(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 244
บทที่ 244 นี่มันอะไรกัน การขับไล่สิ่งชั่วร้ายแบบอิ่มตัวงั้นเหรอ?
พระสงฆ์หัวโล้น นักบวชเต๋าในชุดคลุม
ชายฉกรรจ์ในเสื้อกล้ามรัดรูป
หญิงวัยกลางคนในชุดสีสันฉูดฉาด
เอวผูกกระดิ่งไว้หลายลูก มือซ้ายถือกลอง มือขวาถือแส้หนังเส้นเล็ก
"ทำไมถึงมีคนมาที่ตระกูลเฉียวเยอะขนาดนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาไม่ได้ส่งบัตรเชิญไปแค่ใบเดียว?"
โจวเข่อซินถามด้วยความสงสัย
"ก็เห็นๆ กันอยู่"
เฉินหยูยิ้มบางๆ
"การจะเอาเงินจากมือนายทุนนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ"
โจวเข่อซินบ่นอย่างหงุดหงิด
ดูจากการแต่งตัวของคนพวกนี้แล้ว น่าจะเป็นคนที่มีวิชาอาคมกันทั้งนั้น
เคยได้ยินแต่การเชิญหมอจำนวนมากมารักษาแบบอิ่มตัว
ไม่เคยได้ยินว่าการขับไล่สิ่งชั่วร้ายจับผี ก็ใช้ยุทธวิธีคลื่นมนุษย์ด้วย
นี่มันอะไรกัน การขับไล่สิ่งชั่วร้ายแบบอิ่มตัวงั้นเหรอ?
คนพวกนี้แต่งตัวพิลึกพิลั่น ราวกับคนบ้าที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวช
โจวเข่อซินบ่นยับพลางชี้ไปที่นักบวชเต๋าในชุดคลุมตรงประตู
"เขาว่ากันว่าพระอ้วนนักบวชเต๋าผอม แต่นักบวชเฒ่าคนนี้จะอ้วนเกินไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีร้อยกว่ากิโล"
"ชุดคลุมเต๋าบนตัวนั่นแทบจะปริแตกอยู่แล้ว ไม่เห็นจะพอดีตัวสักนิด"
"ผู้ทรงศีลใส่สร้อยทองเส้นเบ้อเริ่มไว้ที่คอแบบนั้น มันจะดีจริงๆ เหรอ?"
"ชุดคลุมเต๋ากับสร้อยคอทองคำนั่น คงไม่ได้ซื้อแบบจัดกรุ๊ปทัวร์มาจากพินซีซีหรอกนะ?"
"พี่ชายคนนั้นใส่แว่นดำตอนกลางคืน คงไม่ได้ตาบอดหรอกใช่ไหม? บนตัวสักมังกรสักหงส์ สรุปว่ามาขับไล่สิ่งชั่วร้าย หรือมาเก็บค่าคุ้มครองกันแน่?"
"พระเจ้า ป้าคนนั้นน่าจะอายุเจ็ดสิบแล้วมั้ง ทำไมยังใส่สายเดี่ยวกระโปรงสั้นอยู่อีก..."
โจวเข่อซินรู้สึกแสบตาไปหมด
ตกลงว่าคนพวกนี้มาจับผีขับไล่สิ่งชั่วร้าย หรือมาจัดปาร์ตี้แฟนซีที่นี่กันแน่?
พระก็ไม่เหมือนพระ นักบวชเต๋าก็ไม่เหมือนนักบวชเต๋า
แต่งตัวได้แปลกประหลาดหลุดโลกสุดๆ
นี่มันงานเอาต์ติงของคนไข้โรงพยาบาลจิตเวชชัดๆ
"เลิกพูดได้แล้ว เข้าไปกันเถอะ"
อีกไม่กี่นาทีจะสองทุ่ม เฉินหยูตบไหล่โจวเข่อซิน
ขืนปล่อยให้โจวเข่อซินบ่นต่อไป เฉินหยูคงกลั้นขำไว้ไม่อยู่แน่
รปภ. ของคฤหาสน์ตรวจบัตรเชิญของทุกคนทีละคน
สำหรับเรื่องที่เฉินหยูพาคนมาด้วยอีกคน รปภ. ก็ไม่ได้ถามอะไร
และเชิญทั้งสองคนเข้าไปอย่างสุภาพ
ทุกคนเดินเท้าจากประตูคฤหาสน์มาจนถึงห้องรับแขก
ห้องรับแขกมีพื้นที่กว้างขวางมาก ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า ราวกับล็อบบี้โรงแรมระดับห้าดาว
"สมกับเป็นมหาเศรษฐีแห่งหางโจว แค่ห้องรับแขกห้องเดียว ยังตกแต่งได้หรูหราขนาดนี้"
"เกรงว่าทั้งหางโจว คงมีแค่ตระกูลเฉียวที่มีความกล้า ควักเงินห้าสิบล้านมาจ้างคนไปขับไล่สิ่งชั่วร้าย"
"ห้าสิบล้านต้องเป็นของฉัน ใครก็อย่ามาแย่งกูเชียว!"
