ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 25
บทที่ 25 ไฟ! แห่ง! ความ! มุ่ง! มั่น! กำลังลุกโชน!
【มาแล้วๆ!】
【ดาราตกกระแส ปู่เอ็งมาแล้ว!】
【ชดใช้ให้เชียนเป่า!】
【วันนี้ดาราตกกระแสต้องเด็ดแน่!】
【เดี๋ยวๆ ก้อนพลาสติกเป็นปุ่มๆ เยอะๆ นี่มันอะไรอะ?】
จำนวนคนในห้องไลฟ์สดพุ่งขึ้นรวดเร็ว ชาวเน็ตที่รอคอยกันตาแหกในวันหยุดถึงกับตั้งนาฬิกาปลุกมาดูไลฟ์สด แต่พอเห็นภาพ ก็ถูกแผ่นกดจุดดีไซน์แปลกตาดึงดูดสายตาไปหมด
เติ้งเฉามองอย่างสงสัย: “ให้วิ่งบนนี้ ไม่เคยเห็นเหมือนกันนะ”
เบบี้ทำหน้าบอบบาง: “แถวแรกยังพอไปได้ แต่นู่นตรงบันไดที่เหมือนไผ่อ่อนโผล่น่ากลัวมาก! แล้วยิ่งหลังๆ ไอ้หนามๆ นั่นยิ่งสูง เห็นแล้วขยะแขยงกลัวเลยค่า!”
สมาชิกแต่ละทีมคุยกันเซ็งแซ่
เร่อปาหันไปมองลวี่หมิงกับหวังเป่าเฉียงที่ทำหน้ามึนอยู่ แล้วอธิบาย: “ที่บ้านฉันก็มีนะ ยืนบนมันสบายดี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด!”
หวังเป่าเฉียงพอได้ยิน ก็เหยียบรองเท้าขึ้นไปลองเดินสองก้าว: “ไม่เห็นรู้สึกอะไรนี่นา”
“กติกาบอกแล้ว ต้องขึ้นไปเหยียบแบบเท้าเปล่า”
“อ๋อ งั้นลองใหม่”
หวังเป่าเฉียงกระชากรองเท้าถุงเท้าออกแบบไม่แคร์ภาพลักษณ์ แล้วเหยียบแผ่นกดจุดไปเต็มๆ วินาทีถัดมา เสียงกรีดร้องแหลมก็ดังก้องฟ้า: “อ๊าโฮ่ว!!”
【!!!】
【มันเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ?】
【ช็อกเลย สีหน้าพี่เฉียงกลายเป็นมีมไปแล้วได้ไง?!】
【เป็นนักแอ็กชัน ดาวบู๊ ทำไมบอบบางล่ะ?】
“เจ็บ เจ็บชิบ… เจ็บตายฉันแล้ว!” หวังเป่าเฉียงกระโดดหย็องๆ รีบชูเท้าขึ้นมาเป่าฝ่าเท้าที่แดงระเรื่อ
ผู้กำกับที่ยืนคุมอยู่ข้างๆ เห็นผลลัพธ์ได้ดั่งใจ ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที
เพราะไลฟ์สดรันนิ่งแมนมียอดสนใจสูงจนทุบสถิติในประวัติศาสตร์วาไรตี้จีน กลายเป็นโปรเจ็กต์อันดับหนึ่งที่เจียงเจ๋อไถกับกีวีให้ความสำคัญ เพื่อดันคอนเทนต์ให้โดดเด่น ทีมรายการรันนิ่งแมนย่อมไม่ตามใจดาราจนลดความยากแบบรายการอื่นๆ จนกลายเป็นเด็กเล่นขายของ
รอบนี้แผ่นกดจุดของพวกเขาถูกอัปเกรดขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษ ผลิตกันข้ามคืน!
แถมเพื่อให้แขกรับเชิญรับสัมผัสได้ชัดๆ ทีมรายการกำหนดว่าต้องขึ้นแบบเท้าเปล่า แม้แต่ถุงเท้าก็ห้ามใส่ ภายใต้ข้อจำกัดนี้ ต่อให้เป็นชายอกสามศอกเหยียบลงไป ก็ต้องกรี๊ดลั่น!
