เมื่อกลับมาถึงห้องโถงนักร้อง ทุกคนก็พากันปรบมือ หานลี่ตันและจางเฉวียนไท่ที่เดิมทีเป็นสองคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในตอนนี้สีหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย เริ่มไม่ค่อยแน่ใจแล้ว
แต่ทว่าภายนอกทุกคนก็ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส
อาจารย์เหออ่านลำดับขั้นตอน "คู่ที่จะทำการแข่งขันต่อไปคือ คู่ของชาร์ลีและเหลยเสวี่ยตง ปะทะ คู่ของถังเหยาและเฉินหลิงซู "
ถังเหยาและเฉินหลิงซู ปะทะ เหลยเสวี่ยตงและชาร์ลี
ฝั่งหนึ่งคือนักร้องหญิงรุ่นใหม่สองคน สไตล์คล้ายคลึงกัน เสียงร้องส่งเสริมกันและกัน
อีกฝั่งคือการจับคู่ต่างวัยที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก ความสามารถส่วนตัวไม่ต้องสงสัยเลย แต่การปะทะกันของสไตล์จะทำให้เกิดประกายไฟหรือเกิดอุบัติเหตุพังพินาศ ใครก็บอกไม่ได้
ถังเหยาและเฉินหลิงซูปรากฏตัวก่อน
บนเวที ถังเหยาสวมชุดเดรสยาวสีม่วงเข้ม เกล้าผมขึ้น เผยให้เห็นลำคอระหง
ส่วนเฉินหลิงซูมาในชุดราตรีสีฟ้าอ่อน ปล่อยผมยาวสยาย สองคนยืนอยู่ด้วยกัน ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่น้องที่งดงามกันจริงๆ
คอมเมนต์:
[ความห่างชั้นของความสามารถสองคู่นี้มันจะมากไปหน่อยไหม? เหลยเสวี่ยตง + ชาร์ลี คนนึงระดับราชาเพลง อีกคนระดับเทพสากลสายร็อก ถังเหยากับเฉินหลิงซูจะเอาอะไรไปสู้?]
[ก็ไม่แน่นะ สไตล์ของเหลยเสวี่ยตงกับชาร์ลีมันไม่เข้ากันเอาซะเลย]
[แม้ความสามารถส่วนตัวของถังเหยาและเฉินหลิงซูจะอ่อนกว่านิดหน่อย แต่เสียงของพวกเธอส่งเสริมกันได้ดีมาก เสียงเฉินหลิงซูใสกระจ่าง เสียงถังเหยามั่นคงหนักแน่น แถมพวกเธอยังเป็นมืออาชีพ การร่วมมือกันน่าจะเข้าขากว่าเหลยเสวี่ยตงและชาร์ลีนะ]
[พนันห้าสิบสตางค์เลย เหลยเสวี่ยตงกับชาร์ลีชนะ!]
[ทำไมฉันรู้สึกว่าถังเหยากับเฉินหลิงซูจะพลิกล็อกชนะล่ะ?]
[สรุปคือรอบนี้น่าจะลุ้นน้อยกว่าคู่แรก โอกาสชนะของเหลยเสวี่ยตงกับชาร์ลีมีสูงกว่า เว้นแต่ว่าหนึ่งบวกหนึ่งจะน้อยกว่าสอง]
ท่ามกลางการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน
พิธีกรประกาศ "ลำดับต่อไป ขอเชิญพบกับคู่ของถังเหยาและเฉินหลิงซู!"
แสงไฟบนเวทีหรี่ลง เมื่อสว่างขึ้นอีกครั้ง ถังเหยาและเฉินหลิงซูก็ยืนอยู่กลางเวทีแล้ว ทั้งสองยืนห่างกันสองก้าว แต่ละคนมีไมโครโฟนขาตั้งอยู่ตรงหน้า
เสียงอินโทรดังขึ้น เป็นเพลงร็อกคลาสสิกที่ผ่านการนำมาเรียบเรียงใหม่
ต้นฉบับเป็นผลงานของวงดนตรี หลังจากการเรียบเรียงใหม่ก็ได้ตัดองค์ประกอบของร็อกออกไป เปลี่ยนเป็นเสียงเปียโนและเครื่องสาย บรรยากาศกลายเป็นความอ่อนโยนและล่องลอยมากยิ่งขึ้น เฉินหลิงซูเป็นคนเริ่มร้องก่อน เสียงกระจ่างใสดุจแสงจันทร์ แฝงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลทิน ถังเหยาร้องสอดประสานเข้ามาติดๆ เสียงหนักแน่นดั่งผืนปฐพี โอบอุ้มความบางเบาของเฉินหลิงซูไว้อย่างมั่นคง
"ก็ถือว่าใช้ได้นะ"
กู้สิงประเมินอยู่ในใจ
กงชิงอี๋เห็นสายตาของกู้สิงจับจ้องอยู่ที่จอมอนิเตอร์หลังเวที ก็อดไม่ได้ที่จะแซวว่า "เป็นห่วงซูซูของคุณมากเลยใช่ไหม?"
