120. บทที่ 120 ผู้ต้องสงสัย
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว
การกระจายศูนย์ของสกุลเงินดิจิทัลสามารถรับประกันความลับในการทำธุรกรรมได้ในระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ใช่กำแพงที่ไร้ช่องโหว่ สิ่งที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยังไงก็ขาดเซิร์ฟเวอร์ เกตเวย์ และสายสัญญาณในโลกแห่งความเป็นจริงไปไม่ได้ สกุลเงินดิจิทัลก็เช่นกัน บันทึกการทำธุรกรรมแต่ละรายการของมันจะทิ้งข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของตลาด หากไม่สะดวกที่จะสืบค้นทางเครือข่าย การเจาะเข้าทางกายภาพก็ย่อมได้ผลเช่นเดียวกัน หรืออาจจะใช้งานได้ดีกว่าเสียด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังจ้องเล่นงานเขาอยู่
แถมพวกเขายังสืบจากบัญชีรับเงินของเกมดินแดนหรรษาไปจนถึงตลาดสกุลเงินดิจิทัล ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะสืบเข้ามาถึงในประเทศแล้วด้วย
เฉาหยางได้ปลอมแปลงข้อมูลในบัญชีไว้เช่นกัน ต่อให้อีกฝ่ายจะสืบประวัติการแลกเปลี่ยนทั้งหมดมาจากเซิร์ฟเวอร์บริษัทในบัลแกเรีย ก็ใช่ว่าจะสามารถระบุตำแหน่งของเขาได้ในทันที แต่นี่เป็นสัญญาณที่อันตรายมากอย่างไม่ต้องสงสัย หากเขาไม่ทันสังเกตเห็นการตรวจสอบเหล่านี้ และยังคงใช้บัญชีเดิมในการทำธุรกรรมหมุนเวียนเงินต่อไป การเปิดเผยตัวตนหลังจากสะสมร่องรอยไว้ในระดับหนึ่งก็จะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
เขาแฝงตัวเข้าไปในเครือข่ายของธนาคารอย่างไม่ลังเล ทำการอายัดบัญชีของตัวเองที่ยังมีเงินคงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากโดยตรง จากนั้นก็แก้ไขลบประวัติการทำธุรกรรมหลายรายการในอดีตทิ้งไป
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น เขาก็เบาใจลงได้เล็กน้อย
ทว่าจุดที่สำคัญที่สุดคือ ความเจาะจงของปฏิบัติการรอบนี้น่าตกใจเกินไปหน่อย วิธีการของพวกเขาไม่เหมือนกำลังตรวจสอบบริษัทเกมผิดกฎหมายเลย แต่ดูเหมือนมุ่งเป้ามาที่เขาแค่คนเดียวมากกว่า
ราวกับว่าพวกเขารู้ว่าเขาเป็นปีศาจอย่างนั้นแหละ...
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของเฉาหยางก็กระตุกวูบ!
ไม่ถูกสิ พวกเขาไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าเขาเป็นปีศาจ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่รู้ว่ามีปีศาจอยู่บนโลก!
นี่มันเป็นจุดบอดของมุมมอง!
อย่างไรเสียการตื่นขึ้นของทูตสวรรค์และปีศาจก็ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นพันๆ ปีแล้ว การที่ตอนนี้ปีศาจไม่มีพื้นที่ให้เอาชีวิตรอดบนโลก ก็ไม่ได้แปลว่าเมื่อก่อนจะตกต่ำถึงเพียงนี้ บางทีในยุคสมัยหนึ่ง ปีศาจอาจจะเคยเดินเหินอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า รีดไถวิญญาณของผู้คนตามอำเภอใจ หรือแม้กระทั่งคนที่มีความทะเยอทะยานบางคนอาจจะยังร่วมมือกับปีศาจด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่พวกมันมีพลังปรารถนา ดูแล้วก็เหมือนกับทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อคิดเช่นนี้ หากลูกหลานของคนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ปีศาจก็คงไม่ใช่เรื่องเล่าปรัมปราในหนังสือสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉาหยางก็หลับตาลงและใช้จิตสำนึกต่อสายโทรศัพท์หาอ้ายลั่วตี้
หลังจากเสียงสัญญาณดังอยู่นาน ในที่สุดปลายสายก็มีเสียงรับสายดังขึ้น
"ฮัลโหล นายจะโทรหาฉันก็โทรได้นะ แต่ช่วยอย่าเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นรูปดวงตาจะได้ไหม!"
