(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 207
บทที่ 207 ความดีและความชั่วในที่เกิดเหตุฆ่าตัวตาย
จ้าวจินเฉวียนในวัยสามสิบกว่าปี เป็นคนยุคแปดศูนย์อย่างแท้จริง
ย่อมคุ้นเคยกับขนมขบเคี้ยวชวนให้คิดถึงอดีตแบบนี้เป็นอย่างดี
หวังเต๋อเฉวียนพูดพลางหัวเราะ "น้องจ้าว หมอเฉินบอกว่ามันคือยาวิเศษ มันก็คือยาวิเศษ คุณยังมีอะไรต้องลังเลอีก?"
"รีบจ่ายเงินเถอะ"
หวังเต๋อเฉวียนเป็นเศรษฐีชื่อดังของหางโจว ในเมื่อพูดมาขนาดนี้แล้ว จ้าวจินเฉวียนก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีก
เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโอนเงินหนึ่งแสนหยวนให้เฉินหยูทันที
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "วันละสามครั้ง ทั้งหมดยี่สิบเอ็ดวัน"
"จำไว้ให้ดี ห้ามขาดห้ามเกินแม้แต่วันเดียว"
"หมอเฉิน รอให้พ่อผมสุขภาพดีขึ้นแล้ว พวกเราสองพ่อลูกจะมาขอบคุณถึงที่เลยครับ"
ด้วยความเป็นห่วงอาการของพ่อ จ้าวจินเฉวียนจึงไม่อยู่ต่อนานนัก เขารีบเอ่ยลาและจากไป
เมื่อมองแผ่นหลังของจ้าวจินเฉวียนที่เดินจากไป หวังเต๋อเฉวียนก็ถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง "สังคมทุกวันนี้ ลูกกตัญญูแบบเขาหาได้ยากแล้ว"
เฉินหยูพูดว่า "เถ้าแก่หวัง ดึกมากแล้ว คุณเองก็ควรกลับไปพักผ่อนได้แล้วหรือเปล่า?"
หวังเต๋อเฉวียนที่กำลังจะกลับ นึกขึ้นได้ถึงของที่ประมูลมาได้จากงานประมูล
"หมอเฉิน งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมจะให้ฝ่ายการเงินโอนเงินเข้าบัญชีของผู้จัดงานประมูล รอพวกเขาเอาของมาส่งเมื่อไหร่ ผมจะเอามาให้คุณที่ร้านด้วยตัวเองเลย"
"เรื่องนั้นไม่รีบ พวกคุณจัดการตามสมควรได้เลย"
เฉินหยูโบกมือลาหวังเต๋อเฉวียน แล้วกลับเข้าไปในร้านเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน
คืนนี้เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปไม่น้อย
อย่างแรกคือได้ของที่ถูกใจจากงานประมูล
ในบรรดาของเหล่านั้น สิ่งที่ทำให้เฉินหยูดีใจที่สุดก็คือโสมอายุสองร้อยปี
ตอนนี้ เฉินหยูสะสมบุญบารมีและโชคชะตาไว้มากมาย สามารถทะลวงผ่านขั้นสร้างรากฐานระดับต้นได้ทุกเมื่อ
เพื่อความไม่ประมาท นอกจากเฉินหยูจะตามหาวัตถุดิบมาจัดค่ายกลเพื่อลดความยากในการทะลวงระดับแล้ว
เขายังพยายามหาวิธีตามหาสมุนไพร เพื่อลดความยากลงไปอีกขั้น
โดยหวังว่าจะได้นอนเลื่อนระดับสบายๆ เหมือนครั้งที่แล้ว
"หวอ... หวอ... หวอ..."
