จู๋ฉานฉานกระโดดไปตรงหน้าระฆังใหญ่ ชกมันไปสองหมัด ทว่าระฆังใหญ่ยังคงบุบบิบฟีบแบน นางกล่าวด้วยความเขินอายว่า "ข้าลากยอดเขาเฟยไหลมาจนถึงที่นี่ แถมยังต้องใช้วิชาควบคุมยอดเขาเฟยไหลอีกครั้ง พลังเวทจึงเหือดแห้งไปหมดแล้ว รอข้าสักสองวันเถอะ รอให้ข้าฟื้นฟูตบะก่อน แล้วข้าจะช่วยรักษาบาดแผลให้เจ้า"
"ถึงตอนนั้น อาอิ้งคงตัวเย็นชืดไปแล้ว"
ระฆังใหญ่รีบขยับเข้าไปด้านหลังศีรษะของสวี่อิง กล่าวเสียงอ่อยว่า "อาอิ้ง ให้ข้าเข้าไปสูดสักสองอึกเถอะ ประเดี๋ยวตอนหนีเอาชีวิตรอดจะได้ช่วยคุ้มครองเจ้าได้"
บัดนี้สวี่อิงมีตบะสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมในวันวานอีกแล้ว ส่วนระฆังใหญ่ในเวลานี้ก็ได้รับบาดเจ็บ หากสวี่อิงปิดผนึกดินแดนซีอี๋ของตัวเอง ระฆังใหญ่ย่อมไม่อาจบุกเข้าไปได้ ดังนั้นจึงจำต้องยอมลดตัวลงมาบ้าง
สวี่อิงพยักหน้า ระฆังใหญ่จึงรีบมุดเข้าไปในดินแดนซีอี๋ของเขา สูดปราณโลหิตเข้าไปสองอึกเพื่อประคองอาการบาดเจ็บ จากนั้นถึงค่อยวางใจ ร้องตะโกนว่า "อาอิ้ง ชักช้าไม่ได้แล้ว หนีคือยอดกลยุทธ์!"
จู๋ฉานฉานถามด้วยความงุนงงว่า "เมื่อครู่เจ้าไม่ได้บอกว่าจะสู้ให้ถึงที่สุดหรือ?"
ระฆังใหญ่ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า "หากเจ้าช่วยรักษาบาดแผลให้ข้า แล้วอาอิ้งเติมปราณโลหิตให้ข้ามากพอ ย่อมต้องสู้ถึงที่สุดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เจ้าหมดประโยชน์แล้ว ย่อมต้องหนีคือยอดกลยุทธ์สิ! เร็วเข้า! เร็ว!"
ระหว่างที่พูดคุยกัน หุ่นทองคำตนนั้นก็ยกยอดเขาเฟยไหลบนศีรษะขึ้นมา แล้วออกแรงขว้างปาใส่พวกเขาทันที!
สวี่อิงรีบคว้าตัวจู๋ฉานฉานแล้วกระโจนหลบ ทว่ายอดเขาเฟยไหลลูกนั้นใหญ่โตมหึมานัก ต่อให้เขาวิ่งสุดฝีเท้า ก็ยังถูกคลื่นกระแทกจากยอดเขาซัดจนปลิวขึ้นไปในอากาศ
ดวงตาของหุ่นทองคำสุสานหลวงปรากฏแสงเพลิงขึ้นอีกครั้ง เมื่อสวี่อิงเห็นดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก็รีบใช้วิชาข้ามฟ้าดุจเมฆาทันที เท้าเหยียบย่ำบันไดเมฆา อุ้มจู๋ฉานฉานทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หลบเลี่ยงการโจมตีจากแสงเพลิง
หุ่นทองคำสุสานหลวงรีบใช้สองมือยันพื้น พยายามดึงขาของตนขึ้นมาจากใต้ดิน ในจังหวะนั้นเอง ร่างของสวี่อิงก็ร่วงหล่นลงไปด้านหลังศีรษะของมัน!
จู๋ฉานฉานร้องลั่น "ไหนตกลงกันแล้วว่าจะหนีไง!"