พอทั้งสามทีมถอดถุงเท้าเตรียมจะลองกันจริงจัง
วันนี้อาจารย์หวงกับอู๋เชียนที่กลับมาฟิตเต็มร้อย แถมอัดอั้นอยากหาเรื่อง ก็เริ่มแกล้งทันที
ลวี่หมิงกำลังยืนชิดขอบลู่วิ่งสังเกตอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียศูนย์ ร่างพุ่งไปข้างหน้า โผลงไปนอนคว่ำบนแผ่นกดจุด ความแสบซ่าเล่นงานจนเผลอสูดลมหายใจเฮือก เสียงครางหลุด: “เอ๊ะเฮ่ย อูหูหูหูหู……”
【???】
【นี่เขาฟินเหรอ?!】
【แยกไม่ออกเลยว่าดาราตกกระแสกำลังเจ็บหรือกำลังสบาย ถ้าเจ็บอยู่ ช่วยจัดหนักขึ้นอีก ถ้าดันสบายละก็ หยุดเดี๋ยวนี้!】
【พวกแอนตี้นี่เห็นดาราตกกระแสดีไม่ได้จริงๆ】
ลวี่หมิงกลิ้งบนแผ่นกดจุดหนึ่งตลบ พอพลิกตัวลงมาก็ทำเมินเสียงหัวเราะกลั้นไม่อยู่ของคนอื่น หันไปจ้องอู๋เชียนเอาเรื่อง: “เชียนเป่า ไอ้หมอนี่คิดแผนเลวสินะ! กล้ากลับมาจัดหนักกันโต้งๆ เลยเหรอ?!”
อู๋เชียนหัวเราะเย็น: “ฉันไม่หน้าด้านเท่าแกหรอก!”
“เหลาหวง” ลวี่หมิงเหลือบตาไปเรียก
อาจารย์หวงหัวเราะเย็น: “ไม่มีสัมมาคารวะเลยนะ ไม่เรียกอาจารย์แล้ว?”
“อาจารย์เหรอ ฉันว่าคุณเหมือนไอ้เจ้าเล่ห์เลย!” ลวี่หมิงหรี่ตาจี้ถาม: “คุณผลักผมทำไม!”
อาจารย์หวงฮึดฮัดเบาๆ: “ดูฉันเหมือนคนแบบนั้นไหมล่ะ?”
เพราะไม่มีหลักฐาน ลวี่หมิงจึงทำอะไรไม่ได้ แต่เร่อปาที่อยู่ข้างๆ เขาแอบชี้ไปทางอาจารย์หวง ลวี่หมิงทำมือโอเคเป็นสัญญาณว่าเข้าใจแล้ว
หลังจากทุกคนได้เห็นปฏิกิริยาเว่อร์วังของลวี่หมิง ก็เริ่มกลัวๆ กล้าๆ กับเจ้าตูมเล็กๆ แข็งๆ ที่เหมือนหน่อไผ่นั่น เลยพากันทดลองเหยียบอย่างระแวดระวัง
อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังยุ่ง ลวี่หมิงล้วงจากกระเป๋ากางเกงหยิบเหล้าขาวขวดแบนแบบคลาสสิกออกมา บิดฝาแล้วยกซดหนึ่งอึก
【ติง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่ม ‘เอ้อร์กัวโถว’ ค่าคาริสมา +2!】
ยามเช้าลมเย็นๆ พอได้คู่กับเหล้าขาวร้อนแรง เพียงอึกเดียวผ่านคอ ลวี่หมิงก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ ทันใดนั้นเหมือนทั้งร่างกายมีแรงเหลือล้นใช้ไม่หมด!
