จ้าวฟู่อวิ๋นนำวัสดุล้ำค่าแต่ละชิ้นออกมาวางเรียงรายบนพื้น
เขาแน่ใจแล้วว่าจะหลอมตะเกียงสักดวง ตะเกียงสามารถช่วยส่งเสริมการบำเพ็ญเพียร ทั้งยังเพิ่มความสะดวกยามประลองอาคม
เขามองดูของบนพื้น หยิบถ้วยตะเกียงของตะเกียงเพลิงกัลป์ที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ออกมาวางไว้ด้านหนึ่ง พลางคิดว่ามีถ้วยตะเกียงแล้ว ก็สมควรต้องมีน้ำมันตะเกียง ไส้ตะเกียง และเปลวไฟ
แหล่งกำเนิดไฟเขาก็มีแล้ว เช่นนั้นไส้ตะเกียงกับน้ำมันตะเกียงเล่า?
เขามองดูวัสดุที่วางอยู่บนพื้น นึกทบทวนว่ามีสิ่งใดนำมาทำน้ำมันตะเกียงและไส้ตะเกียงได้บ้าง
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เก็บของเหล่านั้นกลับไป จากนั้นลุกขึ้นเดินออกจากถ้ำพำนัก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือท้องฟ้าสดใส แสงแดดสาดส่อง ภูเขาที่เคยเขียวขจีบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยดอกไม้สีแดง
เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงริมหน้าผา ลมพัดมาวูบหนึ่ง ร่างของเขาถูกพัดลอยขึ้นราวกับว่าว เขาเพียงกางแขนทั้งสองข้าง ไอความร้อนในร่างกายแผ่วเบา ล่องลอยไปตามสายลม
เขาซึมซับความรู้สึกนี้อย่างละเอียด แล้วปรับร่างกายกลางอากาศ
ช่วงที่ผ่านมา ยามบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ เขาเพ่งจิตจินตนาการว่าตนเองคือแสงตะวันที่ทอประกายบางเบา ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต สัมผัสถึงแรงผลักและแรงดึงดูดที่ไร้รูปลักษณ์ บัดนี้เขาผ่อนคลายจิตใจ โบกสะบัดแขนเสื้อ ร่างทั้งร่างร่อนถลาอยู่กลางอากาศดั่งนกตัวใหญ่ บินข้ามหุบเขาของภูเขาลูกหน้า แล้วร่อนลงสู่ภูเขาหลังช้างอย่างแผ่วเบา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเหาะเหินเดินอากาศ แต่ทว่าเป็นครั้งที่บินได้อย่างมั่นใจที่สุด เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะตกลงไป ทั้งยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เขามั่นใจว่าตนสามารถล่องลอยอยู่กลางอากาศได้ตลอดไป
นี่คือความสามารถที่ได้มาหลังจากฝึกฝน 'คัมภีร์ล้ำค่าหยางบริสุทธิ์'
ทว่าเขายังคงรู้สึกว่าจำเป็นต้องไปเรียนรู้วิชาเหาะเหินที่แท้จริง รวมถึงวิชาเร้นกาย
วันนี้จัดการให้เสร็จสิ้นไปพร้อมกันเลยก็ดี เขาเตรียมตัวไปที่หอคัมภีร์เพื่อเลือกตำราเกี่ยวกับการหลอมสร้างมาอ่านดูสักหน่อย ถึงตอนนั้นก็ถือโอกาสดูวิชาเหาะเหินและวิชาเร้นกายไปด้วย
แม้ใน 'คัมภีร์ล้ำค่าหยางบริสุทธิ์' จะมีวิชาเร้นกายอัคคี แต่เขารู้สึกว่า 'คัมภีร์ล้ำค่าหยางบริสุทธิ์' ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคาถาอาคมเท่าใดนัก แม้จะมีคาถาอาคมอยู่บ้าง ก็ล้วนเป็นความสามารถที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อฝึกฝนถึงขั้น ต่อให้เป็นวิชาเร้นกายอัคคี ในตำราก็กล่าวไว้เพียงประโยคเดียวว่า "ไฟหยางแผดเผาทั่วร่างจนปรุโปร่ง สามารถแปลงเป็นไฟเพื่อเร้นกายได้"
