(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 113
บทที่ 113 แฟนเก่าที่จะทำให้โรคเก่ากำเริบ
เมื่อผู้ชมเห็นชื่อของผู้ที่ส่งข้อความขอเข้าร่วมพูดคุย พวกเขาก็เริ่มสนุกสนานกันขึ้นมา
ที่แท้ก็เป็น “ปรมาจารย์แห่งการหลอกลวง” หอไอเฟล
เฉินหยูยิ้มเล็กน้อย ก่อนกดรับคำขอเข้าร่วมพูดคุย
ในวินาทีต่อมา หอไอเฟล ก็ปรากฏตัวบนหน้าจอ
“สวัสดีครับทุกคน ขอใช้เวลาของคุณสักครู่”
“ผมได้ดูการสนทนาระหว่างคุณหมอเฉินกับผู้ชมคนก่อนหน้า และผมรู้สึกเห็นใจอย่างมากกับสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญในอนาคต”
“หลังจากที่ได้รับการรักษาจากคุณหมอเฉิน ผมก็สามารถหลุดพ้นจากปัญหาทางจิตใจได้อย่างสมบูรณ์”
“ผมจึงตัดสินใจทำเหมือนคุณหมอเฉิน โดยใช้ความสามารถเล็กๆ ของตัวเอง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ”
หอไอเฟล พูดสั้นๆ แต่ก็ชัดเจน เขาเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเอง รวมถึงการขอบคุณเฉินหยู
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนหัวข้อ บอกว่าเมื่อวานเขาได้สมัครบัญชีไลฟ์สด และตัดสินใจจะเป็นผู้ดำเนินรายการต่อต้านการหลอกลวง
เขากล่าวว่าชีวิตที่ผ่านมา เขาถูกความหลงใหลในการหลอกลวงครอบงำ จนทำให้เสียทุกอย่างที่เคยมีไป
ตอนนี้เขาตื่นรู้แล้ว และต้องการทำบางสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมและผู้อื่น
“นอกจากการหลอกลวงในประเทศเมียนมาร์แล้ว ในสังคมยังมีการหลอกลวงอีกมากมาย”
“เพื่อนๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในสังคมมากนัก มักจะตกเป็นเหยื่อของพวกสิบแปดมงกุฎได้ง่าย”
“หากพวกคุณพบเจอคนที่ดูเหมือนจะเป็นสิบแปดมงกุฎ หรือรู้สึกว่ามีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้น สามารถมาที่ไลฟ์ของผมได้”
“มาคุยกับผม หรือส่งข้อความส่วนตัว ผมจะพยายามช่วยคุณวิเคราะห์สถานการณ์ให้ได้ทันที”
“ทำดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนตกเป็นเหยื่อ”
หลังจากพูดจบ หอไอเฟล ก็ยิ้มและกล่าวว่า “คุณหมอเฉิน ผมพูดจบแล้วครับ”
“ผมดีใจที่คุณพบเส้นทางของตัวเอง”
“ในนามของผู้ชมทุกคน ผมขอขอบคุณคุณ”
เฉินหยูก็ยิ้มตอบ
ทันทีที่หอไอเฟล เริ่มพูด พลังบุญกุศลก็ไหลเข้ามาในร่างของเฉินหยู
การชักชวนคนให้ทำความดีนั้นถือเป็นบุญกุศลไม่น้อย
หอไอเฟล เคยเป็นสุดยอดสิบแปดมงกุฎในวงการ
เมื่อเขาหันมาช่วยผู้คน ผู้ชมหลายคนจะได้รับประโยชน์ และรอดพ้นจากกับดักของพวกสิบแปดมงกุฎได้แน่นอน
“คุณลุงนี้กลับใจจริงๆ ใช่ไหม?”
“มีผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอกลวงมาช่วยแนะนำ ตอนนี้จะตกเป็นเหยื่อคงยากแล้ว”
“ลุงคะ เดี๋ยวเราดูไลฟ์ของคุณหมอเฉินเสร็จแล้วจะไปกดติดตามนะคะ”
“แสงสว่างแห่งความดีงาม”
ผู้ชมส่วนใหญ่เคยดูการไลฟ์สดระหว่างเฉินหยูและหอไอเฟล มาก่อน
พวกเขารู้จักตัวตนของหอไอเฟล
และรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน
เขาเลิกการหลอกลวงและกลายมาเป็นผู้ดำเนินรายการต่อต้านการหลอกลวงได้
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้เฉินหยู
ในทันที ผู้ชมหลายคนก็ส่งของขวัญในห้องไลฟ์สด
“ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ ขอเชิญผู้ป่วยคนต่อไปได้เลยครับ”
เฉินหยูพูดพร้อมรอยยิ้ม
จากนั้นผู้ชมที่ใช้ชื่อว่า ‘คุณหนูไป๋เถิง’ ก็ปรากฏตัวบนหน้าจอ
“โอ้โห นี่กลัวจะเจอใครเข้า หรือว่ากลัวจะถูกจับได้?”
“ปิดหน้ามิดชิดขนาดนี้ ไม่ใช่คนร้ายที่ถูกตามจับอยู่เหรอ?”
“ฮ่าฮ่า ตลกไม่ไหว คนร้ายมาขอพูดคุยกับคุณหมอเฉิน นี่มันเรื่องเหนือจริงอะไรเนี่ย”
“ถึงจะมองไม่เห็นหน้าคุณหนู แต่ฉันขอพนันเลยว่าต้องเป็นสาวสวยแน่นอน”
“คนข้างบนคงจะเก่งเรื่องวิเคราะห์สาวสวยน่าดู”
“ดูจากรูปร่างแล้ว ฉันให้ 90 คะแนน”
“ทำไมฉันรู้สึกคุ้นๆ ว่าฉันเคยเห็นเธอมาก่อน?”
ทันทีที่คุณหนูไป๋เถิงเข้ามาในสาย เธอก็เรียกกระแสคอมเมนต์มากมาย
สาเหตุก็เพราะเธอแต่งตัวแตกต่างจากคนอื่นมาก
เธอสวมเสื้อผ้าลำลองที่พอดีตัว รูปร่างผอมบาง ดูสง่างาม
แต่เธอปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด
เธอสวมแว่นกันแดดขนาดใหญ่
และมีผ้าปิดปากขนาดใหญ่ปิดไว้ใต้แว่นตา
แว่นกันแดดและผ้าปิดปากนี้ปกปิดใบหน้าของเธอแทบทั้งหมด
ผู้ชมที่เข้าร่วมการพูดคุยก่อนหน้านี้ มีตั้งแต่ฆาตกรไปจนถึงผู้บริหารบริษัท หรือแม้แต่ตำนานแห่งการหลอกลวง
ไม่มีใครที่ปกปิดใบหน้าตัวเอง
แม้แต่ปีศาจที่โหดร้ายอย่างปีศาจจินเฉิงก็ยังกล้าเผชิญหน้าผู้ชม
แต่คุณหนูไป๋เถิงกลับปกปิดใบหน้าของเธอจนแทบมองไม่เห็นอะไร
“ขอโทษนะคะคุณหมอเฉิน ที่ฉันต้องทำแบบนี้ ฉันมีเหตุผลบางอย่างค่ะ”
เสียงที่ไพเราะราวกับระฆังเงินดังออกมาจากปากของคุณหนูไป๋เถิง
เฉินหยูมองที่หน้าผากของเธอที่ไม่ถูกปิดบังไว้และพยักหน้า
“การปกป้องความเป็นส่วนตัวเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย ผมเข้าใจดี และไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ”
เฉินหยูกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“คุณผู้ป่วยครับ กรุณาบอกเล่าเกี่ยวกับโรคของคุณได้เลยครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คุณหนูไป๋เถิงก็เงียบไปสักครู่
“ฉัน...ฉันเป็นนักแสดงค่ะ ตอนนี้มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่อยากให้ฉันรับบทเป็นนางรองลำดับสาม”
“ฉันอยากถามคุณหมอเฉินว่าถ้าฉันรับบทนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะดังไหมคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ชมก็ตาสว่างทันที
ที่แท้ก็เป็นคนในวงการบันเทิง
ไม่แปลกใจเลยที่เธอต้องปิดหน้าปิดตาขนาดนี้
“เจออะไรแบบนี้ครั้งแรกเลยนะ ดาราดังๆ ที่กลัวถูกคนรบกวนปิดหน้าปิดตาแบบนี้ก็ยังพอเข้าใจได้ แต่แค่นักแสดงเกรดสองเกรดสามทำแบบนี้คิดว่าเป็นใครกันนะ?”
