(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 471
บทที่ 471 ความเอาแต่ใจไม่ใช่ความซุกซน แต่มันคือการรังแกคนอื่นโดยอาศัยอำนาจ
"สี่วิชามาร ไม่หลอกลวงฉันจริงๆ"
"เชี่ยเอ๊ย! นี่มันคนละคนชัดๆ แค่เปลี่ยนชุดกับทรงผม ออร่าซ้อใหญ่ก็มาเต็ม!"
"อยากรู้เบอร์ลิปสติกเลย"
"ดูไม่ออกจริงๆ ว่าหุ่นแบบนี้จะเป็นแม่ของเด็กเก้าขวบแล้ว"
คำกล่าวที่ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในวินาทีนี้
หญิงวัยกลางคนที่เปลี่ยนชุดใหม่แล้ว เรียกได้ว่าเปิดตัวได้อย่างน่าทึ่ง
บนใบหน้าของ 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' เผยรอยยิ้มภาคภูมิใจเล็กๆ ออกมา
"รีบไปกันเถอะ ระวังปล่อยไว้นานจะเกิดเรื่อง"
"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ก็ต้องช่วยลูกชายของเรากลับมาให้ได้"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' นึกขึ้นได้ว่าเรื่องสำคัญที่สุดยังไม่ได้ทำ จึงรีบเร่งให้หญิงวัยกลางคนเดินทางไปยังศูนย์โลจิสติกส์
"ไม่ต้องไปแล้วครับ"
เฉินหยูเอ่ยขึ้นช้าๆ "เมื่อกี้ ผมโทรแจ้งตำรวจให้พวกคุณแล้วครับ"
"เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปถึงศูนย์โลจิสติกส์แล้ว"
"แล้วลูกล่ะ?"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' รีบถาม
"แน่นอนว่าได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้วครับ"
เฉินหยูพูดพลางยิ้ม
"แบบนี้ฉันก็ค่อยโล่งใจหน่อย"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' เผยรอยยิ้มผ่อนคลาย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะแจ้งตำรวจ แต่เขาแค่กลัวว่าจ้าวเหล่าลิ่วจะจนตรอกแล้วแว้งกัด
แล้วทำร้ายเด็กตอนที่โดนตำรวจล้อมจับ
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' เคยทำงานเป็นลูกน้องของจ้าวเหล่าลิ่วมาถึงห้าปี
จึงรู้ดีว่าไอ้แก่สารเลวนี่มันพวกหน้าด้านไร้ยางอาย
ขอแค่ได้เงิน เรื่องเลวทรามแค่ไหนมันก็ทำได้ทั้งนั้น
ทั้งขายอาหารทะเลด้อยคุณภาพ ทั้งโกงตาชั่ง
และก็เพราะเหตุนี้
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' จึงตัดสินใจแยกตัวออกจากจ้าวเหล่าลิ่วมาเปิดกิจการของตัวเอง
หญิงวัยกลางคนตัวสั่นเทิ้ม 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' จึงพูดปลอบใจ "ไม่ต้องกลัว ในเมื่อลูกปลอดภัยแล้ว ไอ้แก่สารเลวจ้าวเหล่าลิ่วนั่นก็คงโดนรวบยกแก๊งไปแล้วเหมือนกัน"
"ป่านนี้คงกำลังโดนคุมตัวขึ้นรถตำรวจ ไปสอบสวนที่โรงพักแล้วล่ะ"
พูดจบ 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' ก็มองไปที่หน้าจอแล้วถามว่า "หมอเฉิน ฉันพูดถูกไหม จ้าวเหล่าลิ่วที่เป็นตัวการใหญ่ก็โดนจับไปแล้วใช่หรือเปล่า?"
"จริงสิ เมื่อกี้คุณบอกว่าไอ้สารเลวที่จับตัวลูกชายฉันไป อยู่ไกลสุดหล้าแต่ก็อยู่ตรงหน้านี่เอง"
"น่าจะเป็นลูกน้องคนที่เข้ามาส่งข่าวให้ฉันเมื่อกี้ใช่ไหม?"
