ผมยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อยอดโดเนท แต่ลูกพี่ดันเปย์สู้ตายแบบไม่มีกั๊ก · khram
ตอนที่ 129
บทที่ 129 พี่สาวบอกว่า... เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย...
โรงแรมหรูระดับห้าดาวไม่เพียงแต่หรูหรา ทว่ายังมีขนาดใหญ่มากอีกด้วย
ตลอดทั้งคืน
พี่สาวที่หลงทางไม่ได้วิ่งออกไปจากห้องของเจียงเฟิงเลย
เห็นได้ชัดว่าทางออกนั้นหายากขนาดไหน!
ส่วนน้องอวิ๋นอี้ที่พักอยู่ชั้นล่างนั้นค่อนข้างจะทรมานสักหน่อย
เป็นที่ทราบกันดีว่า
โดยพื้นฐานแล้วโรงแรมมักจะมีการออกแบบให้เก็บเสียง ความเคลื่อนไหวทั่วไปยากที่จะเล็ดลอดลงไปถึงชั้นล่าง
แต่ปัญหาคือ...
เสียงเดินทางผ่านของแข็งได้เร็วกว่าในอากาศน่ะสิ!
ไม่ใช่แค่เร็วนะ แต่ยังดังด้วย!
ดังนั้นน้องอวิ๋นอี้จึงถึงกับงงเต็ก!
ชั้นบนเดี๋ยวก็ทุบพื้น เดี๋ยวก็มีเสียงดังโครมครามดังมาจากในครัวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งยังมีเสียงโต๊ะ เก้าอี้ และเสียงแผ่นเตียงสั่นไหวดังเอี๊ยดอ๊าด
จนท้ายที่สุด เธอกระทั่งได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความเมตตาราวกับกำลังสะอึกสะอื้น...
"ฮือๆๆ คนชั้นบนคงไม่ได้เจอผู้ชายชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัวหรอกนะ?"
"น่ากลัวจัง..."
น้องอวิ๋นอี้ตกใจจนหน้าซีดเผือด
รีบเอาผ้าห่มคลุมโปง ซุกตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม
ไม่ได้การแล้ว
พรุ่งนี้เธอจะต้องไปบอกพี่สาวเซี่ยงไฮ้สักหน่อยว่า ในโรงแรมมีผู้ชายชอบซ้อมเมีย!!!
...
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ทุกคนที่นอนหลับพักผ่อนจนรู้สึกสดชื่นแจ่มใสกำลังทานอาหารเช้ากันอยู่ที่ห้องอาหารของโรงแรม
"อ่า~~~ สบายจังเลย!"
ซุนเฉินหาวหวอด ถือจานบุฟเฟต์เดินตรงไปหาลมปราณโลหิตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"เอ๊ะ เสี่ยวเฟิงยังไม่ลงมาอีกเหรอ?"
ลมปราณโลหิตกำลังก้มหน้าก้มตากิน เมื่อได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงอู้อี้ตอบรับในลำคออย่างไม่ชัดเจนนัก
ซุนเฉินหัวเราะหึๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่ เมื่อวานไปเที่ยวกับน้องอวิ๋นอี้เป็นไงบ้าง? มีโอกาสไหม..."
ลมปราณโลหิตได้ยินดังนั้นก็สำลักทันที หน้าแดงก่ำ ไออยู่พักใหญ่
ก่อนจะเอ่ยปากด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ "ไม่ใช่สิ ในสมองนายเนี่ย นอกจากเรื่องพรรค์นั้นแล้วไม่มีเรื่องอื่นที่มันสร้างสรรค์กว่านี้เลยเหรอ?"
"เราสองคนก็แค่ออกไปเที่ยวเล่นกันรอบหนึ่งก็เท่านั้นปะ?!"
ซุนเฉินชะงัก "ไปเที่ยวเฉยๆ อะนะ?"
"ไม่งั้นล่ะ?"
"ชิ น่าเบื่อชะมัด..."
ซุนเฉินเบ้ปาก อุตส่าห์ยอมตัดใจไม่ไปเป็นก้างขวางคอเมื่อวาน
โอกาสดีขนาดนั้นแท้ๆ!
พี่ชาย ทำไมถึงไม่รู้จักคว้าเอาไว้เนี่ย!
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่
น้องอวิ๋นอี้ก็เดินเข้ามาด้วยสภาพเหมือนซากศพเดินได้พร้อมกับขอบตาคล้ำสองข้าง
ดวงตาปลาตายคู่นั้น
บวกกับศีรษะที่ก้มต่ำ
คนที่ไม่รู้อาจจะนึกว่าเมื่อคืนเธอออกไปเป็นขโมยมาซะอีก...