ในเวลาเดียวกัน หยวนชีตื่นขึ้นมา เห็นหุ่นทองคำขนาดยักษ์เบื้องล่างกำลังลุกขึ้นยืน ก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา
"ท่านเจ็ด อ้าปากกว้างๆ!" สวี่อิงร้องตะโกน
หยวนชีที่ขดตัวอยู่บนไหล่ของเขามาตลอดยอมอ้าปากกว้างโดยสัญชาตญาณเมื่อได้ยิน หัวของมันใหญ่โตราวยอดเขาลูกย่อมๆ สวี่อิงดันจู๋ฉานฉานไปด้านหลัง ยัดนางเข้าไปในปากของมันแล้วสั่ง "ห้ามกัดนะ!"
หยวนชีเกือบจะงับลงไปตามสัญชาตญาณ พอได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเก็บเขี้ยวพิษทันที
สวี่อิงร่วงหล่นลงมาอย่างแรง กระแทกเข้ากับสะพานเทวะของหุ่นทองคำสุสานหลวงตนนั้น สะพานเทวะสร้างจากทองคำทมิฬทั้งชิ้น แข็งแกร่งทนทานยิ่งนัก บนพื้นผิวมีลวดลายสัญลักษณ์มรรคโคจรอยู่ แม้สวี่อิงจะร่วงลงมาจากที่สูงลิบก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
"เป็นอย่างที่คิด นิมิตเบื้องหลังหุ่นทองคำตนนี้ ล้วนเป็นของวิเศษที่ถูกหลอมสร้างขึ้น ไม่ใช่ดินแดนซีอี๋ของจริง!"
สวี่อิงคว้าขวานหินขึ้นมา ทุ่มกำลังกระตุ้นวิชาชักนำไท่อี ดึงพลังจากวังโคลน ลานเหลือง ตำหนักแดง และสระหยกออกมาจนหมดสิ้น ท่องแปดเสียงแห่งการบ่มเพาะปฐมกำเนิดในใจ ปราณโลหิตในร่างเดือดพล่าน พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
อานุภาพดุร้ายของขวานหินถูกกระตุ้นออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้เบื้องหลังของเขาปรากฏทะเลเลือดขึ้นมา ซากศพนับไม่ถ้วนในทะเลเลือดลุกขึ้นยืน ราวกับจะจำลองภาพตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ปรากฏอีกครั้ง!
"ตู้ม!"
สวี่อิงเงื้อขวานยักษ์ฟาดฟันลงไป สับเข้าที่สะพานเทวะแห่งนั้น พลันปรากฏลวดลายแฝงสัญลักษณ์มรรคจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาบนสะพานเทวะ แสงมงคลไหลเวียน ต้านทานขวานยักษ์ของเขาเอาไว้
แววตาของสวี่อิงทอประกาย กระตุ้นเนตรสวรรค์ มองลวดลายที่ก่อตัวจากสัญลักษณ์มรรคเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของสัญลักษณ์มรรค ขวานหินสับลงไปฉับๆ ราวกับหั่นผักปลาบแต่ง ผ่าสัญลักษณ์มรรคที่ขวางกั้นทั้งหมดให้ขาดสะบั้นในคราวเดียว!
ในที่สุดขวานหินก็สัมผัสกับตัวสะพานเทวะ แรงสะท้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวส่งผ่านมา นิ้วทั้งสิบของสวี่อิงถูกกระแทกจนแหลกเหลวในพริบตา นิ้วทั้งสิบระเบิดดังปังๆ แขนทั้งสองข้างอาบชุ่มไปด้วยเลือด เนื้อหนังปลิวว่อน หลุดลอกออกจากกระดูกแขน!
