หากเทียบเรื่องเสียงสูงในเพลงกวางตุ้ง หลินจื่อเสียงคือระดับที่ไม่มีใครเทียบได้!
และเพลง «กล้ารักกล้าทำ» ในฐานะหนึ่งในผลงานชิ้นเอกภาษากวางตุ้งของหลินจื่อเสียง แม้จะไม่ใช่เพลงที่ร้องยากที่สุด หรือเสียงสูงที่สุดของเขา แต่ถึงอย่างนั้น เพลงนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่นักร้องทั่วไปจะกล้าแตะต้องได้ง่ายๆ!
พูดแบบนี้ก็แล้วกัน:
ในงานประกาศรางวัล Golden Melody Awards ปีหนึ่ง พิธีกรให้นักร้องหลายสิบคนที่มาร่วมงานขึ้นเวทีไปร้องเพลง «กล้ารักกล้าทำ» ด้วยกัน
หลินจื่อเสียงเป็นนักร้องนำ
จากวิดีโอนั้นจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ในบรรดานักร้องหลายสิบคน มีแค่ไม่กี่คนที่อ้าปากร้อง แถมยังร้องได้แค่คอรัส ลุงเสียงเอาแต่ส่งสัญญาณมือให้นักร้องเหล่านั้นก้าวออกมาร้องด้วยกัน แต่กลับไม่มีใครยอม เพราะข้อเปรียบเทียบมันชัดเจนเกินไป
มีเพียงเฉินอี้ซวิ่น เพื่อนสนิทของลุงเสียงเท่านั้นที่ช่วยร้องคอรัสให้เป็นระยะ
แต่ก็อย่างว่าแหละ ตอนหลินจื่อเสียงอายุ 76 ปี เขาร้องเพลง «ชีวิตตัวเลข» กับหลี่เค่อฉิน
ทุกคนรู้ว่าเสียงสูงของหลี่เค่อฉินนั้นร้ายกาจมากใช่ไหม ผลก็คือพอร้องเพลง «ชีวิตตัวเลข» จบ หลี่เค่อฉินแทบจะถูกหามลงจากเวทีตรงนั้นเลย
ลองคิดดูสิว่าคนแก่วัย 76 ปี ยังน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ตอนหนุ่มๆ เขาจะไร้เทียมทานขนาดไหน
บรรดาราชาและราชินีเพลงในโซนภาษากวางตุ้ง อย่างเช่นหลิวเต๋อหัว เวลาพูดถึงหลินจื่อเสียง ล้วนแต่ยกย่องให้เป็นอาจารย์และไอดอลทั้งนั้น
ถ้ากู้สิงไม่อัปเกรดทักษะการร้องเพลงเป็นระดับไดมอนด์ เขาก็คงร้องเพลงนี้ไม่ได้จริงๆ
ทักษะการร้องระดับไดมอนด์ถือว่าพอดีเป๊ะสำหรับเพลงนี้ แม้จะกินแรงไปสักนิด ไม่ถึงกับร้องได้อย่างชิลๆ สบายๆ
หากอยากควบคุมเสียงสูงระดับนี้ได้อย่างง่ายดายเหมือนหลินจื่อเสียง กู้สิงรู้สึกว่าเขาต้องอัปเกรดทักษะการร้องให้ถึงระดับมาสเตอร์
แต่ก็พูดคำเดิมนั่นแหละ
ระดับนี้เอาชนะเฉินป๋อเซวียนคนเดียวได้เหลือเฟือแล้ว
ดังนั้นเฉินป๋อเซวียนถึงกับขำไม่ออก...
คนนอกดูเอาสนุก แต่คนในวงการฟังเอาทักษะ
เฉินป๋อเซวียนครุ่นคิดอย่างจริงจังว่า ถ้าให้เขาร้องเพลงนี้ของกู้สิง เขาเองก็คงร้องให้ออกมาเพราะได้ยาก
เพราะเรนจ์เสียงของเพลงนี้กว้างมาก ช่วงเสียงก็ห่างกันมาก!