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน เฉินหยูสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเร่งเร้าที่ดังขึ้น
เขาคลำหาโทรศัพท์มือถือข้างหมอน ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงยี่สิบนาที
เสียงจากข้างนอกนั้นดังกึกก้องและแหลมปรี๊ด คล้ายกับเสียงไซเรนของรถตำรวจหรือรถดับเพลิง
ด้วยความสงสัย เฉินหยูจึงเดินไปที่หน้าต่างชั้นสอง
เมื่อเปิดผ้าม่านและผลักหน้าต่างออกไป ก็เห็นรถดับเพลิงสามคันแล่นผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ชาวเมืองที่ตื่นเช้าเป็นนิสัยหลายคน พากันวิ่งตามรถดับเพลิงไปทางซ้ายมือ
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
เฉินหยูนึกสงสัยในใจ จึงตัดสินใจลงไปดู
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เฉินหยูก็ผลักประตูร้านเดินออกไปบนถนน
เมื่อเพ่งมองไปไกลๆ เฉินหยูก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย
ห่างออกไปบนถนนเหอฟางกว่าสองร้อยเมตร มีอาคารพาณิชย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จอยู่หนึ่งหลัง
บนดาดฟ้ามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ เธอคิดจะปลิดชีพตัวเอง
คนปกติไม่มีทางมองเห็นได้ไกลขนาดนี้
แต่เฉินหยูที่เข้าสู่ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรแล้ว สามารถมองเห็นสถานการณ์ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรได้อย่างชัดเจนสบายๆ
หญิงสาวบนดาดฟ้ามีสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าหมองคล้ำ ท่าทางเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
รถดับเพลิงสามคันแล่นมาถึงใต้ตึกอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ขนเบาะลมกู้ภัยออกมาวางไว้ในตำแหน่งที่คาดว่าเธอจะตกลงมา
ตอนนี้รถพยาบาลก็มาถึงและสแตนด์บายรออยู่แล้วเช่นกัน
ด้านล่างตึกมีไทยมุงมารวมตัวกันนับร้อยคน
พวกเขาต่างเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่บนดาดฟ้า
"แม่หนู บนโลกนี้ไม่มีอุปสรรคไหนที่ผ่านไปไม่ได้หรอกนะ นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของหนูสิ"
"ลงมาเถอะ มีความทุกข์อะไรก็มาเล่าให้ลุงฟัง"
คุณลุงผมสีดอกเลาคนหนึ่งใช้ไม้เท้าค้ำยัน ตะโกนเกลี้ยกล่อมหญิงสาวไม่ให้ทำเรื่องโง่ๆ
"ลุง เก็บแรงไว้เถอะ ถ้าจะโดดก็โดดไปนานแล้ว ผมว่าก็แค่ขู่คนไปงั้นแหละ"
"ถ้าอยากฆ่าตัวตายจริงๆ ทำไมตั้งนานถึงไม่โดดลงมาสักที ต้องกำลังสร้างกระแสอยู่แน่ๆ"
"คนสวย รีบโดดลงมาสิจ๊ะ เดี๋ยวพี่ชายจะรอรับอยู่ข้างล่างเอง"
"ยุคนี้เพื่อความดัง ทำได้ทุกอย่างแหละ วิธีโดดตึกเรียกยอดวิวนี่ก็ไม่เลวนะ"
"ฉันจะไปทำงานสายอยู่แล้วเนี่ย รีบๆ โดดลงมาซะที อย่ามัวแต่ลีลา"
"เพียะ!"
"โอ๊ยยย ใครตบฉันวะ?"
ชายที่โวยวายว่ากำลังจะไปทำงานสาย ถูกคนตบจนหน้าบวมไปซีกหนึ่ง
ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่าฮ่า
ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่บนพื้น ปากก็หัวเราะออกมาไม่หยุด
คุณลุงโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ตวาดด่าว่า "พวกแกยังมีความเป็นคนอยู่ไหม? แม่หนูคนนั้นต้องเจอกับมรสุมชีวิตแน่ๆ ถึงได้คิดสั้นแบบนี้"
"พวกแกไม่ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมก็แล้วไปเถอะ แต่ละคนยังมาพูดจาถากถางอยู่ที่นี่อีก คนอื่นฆ่าตัวตาย พวกแกรู้สึกว่ามันตลกนักหรือไง?"
"พวกแกมันก็แค่ไอ้พวกเดรัจฉานเลือดเย็น!"
"ผม... ผมคุมตัวเองไม่ได้"
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พลางพูดด้วยความหวาดกลัวว่า "ผมคุมสีหน้าตัวเองไม่ได้ คือมันอยากจะหัวเราะน่ะ"
"แม่งเอ๊ย ใครตบกูอีกแล้ววะ!"