กระดูกแขนของเขาก็ถูกกระแทกจนปริร้าว และแตกหักอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้น ใต้รักแร้ของสวี่อิงก็มีแขนเลือดเนื้ออีกสองข้างงอกออกมา มันคือวิชากายาใน "เคล็ดลับอายุวัฒนะนิมิตเร้นวังโคลน" นั่นเอง
แขนเกิดใหม่ทั้งสองข้างของเขาคว้าขวานหิน เงื้อฟันลงไปอีกครั้ง แล้วแขนใหม่ทั้งสองข้างก็ถูกกระแทกจนระเบิดแหลกไปตามระเบียบ แต่ในเวลาเดียวกัน ใต้รักแร้ของเขาก็มีแขนคู่ใหม่งอกออกมาอีก และเงื้อขวานฟันลงไปอีกครั้ง!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้กายอมตะแห่งขุมทรัพย์วังโคลน ใช้ความสามารถในการฟื้นฟูอันแข็งแกร่งของร่างกายเข้าต่อต้านกับสะพานเทวะ!
เป็นเช่นนี้ แขนทั้งสองข้างของเขาแตกสลายติดต่อกันหลายสิบครั้ง ในที่สุดก็เกิดเสียงดังสนั่น ขวานหินในมือของเขาระเบิดแตกออกกะทันหัน!
แม้ขวานหินเล่มนี้จะผ่านการซ่อมแซมจากจู๋ฉานฉานมาแล้ว แต่เพราะเคยใช้สะกดเซียนหญิงมาก่อน อานุภาพจึงถดถอยลงไปมาก เมื่อครู่ถูกสวี่อิงนำมาปะทะกับสิบสองหุ่นทองคำตรงๆ ก็ได้รับความเสียหายไปแล้ว ตอนนี้ยังถูกเขานำมาใช้ฟาดฟันติดต่อกันหลายสิบครั้ง ในที่สุดก็ทนรับไม่ไหว ระเบิดแตกออกในที่สุด!
"ท่านระฆัง ออกมา!"
สวี่อิงจ้องมองสะพานเทวะเบื้องหน้า ตวาดลั่น ระฆังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่บนทะเลโกลาหลในสมองของสวี่อิง เข้าไปดูดซับปราณโลหิตในถ้ำสวรรค์ของเขา พอได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา ร้องว่า "ข้าไม่ออกไป!"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่มันก็ยังลอยโงนเงนออกมาอยู่ดี
ระหว่างอิ่มมื้อเดียวกับอิ่มทุกมื้อ อะไรสำคัญกว่ากัน มันยังพอยากแยะออก
เป็นอย่างที่คิด พอมันเพิ่งบินออกมา ก็ถูกสวี่อิงที่มีสี่แขนคว้าหูระฆังเอาไว้ ระฆังใหญ่รีบร้องบอก "ท่านอิง เบามือหน่อย!"
"กว๊าง!"
ปราณโลหิตของสวี่อิงบ้าคลั่ง เขาเงื้อระฆังใหญ่ขึ้น ฟาดลงบนสะพานเทวะเบื้องหน้าอย่างแรง เดิมทีสะพานเทวะนั้นก็ถูกขวานหินฟันจนขาดไปกว่าครึ่งแล้ว ยามนี้เมื่อถูกระฆังใหญ่กระแทกอย่างแรง จึงเกิดเสียงดังเป๊าะ!
ในขณะเดียวกัน หุ่นทองคำสุสานหลวงก็ดึงขาทั้งสองข้างขึ้นมาได้แล้ว เพียงแต่ศีรษะซ่อนอยู่ในช่องอก จึงไม่อาจมองเห็นภาพเบื้องหลังได้
มันเองก็รู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงรีบยื่นมือไปคว้าเปะปะอยู่ด้านหลัง
ระฆังใหญ่ขนลุกซู่ เห็นเพียงฝ่ามือยักษ์บดบังแผ่นฟ้ากวาดผ่านเหนือหัวพวกตนไป จึงรีบส่งเสียงร้อง "ท่านอิง!"
สวี่อิงทำเป็นมองไม่เห็น เงื้อระฆังใหญ่ฟาดลงไปอีกครั้ง!
"กว๊าง!"
"ท่านอิง!"
"กว๊าง!"
"ลุงแกสิ!"
"กว๊าง!"
ในที่สุด หุ่นทองคำก็สัมผัสได้ถึงตำแหน่งของสวี่อิง ฝ่ามือยักษ์คว้าหมับ ทว่าพร้อมกับเสียงระฆังดังลั่น สะพานเทวะก็ถูกทุบจนหักสะบั้น!