โดยเฉพาะท่อนเสียงสูงที่ยากที่สุดไม่กี่ท่อน มันบังคับให้นักร้องต้องประคองเสียงหนักๆ เหล่านั้นให้อยู่ในระดับ A4-D5:
อย่างคำว่า "ไม่", "กาย", "ถนน", "มอบ" คำเหล่านี้ต้องใช้พลังอย่างต่อเนื่อง และใช้เสียงจากหน้าอก (Chest Voice) ในสัดส่วนที่มากเพื่อรักษาอารมณ์กระแทกกระทั้นเอาไว้
แต่การออกแรงร้องกลับขัดกับหลักการร้องเพลงในย่านเสียงสูงที่เน้นใช้เสียงหลบ (Head Voice) เป็นหลัก และถ้าใช้เสียงหลบร้อง มันก็จะไร้พลัง ดูอ่อนปวกเปียกไปเลย
เรื่องที่ขัดแย้งกันแบบนี้ เฉินป๋อเซวียนทำไม่ได้ แต่กู้สิงทำได้!
"ก่อนฉันจะมา แต่ละคนเอาแต่บอกว่ากู้สิงถนัดเรื่องแต่งทำนอง ส่วนทักษะการร้องนั้นธรรมดามากไม่ใช่เหรอ? แบบนี้แม่งเรียกว่าธรรมดาเหรอวะ!?"
สภาพจิตใจของเฉินป๋อเซวียนเริ่มพังทลาย
เขาถามตัวเองเสมอว่าทักษะการร้องของเขานั้นแข็งแกร่ง ต่อให้มาเป็นนักร้องตัวจริงของรายการ «นักร้อง» ก็ไม่มีความกดดันเลยสักนิด!
ทว่ากู้สิงที่ถูกสื่อประเมินว่าเป็น "คนที่มีทักษะการร้องอ่อนที่สุดในบรรดานักร้องตัวจริง" กลับมีทักษะการร้องที่บดขยี้เขาเสียยับเยิน
จะบอกว่าบดขยี้ก็อาจจะเกินจริงไปสักหน่อย
แต่ในเรื่องของเสียงสูง มันคือการบดขยี้และตบหน้าเขาฉาดใหญ่จริงๆ!
วินาทีนี้ เฉินป๋อเซวียนได้แต่เสียใจ เสียใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องมารายการ «นักร้อง» ทำไมถึงต้องมาท้าดวลกับกู้สิง...
ลางๆ
เฉินป๋อเซวียนสังเกตเห็นว่าสายตาของหานลี่ตันและคนอื่นๆ ที่มองมาทางเขา แฝงความเห็นใจอยู่ลึกๆ
นอกเหนือจากความเห็นใจ ในสายตาของทุกคนยังเผยให้เห็นความโล่งอกอยู่บ้าง
แน่นอนว่าต้องโล่งอกสิ!
ถ้าไม่มีเฉินป๋อเซวียนมาบีบให้กู้สิงงัดเพลง «กล้ารักกล้าทำ» ออกมา ใครจะไปคิดว่าเสียงสูงของหมอนี่จะน่ากลัวขนาดนี้!
เฉินป๋อเซวียนคิดไม่ถึงว่ากู้สิงจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทุกคนเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน!
เพราะถึงยังไงระดับทักษะการร้องที่กู้สิงแสดงออกมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้เวอร์วังอลังการเท่ากับเวทีในวันนี้!
ให้ความรู้สึกราวกับว่าก่อนหน้านี้กู้สิงไม่ได้ตั้งใจแข่ง และจงใจซ่อนความสามารถของตัวเองเอาไว้
เอาเถอะ
แน่นอนว่ากู้สิงไม่ได้ซ่อนความสามารถอะไรทั้งนั้น ทักษะการร้องก่อนหน้านี้ของเขาอยู่แค่ระดับแพลทินัมจริงๆ และเพื่อไม่ให้เสียเหรียญทองชุบชีวิตไปในวันนี้ เขาเลยจงใจอัปเกรดเป็นระดับไดมอนด์
แต่เรื่องแบบนี้ กู้สิงไม่มีทางอธิบายได้ จะให้บอกว่าผมเปิดโปรเหรอ?