"ความจริงแล้ว ฉันสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าหมอนั่นมีปัญหา"
"มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลูกน้องอีกคนมารายงานฉันว่า เห็นเขาไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่ศูนย์โลจิสติกส์ ยืนคุยหัวเราะร่าอยู่กับจ้าวเหล่าลิ่ว"
"คราวก่อนที่อาหารทะเลนำเข้าโดนคนของจ้าวเหล่าลิ่วแย่งไปทำลายทิ้ง ก็ต้องเป็นหมอนั่นแน่ๆ ที่เป็นคนคาบข่าวเรื่องเวลาเรือเทียบท่าไปบอก"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' พูดเองเออเอง
ที่เขายังทนเก็บเงียบไว้
ด้านหนึ่งก็หวังว่าจ้าวเหล่าลิ่วจะได้คืบแล้วจะไม่เอาศอก
การที่เขาไม่เอาเรื่อง ไม่ใช่ว่าเขากลัว แต่มันไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต
ทำธุรกิจต้องเน้นความประนีประนอมถึงจะรวย
ถ้าขืนมาลอบกัดกันอยู่ทุกวันแบบนี้ ธุรกิจของทุกคนก็คงพังกันหมด
อีกอย่าง เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าลูกน้องคนนั้นเป็นหนอนบ่อนไส้จริงๆ หรือเปล่า
จึงต้องใช้เวลาสังเกตการณ์อย่างลับๆ ไปก่อน
"ไม่ใช่ครับ"
คำตอบต่อมาของเฉินหยู ผิดคาดจากที่ 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' คิดไว้มาก
จ้าวเหล่าลิ่วโดนจับแล้วจริงๆ
แต่ไม่ได้โดนจับข้อหาลักพาตัวเด็ก
แต่โดนข้อหาจงใจแข่งขันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
พูดง่ายๆ ก็คือ สาเหตุหลักที่เขาโดนจับ เป็นเพราะเขาใช้วิธีผิดกฎหมายทำลายธุรกิจของคู่แข่งมาหลายครั้ง
และลูกน้องคนนั้นก็หักหลัง 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' จริงๆ
แต่ก็เหมือนกัน
เรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการลักพาตัวเด็กเลยแม้แต่นิดเดียว
"ไม่ใช่เขา งั้นหรือว่าจะเป็น..."
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' หันไปมองภรรยาข้างกายด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"มะ ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ฉัน!"
หญิงวัยกลางคนส่ายหน้าปฏิเสธด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
บนโลกนี้จะมีแม่ที่ไหนลักพาตัวลูกตัวเองกันล่ะ?
"คุณอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเลยครับ"
"ฟังผมพูดให้จบก่อน แล้วค่อยแก้ตัวก็ยังไม่สาย"
เฉินหยูแค่นหัวเราะ "ผู้ป่วยท่านนี้ หู่จื่อที่คุณพูดถึง ไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ของคุณใช่ไหมครับ?"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ชาวเน็ตก็พากันตกตะลึง
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' เรียกหาแต่ลูกชายคำแล้วคำเล่า แสดงท่าทีร้อนรนจนไม่รู้จะร้อนรนยังไงแล้ว
ใครๆ ก็ดูออกว่าเขาเป็นห่วงลูกชายจากใจจริง
นึกไม่ถึงเลยว่า ทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นพ่อลูกสายเลือดเดียวกัน
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' ถอนหายใจ "หมอเฉินพูดถูกแล้ว หู่จื่อไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของฉันหรอก"
"ฉันกับภรรยามาแต่งงานกันตอนอายุมากแล้ว เมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว"
"ถึงหู่จื่อจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้าน ฉันก็รักและดูแลเขาเหมือนลูกในไส้"
"เด็กคนอื่นมีอะไร เขาก็ต้องมีเหมือนกัน แถมยังต้องได้ของที่ดีกว่าและมากกว่าเด็กคนอื่นด้วย ฉัน..."