【เช้าๆ ก็ซัดแล้วเหรอ?】
【สมกับเป็นดาราตกกระแส!】
【นี่เพิ่งเริ่มอัดรายการเองนะ ไม่คิดจะให้เกียรติทีมรายการบ้างเลยรึไง?!】
【ก็ไม่ใช่ว่าพึ่งรู้จักดาราตกกระแสกันวันแรก ถ้าเขาคิดจะให้เกียรติทีมรายการล่ะก็ วันก่อนคงไม่ดื่มจนทำให้สปอนเซอร์หลักถอนตัวหรอก】
【@เอ้อร์กัวโถว จ่ายตังค์ด้วย!】
【ทำไมอยู่ๆ รู้สึกว่าดาราตกกระแสไม่เหมือนเดิมอะ นั่งนิ่งๆ ซดเหล้าด้านข้างคือหล่อบาดใจ!】
【ว่าไปก็จริง แต่ก่อนเป็นแค่ของสวยแต่ไร้ประโยชน์ ตอนนี้กลับมีออร่าผู้ดีนำเข้า ทั้งที่เหล้าขาวขวดละสิบหยวนราคาถูกๆ อยู่ในมือเขากลับมีบรรยากาศเหมือนแชมเปญ ทั้งที่ของนี่คุณลุงเก็บขยะข้างทางยังเมินเลยนะ】
【หน้าตาระดับเทพนี่ทำอะไรก็เตะตาไปหมด ถ้าเขานั่งเงียบๆ ทำตัวเป็นหนุ่มหล่อไม่พูดจา แค่ผ่านหน้าจอฉันก็รู้สึกต่ำต้อยแล้ว ฟิลเตอร์ไอดอลเต็มแม็กซ์!】
【เสียดาย หน้าโคตรหล่อ แต่พอปากเปิดทีไร ความมีเสน่ห์หายเกลี้ยง!】
【ขอเถอะ อย่าพูด!】
แอนตี้หมิงที่ตอนแรกเห็นดาราตกกระแสเพลี่ยงพล้ำก็สะใจอยู่หรอก แต่จู่ๆ คอมเมนต์กระสุนก็เต็มไปด้วยเสียงอวยหน้าตาของดาราตกกระแสทันที ครู่เดียว เหล่าเฮตเตอร์จากสารทิศก็เดือดพล่าน แห่กันมาด่าเป็นพัลวัน:
【ทาสรักสักคนมันน่าอวยตรงไหน】
【หน้าตาเขาก็กลางๆ นั่นแหละ เหล่าหมิงเป่าเอะอะจะล้างภาพให้ดาราตกกระแสจนไม่เหลือศักดิ์ศรีเลยนะ!】
【ดาราตกกระแสร้องเพลงได้ไหม? พูดบทได้ไหม? มีฝีมือการแสดงรึเปล่า? ถ้าไม่ใช่เพราะโดนด่าอยู่ฮอตเสิร์ชทุกวัน คิดจริงๆ เหรอว่าจะมีวาไรตี้โชว์เชิญเขามาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ? นอกจากเรียกกระแสจะทำอะไรเป็นอีก ทำอะไรได้อีก?!】
【ดาราตกกระแสก็คือไอ้ตัวตลกหน้าตาดีเท่านั้นแหละ!】
【ทาสรักสุดท้ายย่อมไม่เหลืออะไร คนอวยดาราตกกระแสเดี๋ยวก็ซวย!】
หลังจากสมาชิกคนอื่นๆ ทยอยทดสอบแล้ว ทุกคนต่างเห็นพ้องว่าต่อไปนี้ต้องเป็นศึกหนักแน่ๆ สีหน้ายิ้มแย้มขำๆ ก่อนหน้าถูกเก็บเข้าที่ทันที
อาจารย์หวงอาศัยบารมีอาวุโสเดินไปต่อรองกับผู้กำกับ: “แผ่นกดจุดนี่แรงไปหน่อยหรือเปล่า พวกเราเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เช้าๆ ต้องทำภารกิจโหดขนาดนี้ ไม่ค่อยเหมาะนะ?”
“นั่นสิครับ เหยียบเท้าเปล่าลงบนเม็ดนูนๆ ขรุขระแบบนี้มันเจ็บจริงๆ!” อู๋เชียนก็เห็นว่าไม่เหมาะสม: “เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา เปลี่ยนชุดใหม่เถอะครับ!”
เมื่อกี้เขาลองเดินไปสองสามก้าว ความชาหน่วงๆ ที่แล่นขึ้นมามันไปกระตุ้นต่อมลูกหมากแบบรุนแรง ถ้าไม่ฝืนกลั้นไว้ เขาอาจจะเผลอฉี่แตกตรงนั้นเลย!
