(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 152
บทที่ 152 คนอื่นเข้าคุกเพื่อไถ่บาป แต่เขาเข้าคุกเพื่อพัฒนาตัวเอง
หลังจากผ่านชีวิตที่ยากลำบากมานานนับสิบปี ก็เคยชินกับการเป็นคนจนไปเสียแล้ว
เพื่ออนาคตของลูกชายลูกสาวสามคน...
ก็ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ อดทนอีกสักหลายสิบปีก็แล้วกัน
มองดูหน้าจอที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย "ข้าคือราชา ใครจะทำไม" ยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดว่า
"ชีวิตในตอนนี้มันก็ไม่ได้แย่อะไร ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า"
เมื่อพูดประโยคนี้ออกมาต่อหน้าผู้คน เขารู้สึกเบาขึ้นมาก
ความอึดอัดที่กดดันอยู่ในใจก็พลันหายวับไปในชั่วพริบตา
"คุณหมอเฉิน ขอบคุณที่ช่วยแนะนำผมนะครับ ผมขอออกจากสายก่อน"
เมื่อการพูดคุยผ่านสายจบลง เฉินหยู ยิ้มบาง ๆ และพูดว่า
"เอาล่ะครับ ทุกคนเงียบก่อนนะ ตอนนี้ขอเชิญผู้ป่วยรายที่สามเข้ามาได้เลยครับ"
พอถึงคราวผู้ป่วยรายที่สามขึ้นสาย ห้องถ่ายทอดสดก็เต็มไปด้วยคำถามอีกครั้ง
"เป็นไปได้ยังไงที่คนนี้คือ โจวเข่อซิน?"
หลายคนเดากันว่า บางทีนี่อาจเป็นบัญชีสำรองของโจวเข่อซิน
“คุณหมอเฉิน ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ที่ฉันมาแย่งที่ของคนอื่น”
“ฉันกำลังเจอปัญหาใหญ่ และมีเพียงคุณเท่านั้นที่ช่วยฉันได้”
ทันทีที่เริ่มพูด โจวเข่อซินก็กล่าวขอโทษต่อเฉินหยู
เฉินหยูยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของโจวเข่อซิน “ปัญหาของคุณ ผมรู้แล้วครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวเข่อซินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ไม่เสียแรงที่เธอสร้างบัญชีสำรองตั้งหลายร้อยบัญชี เพื่อติดตามห้องถ่ายทอดสดของเฉินหยูรอโอกาสนี้
ปฏิกิริยาของเฉินหยูไม่ทำให้เธอผิดหวังจริง ๆ
"ใครเป็นแฟนคลับของพี่โจว บอกได้ไหมว่าเธอกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่?"
"หรือว่าเธอถูกเพื่อนสาวหักหลังอีกแล้ว?"
"คงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกนะ?"
"ว่าแต่ทำไมพี่โจวต้องใช้บัญชีสำรองล่ะ หรือบัญชีหลักมีปัญหา?"
“ฉันรู้เหตุผล! บัญชีหลักของพี่โจวโดนแบนหนึ่งเดือน!”
“จริงเหรอ? เธอเป็นถึงสตรีมเมอร์ระดับล้านเชียวนะ!”
“โอ้โห! โดนแบนจริง ๆ แถมแบนตั้งเดือนหนึ่งด้วย”
เมื่อมีผู้รู้เบื้องลึกออกมาแฉ เรื่องราวใหญ่โตจึงถูกเปิดเผยในที่สุด
ราวสิบกว่าวันก่อน...
โจวเข่อซินได้เข้าไปในห้องถ่ายทอดสดของสตรีมเมอร์สายการกุศลตามคำแนะนำของแฟนคลับ
สตรีมเมอร์คนนั้นมีชื่อว่า “ชาวบ้านอาเหว่ย” ซึ่งมุ่งเน้นขายผลไม้ที่ปลูกในหมู่บ้านของเขาเอง
บุคลิกของเขาคือคนที่กลับตัวกลับใจ เป็นคนใหม่
อาเหว่ยเคยทำผิดกฎหมายเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และต้องโทษจำคุกถึงสามปี
หลังจากออกจากคุก ชาวบ้านก็ไม่ได้รังเกียจเขาเลย กลับยอมรับเขาให้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านอีกครั้ง
เพื่อเป็นการตอบแทนชาวบ้าน อาเหว่ยจึงมาเป็นสตรีมเมอร์ขายผลไม้ของหมู่บ้าน
เมื่อเห็นเช่นนั้น โจวเข่อซินรู้สึกซาบซึ้งใจมาก จึงสั่งซื้อองุ่น 3 ลังที่เธอชื่นชอบที่สุดในทันที
แต่สองวันถัดมา...