"ง่วงจังเลย..."
ลมปราณโลหิตและซุนเฉินต่างชะงัก "เดี๋ยวสิ น้องสาว นี่เธอ... ??"
"อย่าพูดถึงเลย เมื่อคืนชั้นบนห้องฉันมีผู้ชายซ้อมเมียพักอยู่"
"ดึกดื่นค่อนคืนสองคนนั้นทะเลาะกัน เดี๋ยวก็ล้มโต๊ะ เดี๋ยวก็ทุบพื้น..."
น้องอวิ๋นอี้นึกย้อนกลับไปก็ยังรู้สึกหวาดผวา
"ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารมาก... ตอนสุดท้ายเหมือนจะร้องไห้ด้วยนะ..."
เจียงเฟิงเดินลงบันไดมาด้วยรอยยิ้ม "คุยอะไรกันอยู่เหรอ?"
"ผู้ชายซ้อมเมีย!"
ทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน
เจียงเฟิงชะงัก... ผู้ชาย... ซ้อมเมีย?
บ้าอะไรเนี่ย?
น้องอวิ๋นอี้รีบเล่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อคืนด้วยความตื่นเต้นทันที...
สีหน้าของเจียงเฟิงแปลกประหลาดขึ้นมาทันควัน "...อะแฮ่ม คือว่า... เป็นไปได้ไหมว่าเธออาจจะฟังผิด?"
"เป็นไปได้ยังไง?!"
น้องอวิ๋นอี้เห็นว่าเจียงเฟิงสงสัยตัวเองก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที
ล้อเล่นหรือเปล่า
หูของเธอขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมเชียวนะ!
น้องอวิ๋นอี้ยังอยากจะพูดอะไรอีก
แต่เห็นได้ชัดว่าเจียงเฟิงทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว รีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน "อะแฮ่ม คือว่า แล้วนี่พวกนายจะกลับกันเมื่อไหร่ล่ะ?"
"อีกสักพักน่ะ..."
ซุนเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ยังไงก็ต้องไปบอกลาพี่สาวเซี่ยงไฮ้ก่อนไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่แล้ว"
น้องอวิ๋นอี้พยักหน้าเห็นด้วย "ยังไงพี่สาวก็เลี้ยงต้อนรับพวกเรามาตั้งสองวัน จะยังไงก็ต้องขอบคุณต่อหน้าถึงจะถูก"
ลมปราณโลหิตรู้สึกสงสัยเล็กน้อย "เอ้อ จะว่าไป..."
"พี่สาวนายป่านนี้ยังไม่ตื่นอีกเหรอ?"
"เอ่อ..."
สีหน้าของเจียงเฟิงแข็งค้าง
เขาเหลือบมองคุณสมบัติบนหน้าต่างระบบของตัวเอง
【ชื่อ: เจียงเฟิง】
【อายุ: 23】
【ร่างกาย (การประเมินรวม ความแข็งแกร่ง + ความคล่องตัว): 9.1↑】
【พละกำลัง (การประเมินรวม ความทนทาน + การฟื้นฟู + ความอึด): 13.3 (-0.1 กำลังฟื้นฟูอย่างช้าๆ)↑】
【รูปร่างหน้าตา (การประเมินรวม บุคลิก + เสน่ห์ + รูปลักษณ์): 9.0↑】
"พี่สาวบอกว่า... เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย"
"ก็เลย... ไม่ได้มาส่งพวกเราแล้วล่ะ..."
เจียงเฟิงยิ้มแห้ง
ไม่สบายน่ะของปลอม แต่ลุกไม่ขึ้นน่ะของจริง
หลักๆ เป็นเพราะเมื่อคืนเล่นกันบ้าคลั่งไปหน่อย
พี่สาวหิวกระหายราวกับหมาป่า เผลอไปกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากเอาชนะของเจียงเฟิงเข้าพอดี
ก็เลยเกิดฉากอย่างเมื่อคืนขึ้นมา...
"อ้อ"
ลมปราณโลหิตพยักหน้า ไม่ได้คิดอะไรมาก
ผู้หญิงก็งี้แหละ...
ทุกเดือนก็ต้องมีวันแบบนั้นสักไม่กี่วัน ไม่สบายก็เป็นเรื่องปกติ
หลังจากทุกคนทานอาหารเช้าเสร็จ
เจียงเฟิงก็เริ่มจองตั๋วเครื่องบินกลับเมือง
ลมปราณโลหิตและน้องอวิ๋นอี้ก็แสดงท่าทีว่าเตรียมตัวจะกลับแล้ว...