“ใช่ครับ ทีมรายการนี่ช่างไม่รู้กาลเทศะเลย!” ลวี่หมิงก็เดินเข้าไปสมทบความวุ่นวายในจังหวะนี้
อาจารย์หวง: “หืม?”
อู๋เชียน: “หา?”
ทั้งสองคนทำหน้าแปลกใจ ยังรวมถึงคนอื่นๆ ที่สีหน้าก็ประหลาดไม่น้อย ด้วยความบาดหมางระหว่างทั้งสาม ปกติน่าจะอยากเห็นอีกฝ่ายซวยไม่ใช่รึไง?
แต่จู่ๆ กลับออกความเห็นตรงกัน นับว่าแปลกทีเดียว!
“พวกคุณเคยเอาใจเขามาใส่ใจอาจารย์หวงบ้างไหม?” ลวี่หมิงตั้งคำถามน้ำเสียงหนักแน่น ฟังแล้วอาจารย์หวงชื่นอกชื่นใจ แต่ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนทิศคำพูดว่า “อาจารย์หวงปีนี้แก่จนเท้าข้างหนึ่งก้าวลงหลุมแล้วนะ! อะไรอย่างลิ่มเลือดอุดตันในสมอง ความดันสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เบาหวาน เข้าใจไหมว่าความเสี่ยงกวาดเรียบรอบชรามันสูงขนาดไหน!”
“พวกคุณจัดเกมกระตุ้นขนาดนี้ ถ้าอาจารย์หวงเผลอเป็นลิ่มเลือดในสมองกำเริบ ตาลอยโพลง สองขาดิ้นเฮือกเดียว สิ้นใจคาแผ่นกดจุด แบบนี้จะให้ไปลงบัญชีใคร?!”
“ยิ่งแถวนี้ดันไม่มีร้านโลงศพสักร้าน ยุ่งยากนะ”
ผู้กำกับ: “……”
สมาชิกที่เหลือ: “……”
【ตลกตรงที่บอกร้านโลงศพไม่มีนี่แหละ】
【ท่านได้ยินหรือไม่ว่าเขากล่าวอะไร?!】
【ความดุเดือดเชิงรุกของดาราตกกระแส ฉันยอมรับมาตลอด】
【นี่แหละดาราตกกระแสเวอร์ชันที่คุ้นเคย】
【อาจารย์หวง: CNM คิดได้รอบด้านดีนะ!】
ผู้กำกับหยิกเนื้อต้นขาตัวเองหนึ่งที พยายามกลั้นขำ ทั้งที่เมื่อกี้ยังใสซื่อคิดไปว่า ดาราตกกระแสยอมร่วมมือร่วมใจไปกับอาจารย์หวง สรุปแล้วความคิดเพี้ยนคือเขา ผู้กำกับนี่แหละ
“ตอบผมมา!”
“Look in my eyes!”
“จะให้ลงที่ใคร?!”
“……” ใครจะไปรู้ว่าผู้กำกับรายการคนหนึ่งทำไมถึงโดนแขกรับเชิญพิเศษไล่บี้จนเงียบกริบ
อาจารย์หวงเสียงเย็น: “ลงชื่อแก!”
“อาจารย์หวง อย่าพึ่งวีน ผมกำลังช่วยต่อรองเพื่อประโยชน์ให้คุณอยู่นะ!” ลวี่หมิงโบกมือ
สีหน้าอาจารย์หวงไร้อารมณ์: “ใครใช้ให้แกไปต่อรอง ไม่ต้อง เอาตามความโหดระดับนี้เลย! สุขภาพฉันมีสิทธิ์ให้คนอื่นกังขาไหมล่ะ แล้วมีสิทธิ์ให้ทาสรักท็อปสตาร์ที่ทั้งตกกระแสทั้งโดนแบนอย่างแกมากังขาไหม?!”