บนใบหน้าอีกซีกของชายคนนั้น ปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงสดขึ้นมาเช่นกัน
ด้านหลังฝูงชน มือขวาของเฉินหยูทำเป็นนิ้วกระบี่
ชายคนที่พูดจาลวนลามหญิงสาวที่กำลังจะกระโดดตึก ถูกพลังบางอย่างผลักกระเด็นออกไป ร่างทั้งร่างกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง
พอมีคนมาช่วยพยุงขึ้น ฟันในปากก็ร่วงไปแล้วห้าหกซี่
เลือดกบปาก สภาพดูน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
เฉินหยูถอนหายใจ แล้วเดินตรงเข้าไปในตึก
เขาแอบลงมือสั่งสอนไอ้พวกสารเลวที่ปากพล่อยไปสองสามคน
แต่การสั่งสอนแบบนี้ ก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรได้
ไทยมุงคนอื่นๆ ยังคงพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน วิพากษ์วิจารณ์หญิงสาวที่กำลังจะกระโดดตึก
หลายคนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปและคลิปวิดีโอสั้นๆ
ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่าพวกเขาจะเอาไปโพสต์ลงโมเมนต์ หรือเอาไปไลฟ์สด?
ความดีและความชั่วของมนุษย์ เผยให้เห็นอย่างหมดเปลือก ณ ที่แห่งนี้
เฉินหยูสั่งสอนพวกเขาได้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
"รีบลงไปติดต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงข้างล่าง ขอให้พวกเขาขึ้นมาพังประตูเหล็กบานนี้ที"
บริเวณชั้นบนสุดที่เชื่อมไปยังดาดฟ้า ตำรวจหลายนายถูกประตูเหล็กบานใหญ่ขวางเอาไว้
หญิงสาวล็อคประตูจากด้านใน
แม้จะงัดทุกวิถีทางออกมาใช้แล้ว ทุกคนก็ยังพังประตูเหล็กเข้าไปไม่ได้
"คุณเป็นใคร? รีบลงไปเลย ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับมาดูเรื่องสนุกนะ!"
ตำรวจหลายนายกำลังร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่ก หนึ่งในนั้นเห็นเฉินหยูขึ้นมา ก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นไทยมุงจากข้างล่าง
จึงตวาดไล่เฉินหยูให้รีบลงไปด้วยความหงุดหงิด
เฉินหยูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ผมไม่ได้มาดูเรื่องสนุก แต่มาช่วยคน ผมมีวิธีเปิดประตูเหล็กบานนี้"
เมื่อได้ยินดังนั้น ตำรวจก็หยุดมือ
แล้วมองเฉินหยูด้วยความแปลกใจ
เฉินหยูขึ้นมามือเปล่า หรือว่าจะมีกุญแจประตูเหล็กบานนี้?
ผู้รับผิดชอบไซต์งานกำลังรีบเดินทางมา ตามหลักแล้ว ไม่น่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้
ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง เฉินหยูก็เดินมาถึงหน้าประตูเหล็กแล้ว
การที่หญิงสาวล็อคประตูเหล็กจากด้านใน ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครขึ้นไปช่วย
ดูจากตรงนี้ก็รู้ได้เลยว่า เธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะตาย
ไม่ใช่การสร้างกระแสอย่างที่ไอ้พวกเวรข้างล่างนั่นพูดกันแน่นอน
สถานการณ์ตึงเครียด เฉินหยูโคจรพลังวิญญาณ แล้วซัดฝ่ามือออกไปด้านหน้า
"โครม..."
ประตูเหล็กอันแข็งแกร่งพังครืนลงมา
"คุณพระช่วย! คุณ... ตกลงคุณทำอาชีพอะไรกันแน่เนี่ย?"
"สหาย ทำไมคุณถึงมีแรงเยอะขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าจะเป็นคนในยุทธภพ?"
"ฉันรู้แล้ว เมื่อกี้เขาใช้กำลังภายในในตำนานแน่ๆ"
"เสี่ยวหวัง ช่วงนี้แกแอบอ่านนิยายกำลังภายในในห้องเวรอีกแล้วใช่ไหม? กลับไปเขียนใบสำนึกผิดสามพันคำมาให้ฉันเลยนะ"
"หัวหน้า ผมพูดผิดครับ ความหมายของผมก็คือ ผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นนักสู้จอมพลังก็ได้"
ในบรรดาตำรวจหลายนาย ตำรวจที่อายุมากที่สุดถลึงตาใส่ลูกน้อง
ต่อให้เป็นนักสู้จอมพลัง ก็ไม่มีทางมีเรี่ยวแรงมหาศาลหลุดโลกขนาดนี้หรอก







