เมื่อผมสร้างบั๊ก แต่กลับกลายเป็นระบบหลักของเกม · khram
ตอนที่ 73
บทที่ 73 คำตอบในอุดมคติและคำตอบในความเป็นจริง
จางฉีเฟิงรีบตวัดปากกาบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้เขาตั้งใจจะทำบทสัมภาษณ์แบบตัวอักษร แม้ว่าในยุคสื่อใหม่ การสัมภาษณ์แบบวิดีโอจะดูดีกว่า แต่การสัมภาษณ์แบบตัวอักษรก็มีข้อได้เปรียบ คือมีโอกาสถูกนำไปใช้โดยแพลตฟอร์มทางการได้ง่ายกว่า
แพลตฟอร์มทางการเองก็มีเว็บไซต์ข่าวของตนเอง ซึ่งปัจจุบันบทความกระแสหลักยังคงเป็นรูปแบบตัวอักษร และครั้งนี้ จางฉีเฟิงได้รับข่าววงในจากเชาหว่านเกมส์ว่า แพลตฟอร์มทางการอาจพิจารณาเลือกบทความข่าวเกี่ยวกับต้านสวรรค์เกมที่โดดเด่นจากสื่อเกมต่างๆ หนึ่งบทความ เพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ข่าวทางการ
แม้ว่าบทความประเภทนี้จะไม่มีรายได้เป็นตัวเงิน แต่กลับเป็นโอกาสดีที่สื่อเกมยักษ์ใหญ่จะขยายอิทธิพลของตนเอง บรรณาธิการอย่างพวกจางฉีเฟิงที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งภายในบริษัท มักจะมีตัวชี้วัดผลงานในลักษณะนี้เป็นข้อกำหนด
ดังนั้น เขาจึงให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้มาก
หลังจากจดบันทึกอย่างรวดเร็วแล้ว จางฉีเฟิงก็ถามต่อว่า “แล้วคำตอบในความเป็นจริงล่ะครับ?”
กู้ฝานถอนหายใจเบาๆ “ความเป็นจริงก็คือ ไม่ว่าบริษัทเราจะสร้างสรรค์การออกแบบที่ฝืนธรรมชาติหรือต่อต้านมนุษยชาติเพียงใด แต่กลับมักจะรอดพ้นจากวิกฤตและเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ด้วยโชคลาภอันเหลือเชื่ออย่างน่าประหลาด น่าทอดถอนใจจริงๆ ครับ!”
จางฉีเฟิง “หา?”
นี่เป็นคำตอบที่เหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง ประธานกู้กำลังยอมรับว่าบริษัทต้านสวรรค์สร้างการออกแบบที่ฝืนธรรมชาติและต่อต้านมนุษยชาติไว้มากมาย? และความสำเร็จทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับโชคล้วนๆ งั้นหรือ?
จางฉีเฟิงรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะมีควันพุ่งออกมา เขารีบถามไล่เลียงทันที “ผมกำลังจะถามเรื่องนี้พอดีเลยครับ ผู้เล่นจำนวนมากสงสัยมากว่า เกมทุกเกมที่ต้านสวรรค์เปิดตัวในปัจจุบันล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก นั่นคือมีระบบการเล่นหลักที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างสิ้นเชิง
“อย่างที่ผู้เล่นสรุปกัน เช่น ‘กระสุนเลี้ยวได้’ ‘มังกรสยายปีก’ ‘หมุนลบ’ ‘การซ้อนกลยุทธ์มังกรหลับ’ และอื่นๆ อีกมากมาย
“คำถามก็คือ...
“สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกของเกม หรือว่าเป็น BUG กันแน่ครับ?”
กู้ฝานจิบกาแฟเงียบๆ “ยังคงเป็นคำถามเดิมครับ คุณอยากฟังคำตอบในอุดมคติ หรือคำตอบในความเป็นจริง?”
จางฉีเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง เอาอีกแล้วเหรอ?
“คำตอบในอุดมคติครับ?” เขาจำต้องคล้อยตามต่อไป
กู้ฝานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้บริษัทเกมหลายแห่งชอบนำเกมที่ยังเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปมาวางขาย โดยใช้ชื่อสวยหรูว่า ‘Early Access’ หรือแม้แต่บางแห่งที่ทิ้งงานกลางคันก็มีไม่น้อย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นความวุ่นวายในอุตสาหกรรม!
“แต่ต้านสวรรค์เกมของเรายึดมั่นในการสร้างสรรค์เกมคุณภาพเยี่ยมมาโดยตลอด เราพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ ‘แบบร่างไม่เปลี่ยนแม้แต่ตัวอักษรเดียว’ ‘โค้ดเกมไม่ขยับแม้แต่บรรทัดเดียว’ เมื่อเกมวางจำหน่ายแล้ว จะไม่มีการอัปเดตใดๆ ตามมาอีกเด็ดขาด
“ผมคิดว่า นี่คือความมั่นใจรูปแบบหนึ่งครับ”
จางฉีเฟิงกะพริบตา สีหน้าดูงุนงง
ประธานกู้ดูเหมือนจะให้คำใบ้บางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้
จางฉีเฟิงพยายามตีความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนี้ “ประธานกู้หมายความว่า ระดับการออกแบบและระดับการพัฒนาต้านสวรรค์เกมนั้นสูงมาก? เมื่อออกแบบเกมเสร็จสิ้น ก็จะไม่แก้ไขการออกแบบแม้แต่บรรทัดเดียว? และยังมั่นใจว่าในเกมไม่มี BUG จึงไม่จำเป็นต้องมีการอัปเดตใดๆ ตามมา?
