115. บทที่ 115 มิตรหรือศัตรู
นี่คือภาพเหตุการณ์ในยุคแรกเริ่มของสมาคมภราดรภาพคนเหมืองงั้นหรือ? อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนลั่วเหวยซือย่าจะยังไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม
ในเวลานี้รอบด้านของเขาวงกตความทรงจำดูมืดสลัวลงมาก เถาวัลย์ที่อยู่ในเงามืดเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิตขึ้นมา บางครั้งก็กระตุกไปมา และส่งเสียงเสียดสีจากการเลื้อยคลาน
เฉาหยางตระหนักว่า ตนเองเข้าไปในความทรงจำลึกเกินไป จิตใต้สำนึกเริ่มเกิดปฏิกิริยาต่อต้านแล้ว เขาอยู่ต่อได้มากที่สุดอีกแค่ไม่กี่นาทีก็ต้องออกไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ทอดสายตาไปยังความทรงจำก้อนสุดท้าย
ในครั้งนี้ ในที่สุดเจ้าของความทรงจำก็ไม่ได้อยู่ในอุโมงค์เหมืองอันน่าขนลุกอีกต่อไป แต่กำลังนั่งอยู่ในกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามของเธอคือไห่ย่ากับหญิงสวมหน้ากาก
"พวกเรารวบรวมหลักฐานมาได้เพียงพอแล้ว สิ่งที่ค้นพบที่ก้นอุโมงค์เหมืองจะเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทเหมืองแร่ฟ้าสูง เมื่อถึงเวลานั้นเขตเหมืองที่ทวีปใหม่จะกลายเป็นโครงการสำคัญของพวกเขา" คนพูดคือไห่ย่า "อีกไม่นาน บริษัทแม่เกาเทียนจะส่งคนจำนวนมากมารวมกันที่ป้อมรุ่งโรจน์ คนของเราจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป"
"ระยะเวลานี้คืออีกนานแค่ไหน?"
"อย่างมากก็ไม่เกินครึ่งปี" ไห่ย่ามองหญิงสาวข้างกาย "มีสิ่งหนึ่งที่น้องสาวฉันพูดถูก พวกเราไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว ต้องเตรียมลงมือตั้งแต่ตอนนี้"
"แต่ว่า... การทำลายป้อมรุ่งโรจน์ทั้งป้อมมันจะแลกมาด้วยราคาที่สูงเกินไปหรือเปล?" ลั่วเหวยซือย่ามีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด "ถึงแม้คนในสมาคมภราดรภาพส่วนหนึ่งจะเป็นคนธรรมดา แต่ชาวไห่เว่ยก็มีสัดส่วนมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ฉันเกรงว่าความเกลียดชังที่ทวีปเก่ามีต่อชาวไห่เว่ยทั้งเผ่าจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะกลายเป็นคนบาปที่ชั่วร้ายจนอภัยให้ไม่ได้จริงๆ นะ!"
เฉาหยางเห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ตัวตนของหญิงสวมหน้ากากได้รับการยืนยันแล้ว แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าสมาคมภราดรภาพคนเหมืองจะวางแผนการใหญ่ขนาดนี้ พอลงมือก็จะทำลายเมืองทั้งเมืองทิ้งเลย!
ปัญหาคือแค่กองกำลังรักษาความปลอดภัยร่วมของสี่บริษัทใหญ่ คนพวกนี้ก็รับมือได้ยากลำบากอย่างยิ่งแล้ว ในเมืองยังมีกองกำลังพิทักษ์เมืองประจำการอยู่อีก พวกเขาต้องทำยังไงถึงจะทำให้แผนการของตัวเองสำเร็จได้?
เมื่อเห็นไห่ย่าเผยสีหน้าลำบากใจเช่นกัน น้องสาวของเธอก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที "เกาะของเธอยังอยู่ไหม?"
"อะไรนะ?"
"ฉันกับพี่สาวมาจากเกาะลาลาฉี ที่นั่นอยู่ห่างไกลจากทวีปเก่า นานๆ ทีตอนที่มีเรือแล่นผ่าน พวกเราก็จะเอาปลาทะเลสดๆ กับปะการังสวยงามมาทำเป็นสินค้า เพื่อแลกเปลี่ยนกับเกลือ น้ำตาล เครื่องเทศ และของอื่นๆ อย่าว่าแต่เรื่องเป็นโจรสลัดปล้นสะดมเลย เกาะลาลาฉีไม่เคยติดค้างสินค้าแม้แต่ตำลึงเดียวด้วยซ้ำ แล้วผลลัพธ์ล่ะ?"