ลมปราณโลหิตยังมีงานที่บริษัทต้องไปจัดการ ส่วนน้องอวิ๋นอี้ก็ต้องกลับไปเรียน
สำหรับซุนเฉิน...
หมอนี่จัดอยู่ในประเภทเถ้าแก่ที่ปล่อยปละละเลย
ใช้คำพูดของเขาเองก็คือ...
"พ่อไม่ยอมให้ฉันทำธุรกิจ บอกว่าขอแค่ฉันไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของตระกูล เงินทองชาตินี้ฉันก็ใช้ไม่หมดแล้ว"
กับเรื่องนี้เจียงเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
เถ้าแก่บ้านนายไม่เชื่อน้ำหน้านายขนาดไหนกันเนี่ย...
...
...
ช่วงบ่าย
ขณะที่เครื่องบินมุ่งหน้าสู่สถานที่ต่างๆ ทยอยขึ้นบิน
การรวมตัวออฟไลน์เพื่อมาเยี่ยมลูกพี่ในครั้งนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ภายในโรงแรมหรู
พี่สาวเซี่ยงไฮ้ใบหน้าแดงระเรื่อ นอนผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนเตียง ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนเจือไปด้วยกลิ่นอายรัญจวน
"พ่อตัวดี..."
พี่สาวเซี่ยงไฮ้ส่งสายตาตัดพ้อ
เมื่อคืนถึงกับทำกับเขาแบบนั้น...
บ่นก็ส่วนบ่น
แต่พอนึกถึงร่างกายที่เกือบจะสมบูรณ์แบบของเจียงเฟิง รวมถึงความอึดที่น่ากลัวนั่น
พี่สาวเซี่ยงไฮ้ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย
ดุดันเกินไปแล้ว!
ตอนนี้เธอรู้สึกแค่ว่าอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งตัว แม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยังไม่มี
หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วในใจเจียงเฟิงก็แอบเดาะลิ้นอยู่เหมือนกัน
ให้ตายเถอะ
คืนเดียวทำเอาพละกำลังที่สูงถึง 13.4 ของเขาลดลงไป 0.1...
พี่สาวต่างหากที่ร้ายกาจของจริง!!!
โบนัสเซตความเร็วโจมตีน่ากลัวถึงเพียงนี้ ยอมแล้วยอมแล้ว
"ฮัลโหล ฉันเสิ่นเยี่ยนนะ"
"ต่อสายถึงประธานจางแห่งบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจี๋เต้าให้ฉันที"
พี่สาวเซี่ยงไฮ้เอ่ยปากอย่างเกียจคร้านผ่านโทรศัพท์
ไม่นานนัก
เสียงผู้ชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นในสาย
น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยรอยยิ้ม
"ประธานเสิ่น คุณมีเวลาโทรมาได้ยังไงครับ?"
"มีอะไรชี้แนะหรือเปล่า?"
เสิ่นเยี่ยนเข้าเรื่องทันที เอ่ยเรียบๆ "ประธานจาง ยาที่บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจี๋เต้ากำลังวิจัยอยู่ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ชายวัยกลางคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ฮ่าๆๆ ไม่ปิดบังประธานเสิ่น ตอนนี้ยารักษาโรคประสาทอ่อนที่บริษัทเราผลิตขึ้นมาได้รับความนิยมในตลาดมากครับ"
"ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 8.7% แล้ว!"
"คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ ตัวเลขน่าจะทะลุ 10%!"
"ตอนนี้มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยจับตามองเราอยู่... รอแค่พวกเราเปิดระดมทุนรอบ Angel Round เท่านั้น"
พี่สาวเซี่ยงไฮ้พยักหน้า
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจี๋เต้าเป็นบริษัทผลิตยาชีวภาพที่บริษัทในเครือของเธอซื้อกิจการมา
โดยเธอเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด มีสัดส่วนหุ้นทั้งหมด 67.8%
พี่สาวน้องสาวที่ร่วมมือกันคนอื่นๆ ถือหุ้น 23.6%
ส่วนที่เหลือจึงจะเป็นหุ้นลมดั้งเดิมที่บริษัทเก็บรักษาไว้ อย่างเช่นประธานจางที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ตอนนี้
ในมือก็มีหุ้นดั้งเดิมของบริษัทอยู่ 5%







