ลู่หมิงเลื่อนดูข้อความในส่วนความคิดเห็น หน้าจอเต็มไปด้วยคำว่า "อนาถ" พุ่งเข้าใส่หน้า ช่างน่าเวทนาและน่าสลดใจอย่างแท้จริง
ผู้ถือหุ้นเล่อซื่อจำนวน 280,000 คนยังไม่ทันตั้งตัว สติก็พร่ามัวไปตรงนั้นแล้ว ส่วนความคิดเห็นเต็มไปด้วยคำด่าทอที่ฟังไม่ได้ศัพท์
ถึงขั้นมีคนตะโกนเรียกร้องในส่วนความคิดเห็นขอให้อี้เกอมาช่วยเล่อซื่อ อะไรที่ว่ามีเพียงเทียนเซิ่งแคปปิตอลเท่านั้นที่มีความสามารถในการช่วยเล่อซื่อ ประจวบเหมาะกับที่กำลังรุกเข้าสู่พลังงานใหม่อย่างขนานใหญ่ ก็ให้ควบรวมกิจการเล่อซื่อไปเลย พูดจาเป็นคุ้งเป็นแคว
นั่นมันก็เป็นแค่คำพูดที่หลุดออกมาหลังจากสติพร่ามัวไปแล้วไม่ใช่หรือไง
แม้ว่าผู้ถือหุ้นทั้ง 280,000 คนนี้จะเหยียบกับระเบิดลูกใหญ่ของเล่อซื่อจนมีสภาพน่าเอน็จอนาถ แต่เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็ไม่มีหน้าที่ต้องไปรับช่วงต่อเพื่อช่วยเหลือและทำให้พวกเขาเกิดการหลุดดอย
ลู่หมิงดูอยู่ครู่หนึ่งก็เลิกสนใจเรื่องนี้ เล่อซื่อเกิดเรื่องระเบิด (ข่าวไม่ดี) ลูกใหญ่ดังกึกก้อง ต่อให้ระเบิดตลาดทุนจนพลิกคว่ำคะมำหงายก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเทียนเซิ่งแคปปิตอล
……
เมื่อถึงวันที่สอง ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดรู้สึกว่าเหตุการณ์เล่อซื่อระเบิด (ข่าวไม่ดี) ซึ่งเป็นข่าวร้ายที่สำคัญนี้จะฉุดรั้งกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ให้พังทลาย ทว่าแนวโน้มการเปิดตลาดในวันนี้กลับตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ของทุกคนอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่จะไม่ลดลง แต่ยังต้านทานเหตุการณ์ข่าวร้ายต่างๆ เช่น การร่วงลงอย่างหนักของเทสลาเมื่อเร็วๆ นี้ และการที่เล่อซื่อระเบิด (ข่าวไม่ดี) โดยยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นเอาไว้ได้ และยังสร้างการทะลุแนวต้านจุดสูงสุดเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ได้ในรวดเดียว
แนวโน้มที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงทำให้หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง
ตลาดก็ขัดกับธรรมชาติของมนุษย์เช่นนี้แหละ เมื่อคนส่วนใหญ่มองลง มันก็พุ่งพรวด เมื่อคนส่วนใหญ่มองขึ้น มันก็ดิ่งวูบ
ตรรกะการเปลี่ยนทิศทางของกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ในครั้งนี้คือการที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลเข้าสู่ตลาดอย่างขนานใหญ่ นี่คือตรรกะการเปลี่ยนทิศทางที่ตลาดให้การยอมรับ เม็ดเงินหลายหมื่นล้านของลู่หมิงหนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างบ้าคลั่ง นี่คือผลดีต่ออุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่สะท้อนไปยังตลาดทุน ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องพุ่งขึ้นจนกดไม่ลง รวมถึงหุ้นขยะมากมายในกลุ่มอุตสาหกรรมก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย
เรียกได้ว่าเมื่อลมมา หมูที่ยืนอยู่บนปากปล่องลมก็สามารถทะยานขึ้นได้ในไม่กี่นาที
เมื่อวานมองลง วันนี้พุ่งกระฉูด
บรรดาผู้ทรงอิทธิพลในตลาดก็เริ่มวิเคราะห์แบบวัวหายล้อมคอกกันเป็นคุ้งเป็นแควอีกแล้ว การร่วงลงก็มีตรรกะเป็นหมื่นข้อ การพุ่งขึ้นก็มีตรรกะเป็นหมื่นข้อเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น หลังจากที่วันนี้มีแนวโน้มขาขึ้น บรรดานักวิจารณ์หุ้นก็วิเคราะห์กันแบบนี้:
[พลังของการที่เล่อซื่อระเบิด (ข่าวไม่ดี) ยังไม่ถึงขั้นที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม การร่วงลงของเทสลาเป็นผลดีต่อรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศ การที่ลู่หมิงมองเห็นวิกฤตของเล่อซื่อกับการที่ลู่หมิงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับพลังงานใหม่เป็นคนละเรื่องกัน ในทางตรงกันข้าม ระดับการวิจัยการลงทุนและการควบคุมความเสี่ยงที่แข็งแกร่งของลู่หมิงและเทียนเซิ่งแคปปิตอลของเขา ยังทุ่มเงินเดิมพันมหาศาลกับพลังงานใหม่ แสดงให้เห็นว่าเส้นทางของอุตสาหกรรมนี้ไม่มีปัญหา...]
