม่ขอเลิกรา!"
"..."
ซูอวี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "หากศิษย์พี่หญิงต้องการจะต่อสู้จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งจริงๆ ซูอวี่คนนี้ก็ไม่ขัดข้องครับ! ผมออมมือให้แล้ว ศิษย์พี่หญิงอย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยครับ!"
"แก... ไอ้บ้าเอ๊ย!"
นักเรียนหญิงคนนั้นโซซัดโซเซยืนขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเศร้าสลด เธอเดินโงนเงนวิ่งฝ่าวงล้อมของผู้คนออกไป ก่อนจะหายลับตาไปอย่างรวดเร็ว
...
ด้านล่างเวที
เซี่ยฉานและนักเรียนหญิงคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกแปลกๆ พวกเธอมองซูอวี่แวบหนึ่ง ไม่นานก็มีคนกระซิบถาม "ซูอวี่... ไม่รู้อะไรเลยงั้นหรือ"
"เขาไม่เคยคลุกคลีกับผู้หญิงมาก่อนหรือเปล่า"
"..."
คุยกันไปคุยกันมา ไม่นานก็มีคนรู้ว่าหลิวเยวี่ยเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาในสถาบันการศึกษาระดับกลาง จึงพากันเข้าไปสอบถาม
หลิวเยวี่ยเองก็กำลังเหม่อลอยอยู่บ้าง เมื่อมีคนถาม เธอจึงตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก "ตอนที่อยู่สถาบันการศึกษาระดับกลาง เขาก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้คุยกับผู้หญิงเหมือนกันนะคะ เพื่อนสนิทที่สุดของเขาเป็นผู้ชาย ปกติเขาก็จะคุยแต่กับเพื่อนผู้ชายคนนั้น จากนั้นก็ไปเรียนแล้วก็กลับบ้าน บางครั้งก็จะไปหอสมุด พออ่านหนังสือก็จะอ่านทั้งวัน ต่อให้เจอกันในหอสมุด ก็แค่พยักหน้าทักทายกันเท่านั้น..."
ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา ก็มีคนเหม่อลอยไปชั่วขณะ
จู่ๆ หลิวเยวี่ยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอพูดเสียงเบาว่า "เขา... แม่ของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็กน่ะค่ะ!"
คำพูดนี้ทำให้นักเรียนหญิงด้านล่างเวที พลันเกิดความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูประดุจมารดาทะลักทลายออกมาในชั่วพริบตา!
"มิน่าล่ะ!"
"เป็นน้องชายที่ใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ ด้วย ไม่เคยคลุกคลีกับผู้หญิงเลยสินะ!"
"น่าสงสารจัง กำพร้าแม่ตั้งแต่เด็กเลย!"
"มิน่าล่ะถึงไม่ค่อยเข้าใจ การแทงทะลุหน้าอก... มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าโดนฟันแขนขาดเสียอีก!"
"..."
นักเรียนหญิงด้านล่างเวทีแต่ละคนต่างรู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างท่วมท้น ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าซูอวี่ทำเกินไปหน่อย แต่พอลองมาคิดดูแล้ว ตั้งแต่เด็กจนโตเขาแทบจะไม่เคยคุยกับผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มที่ใสซื่อบริสุทธิ์แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ หายากเกินไปแล้ว!
...
ซูอวี่ขมวดคิ้ว ขี้เกียจจะคิดอะไรให้วุ่นวาย
เขาออมมือให้แล้วจริงๆ นะ!
เขากับเฉินฮ่าวนั้นไม่เหมือนกัน เขารู้ดีว่าคำพูดคนน่ากลัวเพียงใด การลงมือโหดเหี้ยมกับผู้หญิง มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่งผลเสียเปล่าๆ
ต่อให้เป็นชิวอวิ๋น ก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเขา
เป้าหมายหลักของเขาคือไจ๋เฟิง!
ผู้ชายต่อยตีกับผู้ชาย ต่อให้ถูกซัดจนตายก็ไม่มีใครเห็นใจสักเท่าไหร่ แต่ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงจนพิการ มันดูไม่ค่อยดีนัก
ไม่รู้เหมือนกันว่าคนพวกนี้จะซุบซิบอะไรกันนักหนา!
สายตาพวกนั้น... ทำให้เขารู้สึกอึดอัดชอบกล
"คนต่อไป!"
ซูอวี่ตะโกนเสียงดัง!