ขณะเดินอยู่บนภูเขาหลังช้าง จะเห็นได้ว่าบนกำแพงเตี้ยซึ่งสร้างไว้สำหรับติดประกาศโดยเฉพาะนั้น มีประกาศแผ่นใหม่ติดอยู่
เขาปรายตามอง ในนั้นบอกว่าช่วงบ่ายจะมีอาจารย์นักพรตมาบรรยายเรื่องวิชาควบคุมกระบี่
เขาไม่ใช่ไม่มีความสนใจในวิชาควบคุมกระบี่ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้ที่เน้นฝึกฝนวิชากระบี่เป็นหลัก หลังจากสร้างรากฐานแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือต้องมีธาตุทองในเบญจธาตุ เพื่อให้กระบี่ของตนเฉียบคมยิ่งขึ้น ส่วนคุณสมบัติของอาคมที่แฝงอยู่ในยันต์ หากไม่เป็น 'ความเฉียบคม' ก็ต้องเป็นคุณสมบัติที่เอื้อต่อการควบคุมกระบี่จึงจะดี
แต่คุณสมบัติของอาคมที่แฝงอยู่ในยันต์ของเขานั้นไม่มีสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นหากเขาไปฝึกวิชาควบคุมกระบี่ เมื่อเทียบกับผู้ที่คุณสมบัติอาคมในยันต์สอดคล้องกับวิชากระบี่แล้ว ย่อมเสียเปรียบอย่างแน่นอน
เขาไม่ได้ไปฟังบรรยาย ระหว่างทางพบเจอศิษย์ร่วมสำนักที่มาฟังบรรยายไม่น้อย เขาไม่รู้จักใครเลย จึงไม่ได้ใส่ใจ และตรงไปยังหอคัมภีร์
ครั้งนี้เขามุ่งตรงไปยังชั้นหนังสือหมวดการหลอมสร้าง บางคนชอบฟังผู้อื่นบรรยาย ฟังผู้อื่นย่อยความรู้แล้วป้อนเข้าปาก ส่วนบางคนชอบอ่านและขบคิดทำความเข้าใจด้วยตนเอง
จ้าวฟู่อวิ๋นค่อนข้างชอบเรียนรู้ด้วยตนเอง ในอารามล่าง คาถาอาคมและทักษะมากมายปานนั้น เขาล้วนศึกษาด้วยตนเองทั้งสิ้น ดังนั้นจึงมีคนรู้น้อยมาก
ที่ชั้นหนังสือหมวดการหลอมสร้างยังแบ่งออกเป็นหลายประเภท เขามองข้ามพวกธง ตราประทับ ลูกปัด กระบี่ และอื่นๆ จนพบแถวที่แขวนป้ายว่าหมวด 'ตะเกียง'
ตำราที่นี่ล้วนเป็นกระดาษ เห็นได้ชัดว่าเป็นฉบับคัดลอกด้วยมือ ไม่มีตำราแผ่นทองคำหรือแผ่นเงิน และยิ่งไม่มีม้วนไม้ไผ่
ไม่ใช่ต้นฉบับดั้งเดิม แต่เป็นการคัดลอกมาไว้ที่นี่ ทุกคนย่อมทำตามความสะดวก
แม้เขาจะเคยศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการหลอมสร้างและวิธีหลอมอย่างง่ายมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเรียนรู้วิธีการบวงสรวงหลอมอาวุธวิเศษชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างแท้จริง
ความรู้พื้นฐานในการหลอมสร้างทำให้เขารู้ว่า อาวุธวิเศษที่ต่างกันมีวิธีหลอมไม่เหมือนกัน การผสมผสานระหว่างวัสดุที่แตกต่างกันจะส่งผลให้พลังของอาวุธวิเศษผิดแผกกันไป
เขาหยิบ 'ลักษณะโครงสร้างและการเลือกวัสดุของอาวุธวิเศษประเภทตะเกียง' ออกมาเป็นเล่มแรก
เขานั่งลงที่โต๊ะด้านข้าง แล้วเริ่มอ่านอย่างเพลิดเพลิน
เนื้อหาเข้าใจง่าย ไม่มีการใช้ถ้อยคำที่ลึกล้ำซับซ้อนจนเกินไป
ในนั้นกล่าวว่า อาวุธวิเศษประเภทตะเกียง เป็นอาวุธวิเศษที่ดีที่สุดสำหรับการร่ายคาถาธาตุไฟ จัดเป็นตัวแทนของอาวุธวิเศษประเภทธาตุหยาง หลังจากจุดเปลวไฟของอาวุธวิเศษแล้ว สามารถส่องสว่างได้ตลอดกาล โดยไม่จำเป็นต้องคอยควบคุม มีสรรพคุณวิเศษในการป้องกันตัว อาวุธวิเศษประเภทตะเกียงส่วนใหญ่มีสรรพคุณวิเศษในการทำลายสิ่งชั่วร้ายและทำลายวิชาเร้นกาย สามารถป้องกันการโจมตีจากมารร้ายภายนอกได้