“คนข้างบนรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นนักแสดงเกรดสองเกรดสาม”
“ดาราดังๆ เขาจะมาเล่นเป็นนางรองลำดับสามเหรอ?”
“ไม่มีบุญเป็นดาราดัง แต่ดันเป็นโรคของดาราดัง”
“เรื่องหนังจะดังไม่ดังก็เป็นหน้าที่ของผู้กำกับ พระเอก นางเอกมาถาม ไม่ใช่นักแสดงสมทบที่ต้องถาม”
“คิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง?”
คุณหนูไป๋เถิงมองคอมเมนต์เสียดสีมากมายบนหน้าจอ
เธอเริ่มรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
เธอมีนิสัยที่ไม่ชอบความโอ้อวดและอยากจะเก็บตัว
เธอกลัวว่าถ้าเปิดเผยตัวตน จะทำให้ตัวเธอและเฉินหยูต้องเผชิญกับปัญหาที่ไม่จำเป็น
แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกผู้ชมเสียดสีเย้ยหยัน
“แค่ก!”
เมื่อได้ยินเสียงกระแอม คุณหนูไป๋เถิงก็พบว่าคอมเมนต์เสียดสีบนหน้าจอลดลงไปมาก
“ขอบคุณคุณหมอเฉินนะคะ”
คุณหนูไป๋เถิงรู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
“คุณผู้ป่วยครับ ไม่ต้องกดดันมากขนาดนั้น”
เมื่อมองเห็นชะตาชีวิตของคุณหนูไป๋เถิง เฉินหยูก็รู้สึกเศร้าเช่นกัน
“ก่อนที่จะตอบคำถามของคุณ ผมขอพูดอะไรจากมุมมองของหมอก่อนนะครับ”
“ได้ค่ะ เชิญพูดเลยค่ะ”
คุณหนูไป๋เถิงตอบ
“คุณเคยเป็นโรคซึมเศร้า และด้วยความพยายามของคุณเอง คุณค่อยๆ ก้าวออกจากเงามืดของโรคซึมเศร้าได้”
“แต่เร็วๆ นี้ โรคซึมเศร้าของคุณจะกลับมากำเริบอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินคำว่าโรคซึมเศร้า คุณหนูไป๋เถิงก็เบิกตากว้างขึ้นทันที
เธอเต็มไปด้วยความตกใจและพูดว่า “โรคของฉันจะกำเริบอีกเหรอคะ?”
เฉินหยูก็พยักหน้าและกล่าวว่า “มันจะเกิดขึ้นในไม่ช้า”
“ชีวิตไม่มีทางราบรื่นเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตกต่ำตลอดไปเช่นกัน”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
คุณหนูไป๋เถิงพึมพำกับตัวเอง “ถ้าฉันปฏิเสธการแสดงในหนังเรื่องนี้ อาการป่วยของฉันก็ไม่น่าจะกำเริบสินะ?”
เฉินหยูกล่าวว่า “อาการป่วยของคุณจะกำเริบหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้เลย”
“แล้วอะไรคือสาเหตุล่ะคะ?”
คราวนี้คุณหนูไป๋เถิงรู้สึกสับสนอย่างแท้จริง
ถ้าไม่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ แล้วอะไรคือสิ่งที่จะกระทบต่ออารมณ์ของเธอจนทำให้โรคเก่ากำเริบได้?
“เพราะผู้ชายคนหนึ่ง”
“คนที่คุณเคยรัก แต่สุดท้ายแล้วไม่สามารถเดินไปด้วยกันได้”
“แฟนเก่าของฉัน?”
คุณหนูไป๋เถิงเข้าใจทันทีว่าผู้ชายที่เฉินหยูกล่าวถึงคือใคร
เฉินหยูก็พยักหน้าและกล่าวว่า “สิ่งที่เขาจะทำต่อจากนี้ จะทำให้คุณตกเป็นเป้าหมายของสังคม”
“และมันจะกระทบต่ออารมณ์ของคุณอย่างมาก จนทำให้โรคเก่าของคุณกำเริบอีกครั้ง”