ดังนั้นในสายตาของผู้ชมก็คือ วันนี้กู้สิงเลิกแกล้งทำ หงายไพ่โชว์ และแสดงทักษะการร้องที่แท้จริงที่สุดของเขาออกมา
ด้วยเหตุนี้ ทิศทางของคอมเมนต์บนหน้าจอจึงเปลี่ยนไป:
【ยิ้มสิ อาจารย์เฉินป๋อเซวียนทำไมไม่ยิ้มล่ะ? เป็นคนไม่ชอบยิ้มมาตั้งแต่เกิดเหรอ?】
【ฉันยังชอบท่าทางหยิ่งยโสอวดดีของอาจารย์เฉินป๋อเซวียนเมื่อกี้อยู่นะ】
【เด็กใหม่ไม่ค่อยเข้าใจ ชื่อเพลงของกู้สิงเพลงนี้เรียกว่า «วิชาลบรอยยิ้ม» หรือเปล่า?】
【พวกนายอย่ามาแซะให้มันดูแย่ไปหน่อยเลย รอยยิ้มของเฉินป๋อเซวียนไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายมาอยู่บนหน้าฉันต่างหาก】
【เฮ้อ จะว่าไปนายไปแหย่เขาทำไมเนี่ย?】
【มีชีวิตอยู่มันไม่ดีเหรอ?】
【เฉินป๋อเซวียน: ข้อยบ่ฮู้เด้อ! ก่อนมาพวกเขาก็บอกว่ากู้สิงอ่อนที่สุด! ข้อยก็เลยคิดว่าเลือกกู้สิงคงเข้ารอบได้ง่ายสุดน่ะสิ】
【บ้าเอ๊ย ใครก็ได้บอกฉันทีว่าเสียงสูงของกู้สิงมันโหดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?】
【เพลงที่เสียงสูงที่สุดก่อนหน้านี้ของกู้สิงคือ «อาเตียว» ท่อนฮุคเสียงสูงมากก็จริง แต่เทียบกับเพลงนี้แล้วยังห่างชั้นกันอยู่ระดับหนึ่งเลยนะ!】
【ฝีมือระดับพี่รื่น ร้องเพลงไม่ต้องลดคีย์เลย ใช้เสียงเต็มดันคีย์ผู้หญิงยังได้!】
【ท่อนที่สูงที่สุด "ผู้คนเดินผ่านไปมาบนถนน" #d3 #c3#a2 #g2#a2 #f2 คนที่เรียนดนตรีมาน่าจะรู้ว่านี่มันหมายความว่ายังไง】
【ฉันรู้สึกว่าเสียงที่สูงที่สุด ไม่ใช่ท่อนที่ยากที่สุด】
【เห็นด้วย ท่อนที่ยากที่สุดคือ "เกลียวคลื่นอุณหภูมิสูงนับพันตันพวยพุ่งขึ้นเพราะเธอ" c3 c3 c3 c3 c3 f2 c2 f2 g2 g2】
ขึ้นชื่อว่าเป็นรายการ «นักร้อง» ทั้งที
ในหมู่ผู้ชมก็ยังมีนักศึกษาดนตรี หรือตัวพ่อตัวแม่ในวงการดนตรีอยู่ไม่น้อย คนพวกนี้พอได้ฟังก็รู้ทันทีว่าคุณค่าของเพลงนี้ที่กู้สิงร้องมันเวอร์วังขนาดไหน!
พูดได้เลยว่า:
ก่อนฟังเพลงนี้
ทุกคนคิดว่าถ้ากู้สิงโชคดี ก็มีลุ้นเข้ารอบสี่คนสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศของรายการ «นักร้อง»
หลังจากฟังเพลงนี้
หลายคนก็ตระหนักได้ในทันทีว่า กู้สิงมีศักยภาพพอที่จะลุ้นแชมป์แล้ว!
"หลายคน" ในที่นี้ รวมถึงทุกคนในห้องโถงนักร้องด้วย
อย่างเช่นหานลี่ตัน
อย่างเช่นเหลยเสวี่ยตง
อย่างเช่นกงชิงอี๋ เป็นต้น
หานลี่ตันกับเหลยเสวี่ยตงสบตากัน และต่างก็มองเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่ายพร้อมๆ กัน
จางเฉวียนไท่กัดฟันกรอด
ในฐานะศัตรูหัวใจ จางเฉวียนไท่แย่งผู้หญิงไม่สำเร็จก็ช่างมันเถอะ
แต่วันนี้เขาเพิ่งค้นพบว่า ตัวเองเหมือนจะร้องเพลงสู้ศัตรูหัวใจคนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!