นอกจากเสียงของหญิงสาวแล้ว เขายังได้ยินเสียงเอะอะโวยวายแว่วมาให้ได้ยิน
"ทำไมล่ะ เธอยุ่งอยู่เหรอ"
"ไม่เป็นไร นายไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก เดี๋ยวฉันเปลี่ยนห้องก่อน"
ครู่ต่อมา ปลายสายก็เงียบสงบลงในที่สุด "นายพูดมาเถอะ มีธุระอะไร"
ตอนที่โทรไปคราวก่อน อ้ายลั่วตี้ยังมีน้ำเสียงต่อต้านสุดขีด โดยมองว่าปีศาจไม่ควรติดต่อกับเธอในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นสบายๆ และเป็นธรรมชาติขึ้นมาก
"เธอเคยบอกว่าบนโลกนี้ไม่ได้มีทูตสวรรค์แค่เธอคนเดียว งั้นสรุปแล้วเธอเคยเจอผู้ตื่นรู้ที่เป็นทูตสวรรค์มากี่คนกันแน่"
"นายคิดจะทำอะไร! เรื่องนี้ฉันบอกนายไม่ได้หรอกนะ!" อ้ายลั่วตี้ตื่นตัวขึ้นมาทันที
"ให้ตายเถอะ เธอร่วมมือกับฉันในดินแดนหรรษามาตั้งหลายครั้งแล้ว นี่ยังไม่เข้าใจความคิดของฉันอีกเหรอ ทูตสวรรค์ล่าปีศาจแล้วได้พลังปรารถนา แล้วปีศาจฆ่าทูตสวรรค์จะได้อะไรล่ะ เธอคงไม่ได้คิดว่าหลังจากฉันถามหาที่อยู่ของพวกเขาได้แล้ว สิ่งแรกที่ฉันจะทำก็คือส่งพวกเขาไปปรโลกหรอกนะ"
"เรื่องนั้น..." อ้ายลั่วตี้ลังเลเล็กน้อย "นายบอกมาก่อนสิว่าทำไมถึงถามเรื่องนี้"
"เฉียวจานหมู่... หรือก็คือเหวยเอินจานซือเท่อ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว"
"เอ๋!?" อีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะชะงักไป
"หลังจากเขาถูกส่งเข้าคุก เขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับ แม้แต่ประวัติการเข้าคุกก็ไม่หลงเหลือไว้ เป็นไปได้แปดเก้าส่วนว่าคนๆ นี้คงตายไปแล้ว แต่เรื่องนี้น่าจะไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เขา ต่อมาฉันพบว่ามีคนกำลังลอบสืบสวนฉันอยู่ ข้อสันนิษฐานในปัจจุบันคือ ในระหว่างที่ผู้เล่นโปรโมตดินแดนหรรษา ได้ไปเตะตาใครบางคนหรือขุมกำลังบางกลุ่มในแวดวงของพวกเขาเข้า ทำให้ปักใจเชื่อว่าดินแดนหรรษาเกี่ยวข้องกับปีศาจ จึงได้เริ่มแกะรอยตามสืบอย่างเจาะจง และในฐานะที่เฉียวจานหมู่เป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่อาจจะเปิดเผยความลับได้ ก็ย่อมต้องรีบอุดรอยรั่วนั้นไว้ให้เร็วที่สุด" เฉาหยางสรุปความด้วยประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค "ฉันอยากจะถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกทูตสวรรค์ดู เผื่อว่าจะมีอะไรที่พอจะนำมาเป็นประโยชน์ได้บ้าง"
ปฏิกิริยาแรกของอ้ายลั่วตี้ค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฉาหยาง
"นายยังโอเคอยู่ไหม มีร่องรอยเปิดเผยออกไปหรือเปล่า"
"เธอมีเวลามาเป็นห่วงฉัน สู้เอาเวลาไปตอบคำถามของฉันดีกว่า"
"นั่นมันคนละเรื่องกัน" เธอแค่นเสียงฮึดฮัด "เหวยเอินจานซือเท่อสมควรได้รับผลกรรมแล้ว ตายไปก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย ส่วนตัวฉันยังหวังให้นายมีชีวิตอยู่ไปได้นานๆ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน... ฉันสามารถบอกข่าวคราวของทูตสวรรค์คนอื่นๆ ให้นายรู้ได้ แต่จะไม่รวมถึงสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน"
"ก็ได้ เธอคิดว่าเรื่องไหนพูดได้ก็พูดมาเลย"
"คราวก่อนฉันยังพูดไม่หมด อันที่จริง ฉันรู้จักทูตสวรรค์สองคน... คนหนึ่งเคยคุยกันแค่บนอินเทอร์เน็ต ใช้ชื่อว่า 'K' แต่เขาเป็นผู้อาวุโสมาก เป็นคนดีที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมาก หน้าที่การงานและครอบครัวก็สมบูรณ์พูนสุขดี เมื่อก่อนเขาจะคอยกระตือรือร้นในการตอบข้อสงสัยของพวกเรา แต่ตอนนี้แทบจะไม่เห็นเขาตอบกลับมาแล้ว"
"K งั้นเหรอ" เฉาหยางชักจะกลั้นไว้ไม่อยู่ "ไม่เคยเจอกันก็แล้วไปเถอะ นี่เธอไม่รู้แม้กระทั่งชื่อจริงนามสกุลจริงของเขาเลยเหรอ อืม..."