น้ำเสียงของเธอเริ่มหนักอึ้ง "มีอยู่วันหนึ่ง เรือรบของบริษัทเดินเรือก็มาถึง พวกเขาใช้ปืนใหญ่ทำลายบ้านเรือนของเรา ฆ่าชาวประมงของเราจนหมดเกลี้ยง ต้อนผู้รอดชีวิตที่ยังมีลมหายใจเข้ากรง ขนส่งพวกเราไปยังทวีปใหม่ทีละลำเรือ แล้วพวกเขาก็ตั้งปล่องเหมืองและปั้นจั่นขึ้นบนเกาะ ทุบทำลายแนวปะการังใกล้เกาะเป็นตันๆ แล้วเอาไปจนหมด ทุกวันนี้เธอก็เห็นแล้วนี่ บริษัทเดินเรือที่ทำลายเกาะลาลาฉียังคงโลดแล่นอยู่ตามท่าเรือและท่าเทียบเรือ ส่วนชาวไห่เว่ยที่ไม่ได้พึ่งพาทวีปเก่ากลับถูกโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นโจรสลัดที่เข่นฆ่า ปล้นชิง และวางเพลิง"
"หรือว่าพวกเขายังเกลียดชังพวกเราไม่พออีก? ทั้งๆ ที่ตัวเองต่างหากที่เป็นคนบาป แต่กลับผลักไสความผิดสารพัดมาให้พวกเรา!" เธอกำหมัดแน่น "ฉันยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนั้น ก็เหมือนกับที่ชาวไห่เว่ยส่วนหนึ่งกลายเป็นโจรสลัดจริงๆ แต่ในสภาพแวดล้อมใหญ่โตแบบนี้ เสียงของผู้ที่มีเจตนาดีไม่สามารถสร้างคลื่นลมอะไรได้เลย โดยเฉพาะภายใต้ห่วงโซ่ผลประโยชน์ของหินแสงสีคราม ชะตากรรมของพวกเราก็มีแค่ทางเลือกสองทาง คือความตายและการต่อต้าน!"
"ฉันเองก็เห็นด้วยกับการต่อต้าน ไม่อย่างนั้นคงไม่เข้าร่วมกับพวกเธอหรอก..." ลั่วเหวยซือย่าก้มหน้าลง "แต่พวกเราไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ?"
"นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว" อีกฝ่ายพูดอย่างหนักแน่นเด็ดขาด "สมาคมไม่มีทางเอาชนะบริษัทซึ่งๆ หน้าได้ ต่อให้ทำได้ ลอร์ดก็จะต้องยืนอยู่ฝั่งบริษัทอย่างแน่นอน โอกาสชนะเพียงหนึ่งเดียวอยู่ที่เสาหินแสงสีครามในป้อมรุ่งโรจน์ ขอแค่ระเบิดมันทิ้ง หมอกก็จะกลืนกินเมืองนี้ไป พื้นที่แถบนี้จะสูญเสียมูลค่าไปอย่างสิ้นเชิง พวกเราไม่จำเป็นต้องฆ่าคนเยอะแยะด้วยซ้ำ ก็สามารถบีบให้พวกเขาล่าถอยไปได้ทั้งหมดแล้ว!"
พอพูดถึงตรงนี้ น้องสาวของไห่ย่าก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
"เชื่อฉันสิ นี่เป็นโอกาสรอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของพวกเรา ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ แค่คนเหมืองจากเกาะลาลาฉีเพียงลำพังไม่พอที่จะสนับสนุนปฏิบัติการทั้งหมดได้ ต้องมีคนของเธอเข้ามาร่วมด้วย พวกเราถึงจะมีโอกาสชนะบ้าง หากเธอเกรงว่าจะถูกฉันหลอกใช้ ฉันยกตำแหน่งหัวหน้าสมาคมให้เธอเลยก็ได้... หรือเธอต้องการสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น!"
ลั่วเหวยซือย่าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว โน้มตัวลงไปประคองเธอขึ้นมา "เธอเคยช่วยชีวิตฉันไว้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ควรจะเป็นฝ่ายตอบแทนเธอถึงจะถูก ฉันช่วยให้แผนการของเธอสำเร็จได้ แต่เธอต้องรับปากฉันว่า หากมีวิธีที่ดีกว่านี้ในการแก้แค้นการทำเหมืองเกาเทียน และช่วยคนเหมืองที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาสทั้งหมดออกมาได้ เธอจะยอมปรับเปลี่ยนแผนการนี้อย่างเหมาะสม"
"ตกลงตามนี้" มือของทั้งสองจับกันแน่น
ตอนนั้นเอง เฉาหยางก็รู้สึกว่าเท้าของตัวเองถูกอะไรบางอย่างพันเอาไว้
เขาก้มหน้าลงขวับ ก็เห็นเพียงเถาวัลย์เส้นหนึ่งเลื้อยเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และพันข้อเท้าของเขาไว้จนแน่นหนา!
เป็นไปได้ยังไง!?
วิชาเข้าฝันเป็นเพียงการผสานกันของจิตสำนึก ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากที่สุดก็หยุดอยู่แค่ในระดับจิตสำนึกเท่านั้น พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้เขาไม่ได้มี 'ร่างกายเป็นตัวตน' ไม่มีทางที่จะสัมผัสก้อนความทรงจำพวกนี้ได้เลย และทุกสิ่งที่อยู่ในก้อนความทรงจำก็ไม่ควรจะสัมผัสโดนเขาได้ถึงจะถูก!