โจวเข่อซินได้ติดต่ออาเหว่ยผ่านการถ่ายทอดสด พร้อมทั้งนำผลตรวจสารตกค้างในผลไม้มายืนยันว่า
องุ่นที่เธอซื้อมามีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน
เธอจึงเรียกร้องให้อาเหว่ยหยุดขายผลไม้ทั้งหมด และเรียกคืนสินค้าทันที
แต่อาเหว่ยยืนยันด้วยคำมั่นสาบานว่าผลไม้ทั้งหมดมาจากหมู่บ้าน และไม่มีปัญหาเรื่องสารเคมี
ทั้งสองฝ่ายยืนยันหนักแน่นในจุดยืนของตน จนต้องให้แพลตฟอร์มเข้ามาไกล่เกลี่ย
ในที่สุด แพลตฟอร์มก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจผลไม้ในหมู่บ้านของอาเหว่ย
ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีสารเคมีตกค้างในผลไม้ของหมู่บ้าน
แพลตฟอร์มจึงตัดสินว่าโจวเข่อซินเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง และสั่งแบนบัญชีของเธอเป็นเวลาหนึ่งเดือน
“คุณหมอเฉิน เรื่องราวโดยรวมก็เหมือนที่คนในห้องถ่ายทอดสดพูดกันค่ะ แต่ฉันยืนยันว่าไม่ได้ใส่ร้ายพวกเขา”
“ฉันขอสาบานเลยว่า องุ่นสามลังก่อนหน้านี้ที่ส่งไปตรวจพบว่ามีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานทั้งหมด”
โจวเข่อซินพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ พร้อมเริ่มเล่ารายละเอียดที่ผู้ชมทั่วไปยังไม่รู้
ในวันที่ได้รับองุ่น เธอกินไปหนึ่งพวงหลังจากล้างแล้ว
ตอนแรกก็คิดว่ารสชาติอร่อยดี และตั้งใจจะช่วยโปรโมตผลไม้ให้
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอเกิดอาการปวดท้องรุนแรงเหมือนคลื่นในท้องพลิกไปมา
เมื่อไปโรงพยาบาล แพทย์ระบุว่าเป็น โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลันจากอาหารเป็นพิษ
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ถูกเพื่อนสาว "อันอัน" วางยาและหักหลัง โจวเข่อซินจึงฝังใจและมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทุกครั้งที่อาหารมีผลกระทบต่อร่างกาย เธอจะรีบส่งตัวอย่างไปตรวจสอบโดยทันที เพราะกลัวจะถูกปองร้ายอีก
“คุณหมอเฉิน คุณต้องเชื่อฉันนะคะ ฉันไม่ได้ใส่ร้ายพวกเขาแน่นอน”
“องุ่นที่ฉันซื้อมีสารเคมีตกค้างทุกกล่อง แต่ที่แพลตฟอร์มไม่พบสารเคมี ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
แม้ว่าผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และแพลตฟอร์มจะระบุว่าไม่มีปัญหา
แต่โจวเข่อซินกลับไม่มีโอกาสแก้ต่าง และต้องเผชิญกับคำวิจารณ์ที่รุนแรง
ไม่เพียงถูกแบนบัญชี เธอยังต้องรับมือกับข้อความด่าทอและเสียดสีมากมายในแต่ละวัน
มีบางคนเชื่อว่าโจวเข่อซินจงใจหาเรื่อง เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างกระแสจากประเด็นความปลอดภัยของอาหาร
แม้แพลตฟอร์มจะช่วยระงับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากภายใน แต่ความเสียหายก็ไม่อาจป้องกันได้ทั้งหมด
และยังส่งสัญญาณเป็นนัยหลายครั้งว่าเธอควรออกแถลงการณ์ขอโทษอาเหว่ย
“ถ้าฉันทำผิดจริง ก็ไม่ใช่แค่แถลงการณ์หรอกค่ะ ฉันพร้อมจะไปขอโทษเขาถึงหมู่บ้านและถ่ายทอดสดให้คนทั้งประเทศดูด้วยซ้ำ”
“แต่ปัญหาคือฉันไม่ได้ทำผิด!”