"ไม่ได้เป็นห่วงหรอก"
กู้สิงตอบกลับไป ถึงอย่างไรเฉินหลิงซูก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ หากตกรอบแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนบำรุงครรภ์อย่างสบายใจก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน "เทียบกับเธอแล้ว ห่วงพวกเราเองดีกว่า ในเมื่อผลคะแนนยังไม่ออกมาเลย"
"พวกเรา?"
กงชิงอี๋ยิ้มบางๆ "วางใจเถอะ ถ้าเราสองคนแพ้ คนที่ตกรอบต้องไม่ใช่คุณแน่นอน"
"แต่ว่า..."
กู้สิงปรายตามองกงชิงอี๋แวบหนึ่ง "ผมหวังว่า คุณเองก็จะไม่ตกรอบในอีพีนี้เหมือนกัน"
มุมปากของกงชิงอี๋ยกขึ้นเล็กน้อย
และในระหว่างที่กู้สิงกับกงชิงอี๋กำลังคุยกันเล่นอยู่นั้น การแสดงบนเวทีก็จบลงในที่สุด เมื่อตัวโน้ตตัวสุดท้ายสิ้นสุดลง ทั้งสองก็โค้งคำนับ
[เข้าขากันพอใช้ได้]
[เสียงเฉินหลิงซูก็ยังคงเพราะอยู่ดี!]
[ถังเหยายังคงทำผลงานได้คงเส้นคงวา!]
[น่าเสียดาย ถ้าเทียบกับสองคู่ก่อนหน้านี้ถือว่าด้อยกว่านิดหน่อย]
[อย่าคาดหวังสูงไปเลย สองคู่แรกนั่นมันขั้นเทพปล่อยของกันแล้วนะ]
[เหลยเสวี่ยตงกับชาร์ลีจะขึ้นเวทีแล้ว ทีนี้ก็มาดูกันว่าพวกเขาจะเข้ากันได้ไหม]
ถังเหยาและเฉินหลิงซูกลับมาที่ห้องโถงนักร้อง สีหน้าของทั้งคู่แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก ทว่าทั้งสองไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่แยกย้ายกันนั่งลง
แน่นอนว่าเฉินหลิงซูต้องนั่งข้างกู้สิง
กู้สิงกอบกุมมือของเฉินหลิงซูเอาไว้ในมือของเขา
ในฐานะคู่แข่ง เหลยเสวี่ยตงและชาร์ลีได้เดินขึ้นไปบนเวทีแล้ว แสงไฟหรี่ลงอีกครั้ง และเมื่อสว่างขึ้น การจัดวางบนเวทีก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีแสงสีตระการตา ไม่มีแดนเซอร์ ไม่มีวงดนตรี
มีเพียงเก้าอี้สองตัว กีตาร์โปร่งหนึ่งตัว และซอเอ้อร์หูหนึ่งคัน
เหลยเสวี่ยตงนั่งบนเก้าอี้ ในมือถือซอเอ้อร์หู ชาร์ลีนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว ในอ้อมกอดประคองกีตาร์โปร่ง
สีหน้าของทั้งสองคนล้วนจดจ่ออย่างมาก
เสียงอินโทรดังขึ้น เสียงซอเอ้อร์หูเศร้าสร้อยและยาวนาน ราวกับชายชรากำลังสีเพลงที่ไม่มีใครเคยได้ยินอยู่ปากตรอกในยามดึกสงัด จากนั้นเสียงกีตาร์ก็สอดประสานเข้ามา ไม่ได้ลากเสียงยาวเหมือนซอเอ้อร์หู แต่กลับเป็นการดีดคอร์ดง่ายๆ ทีละจังหวะ ราวกับเสียงเต้นของหัวใจ ราวกับเสียงฝีเท้า
คอมเมนต์:
[พระเจ้าช่วย!]
[ซอเอ้อร์หู + กีตาร์?]
[นี่มันการจับคู่ระดับเทพเจ้าอะไรกันเนี่ย?]
[เหลยเสวี่ยตงสีซอเอ้อร์หู? ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า]
[ชาร์ลีไม่เล่นกีตาร์ไฟฟ้าเหรอ? วันนี้มาแนวโฟล์กซองหรือไง?]
[เพลงนี้เหมือนจะเป็นเพลง 'พระจันทร์เสี้ยว' เพลงเก่าสุดคลาสสิกนี่!]
เหลยเสวี่ยตงเริ่มร้อง เสียงแหบพร่าทว่าอบอุ่น แฝงความหนักแน่นที่ตกตะกอนตามกาลเวลา "ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันแสนไกล มีพระจันทร์เสี้ยวลอยเด่น ใต้พระจันทร์เสี้ยว คือสะพานโค้งน้อยๆ..."