ต้องเข้าใจก่อนว่าจางเฉวียนไท่ไม่ใช่หนุ่มหน้าใสที่เก่งแต่เปลือก เขาเป็นคนมีฝีมือจริงๆ
การแข่งขันผ่านไปสี่รอบ อันดับโดยรวมของเขาก็ทำได้ดีมาตลอด แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
แต่วันนี้เพลงของกู้สิงกลับทำให้จางเฉวียนไท่ตระหนักว่า ระหว่างเขากับศัตรูหัวใจคนนี้ ดูเหมือนจะยังมีช่องว่างเรื่องทักษะการร้องอยู่
เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองร้องเพลงเก่งกว่ากู้สิง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลับตาลปัตรซะแล้ว!
เขาทอดสายตามองไปทางเฉินหลิงซู
ดวงตาของเฉินหลิงซูที่จ้องมองจอยักษ์นั้นเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับว่าในโลกของเธอเหลือเพียงร่างเดียวบนเวทีนั้น
จางเฉวียนไท่เจ็บแปลบในใจ แต่แล้วก็กำหมัดแน่น!
การแข่งขันยังอีกยาวไกล หากยืนหยัดต่อไป เขาอาจจะไม่ด้อยไปกว่ากู้สิงก็ได้!
บนเวที
หลังจากร้องเพลง «กล้ารักกล้าทำ» จบ
กู้สิงก็โค้งคำนับแล้วเดินลงจากเวที มุ่งหน้าไปยังห้องโถงนักร้อง
พิธีกรก้าวขึ้นมาบนเวที และเตือนให้ผู้ชมลงคะแนน:
"ผู้ชมที่ชื่นชอบซิงเกิลออริจินัล «กล้ารักกล้าเกลียด» เพลงนี้ โปรดหยิบเครื่องลงคะแนนในมือของพวกคุณขึ้นมาโหวตให้อาจารย์กู้สิงด้วยครับ คะแนนโหวตของพวกคุณจะตัดสินผลการท้าดวลในรอบนี้"
......
ห้องโถงนักร้อง
กู้สิงเพิ่งเดินเข้ามาในประตู ก็ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราว
หานลี่ตันเอ่ยอย่างทึ่งๆ "อาจารย์กู้ วันนี้คุณดังระเบิดเถิดเทิงไปเลยนะคะ!"
เหลยเสวี่ยตงยกนิ้วโป้งให้ "ถ้าสองรอบก่อนนายร้องเพลงนี้ ก็คว้าที่หนึ่งได้เหมือนกัน!"
จางเฉวียนไท่นิ่งเงียบ
กงชิงอี๋พูดกลั้วหัวเราะ "อาจารย์กู้ผู้ซ่อนคม"
เฉินป๋อเซวียนยิ้มขื่น "รู้สึกเหมือนวันนี้ผมจะเตะโดนตอเข้าแล้วสิ"
เฉินหลิงซูมองกู้สิง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินว่า "เอาเพลงนี้มาใช้ตรงนี้จะไม่เสียของไปหน่อยเหรอคะ?"
กู้สิงยิ้มบางๆ
ความหมายของเฉินหลิงซูก็คล้ายๆ กับเหลยเสวี่ยตง พวกเขาคิดว่าถ้ากู้สิงเอาเพลงนี้ออกมาร้องเร็วกว่านี้ ก็คว้าที่หนึ่งได้สบายๆ
หรือจะเอาออกมาร้องช้ากว่านี้ พลังทำลายล้างก็ยังคงเหลือเฟือเช่นกัน
ผลปรากฏว่าวันนี้พอเผชิญหน้ากับการท้าดวล เจอคู่แข่งคนแรกก็งัดออกมาใช้เลย มันจะไม่น่าเสียดายไปหน่อยเหรอ?
ข้างหลังยังมีคู่แข่งอีกตั้งสองคนนะ
ทว่ากู้สิงกลับไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะเขาอยากร้องเพลงที่ระดับความยากสูงๆ แบบนี้มาตั้งนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ที่ร้องไม่ได้เป็นเพราะข้อจำกัดด้านทักษะการร้อง
ตอนนี้เมื่อทักษะการร้องอัปเกรดเป็นระดับไดมอนด์แล้ว กู้สิงก็ไม่ต้องทนรับข้อจำกัดมากมายขนาดนั้นอีกต่อไป
นี่หมายความว่า:
การแข่งขันหลังจากนี้ ตัวเลือกทางดนตรีของกู้สิงจะอิสระเสรีเป็นอย่างมาก
โดยพื้นฐานแล้ว ปัญหาที่เคยเกิดจากทักษะการร้อง บัดนี้ไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้อีกต่อไป!