“ฉันยอมทิ้งบัญชีระดับล้านฟอลโลเวอร์ได้ แต่ฉันไม่ยอมก้มหน้าในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ”
“คุณหมอเฉิน คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่าพวกเขาใช้วิธีอะไรทำให้ผลไม้หลุดรอดการตรวจสอบสารเคมี?”
น้ำเสียงของโจวเข่อซินเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เธอทั้งเล่าเรื่องราวและตั้งคำถาม
ก่อนจะรีบโอนค่าปรึกษาจำนวนหนึ่งหมื่นหยวนให้ทันที
“คุณมีภาพถ่ายหรือภาพหน้าจอของอาเหว่ยไหมครับ?” เฉินหยูถาม
“ฉันจะไปถ่ายมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
อาเหว่ยกำลังถ่ายทอดสดอยู่ โจวเข่อซินจึงใช้โทรศัพท์อีกเครื่องเข้าไปในห้องถ่ายทอดสดของเขา
และถ่ายภาพหน้าจอมายื่นให้เฉินหยูดู
เฉินหยูมองภาพอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า
“ผลไม้ในหมู่บ้านของพวกเขาไม่มีสารเคมีตกค้างจริง ๆ ครับ”
“อะไรนะ?!”
คำพูดนี้ทำเอาโจวเข่อซินเหมือนถูกฟ้าผ่า เธอตกใจอย่างหนัก
“ถ้าผลไม้ไม่มีสารเคมี แล้วองุ่นสามลังที่ฉันได้มาล่ะคะ? มันเป็นไปได้ยังไง?”
“หรือว่ามีใครแอบเปลี่ยนสินค้าก่อนจะถึงมือฉัน? พวกเขาต้องการวางยาฉันใช่ไหม?”
เดิมทีโจวเข่อซินหวังว่าเฉินหยูจะช่วยเธอเคลียร์ชื่อเสียง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาก็ยืนยันว่าผลไม้ไม่มีปัญหา
เฉินหยูยิ้มขม ๆ “คุณคิดมากไปครับ นอกจากอันอันแล้ว ไม่มีใครในชีวิตของคุณพยายามวางยาคุณอีก”
“สาเหตุที่ผลไม้ของคุณมีสารเคมีตกค้าง เป็นเพราะสินค้าที่คุณได้รับไม่ใช่ผลไม้ที่ปลูกในหมู่บ้านตั้งแต่แรก”
“ผลไม้ที่คุณเห็นในสวน เป็นเพียง ‘สินค้าตัวอย่าง’ เท่านั้น”
“สิ่งนี้เปรียบเสมือนบ้านตัวอย่างในโครงการอสังหาริมทรัพย์ครับ ย่อมต้องทำให้ดูดีที่สุด”
“ส่วนสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ คือผลไม้ราคาถูกที่พวกเขาไปซื้อจากตลาดผลไม้”
“คนทั้งหมู่บ้านร่วมมือกับอาเหว่ยในการโกง แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็อาจตรวจไม่พบอะไรเลย”
เมื่อฟังจบ โจวเข่อซินก็ได้แต่ยืนนิ่ง เธออึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
เฉินหยูมองเธอด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ และพูดขึ้นว่า
“อาเหว่ยคนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนมีฝีมือเลยล่ะ สิ่งที่ควรเรียนและไม่ควรเรียน เขาก็เรียนมาหมดแล้ว”
“คนอื่นเข้าคุกเพื่อไถ่บาป แต่เขาเข้าคุกเพื่อพัฒนาตัวเองโดยแท้จริง”