กลิ่นอายของหุ่นทองคำสุสานหลวงดิ่งวูบลง อ่อนด้อยกว่าเดิมมาก อานุภาพของฝ่ามือยักษ์ที่คว้ามาก็ลดทอนลงไปเช่นกัน
ได้ยินเพียงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สวี่อิงหลบฝ่ามือที่ฟาดลงมาได้ แต่ไม่อาจหลบเลี่ยงคลื่นกระแทกจากการที่ฝ่ามือนั้นกระทบพื้น โชคดีที่มีระฆังใหญ่บุบๆ บี้ๆ อยู่ เขาจึงหลบเข้าไปในระฆังอย่างคุ้นเคย เพื่อหลบเลี่ยงคลื่นกระแทกนั้น
ระฆังใหญ่ถูกกระแทกจนเกิดเสียงดังหง่างๆ กลิ้งหลุนๆ ไปตามสะพานเทวะ กระดอนแฉลบไปบนผิวน้ำสระเหยาฉือ ร่วงหล่นลงไปกระแทกเข้ากับหอคอยสิบสองชั้น ร่วงหล่นจากชั้นสิบสองลงมาเรื่อยๆ จนไปค้างเติ่งอยู่บนชายคาที่เชิดขึ้นของชั้นสี่
สวี่อิงไถลตัวลงมาจากในระฆัง ฝืนกลั้นความรู้สึกอยากกระอักเลือดเอาไว้ ร้องตะโกนว่า "ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ จงฟังคำสั่งเซียนอมตะ! โจมตีสถานที่แห่งนี้ ทุบทำลายหอคอยและสระเหยาฉือทั้งหมดในดินแดนซีอี๋ของหุ่นทองคำให้แหลกละเอียด! ตัดขาดสายน้ำแม่น้ำสวรรค์ ทลายภูเขาสวรรค์ให้ราบเป็นหน้ากลอง ทุบด่านลี้ลับให้แหลกเป็นผุยผง! ภูเขาเซียนห้าขุนเขา โยนมันออกไปให้หมด!"
เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ปะทะกัน เฟิ่งเซียนเอ๋อร์ ฮวาเซียนเฉิน และคนอื่นๆ บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่งแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรที่ยังเหลือรอดพอได้ยินเช่นนั้น ก็พากันฮึดสู้ บินเข้าไปในดินแดนซีอี๋ของหุ่นทองคำทีละคน
พวกเขาต่างเรียกของวิเศษของตนออกมา โจมตีใส่แม่น้ำสวรรค์ ภูเขาสวรรค์ ด่านลี้ลับทั้งสาม และภูเขาเซียนทั้งห้า สร้างความเสียหายอย่างหนัก
โดยเฉพาะเฟิ่งเซียนเอ๋อร์ นางกระตุ้นเพลิงหงสาโดยตรง ชิงเผาน้ำในสระเหยาฉือจนแห้งเหือดไปก่อนใคร!
พลังเวทของหุ่นทองคำสุสานหลวงลดฮวบลง การเคลื่อนไหวของมือที่คว้าไปด้านหลังก็ยิ่งช้าลงเรื่อยๆ อานุภาพก็ต่ำลงเรื่อยๆ เช่นกัน
แต่มันก็ตัวใหญ่โตเกินไปอยู่ดี เพียงแค่สัมผัสโดนเบาๆ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่หลอมรวมแก่นทองคำสำเร็จแล้ว หากไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!
ในที่สุด แม่น้ำสวรรค์ก็ถูกตัดขาด ภูเขาสวรรค์ถูกทลายจนราบ ด่านลี้ลับทั้งสามถูกผลักล้มทุบทำลายจนแหลกละเอียด ภูเขาเซียนทั้งห้าก็ถูกกวาดล้างจนราบคาบ อีกทั้งก้นเตาหลอมก็ถูกตีจนทะลุ!