ด้านล่างเวที ใบหน้าของชิวอวิ๋นเต็มไปด้วยความปฏิเสธ เดิมทีคนต่อไปน่าจะเป็นศิษย์พี่ของเฉินฉี่ นักเรียนหญิงคนเมื่อครู่อยู่อันดับที่สี่สิบ ทว่าเมื่อกัวเซิ่งเฉวียนไม่อยู่ คนต่อไปจึงเป็นเธอ!
เธอไม่อยากขึ้นเวทีสักเท่าไหร่!
โจวผิงเซิงเองก็มีสีหน้าฉุนเฉียว เป้าหมายที่จะผลาญพลังซูอวี่ ในตอนนี้ถือว่ายังไม่สำเร็จนัก แม้ว่าเมื่อครู่ซูอวี่จะระเบิดพลังเจตจำนงออกมาไม่น้อยก็ตาม
ชิวอวิ๋นอยู่อันดับที่ยี่สิบสี่ ถือว่ายังแข็งแกร่งมาก
"ชิวอวิ๋น ขึ้นไป!"
โจวผิงเซิงส่งเสียงทางจิตตวาดลั่น!
จะมามัวเกรงใจอะไรกันนักหนา!
ชิวอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันกระโดดขึ้นไปบนเวที!
ซูอวี่พ่นลมหายใจออกมา เขามองไปที่ชิวอวิ๋น นี่คือเป้าหมายเดิมของเขาในวันนี้ ผลสุดท้ายโจวเฮ่ากลับขึ้นเวทีมา ทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ดูท่าตอนนี้การจะรับมือกับชิวอวิ๋น คงต้องลงแรงมากหน่อยแล้ว!
ชิวอวิ๋นแข็งแกร่งมาก!
ร่างกายระดับวั่นสือขั้นห้า พลังเจตจำนงขั้นบ่มเพาะจิตจุดสูงสุด พลังต่อสู้โดยรวมไม่ด้อยไปกว่าระดับวั่นสือขั้นเจ็ดเลย
หากทุ่มสุดตัว ด้วยสภาพร่างกายของซูอวี่ในตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะเธอได้อย่างแน่นอน!
ทว่าเมื่อการประลองเริ่มขึ้น ชิวอวิ๋นกลับดูหวาดกลัวกล้าๆ กลัวๆ เล็กน้อย!
ถึงขั้นมีท่าทีหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยซ้ำ!
ยิ่งต่อสู้ไป ซูอวี่ก็ยิ่งพบความผิดปกตินี้ ภายในใจลึกๆ ถึงกับมีความคิดแวบหนึ่งขึ้นมา... นี่เป็นสายลับหรือเปล่าเนี่ย
หลีกเลี่ยงการปะทะ!
ปะทะกันยังไม่ถึงสามนาที เคล็ดวิชากลืนวิญญาณของซูอวี่เพิ่งจะแผดเผาอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง จู่ๆ ชิวอวิ๋นก็แผดเสียงร้องโหยหวน ร่างร่วงหล่นลงจากลานประลองไปโดยตรง!
"..."
ล้มมวย!
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของซูอวี่ทันที ทำไมน่ะหรือ
สายลับจริงๆ งั้นหรือ
ชิวอวิ๋นไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาอย่างแน่นอน!
ไม่ใช่แค่ซูอวี่ หลายคนต่างก็มีสายตาแปลกประหลาด ชิวอวิ๋นไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาจริงๆ มีเจตนาหลีกเลี่ยงการปะทะอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่โจวผิงเซิงก็ยังมองออก!
เขามองไปที่เธอด้วยความโกรธจัด ชิวอวิ๋นก้มหน้าเงียบไม่พูดจา
อันที่จริงเธอก็ไม่ได้กลัวว่าซูอวี่จะทำอะไรเธอหรอก เพียงแต่... มันไม่เห็นจำเป็นเลยนี่!
ด้านบนยังมีศิษย์พี่อยู่อีกคนนี่นา!
เป้าหมายหลักของเธอคือผลาญพลัง เธอผลาญพลังเจตจำนงของซูอวี่ไปได้มากแล้ว หรือจะให้เธอทำเหมือนศิษย์พี่หญิงคนเมื่อครู่ สู้ตายกับซูอวี่จนถึงที่สุด หรือแม้กระทั่งมีสภาพเดียวกับโจวเฮ่าอย่างนั้นหรือ
โจวผิงเซิงก็ขี้เกียจจะพูดอะไรอีก เขามองไปที่ไจ๋เฟิง!