สรุปก็คือ การวิเคราะห์ของบรรดานักวิจารณ์หุ้นนั้น ขึ้นก็มีเหตุผล ลงก็มีเหตุผล ถ้าวิเคราะห์ไม่ออกจริงๆ ก็ไม่ต้องตื่นตระหนก ยังมีไม้ตายสุดท้าย ไม้ตายนี้ก็คือการบอกคุณประโยคหนึ่งว่ามีเงินทุนก้อนใหญ่รู้ข้อมูลวงในล่วงหน้า คุณนายตลาดนั้นถูกต้องเสมอ
มือใหม่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ยังรู้สึกว่ามันมีเหตุผลและเป็นมืออาชีพมาก ในความเป็นจริงมันก็แค่การหลับหูหลับตาพูดจาเหลวไหลทั้งนั้น
ทว่าการเกิดเรื่องระเบิด (ข่าวไม่ดี) ดังกึกก้องของเล่อซื่อกลับเพิ่มรัศมีให้กับเทียนเซิ่งแคปปิตอลและลู่หมิงอีกครั้ง รายงานการวิจัยที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเล่อซื่อของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเมื่อหนึ่งปีก่อนและรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นถูกขุดขึ้นมา นักลงทุนต่างก็พากันส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การที่เล่อซื่อระเบิด (ข่าวไม่ดี) ทำให้ความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในตลาดทุนยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ความน่าเชื่อถือของการจัดอันดับโดยสถาบันในสังกัดก็ค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นมาเช่นนี้เอง
เมื่อมีเหตุการณ์ระเบิดอันน่าตกใจของเล่อซื่อในครั้งนี้ เสียงที่เปล่งออกมาจากเทียนเซิ่งแคปปิตอลย่อมได้รับความสนใจจากตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย และจำใจต้องให้ความสำคัญ
ตอนนี้ระเบิดลูกนั้นได้ปะทุขึ้นแล้ว ผู้ถือหุ้นเล่อซื่อหลายคนที่เคยอ่านรายงานการวิจัยที่ตั้งข้อสงสัยของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในตอนนั้นแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ ต่างก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก หากตอนนั้นให้ความสำคัญ ไม่มัวแต่เพ้อฝันและรีบตัดขาดทุนแต่เนิ่นๆ ก็คงไม่ถูกฝังทั้งเป็น
ตอนนี้ไม่เพียงแต่เงินทุนจะติดแหง็กอยู่ข้างใน แถมยังถูกประกาศการระงับการซื้อขายมานานกว่าสามเดือนแล้ว ก็ไม่รู้ว่าปีศอกเดือนเจ็ดถึงจะได้ออกมาจากห้องมืด ถึงแม้จะกลับมาซื้อขายได้ก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน จะต้องถูกกดจนติดราคาฟลอร์ต่อเนื่องอย่างไม่ต้องสงสัย
……
"เชิญครับ!"
ในห้องทำงานประธานบริษัท ลู่หมิงเห็นหานชิวหลินเดินเข้ามา ไม่รอให้อีกฝ่ายอ้าปากพูดก็ชิงถามก่อน "มีใครมาที่บริษัท? เก๋อเฟิงกำลังรับรองใครอยู่?"