แอนตี้หมิงเห็นอาจารย์หวงเริ่มโหมดดุเดือดขึ้นมาบ้าง ก็โห่ลั่นทันที
【ตีกันเลย!】
“……” ลวี่หมิงหันไปมองอู๋เชียน: “เชียนเป่า นายร่างกายอ่อน…”
อู๋เชียนด่ากราด: “มึงนั่นแหละร่างกายอ่อนแอ กูตื่นเช้าทุกวันอย่างแรกคือวิ่งห้ากิโล!”
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันได้ยินมาว่าฝ่าเท้ามีจุดกดจำนวนมาก รวมถึงเขตสะท้อนของไตด้วย ถ้าเดี๋ยววิ่งๆ อยู่แล้วนายดันฉี่แตกคาที่ แบบนี้จะให้ไปลงบัญชีใคร?”
“ลงบัญชี TM ของมึงสิ!” อู๋เชียนของขึ้น “เรื่อง TM แบบนี้มันใช่เรื่องที่มึงต้องมาห่วงไหม?!”
“พอเถอะ เริ่มได้!” อาจารย์หวงรู้สึกว่าคราวนี้ต้องแข็งแกร่งหน่อย ก้าวขึ้นสู่สนามแผ่นกดจุดเป็นคนแรก สีหน้าที่เหมือนยอมตายชะงักวูบ แต่ไม่นานก็ฝืนยิ้ม “จืดชืด ไร้แรงกดดัน!”
ลวี่หมิงชูโป้งเงียบๆ: “อาจารย์หวงสมกับเป็นอาจารย์หวง นับถือ!”
“หนุ่มๆ ดูให้ดี เรียนให้เป็น!” อาจารย์หวงไพล่มือไว้ด้านหลัง ท่าทีลึกล้ำ “สะพานที่อาจารย์หวงแกเดินผ่าน ยังยาวกว่าถนนที่พวกแกเดินมาเสียอีก!”
“ครับผม!”
บนแผ่นกดจุด เฉาเกอ อาจารย์หวง และเบบี้ สามคนที่สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีแดงทั้งชุดกำลังปรึกษาเรื่องจัดลำดับการลงแข่ง
ทั้งสนามแผ่นกดจุดถูกแบ่งเป็นสามโซน โดยโซนแรกไม่ค่อยยาก สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือระหว่างทางจะมีแท่นที่เต็มไปด้วยหน่อไม้ไผ่ใหญ่ๆ โผล่มาขวางทีละแท่น และยิ่งเข้าใกล้จุดส่งไม้ต่อไป ความสูงของแท่นก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ
สมาชิกต้องใช้สองมือยันหน่อไผ่ด้านบน แผ่แขนขาเป็นรูปตัวใหญ่วีแล้วไต่ข้ามต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จังหวะขึ้นๆ ลงๆ จะทำให้แรงกระแทกที่ฝ่าเท้ารุนแรงขึ้นมาก!
ด่านปีนข้ามแบบนี้เห็นชัดว่าไม่เหมาะกับเบบี้ซึ่งเป็นผู้หญิง ดังนั้นหลังจากอาจารย์หวงกับเติ้งเฉาปรึกษากัน ก็ยังคงตัดสินใจให้เบบี้รับไม้ต่อที่สองก่อน
โซนที่สอง นอกจากหน่อไผ่บนแผ่นกดจุดจะใหญ่และหนากว่า ยังมีอุโมงค์ลวดเหล็กที่ต้องนอนเกลือกกลิ้งคลานฝ่าพื้นที่หน่อไผ่แน่นขนัดลอดไป ที่จริงก็ไม่ได้ยากอะไรนัก
สำหรับด่านสุดท้าย พื้นเต็มไปด้วยหน่อไผ่ที่นูนและแหลมกว่าอีกสองด่านที่ผ่านมา อีกทั้งยังต้องเหยียบไต่ขึ้นแท่นสูงที่อัดแน่นด้วยหน่อไผ่ทีละขั้น จากนั้นกระโดดสูงคว้าแท่งบาร์เดี่ยวแล้วงับคุกกี้ที่ห้อยอยู่ด้านบนถึงจะจบ อาจารย์หวงแค่มองความสูงของบาร์เดี๋ยวเดียวก็รีบมอบภารกิจปิดเกมนี้ให้เติ้งเฉาทันที
จัดลำดับเสร็จ พอผู้กำกับเป่าปี๊ดเดียว การจับเวลาก็เริ่ม!