ในที่สุดเวลานี้ไจ๋เฟิงก็ถอนหายใจออกมาได้เสียที!
ซูอวี่ ทำเนียบร้อยอันดับ อันดับที่ยี่สิบสี่แล้ว!
ตัวเขา ก่อนหน้านี้อยู่อันดับที่เก้า
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว!
ก่อนหน้านี้เพื่อรับมือกับซูอวี่ อันดับของเขาร่วงลงไปไม่น้อย ช่วงนี้เพิ่งจะไต่กลับมาอยู่อันดับที่สิบสองได้ ยังไม่ติดสิบอันดับแรกเลย
โดยไม่ต้องรอให้ซูอวี่เอ่ยปาก ไจ๋เฟิงก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีโดยตรง สายตาเย็นชาเยือกเย็น เขาแค่นยิ้มพลางพูดเสียงต่ำ "ซูอวี่ หวังว่าวันนี้นายจะยังยืนลงจากเวทีไปได้นะ!"
นักเรียนจากทุกสารทิศต่างพากันตึงเครียด!
ในเวลานี้ แต่ละคนต่างจับจ้องไปที่พวกเขาตาไม่กะพริบ
ถึงตาไจ๋เฟิงแล้ว!
หากทะลวงไจ๋เฟิงไปได้ ซูอวี่ก็ถือว่าทะลวงอักษรเทวะเอกเทศได้อย่างแท้จริง!
ทว่าด้วยสภาพร่างกายของซูอวี่ในตอนนี้ จะเป็นคู่ต่อสู้ของไจ๋เฟิงได้หรือ
ไจ๋เฟิง ร่างกายระดับวั่นสือขั้นเจ็ด พลังเจตจำนงขั้นบ่มเพาะจิตจุดสูงสุด ดูเหมือนจะมีอักษรเทวะระดับสองอยู่หนึ่งตัวด้วย ส่วนจะมีจริงหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่แน่ชัด พลังต่อสู้โดยรวมเข้าใกล้ระดับวั่นสือจุดสูงสุด เคยปะทะกับระดับเหินเวหามาแล้ว แม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็เคยปะทะกับระดับเหินเวหามาจริงๆ!
ฝีมือของซูอวี่ในตอนนี้ ต่อให้ผสานกับเคล็ดวิชากลืนวิญญาณ ก็คงเทียบเท่ากับระดับวั่นสือขั้นเจ็ดเท่านั้น
ไม่มีทางถึงขั้นเก้าเด็ดขาด!
บวกกับร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของไจ๋เฟิงได้หรือ
ทว่าในขณะที่ไจ๋เฟิงกำลังฮึกเหิมอยากจะลองประลองฝีมืออยู่นั้น จู่ๆ ซูอวี่ก็กระโดดลงจากลานประลอง!
"..."
คนรอบด้านต่างพากันชะงักงันไปชั่วขณะ
ไจ๋เฟิงคำรามลั่น "ซูอวี่ แกหมายความว่ายังไง!"
"ไม่สู้แล้ว วันนี้พอแค่นี้แหละ!"
ซูอวี่เดินไปพลางพูดไปพลาง "สู้มาพอสมควรแล้ว อีกสองสามวันค่อยว่ากันใหม่ วันนี้ผมจะกลับไปรักษาแผลแล้ว!"
"ไอ้สารเลว บัดซบ ไอ้เวรเอ๊ย..."
ไจ๋เฟิงแผดเสียงคำราม!
แม่งเอ๊ย!
อุตส่าห์สู้มาจนถึงตอนนี้ เพื่อให้เขาได้ขึ้นเวที นักเรียนในสายของเขาถ้าไม่ยอมแพ้ ก็หลีกเลี่ยงการปะทะ แล้วนี่แกจะไม่สู้แล้วงั้นหรือ!
แกดันไม่สู้แล้วเสียนี่!
ไอ้สารเลว ก่อนหน้านี้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะท้าประลองกับฉันไม่ใช่หรือไง!
ไอ้สารเลวเอ๊ย!
ไจ๋เฟิงแผดเสียงคำราม ปราณแท้ระเบิดออก พลังสายเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ความโกรธแค้นพลุ่งพล่าน!
ซูอวี่ไม่สู้แล้ว!
ประโยคนี้หลุดออกมา มันช่างเจ็บปวดยิ่งกว่าการที่เขาพ่ายแพ้เสียอีก มันไม่สู้แล้ว!