คงไม่ใช่ยอดฝีมือการต่อสู้ที่เล่นไฟได้หรอกนะ?
"นายกำลังสงสัยฉันเหรอ เขาเหมือนเป็นอาจารย์คอยชี้แนะวิธีปรับตัวให้เข้ากับสถานะของตัวเองสำหรับผู้ที่เพิ่งตื่นรู้มากกว่า ฉันเรียนรู้อะไรหลายอย่างมาจากเขาเลยนะ" อ้ายลั่วตี้ออกโรงปกป้อง "ถ้านายมีโอกาสได้พูดคุยกับเขา นายก็จะต้องสัมผัสได้ถึงสติปัญญาของเขาอย่างแน่นอน"
ในนั้นต้องไม่รวมถึงการทำพันธสัญญากับปีศาจแน่ๆ "ก็ได้ แล้วอีกคนล่ะ"
"อีกคน K ก็เป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จักเหมือนกัน เธอชื่อตี้ฝูหนี แก่กว่าฉันสิบปี แล้วก็ตื่นรู้ช้ากว่าฉันมากด้วย"
"ครั้งนี้เธอได้เจอตัวจริงแล้วใช่ไหม"
"ใช่แล้ว K คิดว่าฉันมีสิ่งที่เธอสามารถเรียนรู้ได้ แต่ประสบการณ์ช่วงนั้นมันเลวร้ายมาก..." เสียงของอ้ายลั่วตี้ค่อนข้างต่ำลง ดูเหมือนไม่อยากจะนึกถึงเรื่องนี้ "พวกเราอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งปีก็แตกหักกันแล้ว เธอรู้สึกว่าทุกอย่างที่ฉันทำมันดูเหลวไหลไร้สาระ แต่เมื่อเทียบกับเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่ฉันรับไม่ได้มากกว่าก็คือการที่เธอมาดูถูกพวกพ้องของฉัน สุดท้ายเธอก็เดินทางไปอเมริกันตามลำพัง แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย"
"ฉันก็นึกว่าเธอจะสนิทกับพวกทูตสวรรค์คนอื่นมากซะอีก ที่แท้ก็แค่นี้เองหรอกเหรอ" เฉาหยางพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน "ต่อให้เธออยากจะบอกที่อยู่ที่แน่นอนของพวกเขาให้ฉันรู้ เกรงว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้เธอก็คงจะตอบออกมาไม่ได้สินะ"
"สุภาษิตว่าไว้ไม่มีผิด คำพูดก็คือดาบอันแหลมคม เจ้าปีศาจ!" อ้ายลั่วตี้กล่าวอย่างขุ่นเคือง
"นั่นมันสุภาษิตฝรั่งเศสของพวกเธอต่างหาก ทางฝั่งพวกเราเขาเรียกว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา" เขายักไหล่ "แต่เรื่องที่เธอพูดมาก็พอจะมีค่าให้นำมาใช้อ้างอิงได้จริงๆ นั่นแหละ หากการเอาชีวิตรอดไม่พบอุปสรรคใดๆ ทั้งปีศาจและทูตสวรรค์ต่างก็ต้องเข้ามาข้องแวะกับคนรอบข้าง ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยเช่นเดียวกัน"
"ถ้างั้นตอนนี้นายพอจะมีเบาะแสอะไรบ้างไหม"
"มีอยู่เรื่องหนึ่งจริงๆ" อันดับแรก เนตรไซเบอร์เป็นพลังพิเศษเฉพาะตัวของเขา แต่ถ้ามีคนที่คุ้นเคยกับปีศาจอยู่บ้าง ย่อมต้องเกิดความระแวดระวังต่อพฤติกรรมที่ดินแดนหรรษาสามารถเจาะเข้าสู่อีเมลเครือข่ายภายในเพื่อส่งบัตรเชิญได้ตามอำเภอใจ แม้จะเดาความสามารถทั้งหมดของเนตรไซเบอร์ไม่ได้ แต่ก็จะระมัดระวังการรั่วไหลของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษ นี่คือการแสดงให้เห็นถึงไหวพริบอันเฉียบคมของศัตรู ทว่าในทางกลับกันมันก็จะกลายเป็นจุดอ่อนของพวกเขาเช่นกัน หากไม่พึ่งพาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต งั้นก็ทำได้แค่ใช้ร่างกายเนื้อในการลงมือแล้ว "แต่วิธีนี้ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากเธอ ฉันตั้งใจจะสืบสวนไท่เล่อ อานตงหนี และเฉี่ยนหยวนหมิงจื่อตามลำดับ หากเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเฉียวจานหมู่มากนัก แต่มีความเชื่อมโยงกับตัวปีศาจเองล่ะก็ เช่นนั้นทั้งสามคนนี้ก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว"