"พ่อมดหมอผีบ้านนอกอย่างแก มีหน้ามาแย่งธุรกิจกับศิษย์ร่างทรงอย่างฉันงั้นเหรอ ไม่เจียมตัว!"
พอได้ยินอีกฝ่ายพูดจาไม่เข้าหู ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกุยเฮงกางเกงขาสั้น ก็ถลึงตาใส่พี่ชายแว่นดำที่โจวเข่อซินค่อนขอดว่าเป็นคนตาบอด
พี่ชายแว่นดำพูดด้วยสำเนียงกวางตุ้งปนจีนกลางอย่างชัดเจนว่า "มองอะไรวะ?"
"มองมึงแล้วจะทำไม"
"มึงลองมองอีกทีสิ"
เมื่อเห็นทั้งสองคนเปิดศึกน้ำลายกัน โจวเข่อซินก็กลอกตาบน
"หมอเฉิน ฉันมีความรู้สึกว่า คนพวกนี้เป็นแค่พวกไร้ความสามารถ ไม่มีความเป็นปรมาจารย์เลยสักนิด"
"คุณพูดถูกแล้วล่ะ คนพวกนี้นับเรียงตัวได้เลย เป็นพวกหมอผีต้มตุ๋นทั้งนั้น"
"มิน่าล่ะ แต่ละคนถึงได้เหมือนคนบ้า"
โจวเข่อซินอดรู้สึกไม่เข้าใจไม่ได้
ตระกูลเฉียวไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา เชิญคนมาขับไล่สิ่งชั่วร้ายตั้งมากมาย หรือว่าไม่คิดจะตรวจสอบประวัติกันเลย?
ลูกพี่นักเลงกับพ่อมดหมอผีบ้านนอกต่างพากันด่าทอไปถึงโคตรเหง้าศักราชของอีกฝ่าย เพื่อแย่งชิงว่าเงินห้าสิบล้านจะตกเป็นของใคร
แสดงยิมนาสติกทางปากกันอย่างสง่างาม
สภาพของคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันนัก
"พวกนักต้มตุ๋น..."
โจวเข่อซินใช้มือลูบคาง มุมปากเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เฉินหยูเหลือบมองโจวเข่อซิน พลางยิ้มบางๆ "อยากจะกวาดล้างรวดเดียวเลยงั้นสิ?"
"ฮิฮิฮิ"
โจวเข่อซินหัวเราะ "ในเมื่อคนพวกนี้ล้วนเป็นนักต้มตุ๋นที่ไม่มีความรู้ความสามารถ แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาไปหลอกลวงคนอื่นต่อไป สู้ส่งพวกเขาเข้าไปดัดสันดานข้างในไม่ดีกว่าเหรอ"
ช่วงเวลาที่มาอยู่หางโจว โจวเข่อซินได้เรียนรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น และเรื่องราวต่างๆ มากมายไม่น้อย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของหางโจว กำลังกวาดล้างพวกนักต้มตุ๋นที่หลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง
แจ้งเบาะแสมีรางวัล ยิ่งเยอะยิ่งได้รางวัลมาก
แจ้งจับนักต้มตุ๋นร้อยกว่าคนในคราวเดียว เงินรางวัลคงได้จนรับไม่หวาดไม่ไหว
ด้านหนึ่งก็ได้หารายได้พิเศษ อีกด้านหนึ่งก็สามารถเตะคู่แข่งออกไปให้พ้นทางได้ทั้งหมด
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ตัวเธอนี่มันฉลาดแกมโกงจริงๆ
"หมอเฉิน เดี๋ยวฉันจะโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาจับพวกเขาไปให้หมดเลย"
"พอเป็นแบบนี้ ที่นี่ก็จะเหลือแค่พวกเรา เงินรางวัลห้าสิบล้านก็จะเป็นของเราทั้งหมด"
เฉินหยูได้ยินดังนั้นก็ถึงกับมีเส้นดำพาดผ่านหน้าผาก
นึกไม่ถึงเลยว่าโจวเข่อซินจะมีมุมที่ร้ายกาจแบบนี้ด้วย
ใช้ข้อหาเผยแพร่ความงมงายหัวโบราณ มากวาดล้างคนพวกนี้รวดเดียวจบ
"หมอเฉิน สรุปว่าคุณเห็นด้วยไหม? ถ้าคุณเห็นด้วย ฉันจะออกไปโทรศัพท์เดี๋ยวนี้เลย"
เฉินหยูส่ายหน้า
"ทำไมล่ะ?"