"ซูอวี่ ไอ้ขยะ แกไม่ใช่คุยโวว่าจะทะลวงอักษรเทวะเอกเทศหรอกหรือไง"
ไจ๋เฟิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง!
ด้านล่าง โจวผิงเซิงเองก็โกรธจัดจนขาดสติ เขาตวาดลั่น "ซูอวี่ แกยอมแพ้แล้วงั้นหรือ"
ซูอวี่พูดด้วยความประหลาดใจ "ผมอยู่อันดับที่ยี่สิบสี่ ยอมแพ้อะไรกันครับ ผู้ดูแลหอโจวนับเลขไม่เป็นหรือไง ผมไม่ประลองไต่อันดับขึ้นไปแล้ว แบบนี้เรียกว่ายอมแพ้หรือไงครับ ไม่ใช่ว่ามีคนท้าประลองผมอยู่ข้างหลังเสียหน่อย! แปลกคนจัง แบบนี้เรียกว่ายอมแพ้ด้วยหรือ ผมเอาชนะรวดจนเข้ามาอยู่อันดับที่ยี่สิบสี่ได้ กลายเป็นยอมแพ้ไปได้ยังไงกันครับ"
"แก!"
โจวผิงเซิงโกรธจนควันออกหู!
ไอ้เด็กบัดซบ!
มันปั่นหัวพวกเรา!
ตั้งแต่แรกมันก็ไม่ได้เตรียมตัวจะท้าประลองกับไจ๋เฟิงอยู่แล้ว!
"ผู้ดูแลหอโจวครับ การแทรกแซงการประลองของนักเรียน ถือว่าผิดกฎระเบียบนะครับ!"
"ผู้ดูแลหอโจวเป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง อย่าได้รู้กฎแล้วยังทำผิดกฎสิครับ!"
ซูอวี่มีสีหน้าเรียบเฉย กวนประสาทจนคนแทบกระอักเลือดตายได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ
ไร้สาระ ผมไม่ได้โง่เสียหน่อย
ในช่วงที่ร่างกายสมบูรณ์เต็มร้อย ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของไจ๋เฟิงได้ นับประสาอะไรกับตอนนี้ ทำไมผมต้องสู้ให้รู้ดำรู้แดงด้วยล่ะ!
หากบาดเจ็บสาหัสจนต้องพักฟื้นไปหลายเดือน ต่อให้เอาชนะไจ๋เฟิงได้ มันก็ไม่คุ้มกันอยู่ดี
ซูอวี่ยิ้ม "หลังจากนี้ ผมจะพักสักสามวัน ใครอยากท้าประลองก็เชิญตามสบาย ผมจะยอมแพ้ให้หมด ตีผมให้ตกจากทำเนียบร้อยอันดับอีกครั้งสิ ผมจะได้เริ่มไต่อันดับขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น หวังว่าอักษรเทวะเอกเทศจะช่วยรักษาอันดับที่ยี่สิบสี่ไว้ให้ผมได้นะ! ถ้ารักษาไว้ไม่ได้ ผมก็จะปล่อยให้อันดับร่วงลงไปเรื่อยๆ แล้วค่อยไต่อันดับขึ้นมาใหม่!"
"ไอ้เด็กสารเลว!"
โจวผิงเซิงโกรธจนแทบกระอักเลือดจริงๆ!
ไอ้เด็กบัดซบ!
มัน... มันถึงกับให้อักษรเทวะเอกเทศช่วยปกป้องอันดับที่ยี่สิบสี่ให้มันเนี่ยนะ!
บัดซบจริงๆ!
ซูอวี่ยิ้ม "ใครหน้าไหนที่มาท้าประลองกับผม หวังว่าอักษรเทวะเอกเทศจะสามารถซัดพวกมันให้ร่วงจากอันดับไปได้ ทำให้พวกมันไม่มีคุณสมบัติมาท้าประลองกับผมได้ล่ะ มิเช่นนั้น... ผมก็จะยอมแพ้ คนที่เคยพ่ายแพ้มาแล้วกว่าแปดพันครั้งอย่างผม ไม่สนเรื่องพรรค์นี้หรอก! ถ้ารักษาอันดับของผมไว้ไม่ได้ นอกเสียจากว่าข้างบนผมจะมีไจ๋เฟิงอยู่แค่คนเดียว มิเช่นนั้น ผมจะมาหาบ่อยๆ แน่!"