เมื่อประมาณยี่สิบนาทีก่อน ลู่หมิงเห็นเก๋อเฟิงต้อนรับคนกลุ่มหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนของบริษัท ล้วนเป็นคนหน้าแปลก แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปถามไถ่
หานชิวหลินได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า "กรรมการเก๋อเฟิงหรือคะ? เป็นรองประธานอาวุโสของจื้อเจี๋ยเถียวต้งพาคนกลุ่มหนึ่งมาที่บริษัทค่ะ เมื่อเช้าเถิงซวิ่นก็ส่งคนกลุ่มหนึ่งมาเหมือนกัน เก๋อเฟิงก็เป็นคนคุยกับพวกเขาค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่หมิงก็เข้าใจ พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร
เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดล้วนมุ่งเป้ามาที่ทรัพยากรลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโทรทัศน์อันอุดมสมบูรณ์ก้อนใหญ่ที่อยู่ในมือของเทียนเซิ่งแคปปิตอล ทรัพยากรลิขสิทธิ์เหล่านี้เมื่ออยู่ในมือของลู่หมิงก็งั้นๆ แต่ในสายตาของโยวอ้ายเถิง+โถวเถียว นี่คือทรัพยากรสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างคูเมือง
ทีมเจรจาของเถิงซวิ่นที่มาเยือนเมื่อช่วงเช้านั้นใจป้ำที่สุด ฉีเอ๋อที่เงินหนาตั้งใจจะใช้พลังแห่งเงินตราเพื่อแย่งชิงทรัพยากรลิขสิทธิ์เหล่านี้มาให้ได้
ทว่ากระบวนท่าที่ฉีเอ๋อพยายามจะใช้เวทมนตร์เอาชนะเวทมนตร์นั้นใช้ไม่ได้ผลกับเทียนเซิ่งแคปปิตอล เพราะสิ่งที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลต้องการนั้น ฉีเอ๋อไม่สามารถป้อนให้จนอิ่มได้
เก๋อเฟิงต้อนรับผู้ซื้อทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน แสดงท่าทีรอขายให้คนที่ให้ราคาสูงสุด แต่ในความเป็นจริงได้กำหนดไว้เป็นการภายในตั้งนานแล้วว่าทรัพยากรล็อตนี้จะมอบให้กับจื้อเจี๋ยเถียวต้ง
ทว่าก็ไม่ได้ให้เปล่าๆ สิ่งที่ได้มาง่ายเกินไปมักจะไม่เห็นคุณค่า
ในความเป็นจริง ฉีเอ๋อกลายเป็นหมากในการโก่งราคาของเทียนเซิ่งแคปปิตอลระหว่างการเจรจากับจื้อเจี๋ยเถียวต้ง แน่นอนว่าต้องพยายามคว้าหุ้นของจื้อเจี๋ยเถียวต้งมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกเหนือจากการมอบทรัพยากรลิขสิทธิ์ให้แล้ว ยังเตรียมเงินอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าร่วมการระดมทุนรอบ E แบบเอกสิทธิ์เฉพาะ โดยจับมัดรวมให้กับจื้อเจี๋ยเถียวต้ง
นับตั้งแต่การระดมทุนรอบ D เมื่อปีที่แล้ว จื้อเจี๋ยเถียวต้งก็เผาเงินไปจนเกือบหมดแล้ว
เรื่องนี้เก๋อเฟิงกำลังจัดการอยู่ ลู่หมิงย่อมไม่ออกหน้าแน่นอน ในมือยังมีงานอื่นที่ต้องจัดการ อีกทั้งระดับของคนที่อีกฝ่ายส่งมาก็ยังไม่ถึงขั้น ให้เก๋อเฟิงไปเจรจาพูดคุยกับอีกฝ่ายก็เพียงพอแล้ว
ท้ายที่สุด หานชิวหลินก็พูดขึ้นว่า "ท่านประธานคะ นี่คือรายงานความคืบหน้าการทำงานด้านการลงทุนในต่างประเทศที่ฉีเหวยส่งมาค่ะ"
เมื่อเห็นเธอยื่นเอกสารมาให้ ลู่หมิงที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาว่า "เลือกอ่านเฉพาะใจความสำคัญมา"
หานชิวหลินเปิดเนื้อหาในเอกสาร