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด กู้สิงก็หาที่นั่งลง มือของเฉินหลิงซูยื่นมาจับมือเขาไว้อย่างเงียบๆ ทันที
กู้สิงบีบมือเธอเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร
อาจารย์เหอเดินออกไปแล้วก็กลับเข้ามา เขามองกู้สิงแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองเฉินป๋อเซวียนที่นั่งอยู่ในห้องโถงนักร้องเช่นกัน มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ:
"เอาล่ะครับทุกท่าน ผลการท้าดวลรอบแรกออกมาแล้วครับ"
อาจารย์เหอเอ่ยปาก น้ำเสียงแฝงความประทับใจอยู่ลึกๆ "ผมเคยเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ดนตรีมาเยอะ พูดตามตรงว่าการดวลกันในวันนี้ ในบรรดารายการที่ผมเคยจัดมาทั้งหมด ถือเป็นแมตช์ที่ยอดเยี่ยมและตระการตามากจริงๆ ครับ เริ่มจากอาจารย์เฉินป๋อเซวียนเปิดเวทีได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยเพลงกวางตุ้งเสียงสูงที่เขาถนัดที่สุด จากนั้นอาจารย์กู้สิงก็ตาต่อตาฟันต่อฟัน โต้กลับอย่างทรงพลังด้วยเพลงกวางตุ้งเสียงสูงเช่นเดียวกัน การร้องของทั้งสองฝ่าย ล้วนเป็นระดับความยากที่นักร้องทั่วไปยากจะเทียบเคียงได้..."
คอมเมนต์บนหน้าจอรอไม่ไหวแล้ว:
【เลิกพูดพล่ามได้แล้วอาจารย์เหอ รีบประกาศผลสักที!】
【ฉันร้อนใจจะตายอยู่แล้ว ร้อนใจจะตายอยู่แล้ว!】
【นี่ยังต้องประกาศอีกเหรอ? พี่รื่นชนะก็เห็นๆ กันอยู่ไม่ใช่รึไง?】
【ไม่แน่หรอก เฉินป๋อเซวียนก็เก่งมากเหมือนกันนะ!】
【ได้โปรดเถอะ ของพี่รื่นนั่นมัน C#5! C#5 เลยนะ! แถมยังเป็นเพลงใหม่อีกต่างหาก!】
【คะแนนโหวตมาจากผู้ชม ไม่ได้ดูแค่เสียงสูงอย่างเดียวนะ】
【ใช่ อารมณ์เพลงก็สำคัญมากเหมือนกัน】
【ขำจะตาย แยกไม่ออกเลยว่าบางคนมาป่วนหรือพูดจริง รอบนี้ยังมีอะไรให้ลุ้นอีกเหรอ?】
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามา
ในที่สุดเหอหานก็เปิดการ์ดผลคะแนน
เขามองแวบหนึ่ง สีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"ผลการดวลในรอบนี้คือ "
เขาจงใจลากเสียงยาว "อาจารย์กู้สิง เป็นผู้ชนะครับ"
ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับคาดเดาผลลัพธ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงเพียงแค่ปรบมือพอเป็นพิธีเท่านั้น
เฉินป๋อเซวียนทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยาก
พอฟังกู้สิงร้องจบ เขาก็รู้ตัวว่าจบเห่แล้ว อย่างที่เขายิ้มขื่นแล้วรำพึงออกมานั่นแหละ วันนี้เขาเตะโดนตอเข้าแล้วจริงๆ!
บนจอยักษ์แสดงจำนวนโหวตออกมา:
กู้สิงได้รับ 930 คะแนนโหวต เฉินป๋อเซวียนได้รับ 898 คะแนนโหวต
ด้วยผลลัพธ์นี้ คะแนนของเฉินป๋อเซวียนถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
แต่ทำไงได้ กู้สิงดันวิปริตยิ่งกว่า!