พวกเขาต้องไปถึงเส้นชัยภายใน 3 นาทีถึงจะผ่าน!
อาจารย์หวงเท้าเปล่าวิ่งฉิวบนแผ่นกดจุด ความเจ็บแปลบรุนแรงที่ฝ่าเท้าทำให้ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังนิ่งเฉยเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวในพริบตา: “อ๊าาาาา เจ็บ เจ็บโคตร!!”
อาจารย์หวงยกขาสูงโดยไม่รู้ตัว ความเร็วทันทีช้าลง
พวกพี่ๆ แห่งทีมเหลืองสามคนกำลังตะโกนเชียร์!
ทันใดนั้น ลวี่หมิงไม่รู้ไปคว้าเอาโทรโข่งมาจากไหน กระโดดอยู่ข้างเลนแล้วพากย์เสียงจัดเต็มว่า:
“มาแล้วๆ เขากำลังก้าวเท้าเบาสบายเข้ามา ตอนนี้ผู้ที่กำลังพุ่งตรงเข้าหาเราคือวอลเตอร์ ไวท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีน เขาเคยเป็นผู้ผลิตถั่วพิษ ผู้ก่อตั้งหม้อเห็ด และพยานแห่งไส้ใหญ่เก้าชั้น ชาวเน็ตต่างเรียกเขาอย่างเอ็นดูว่า หวงเย่าซือ เพื่อสรรเสริญคุณงามความดีทั้งแปดประการที่อาจารย์หวงมอบให้กับวงการ!”
อาจารย์หวง: “???”
สมาชิกที่เหลือ: “???”
ผู้กำกับเหลียวมองรอบตัว ตกใจ: “โทรโข่งฉันไปอยู่ในมือเขาตอนไหน?!”
“ปากเสีย! หุบปาก!” อาจารย์หวงถลึงตาใส่ดาราตกกระแสที่ยืนแหกปากอยู่นอกสนามโดยไม่รู้ตัวก็เร่งฝีเท้า แถมไม่ร้องเจ็บแล้วด้วย
ลวี่หมิงเห็นอาจารย์หวงเร่งสปีด ก็ยิ่งตะโกนใส่โทรโข่งอย่างทุ่มเทยิ่งกว่าเดิม:
“อายุห้าสิบกำลังดี เป็นวัยที่ควรทุ่มเทฝ่าฟัน มุ่งมั่นก้าวหน้า!”
“ดูสิ เขาอาจชราภาพโรยแรง แต่ไฟยังลุกโชน! ดูสิ ผิวหนังเหี่ยวย่น แต่เลือดลมยังคึกคัก!”
“ลิ่มเลือดในสมองก็หยุดยั้งความรักชีวิตของอาจารย์หวงไม่ได้ ความดันสูงก็ทับความใฝ่หวังต่ออนาคตของอาจารย์หวงไม่ลง ต่อให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจ่อจะเล่นงานทันที แต่อาจารย์หวงก็ยังพุ่งทะยานไปข้างหน้า!”
“ใครบอกว่าคนเฒ่าไร้วีรบุรุษ ใครบอกว่าผู้เฒ่าไร้เลือดร้อน?!”
“ชั่วขณะนี้ สายตาฝูงชนจับจ้องอยู่ที่อาจารย์หวง สายตาผู้ชมทั่วประเทศก็ล้วนจับจ้องอยู่ที่อาจารย์หวง!”
“ตัวแทนสูงวัยแห่งรันนิ่งแมน แบกจิตวิญญาณไม่ยอมแพ้ วางเป็นวางตาย ไม่ยอมก็สู้ กล้าพูดไม่กับกาลเวลา และชูสองนิ้วให้ความฝัน!”
“ในแสงอรุโณทัยอันอบอุ่น ใบหน้าอาจารย์หวงคล้ายพร่าเลือน ข้าเหมือนได้เห็น ”
“ไฟ! แห่ง! ความ! มุ่ง! มั่น!”