เฉาหยางดึงตัวกลับหมายจะลอยขึ้นไปข้างบน แต่เถาวัลย์ไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยเขาไปเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่จะฉุดรั้งเขาไว้ แต่ยังเลื้อยไต่ขึ้นมาตามน่องอีกด้วย!
แย่แล้ว!
ไอ้นี่ต้องมีปัญหาแน่ๆ
วิธีเอาตัวรอดที่ง่ายที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการยุติวิชาเข้าฝัน แล้วให้จิตสำนึกกลับคืนสู่ร่างจริง!
แต่ถ้าถอนตัวตอนนี้ เขาก็ไม่มีเวลาสร้างร่างแยกที่สองเพื่อไปชี้นำจิตใต้สำนึกของน้องสาวไห่ย่าแล้วเหมือนกัน
ชั่วพริบตานั้น เฉาหยางก็นึกวิธีหนึ่งขึ้นมาได้
ในเมื่อความสำคัญของลั่วเหวยซือย่าไม่ธรรมดา ถ้าอย่างนั้นการให้เธอเป็นคนสร้างผลกระทบต่ออีกฝ่ายก็คงจะได้ผลเหมือนกัน
คิดได้ก็ทำเลย! เขาใช้ความเร็วที่สุดดึงความทรงจำช่วงหนึ่งออกมาจากสมอง สร้างขึ้นมาใหม่ตามความคิดของตัวเองแล้วหลอมรวมเข้าไปในเขาวงกตความทรงจำของลั่วเหวยซือย่า จากนั้นก็ตะโกนใส่อ้ายลั่วตี้ "ยกเลิกความสามารถ!"
วินาทีต่อมา สภาพแวดล้อมรอบด้านก็แตกสลายลงในพริบตา ราวกับว่าโลกทั้งใบพังทลายลงตามไปด้วย หลังจากที่หมุนคว้างด้วยความเร็วสูงจนชวนคลื่นไส้และมีอาการปวดเส้นประสาทแปลบๆ เขาก็กลับมาอยู่ที่ตำแหน่งสะพานเดินเรืออีกครั้ง
"บริการปลุกของเธอได้ผลดีจริงๆ ด้วย" เฉาหยางพ่นลมหายใจยาว เหยียดแขนขาแล้วล้มตัวลงนอน
เขาเคยเห็นท่านี้ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งรู้จักกับทูตสวรรค์ใหม่ๆ แล้ว
ลมพายุที่อ้ายลั่วตี้ระเบิดออกมา ไม่เพียงแต่จะลบร่างแยกของเขาไปเท่านั้น แต่ยังทำให้การพรางตัวล่องหนไร้ผลโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเป็นการลบความสามารถในการหลอกลวงของปีศาจทั้งหมดทิ้งไปอย่างบังคับ
และท่านี้เมื่อนำมาใช้ในการตัดการเชื่อมต่อ ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
"เกิดอะไรขึ้น?" อ้ายลั่วตี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอสามารถมองเห็นได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ในสายตาของเฉาหยางเท่านั้น แต่ไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่ได้จากวิชาเข้าฝันแบบเรียลไทม์ได้
"เรื่องมันยาว" เฉาหยางรอจนกระทั่งอาการวิงเวียนทุเลาลงบ้าง ถึงได้ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง และแชร์ความทรงจำส่วนนี้ให้เธอ "ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลกระทบจากเส้นแร่ใต้ดินหรือเปล่า ฉันถึงได้ถูกเถาวัลย์ในฝันพันขาเอาไว้ นอกจากนี้คนคนนี้เป็นน้องสาวของไห่ย่าจริงๆ ฉันจำได้ว่าตอนที่เจอกัน ลั่วเหวยซือย่าเคยเรียกเธอว่าไห่ฉีไปคำหนึ่ง ดูจากตรงนี้แล้ว ชื่อเต็มของเธอก็น่าจะหนีไม่พ้นไห่ฉี มีลาแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวก่อนนะ... เป้าหมายการชี้นำของนายเปลี่ยนเป็นลั่วเหวยซือย่างั้นเหรอ? แบบนี้จะได้ผลไหม?"
"ได้ผลก็ดีสิ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ต้องเป็นฝ่ายไปขอเจรจากับสมาคมภราดรภาพแล้วล่ะ" เฉาหยางยักไหล่
ล้อเล่นหรือไง! รากฐานทั้งหมดของเขาอยู่ที่ป้อมรุ่งโรจน์ วิหารเยนี่และบริษัทยาประตูแห่งโชคชะตาในตอนนี้ก็คือแหล่งที่มาซึ่งคอยมอบพลังปรารถนาให้กับเขา ใครก็ตามที่คิดจะเล่นตุกติกกับสองอย่างนี้ ก็ถือว่ากำลังแตะต้องเกล็ดมังกรย้อนของดินแดนหรรษา ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้สมาคมภราดรภาพคนเหมืองทำแผนการทำลายเมืองได้สำเร็จอย่างเด็ดขาด
หากสามารถโน้มน้าวเจตนาของอีกฝ่ายให้เปลี่ยนไปได้ นั่นก็ยังพอมีเรื่องให้คุยกันได้บ้าง
มิเช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็คือศัตรู