โจวเข่อซินถามอย่างไม่เข้าใจ
"เกิดพวกนักต้มตุ๋นนี่ฟลุกขึ้นมา แล้วไล่สิ่งสกปรกในตัวคุณหนูเฉียวไปได้จริงๆ เงินห้าสิบล้านก็ต้องตกไปอยู่ในมือพวกเขาแล้วนะ"
"พวกเขาไม่มีโอกาสนั้นหรอก"
เฉินหยูมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าลึกล้ำ
"อีกอย่าง ถ้าแจ้งจับพวกเขา เรื่องสนุกๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นน่ะสิ"
"เรื่องสนุกๆ? เรื่องสนุกอะไรเหรอ?"
โจวเข่อซินถาม
"ความลับสวรรค์ไม่อาจแพร่งพราย"
เฉินหยูหุบปากเงียบ ส่งสัญญาณให้โจวเข่อซินอยู่เงียบๆ
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่ม ชายชราในชุดพ่อบ้านก็เดินออกมาจากประตูเล็กๆ บานหนึ่งในห้องรับแขก
"ขอให้ทุกคนเงียบหน่อยครับ นายท่านและฮูหยินของผม กำลังจะออกมาพบกับทุกคนแล้ว"
สิ้นเสียงนั้น เสียงจอแจในที่เกิดเหตุก็หยุดลงกะทันหัน
ศิษย์ร่างทรงและพ่อมดหมอผีบ้านนอกที่เตรียมจะเปลี่ยนจากยิมนาสติกทางปากมาเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ถลึงตาใส่กัน
แล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทางราวกับเด็กๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายชราที่ถือไม้เท้าคนหนึ่ง ก็ได้รับการประคองจากหญิงสาวรูปร่างอรชร เดินออกมาจากประตูอีกบาน
ชายชราคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับสามของหางโจว เฉียวไป่ซุ่น
ผู้หญิงคนนั้นชื่อเหยาหลิน เป็นภรรยาคนที่สองของเฉียวไป่ซุ่น
ก่อนที่แขกรับเชิญจะมาถึง ทุกคนล้วนทำความเข้าใจเกี่ยวกับตระกูลเฉียวมาบ้างแล้ว
พวกเขารู้ดีว่าเฉียวไป่ซุ่นไม่เพียงแต่เป็นมหาเศรษฐีในท้องถิ่น แต่ยังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลล้นฟ้า
จึงรีบเอ่ยปากทักทายอีกฝ่ายทันที
เฉียวไป่ซุ่นทักทายทุกคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ขอบคุณปรมาจารย์ทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่า มาช่วยเหลือตระกูลเฉียวของผม"
"ชายแก่คนนี้ ขอขอบคุณทุกคนมากครับ"
พูดจบ เฉียวไป่ซุ่นก็ส่งไม้เท้าให้เหยาหลิน แล้วประสานมือคารวะ
"ท่านเฉียวเกรงใจเกินไปแล้ว การที่คุณเชิญพวกเรามา ถือเป็นการให้เกียรติพวกเราต่างหาก"
"ท่านวางใจได้ พวกเราจะต้องขับไล่สิ่งอัปมงคลในตัวคุณหนูเฉียวไปได้อย่างแน่นอน"
"เถ้าแก่เฉียว ห้าสิบล้านที่คุณพูดถึง เป็นเงินสดหรือเช็คครับ?"
"นักพรตอย่างฉันร่ำเรียนวิชามาหลายสิบปี เคยเห็นภูตผีปีศาจมาเป็นร้อย ผีชั้นต่ำแค่นี้จัดการได้สบายมาก"
ทุกคนต่างพากันคุยโวโอ้อวดฝีมือของตัวเอง ต่างก็อยากจะข่มคนอื่น เพื่อให้ได้งานชั้นดีนี้มาครอง
"ทุกท่านอย่าเพิ่งใจร้อน ฟังผมค่อยๆ อธิบายก่อน"
เฉียวไป่ซุ่นขัดจังหวะเสียงโหวกเหวกของทุกคน แล้วส่งสายตาให้พ่อบ้าน
พ่อบ้านล้วงบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า