"..."
ไร้สุ้มเสียง!
ในเวลานี้ แม้แต่นักเรียนและนักวิจัยที่มุงดูอยู่ ก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนและมีสีหน้าแปลกประหลาด
หากเป็นไปตามที่พูดมา... อักษรเทวะเอกเทศ ก็ต้องช่วยซูอวี่รักษาอันดับไว้ให้ได้จริงๆ น่ะสิ!
มิเช่นนั้น อักษรเทวะเอกเทศก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!
ซูอวี่จะมาท้าประลองไต่อันดับอยู่บ่อยๆ จ้องแต่จะเล่นงานคนของพวกเขา หากไม่ยอมแพ้หรือหลีกเลี่ยงการต่อสู้ ทันทีที่รับคำท้าประลอง ก็จะต้องถูกทารุณกรรมอย่างย่อยยับแน่นอน!
บนเวที ไจ๋เฟิงแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!
พลังเจตจำนงปั่นป่วน เขาแผดเสียงคำรามลั่น "ซูอวี่ ไอ้คนไร้ยางอาย แกอยากจะประลองกับฉันไม่ใช่หรือไง ขึ้นมาสิวะ!"
เขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!
ซูอวี่หันหน้าไปมองเขา ก่อนจะยิ้มบางๆ "นายก็ลงมาตีผมสิ!"
"..."
วินาทีนี้ไจ๋เฟิงอยากจะลงไปฆ่าเขาให้ตายจริงๆ เขาถึงขั้นอยากจะลงไปฆ่าไอ้สารเลวนี่โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น!
รอยยิ้มนั่น ช่างขัดหูขัดตายิ่งนัก!
ผม... ก็แค่ปั่นหัวพวกนายเล่นเท่านั้นแหละ!
ไอ้พวกโง่!
ไอ้พวกปัญญาอ่อน!
คำเย้ยหยันอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น ทำให้เขาเจ็บปวดจนกระโดดลงจากลานประลองไปจริงๆ ในตอนนั้นเอง สีหน้าของโจวผิงเซิงก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก รีบยื่นมือออกไปคว้าคอไจ๋เฟิงเอาไว้ เสียง 'ตู้ม' ดังสนั่น เขาโยนร่างของไจ๋เฟิงออกไปไกลหลายสิบเมตร!
ร่างของไจ๋เฟิงร่วงกระแทกพื้น ถึงได้นึกอะไรขึ้นมาได้และได้สติกลับมา เมื่อมองไปที่ซูอวี่อีกครั้ง รอยยิ้มของซูอวี่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เขาพูดเสียงเรียบ "การโจมตีนักเรียนด้านล่างเวที สาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ สมควรตาย! ศิษย์ลุงครับ คราวหน้าอย่าใจอ่อนอีกนะครับ นี่คือสาวกลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์!"
ทางด้านนั้น เฉินหย่งยิ้มและพยักหน้า เขากล่าวเสียงเบา "คราวหน้าจะระวัง!"
ใบหน้าของซูอวี่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม!
เขาปรายตามองโจวผิงเซิงแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่หลิวหง เขายิ้ม ก่อนจะก้าวเดินจากไป!
"ไจ๋เฟิง ฉันพัฒนาเร็วมากนะ คราวหน้าค่อยรอให้ฉันมาเล่นงานแกใหม่ก็แล้วกัน!"
ซูอวี่หัวเราะร่า เขาเข้าไปพยุงอู๋เจียที่อยู่ตรงนั้น แล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม!
"อ๊าก!"
ไจ๋เฟิงแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง อัดอั้นตันใจ คำรามลั่น!
เรื่องนี้มันช่างเจ็บปวดยิ่งกว่าการที่เขาพ่ายแพ้เสียอีก!
เขาไม่ยอม!
เขาไม่ยอมรับหรอก!
ซูอวี่ ไอ้สารเลวเอ๊ย ไอ้เดรัจฉาน มันเอาแต่ปั่นหัวพวกเขากันมาตลอดเลย!
คนทั้งกลุ่ม ถูกซูอวี่หลอกปั่นหัวกันหมด!
ไอ้เรื่องที่ว่า สู้ไม่ได้แล้ว ไม่สู้แล้ว คราวหน้าค่อยตีมันใหม่ ทุกคนอย่าบังคับให้ผมต้องลงไม้ลงมือเลยนะ!