"เมื่อไม่กี่วันก่อน หุ้นของบริษัทซูเวยป้านเต่าถี่ (AMD) จำนวน 39 ล้านหุ้นที่กองทุนเทียนเซิ่ง QDIEถือครองอยู่นั้นได้ดำเนินการลดสัดส่วนการถือครองเสร็จสิ้นแล้ว โดยเหลือหุ้นติดพอร์ตไว้ 1 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยในการซื้อขายอยู่ที่ 14.18 ดอลลาร์สหรัฐ หากไม่หักต้นทุนการทำธุรกรรมจะได้กำไร 455 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้เปลี่ยนไปทำการชอร์ตเซลบริษัทดังกล่าวแทน"
ในช่วงเวลานี้ ฉีเหวยไม่ได้อยู่เฉยๆ เขากำลังปฏิบัติตามแผนงานที่ลู่หมิงได้จัดเตรียมไว้ในการประชุม หุ้นของบริษัท AMD ถูกเทขายทิ้งไปเกือบหมดแล้ว การลงทุน 86.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้วและถือครองมานานกว่าหนึ่งปี ได้สร้างผลตอบแทนให้กับเทียนเซิ่งแคปปิตอลมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกได้ว่าอู้ฟู่เอามากๆ
หลังจากที่ฉีเหวยเทขายหุ้นของบริษัท AMD ไปแล้ว เขาก็พลิกกลับมาชอร์ตเซลตามความต้องการของลู่หมิง
สิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อราคาหุ้นของบริษัทดังกล่าว การที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลทำกำไรจากการลองแล้วออกจากตลาด จากนั้นก็พลิกกลับมาชอร์ตเซล ทำให้หุ้นของ AMD ร่วงลงไปถึง -15% ตอนนี้ราคาหุ้นถูกทุบลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 12 ดอลลาร์สหรัฐจนเกือบจะหลุดแนวรับอยู่รอมร่อ
ลู่หมิง: "อืม"
หานชิวหลินเปิดเอกสารหน้าถัดไปแล้วกล่าวต่อ "หุ้นของเทสลาจำนวน 6 ล้านหุ้นที่กองทุนเทียนเซิ่ง QDIEถือครองอยู่นั้นได้ดำเนินการลดสัดส่วนการถือครองเสร็จสิ้นแล้ว โดยเหลือหุ้นติดพอร์ตไว้ 600,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยในการซื้อขายอยู่ที่ 337.5 ดอลลาร์สหรัฐ หากไม่หักต้นทุนการทำธุรกรรมจะได้กำไรรวม 1,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากขายออกไปแล้วก็ได้เปลี่ยนไปทำการชอร์ตเซลบริษัทดังกล่าวแทน"
ความเคลื่อนไหวในการขายออกอีกรายการหนึ่งคือการเทขายหุ้นเทสลาจำนวน 6 ล้านหุ้นที่ถือครองมานานกว่าหนึ่งปี ราคาเฉลี่ยในการขายออกอยู่ที่ 377.5 ดอลลาร์สหรัฐ ช่วงเวลาการจัดวางการลงทุนในเทสลาก้อนนี้อยู่ในช่วงเดียวกับบริษัท AMD
ในทำนองเดียวกัน ในขณะที่เทขายก็พลิกกลับมาชอร์ตเซลหุ้นเทสลาด้วยเช่นกัน การที่เงินทุนทำกำไรออกจากตลาดในครั้งนี้บวกกับการชอร์ตเซลได้ทุบเทสลาจนร่วงลงไปเป็นหลุมใหญ่ถึง -20%
จะว่าไปแล้ว ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรดานักวิจารณ์หุ้นในประเทศหลายคนก็กำลังวิเคราะห์สาเหตุการร่วงลงของเทสลาอยู่เหมือนกัน
สิ่งที่บรรดานักวิจารณ์หุ้นทำนั่นเรียกว่าการวิเคราะห์หรือ? มันก็แค่การเดา!
แต่ก็ไม่มีใครเดาถูกเลยว่าเป็นฝีมือการทุบตลาดของลู่หมิง อย่างไรเสีย แรงเทขายจากเงินต้นบวกกับกำไรที่เฉียด 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย
การเผ่นหนีของลู่หมิงไม่ได้มีแค่แรงเทขาย 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในมือของเขาเท่านั้น การเผ่นหนีของเขายังกระตุ้นให้เงินทุนก้อนอื่นแห่ชิงวิ่งหนีตามไปด้วย เงินทุนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นว่ามีเงินทุนก้อนใหญ่วิ่งหนีก็ขอวิ่งหนีไปก่อนเป็นอันดับแรก
……