ในที่สุดหุ่นทองคำตนนั้นก็ค่อยๆ หยุดนิ่ง แข็งทื่ออยู่กับที่
พลังเวทที่หล่อเลี้ยงมันมีอยู่สองแหล่ง หนึ่งคือปราณธูปเทียนจากศาลบูชา สองคือจากดินแดนซีอี๋ พลังเวทของมันใช้ดินแดนซีอี๋เป็นหลัก ก่อนหน้านี้สวี่อิงหยิบยืมพลังของตัวมันเอง ทำลายปราณธูปเทียนจากศาลบูชาไปแล้ว ตอนนี้ดินแดนซีอี๋ของมันถูกทำลาย จึงสูญเสียแหล่งพลังไป
จู๋ฉานฉานยกมือขึ้นผลัก ปากของหยวนชีก็อ้าออกอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวขยายใหญ่ขึ้นมาก เด็กสาวที่ยืนอยู่ในปากงูยักษ์มองดูของวิเศษที่ถูกทำลายเหล่านั้นด้วยดวงตาเป็นประกายวาววับ รีบเคาะลิ้นของหยวนชีทันที
หยวนชีเลื้อยลงมาจากไหล่ของสวี่อิงอย่างไม่อาจควบคุม เผยร่างจริงออกมา และยังกระตุ้นวิชาบำเพ็ญงูปาจำแลงกายเป็นงูยักษ์ความยาวหลายร้อยจั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้อีก
มันเลื้อยตรงไปข้างหน้า กลืนกินด่านลี้ลับ สะพานเทวะ หอคอย และสิ่งอื่นๆ ที่หักพังเหล่านั้นลงท้องไปทีละชิ้น
เมื่อครู่สวี่อิงเองก็ทำลายล้างอย่างหนักหน่วง ในที่สุดยามนี้ก็สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้เสียที รู้สึกเหมือนรอดตายจากหายนะมาได้
หยวนชีถูกจู๋ฉานฉานควบคุม เลื้อยไปทางไหนก็กลืนกินไปตลอดทาง กินจนรูปร่างอ้วนท้วนขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่จะขดตัวก็ยังขดไม่ลง
สวี่อิงเห็นมันเลื้อยเข้ามา ก็รีบถอยห่างออกไปหน่อย นึกในใจว่า "หากปล่อยให้มันขดตัวอยู่บนคอข้า ข้าคงได้ตายแหงๆ"
เขากระโจนตัวลอยขึ้นไป ร่อนลงบนฝ่ามือของหุ่นทองคำสุสานหลวง ทอดสายตามองไปยังแสงมงคลทะยานขึ้นฟ้าทั้งเจ็ดสายนั้น
เห็นเพียงหุ่นทองคำตนอื่นและเซียนนั๋วได้เข่นฆ่าไปจนถึงที่นั่นแล้ว กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดท่ามกลางแสงมงคล สวี่อิงมองขึ้นไปเบื้องบน เห็นว่าเหนือแสงมงคลขึ้นไป ภูเขาเซียนฟางจ้างได้กลายเป็นจุดเล็กจิ๋ว จนยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า
และบริเวณใกล้ๆ กับภูเขาเซียนฟางจ้าง ยังมีแท่นบูชาอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งใหญ่กว่าภูเขาเซียนฟางจ้างไม่รู้กี่เท่า
สวีฝูยืนร่ายรำทำพิธีอยู่บนภูเขาเซียนด้านนอกแท่นบูชา ในพื้นที่อันคับแคบนั้น สองเท้าก้าวเดินด้วยย่างก้าวอันลึกล้ำซับซ้อน เพียงแต่ระยะทางไกลเกินไป สวี่อิงจึงไม่รู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไร
ทันใดนั้น ร่างของสวีฝูก็หยุดนิ่ง ยื่นมือชี้ไปยังแท่นบูชา
สวี่อิงมองเห็นว่าตรงกลางแท่นบูชา จู่ๆ มิติก็คล้ายกับสั่นสะเทือนขึ้นมาวูบหนึ่ง พลังไร้รูปร่างขุมหนึ่งแผ่ซ่านออกไปทุกทิศทุกทางพร้อมกับการสั่นสะเทือนครั้งนี้!