“……”
เสียงพากย์เร่งเร้าและเร่าร้อนของลวี่หมิง ดังลั่นเหนือจัตุรัสซีหูผ่านการขยายของโทรโข่ง
อาจารย์หวงยังคำรามด้วยความเจ็บปวดบนแผ่นกดจุดพร้อมเร่งสปรินต์ ขณะที่เบบี้ซึ่งดักรอรับไม้ต่ออยู่ด่านที่สองกลับทรุดนั่งพื้นหมดมาดเทพธิดา หัวเราะเสียงใสไม่หยุด ส่วนเติ้งเฉาที่ด่านสามเหมือนโดนจี้เส้น กลิ้งเกลือกกุมท้องหัวเราะ!
“ฮาฮาฮาฮ่า!”
เสียงหัวเราะเหมือนติดเชื้อ แพร่ไปทั่วฝูงชนอย่างรวดเร็ว
ไกลออกไป สมาชิกทีมสีน้ำเงินกับทีมเหลืองก็ถูกการพากย์ไฟแลบของลวี่หมิงทำให้ขำ ทีมรายการที่มีผู้กำกับเป็นหัวเรือใหญ่ยิ่งไปกันใหญ่ หัวเราะจนหอบแฮ่ก เสียงหัวเราะกึกก้องไปทั้งลาน
ผู้กำกับชี้แขนไปทางลวี่หมิง หัวเราะจนสำลัก: “เขา…สุดยอด!”
【ฮาฮาฮาฮาฮา อ๊อก!】
【โคตรฮา ห้าสิบกำลังเป็นวัยที่ต้องลุย นี่จะให้ฉันขำตายรึไง!】
【ไฟ…ไฟลุกแล้ว!】
【นี่มันเร้าใจกว่า นารูโตะ อีก!】
【ฟังแล้วเลือดฉันเดือดพล่าน เผลอเหวี่ยงมือถือใส่กำแพงแตกเลย นายต้องชดใช้ให้ฉันนะ!】
【ไม่ไหวแล้ว ขำจนหายใจสะดุด!】
【ดาราตกกระแสนี่คือเอฟเฟกต์รายการเดินได้ เกิดมาเพื่อวาไรตี้โชว์ชัดๆ!】
【ยังจะเรียกดาราตกกระแสอีกเหรอ? ต้องเรียกพี่ท็อปสตาร์!】
【ตกจริงก็ตก แต่ความสนุกก็ของแท้เหมือนกัน!】
【ไฟแห่งแพชชันกำลังลุกโชน (เสียงแตก)!】
【เขาคนเดียวพาวาไรตี้ทะยานสู่ความสูงที่ไม่เคยมีมาก่อน!】
คอมเมนต์กระสุนเดือดระอุไปทั้งหน้าจอ
บรรยากาศคึกคักจนแอนตี้หมิงยังไม่โผล่มาปั่นเสียบรรยากาศ คาดว่าคงขำกันอยู่หลังหน้าจอเหมือนกัน
ลวี่หมิงเห็นว่าคำพากย์ใส่ใจของตัวเองโดนเสียงหัวเราะท่วมท้นกลบหมด กำลังจะเร่งเสียงเชียร์อาจารย์หวงต่อ ก็เห็นอาจารย์หวงที่หน้าตาบิดเบี้ยวมองมาทางเขา แล้วขยับปากเป็นคำคุ้นหู
“อาจารย์หวง ลมแรง ผมฟังไม่ชัด คุณว่าอะไรนะ?!”
“CNM! CNM! CNM! CNM!” อาจารย์หวงที่กำลังสปรินต์ตะโกนด่าอย่างคุกรุ่น
ทว่าเพราะมัวแต่โฟกัสที่ลวี่หมิง เลยลืมมองสิ่งกีดขวางข้างหน้า ‘ตึง’ หนึ่งทีชนเข้าไปเต็มๆ กับแท่นสูงครึ่งตัว ทำให้เสียหลัก ขาพันกัน กลิ้งตีลังกาบนแท่น พุ่งกระแทกลงบนแผ่นกดจุดฝั่งตรงข้ามอย่างจัง ดาวขึ้นวาบ น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บ!
“อ๊ากกกกกก!”