เสียงร้องของเขากลมกลืนไปกับท่วงทำนองของซอเอ้อร์หูได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ชาร์ลีร้องต่อ และที่น่าประหลาดใจคือเขาร้องเป็นภาษาจีนกลาง แม้สำเนียงจะไม่ค่อยชัดนัก แต่เขาร้องด้วยความตั้งใจอย่างยิ่ง เน้นหนักทุกคำ ราวกับพยายามผลักดันทุกพยางค์ออกมาจากปากอย่างสุดกำลัง
[ว้าว!]
[เจ๋งไปเลยชาร์ลี!]
[ถึงกับเรียนภาษาจีนกลางมาเลยเหรอ!]
[นี่คือการปรับตัวเข้าหาอาจารย์เหลยเสวี่ยตง แถมยังไม่ให้ความรู้สึกฝืนเลยสักนิด แม้สำเนียงจะไม่ชัดเป๊ะ แต่ได้อารมณ์สุดๆ ไปเลย!]
บนเวที
เสียงของชาร์ลีแหบพร่าและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ตัดกับความอบอุ่นของเหลยเสวี่ยตงอย่างชัดเจน ทว่ากลับสอดประสานกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์
ในท่อนฮุก ทั้งสองคนส่งเสียงร้องขึ้นพร้อมกัน
เหลยเสวี่ยตงร้องภาษาจีน ชาร์ลีเริ่มร้องคลอด้วยเนื้อเพลงที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ
เสียงซอเอ้อร์หูและกีตาร์ถักทอเข้าด้วยกัน ความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมดั้งเดิมแห่งซีโจว และความตรงไปตรงมาของชาวต่างชาติปะทะกันบนเวที จุดประกายไฟอันแปลกประหลาดขึ้นมา
ผู้ชมด้านล่างเวทีบางคนหลับตา บางคนส่ายหน้าเบาๆ คล้อยตามจังหวะ บางคนกำลังปาดน้ำตา
เพลงนี้เก่ามาก เก่าจนผู้ชมรุ่นใหม่หลายคนไม่เคยฟัง แต่ก็คลาสสิกมากเช่นกัน คลาสสิกเสียจนทุกตัวโน้ตสามารถปลุกความทรงจำของคนยุคหนึ่งขึ้นมาได้
ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิด เกี่ยวกับวัยเด็ก เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ไม่อาจหวนคืน
เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่เชื่อมโยงเหลยเสวี่ยตงและชาร์ลีเข้าด้วยกันคือความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นคนจากที่แห่งใด ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อความรัก ความผูกพันในครอบครัว หรือแม้แต่ความห่วงหาอาทรต่อบ้านเกิด ย่อมต้องเป็นสิ่งที่มีร่วมกันอย่างแน่นอน!
ด้วยเหตุนี้
เมื่อตัวโน้ตสุดท้ายสิ้นสุดลง ทั่วทั้งฮอลล์เงียบกริบไปหลายวินาที จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มราวกับเกลียวคลื่น เหลยเสวี่ยตงและชาร์ลีสามารถแบกรับความกดดัน และนำเสนอการแสดงที่แปลกใหม่และยอดเยี่ยม!
ชาร์ลีลุกขึ้นยืน และสวมกอดกับเหลยเสวี่ยตง
ผู้ชายสองคนที่มีสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อายุห่างกันหลายสิบปี หรือแม้แต่สัญชาติก็ยังต่างกัน กำลังสวมกอดกันแน่นอยู่กลางเวที ราวกับสหายศึกสองคนที่เพิ่งร่วมรบกันเสร็จ
คอมเมนต์:
['พระจันทร์เสี้ยว' เวอร์ชั่นนี้สุดยอดไปเลย!]
[พอเสียงซอเอ้อร์หูของเหลยเสวี่ยตงดังขึ้น น้ำตาฉันก็แตกเลย!]
[ภาษาจีนของชาร์ลีพัฒนาขึ้นเยอะมาก เพลงนี้เขาฝึกมานานแค่ไหนเนี่ย ถึงแม้สำเนียงจะยังแปลกๆ อยู่บ้าง แต่อารมณ์มาเต็มจริงๆ!]
[ใครบอกว่าสไตล์พวกเขาไม่เข้ากัน? นี่มันเข้ากันได้ดีสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?]
[ฉันว่าคู่นี้ชนะ ถังเหยาและเฉินหลิงซูคืนนี้คงตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ]
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามา การแข่งขันของทั้งสี่คู่ก็สิ้นสุดลง เหอหานถือผลการแข่งขัน ค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องโถงนักร้อง
"อาจารย์ทุกท่านครับ ผลการแข่งขัน ตอนนี้อยู่ในมือของผมแล้ว"