สีหน้าของสวี่อิงเปลี่ยนไปทันที ตวาดเสียงดังลั่น "ทุกคน รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า!"
สิ้นเสียงของเขา บริเวณใกล้กับแสงมงคลทะยานขึ้นฟ้า พลันมีปราณโลหิตลอยคลุ้งขึ้นมา ปรมาจารย์นั๋วบางส่วนกำลังวิ่งหนีมาทางนี้ วิ่งไปวิ่งมา ในถ้ำสวรรค์ของบางคนก็มีปราณโลหิตลอยออกมา ร่างกายก็ผ่ายผอมลงเรื่อยๆ จนแห้งเหี่ยวเป็นไม้ฟืนในเวลาอันรวดเร็ว!
วิ่งไปได้อีกไม่กี่ก้าว ก็เห็นถ้ำสวรรค์ของปรมาจารย์นั๋วผู้นั้นระเบิดแตกออก ร่างทั้งร่างกลายเป็นกองกระดูกแห้ง วิ่งไปวิ่งมาก็แตกสลายไป!
อย่าว่าแต่ปรมาจารย์นั๋วทั่วไปเลย แม้แต่นั๋วผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น เมื่อปราณโลหิตในร่างสูญสลาย โอสถเซียนในร่างก็สูญสลายตามไปด้วย!
กระทั่งเซียนนั๋วที่กำลังต่อสู้กับหุ่นทองคำสุสานหลวง ก็ยังยากที่จะควบคุมสถานการณ์การสูญเสียโอสถเซียนในร่างของตนได้!
กอปรกับพวกเขายังต้องรับมือกับหุ่นทองคำสุสานหลวง จึงยิ่งยากจะต้านทานผลกระทบจากมหาพิธี!
มหาพิธีชุบชีวิตของสวีฝูในครั้งนี้ ช่างดุร้ายรุนแรงถึงขีดสุดจริงๆ!
เขาต้องการจับกุมผู้ที่เปิดขุมทรัพย์ได้ทุกคน ไม่ว่าจะมองว่าตนเองเป็นนั๋วหรือผู้บำเพ็ญเพียรก็ตาม รวบยอดจัดการให้สิ้นซากในคราวเดียว!
ทว่าในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรที่เขาพามา ก็มีบางคนที่เปิดขุมทรัพย์และฝึกฝนวิชานั๋วด้วย ซึ่งก็อยู่ในขบวนการถูกสังเวยเช่นกัน!
แม้แต่สวี่อิงเองก็ยังรู้สึกว่าขุมทรัพย์ทั้งสี่ที่เปิดออกแล้วในร่างของตนเริ่มสั่นไหว ยากจะสะกดข่มเอาไว้ และกำลังจะถูกมหาพิธีนี้ดูดกลืนออกไปนอกร่าง!
ในบรรดาขุมทรัพย์เหล่านั้น เขาไม่มีเคล็ดวิชาของสระหยก ทั้งยังดึงพลังจากถ้ำสวรรค์สระหยกออกมาใช้ จึงรู้สึกเพียงว่าโอสถเซียนปราณแท้ที่ยังไม่ได้หลอมรวมเหล่านั้น กำลังจะหลุดลอยออกจากร่างไป!
ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ยังไม่ได้เปิดขุมทรัพย์เหล่านั้น ย่อมไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
สวี่อิงกระตุ้นปราณกระบี่ ขี่กระบี่เหาะเหิน พุ่งตัวออกไปด้านนอกอย่างสุดกำลัง ร้องเสียงดังว่า "ท่านเจ็ด ไปเร็ว!"
หยวนชีรีบเลื้อยตัวไปอย่างรวดเร็ว หันกลับไปมองด้วยความรีบร้อน เห็นเพียงว่าถ้ำสวรรค์แต่ละแห่งเบื้องหลังของนั๋วผู้ยิ่งใหญ่ที่พุ่งมาทางนี้ ก็เริ่มแตกสลายและพังทลายลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน!