เฉินหยูพูดแทรกขึ้น "ผู้ป่วยท่านนี้ คุณไม่ต้องอธิบายเยอะหรอกครับ ผมดูออกว่าคุณรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่หรือเรื่องไหนๆ คุณก็ดูแลสองแม่ลูกเป็นอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง"
"เด็กอยากได้อะไร คุณก็ซื้อให้หมด"
"เขาชอบกินขนม คุณก็ลงทุนเปลี่ยนห้องเก็บของให้กลายเป็นห้องเก็บขนม ที่มีขนมหลากหลายชนิดยิ่งกว่าร้านสะดวกซื้อซะอีก"
"พอรู้ว่าเขาชอบเล่นเกม คุณก็กว้านซื้อเครื่องเกมคอนโซลทุกรุ่นที่มีขายในตลาดมาให้เขาจนครบ"
"คุณทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของเด็ก เพียงเพราะหวังว่าเขาจะยอมรับคุณเป็นพ่อแท้ๆ"
"จะได้ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน"
"หลังจากพยายามมาตลอดหนึ่งปีเต็ม เด็กก็ยอมรับคุณเป็นพ่อแท้ๆ จริงๆ"
"แต่ทว่าปัญหาก็ตามมาเหมือนกัน"
"ภายใต้การตามใจอย่างไม่ลืมหูลืมตาของคุณ หู่จื่อในวัยเพียงหกขวบ ก็เริ่มมีนิสัยเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อยๆ"
"แรกๆ คุณก็คิดว่ามันเป็นธรรมชาติของเด็กผู้ชาย"
"เด็กๆ ก็ซุกซนกันทั้งนั้น โตขึ้นเดี๋ยวก็ดีเอง"
"แต่นานวันเข้า คุณก็เริ่มตระหนักได้ว่า ความเอาแต่ใจของหู่จื่อมันไม่ใช่ความซุกซน แต่มันคือการรังแกคนอื่นโดยอาศัยอำนาจ"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' พยักหน้า "เป็นแบบนั้นจริงๆ"
"ไม่ปิดบังหมอเฉินเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เป็นพ่อคน แถมตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็ไม่มีพ่อ เลยไม่รู้เลยว่าควรจะดูแลสั่งสอนเด็กยังไง"
"คิดแค่ว่าการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เด็ก นั่นแหละคือความรักแล้ว"
"แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้ฉันตกใจมาก"
"ฉันมอบทุกอย่างที่เด็กคนอื่นไม่มีให้หู่จื่อ แต่กลับพบว่าหู่จื่อนิสัยเสียลงทุกวัน"
"เพื่อจะดัดนิสัยเสียๆ ของเขา ฉันเลยทำตามคำแนะนำของเพื่อน แกล้งขู่ให้เขากลัว หวังจะให้ไอ้เด็กแสบนี่กลับตัวกลับใจ"
"ตอนแรกมันก็ได้ผลดีอยู่หรอก แต่ก็ใช้ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละ"
"ผ่านไปไม่ทันไร ไอ้เด็กเวรนี่ก็กลับมานิสัยเสียเหมือนเดิมอีก"
"ตอนหลังฉันถึงได้รู้ ว่าที่แท้ทั้งหมดนี่เขาเลียนแบบมาจากเธอ"
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' ถลึงตาใส่ภรรยาอย่างดุดัน
เนื้อแท้ของหู่จื่อไม่ได้เป็นเด็กเลวร้ายอะไร
ที่เสียก็เพราะมีแม่ที่ไม่ยอมทำตัวให้คนอื่นสบายใจนี่แหละ
ต่อหน้าคนอื่น ภรรยาของเขาทำตัวสง่างามเหมาะสม
แต่พอลับหลังกลับทำตัวร้ายกาจยิ่งกว่าแม่เลี้ยงของสโนว์ไวท์ซะอีก
ที่บอกว่าต่อหน้าคนอื่น ในที่นี้หมายถึงต่อหน้า 'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง'
'ชีวิตคนเรามีฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ครั้ง' เป็นราชาอาหารทะเลอันดับต้นๆ ในท้องถิ่น
ในเมืองระดับสามแห่งนี้ เขาถือว่าเป็นเศรษฐีระดับท็อปเลยก็ว่าได้
ทุกครั้งที่ไปรับส่งลูกที่โรงเรียน ภรรยาของเขามักจะจงใจอวดความร่ำรวยให้คนอื่นเห็น
ทั้งขับรถหรู ทั้งใส่ของแบรนด์เนม
ทำตัวราวกับว่าการไปรับส่งลูกคือการเดินแฟชั่นโชว์
คอยพูดจาถากถางผู้ปกครองคนอื่นว่าเป็นพวกยาจก
เมื่อซึมซับมาตลอด หู่จื่อจึงเรียนรู้นิสัยปากคอเราะร้ายของแม่มาแบบเต็มสิบไม่มีหัก
เขาถึงบอกกันว่าพ่อแม่คือครูคนแรกของลูก
มีแม่แบบนี้ ขืนหู่จื่อเป็นเด็กดีได้ก็แปลกแล้ว