ส่วนโครงสร้างของตะเกียงหนึ่งดวง ประกอบด้วยถ้วยตะเกียง น้ำมันตะเกียง ไส้ตะเกียง และเปลวไฟ
ในนี้บอกว่าเปลวไฟคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ความแข็งแกร่งของเปลวไฟจะเป็นตัวกำหนดพลังของอาวุธวิเศษชิ้นนี้
อีกทั้ง ในตำรายังบอกอีกว่า หากจะเลือกวัสดุ ทางที่ดีที่สุดคือสามารถหลอมรวมเบญจธาตุเข้าด้วยกัน จากนั้นก็เป็นรายชื่ออาวุธวิเศษประเภทตะเกียงที่มีชื่อเสียงเรียงร้อยมาเป็นชุด
ในใจของจ้าวฟู่อวิ๋นก็มีชื่อตะเกียงสองสามดวงแวบเข้ามาเช่นกัน อย่างเช่น โคมบัววิเศษ ตะเกียงแปดทัศน์
นอกเหนือจากเปลวไฟแล้ว ก็คือการเลือกถ้วยตะเกียงและไส้ตะเกียง
ในนี้ยังยกตัวอย่างวัสดุอีกหลายชนิด เขามองข้ามการเลือกวัสดุสำหรับทำถ้วยตะเกียงไป เพราะในมือเขามีถ้วยตะเกียงเพลิงกัลป์อยู่แล้ว และไม่คิดจะเปลี่ยน เพราะไม่มีอันอื่น อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าอันนั้นน่าจะดีไม่น้อย ถึงขั้นเก็บกักไฟกัลป์ไว้ในนั้นได้
ส่วนการเลือกไส้ตะเกียง เขาเห็นในตำราเขียนไว้ว่า หากเป็นไปได้ ใช้เอ็นมังกร ขนนกฟีนิกซ์ จะดีที่สุด ในนี้กล่าวว่า หากใช้เอ็นมังกรขนนกฟีนิกซ์เป็นไส้ตะเกียง จะสามารถทำให้เปลวไฟแผ่อานุภาพของมังกรและนกฟีนิกซ์ออกมาได้
จ้าวฟู่อวิ๋นเมินเฉยต่อข้อความนั้น แล้วอ่านต่อไป
ด้านบนเขียนว่า การใช้วัสดุล้ำค่าธาตุไม้มาทำไส้ตะเกียงก็ไม่เลว ไม้ให้กำเนิดไฟ จ้าวฟู่อวิ๋นรู้ดีว่าเชือกหลายชนิดแท้จริงแล้วก็ถักทอมาจากเส้นใยเปลือกไม้
ในนั้นยังมีวิธีถักผมของตนเองเป็นไส้ตะเกียง ทั้งยังมีวิธีใช้เอ็นมังกรเจียวแทนเอ็นมังกร และวิธีใช้ปีกนกเพลิงแทนขนนกฟีนิกซ์
ตำราเล่มนี้ก็เพียงแค่แนะนำคร่าวๆ เขายังคงไปหาอ่านตำราเล่มอื่นต่อ ตำราเล่มอื่นๆ ล้วนเป็นวิธีหลอมสร้างตะเกียงแต่ละชนิดโดยเฉพาะ
"ตะเกียงเทพเพลิงแดง?" จ้าวฟู่อวิ๋นหยิบขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ ก็รู้ว่านี่คือตำราว่าด้วยตะเกียงที่หลอมขึ้นโดยอาศัยเทวานุภาพของเทพจ้าวเพลิงแดง คล้ายคลึงกับตะเกียงที่เขาหลอมในอู้เจ๋อ ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยอ่านตำราเล่มนี้มาก่อน เพียงแค่ฟังอาจารย์นักพรตบรรยายรอบเดียวก็สามารถหลอมสำเร็จได้ ความสำเร็จนี้ทำให้เขาอารมณ์ดีมาก
"ตะเกียงอีกาเพลิง"
เปิดออกดู ด้านในอธิบายว่านี่คือตะเกียงที่สามารถทำให้เปลวไฟจำแลงกายเป็นอีกาเพลิงได้ นับว่าล้ำลึกอยู่บ้าง เขาจึงวางมันกลับที่เดิม
"ตะเกียงหยางบริสุทธิ์ปราบมาร!" ในใจเขาเกิดความสนใจ หยิบขึ้นมาเปิดดู วิธีหลอมสร้างไม่ได้ซับซ้อนอะไร ตะเกียงมีสรรพคุณในการปราบมาร ในมุมมองของเขา หากมอบให้ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นใช้ป้องกันตัวยามบำเพ็ญเพียรก็ถือว่าดีมาก ทว่าสำหรับเขากลับไร้ประโยชน์
"ตะเกียงเฉียนหยางหลอมมาร!" จ้าวฟู่อวิ๋นเห็นชื่อนี้ก็เกิดความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง เปิดออกดู จากนั้นก็นั่งลงด้านข้าง แล้วเริ่มอ่านอย่างละเอียด