หยวนชีอกสั่นขวัญแขวน มันเองก็เปิดถ้ำสวรรค์มาได้หลายแห่งแล้ว ยามนี้ถ้ำสวรรค์ก็มีแนวโน้มว่าจะพังทลายลงเช่นกัน จึงรีบกระตุ้นปราณกระบี่ ทะยานร่างขึ้นฟ้า ก้มหน้าก้มตาตามสวี่อิงไป
จู๋ฉานฉานที่ซ่อนตัวอยู่ในปากของหยวนชีเองก็เช่นกัน นางรู้สึกเพียงว่าโอสถเซียนที่สะสมมานานถึงหกพันปีกำลังสั่นไหว ราวกับจะโบยบินออกไปให้ได้!
ทุกคนต่างพากันหนีออกไปด้านนอก มีเพียงเซียนนั๋วเหล่านั้นที่จู่ๆ ก็ละทิ้งหุ่นทองคำสุสานหลวง ไม่ยอมหนี ซ้ำยังพุ่งทะยานขึ้นไปยังแท่นบูชาเบื้องบน
ทว่ายิ่งเข้าใกล้แท่นบูชามากเท่าใด ความเร็วในการสูญเสีย "โอสถเซียน" ในร่างของพวกเขาก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น กระนั้นคนเหล่านี้ก็ยังคงบุกทะลวงไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ เข่นฆ่าไปจนถึงภูเขาเซียนฟางจ้าง!
บนภูเขาเซียนฟางจ้าง สวีฝูไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ กล่าวว่า "ทุกท่าน แทนที่จะไปเป็นอาหารในปากของผู้อื่น ไยไม่มาร่วมอุทิศพลังส่วนหนึ่งให้กับแผนการใหญ่ของข้าเล่า?"
เซียนนั๋วชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งของตระกูลชุย พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับนิมิตเร้น นิมิตเร้นนั้นคือแสงมงคลผืนหนึ่ง ราวกับมีเซียนโบยบินเร้นกายอยู่ท่ามกลางแสงมงคลนั้น กวาดซัดเข้าหาสวีฝู!
สวีฝูยิ้มบางๆ ยกฝ่ามือขึ้นต้อนรับแสงมงคลนั้น
คลื่นพลังบางเบาสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา นิมิตเร้นของเซียนนั๋วผู้นั้นราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น พังทลายแตกสลายลงในฉับพลัน โอสถเซียนที่ก่อตัวเป็นนิมิตเร้นไหลทะลักออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปในโลงทองคำท่ามกลางแสงมงคลทะยานขึ้นฟ้า!
เซียนนั๋วคนอื่นๆ บุกเข้ามาถึง ทว่าในวินาทีต่อมาก็พากันได้รับบาดเจ็บ กระอักเลือดออกมาทีละคน!
ในจังหวะนั้นเอง ชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าโบราณผู้หนึ่งก็ใช้นิ้วต่างกระบี่ แทงเข้าที่กลางฝ่ามือของสวีฝู!
กลิ่นอายของสวีฝูสั่นสะเทือน เผยสีหน้าประหลาดใจ ยิ้มกล่าวว่า "เจ้าคือผู้บำเพ็ญเพียรในยุคราชวงศ์โจวสินะ? ผู้ที่แขวนกระบี่สัมฤทธิ์สังหารผู้คนก็คือท่านนี่เอง มีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ!"
ชายร่างสูงใหญ่ผู้นั้นตกใจอย่างยิ่ง ดรรชนีกระบี่ของตนเมื่อครู่นี้ทั้งลอบโจมตี ทั้งร่วมรุมล้อมกับเซียนนั๋วเหล่านั้น กลับไม่อาจแทงทะลุฝ่ามือของเขาได้!
สวีฝูกล่าวว่า "ในร่างของท่านยังมีโอสถเซียนที่ยังไม่แปรสภาพอยู่ รั้งอยู่ที่นี่เถิด!"
เขาประสานมุทราหมัดมารดา ชกออกไปหนึ่งหมัด ผู้บำเพ็ญเพียรราชวงศ์โจวรับการโจมตีนั้นไว้ตรงๆ จนกระอักเลือด เผยสีหน้าหวาดผวา "เจ้าเป็นเซียนงั้นหรือ?"
เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บ โอสถเซียนในร่างก็ถูกวิชาสังเวยเลือดชักนำให้ไหลทะลักออกไปด้านนอก รุนแรงยิ่งกว่าเซียนนั๋วคนอื่นๆ เสียอีก!
ตอนนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้น กล่าวอย่างราบเรียบว่า "เมื่อยืนอยู่บนภูเขาเซียน เขาเป็นเซียน แต่เมื่อลงจากภูเขาเซียน เขาก็ไม่ได้เป็นส้นตีนอะไรเลย!"
สวีฝูรู้สึกเพียงว่ามีพลังอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งเข้ามา จึงรีบพลิกมือต้อนรับ ฟาดฝ่ามือไปด้านหลัง
ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างไม่อาจควบคุมได้ ถึงจะสลายพลังที่ส่งมาจากขุมพลังโจมตีนี้ได้
สวีฝูหันกลับมา เผยสีหน้าประหลาดใจ เห็นเพียงว่าผู้มาเยือนเป็นชายชราหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน เส้นผม หนวดเครา และคิ้วล้วนได้รับการตกแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่รองเท้าก็ไม่มีคราบโคลนติดอยู่เลยแม้แต่น้อย
เขาคือหยวนอู๋จี้แห่งตระกูลหยวน
สวีฝูเกิดความสงสัย เอ่ยถามว่า "เจ้าเป็นเซียนนั๋ว เหตุใดในร่างจึงไม่มีโอสถเซียนเล่า?"
"เจ้าเดาดูสิ!" หยวนอู๋จี้ยิ้มบางๆ ลงมือโจมตีใส่เขา ร้องเสียงยาวว่า "พวกเจ้าทำลายแท่นบูชาก่อน!"
พวกของสวี่อิงพุ่งมาถึงแม่น้ำปรอทแล้ว ยิ่งอยู่ห่างจากแท่นบูชา ผลกระทบที่ได้รับก็ยิ่งน้อยลง ทว่าอิทธิพลของมหาพิธีในครั้งนี้กลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สวี่อิงคาดว่าตนเองอาจจะพุ่งไปไม่ถึงทางเข้าสุสานหลวงหลีซาน ขุมทรัพย์ทั้งสี่ในร่างก็คงถูกทำลายไปเสียก่อน!
สวี่อิงหันกลับไปมอง เหนือโลงทองคำของปฐมจักรพรรดิจู่หลงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มีกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลทะลักเข้าไปในโลง!
ในตอนนั้นเอง แท่นบูชาก็แตกสลายลงกะทันหัน ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากการสังเวยเลือดก็หายไปในที่สุด
สวี่อิงตื่นตระหนกและสงสัย "เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าสวีฝูจะเจอคู่ปรับเข้าแล้ว? ไม่ใช่สิ เขามีร่างกายและพลังดุจดั่งเซียน ทั้งยังหลอมรวมเพลิงเซียนสำเร็จ จะมีคู่ปรับได้อย่างไร?"
ทันใดนั้น ในโลงทองคำบรรพชนมังกรก็มีเสียงสั่นสะเทือนดัง 'ตึก' ออกมา ราวกับเสียงกลองใหญ่ที่ถูกตีดังลั่นอยู่ในใจ สั่นสะเทือนจนหัวใจของคนเราแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ตึก!
เสียงสั่นสะเทือนครั้งที่สองดังตามมา ดังกึกก้องยิ่งกว่าเดิม
สวี่อิงแค่นเสียงหนักๆ พาหยวนชีพุ่งออกไปด้านนอก ได้ยินเพียงเสียงอันหนักแน่นและค่อนข้างคุ้นหูดังแว่วมา "เจิ้น เหยียบย่ำแผ่นดินเสินโจว กุมอำนาจรัฐ กวาดล้างหกแคว้น ครองความเป็นใหญ่ในใต้หล้า หลับใหลอยู่ที่นี่ ผู้ใด ปลุกเจิ้นให้ตื่นขึ้น?"