“นั่นหมายความว่า สิ่งเหล่านั้นคือกลไกหลักที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหมครับ?”
กู้ฝานเผยยิ้มที่มีเลศนัย “ลองฟังคำตอบในความเป็นจริงดูอีกทีไหมครับ?”
จางฉีเฟิงพยักหน้า “ตกลงครับ”
กู้ฝานถอนหายใจเบาๆ “ทั้งหมดนั่นคือ BUG จริงๆ ครับ!”
จางฉีเฟิง “หา??”
คราวนี้เขาไปไม่เป็นอย่างแท้จริง
อันที่จริง ก่อนหน้านี้จางฉีเฟิงเคยถามจ้าวไห่ฉวนแล้วว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นกลไกของเกม หรือว่าเป็น BUG?
และคำตอบของจ้าวไห่ฉวนคือ ‘ไม่ทราบ’
ความจริงแล้วจ้าวไห่ฉวนอยากจะบอกว่า ในมุมมองของเขา กลไกใดก็ตามที่ไม่ได้เขียนไว้ในแบบร่างล้วนเป็น BUG แต่เขาเป็นเพียงโปรแกรมหลังบ้าน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโปรแกรมหลักของเกม จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าโค้ดของ ‘การซ้อนกลยุทธ์มังกรหลับ’ เขียนไว้อย่างไร จึงไม่กล้าด่วนสรุป
จางฉีเฟิงจึงตั้งใจจะถามกู้ฝานในการสัมภาษณ์ครั้งนี้
ในฐานะเจ้าของต้านสวรรค์เกม คำตอบของประธานกู้ย่อมต้องเป็นคำตัดสินชี้ขาดได้ใช่ไหม?
ทว่าเมื่อประธานกู้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า ‘นี่คือ BUG’ มันกลับทำให้เขาสับสนอย่างถึงที่สุด
คล้ายกับกลัวว่าจางฉีเฟิงจะไม่เชื่อ กู้ฝานจึงอธิบายต่อ
“ใช่ครับ ตั้งแต่เกมแรกของบริษัทผมอย่าง ‘นรกวิถี’ ก็ถูกรบกวนด้วย BUG ประหลาดๆ นานาชนิดมาโดยตลอด
“แม้ว่าเราจะจัดตั้งทีมทดสอบที่แข็งแกร่งมาก พยายามทดสอบโค้ดทุกบรรทัดของเกมจนหา BUG เจอถึง 99.99% แต่สุดท้ายก็ยังคงมีจุดที่เล็ดลอดไปได้
“แต่คงเป็นเพราะเรื่องของโชคลาภมั้งครับ BUG เหล่านี้ไม่ได้เป็น BUG ร้ายแรง และไม่ได้สร้างความประทับใจที่เลวร้ายต่อเกมจนเกินไป
“ดังนั้น เราจึงไม่ได้ทำการแก้ไขพวกมันครับ”
จางฉีเฟิงถึงกับอ้าปากค้าง เขาเกาหัว “เดี๋ยวนะครับประธานกู้ ผมขอเรียบเรียงหน่อย
“ถ้าทั้งหมดนั่นเป็น BUG...
“ผมขอถามว่า ตอนที่คุณออกแบบ ‘นรกวิถี’ คุณตั้งใจจะให้ผู้เล่นผ่านด่านได้อย่างไร? แล้ว ‘ต้านสวรรค์เตตริส’ ถ้าไม่มีการหมุนลบ แล้วการปรับลดโอกาสเกิดบล็อกยาวจะมีความหมายอะไร? ส่วน ‘ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า’ ถ้าไม่สามารถใช้การดูดาวกับ NPC ตัวอื่นได้ เกมนี้จะยังเล่นได้อีกเหรอครับ??”
ปัจจุบันในประเด็นนี้ ผู้เล่นถูกแบ่งออกเป็น ‘ฝ่าย BUG’ และ ‘ฝ่ายระบบการเล่น’ และคำถามเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ฝ่าย BUG ไม่สามารถอธิบายได้มากที่สุด
หากสิ่งเหล่านี้เป็น BUG ทั้งหมด นั่นหมายความว่าในการออกแบบเริ่มต้นไม่ได้คิดวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ไว้เลย แล้วเกมเหล่านี้จะไม่กลายเป็นเกมขยะอย่างแท้จริงหรอกหรือ!
กู้ฝานแบมือออก “ตอนนั้นพวกเราคิดว่า ผู้เล่นที่รูปงามทั้งหลายมีความฉลาดหลักแหลมเพียงพอ ย่อมต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาได้แน่นอน
“เราเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวผู้เล่นครับ!
“เพียงแต่ไม่คิดว่าวิธีที่ผู้เล่นหาเจอจะเป็น BUG”
จางฉีเฟิงเกาหัว “งั้นความหมายของคุณคือ จนถึงตอนนี้ ความสำเร็จทั้งหมดที่ต้านสวรรค์เกมได้รับ ล้วนสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ BUG?
“หรือจะบอกว่า ขึ้นอยู่กับความฉลาดและการพลิกแพลงเฉพาะหน้าของผู้เล่นล้วนๆ? ไม่เกี่ยวข้องกับการออกแบบของพวกคุณเลย?”
กู้ฝานพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ใช่ครับ เข้าใจแบบนั้นก็ได้
“แต่ถ้าจะบอกว่าความสำเร็จของเกมไม่เกี่ยวข้องกับการออกแบบของเราเลย นั่นก็ไม่ค่อยเที่ยงตรงนัก
“ความสำเร็จของเกมยังคงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการออกแบบของเรา ความสัมพันธ์ที่ว่าก็คือ... เราได้ทำการทดสอบความกดดันต่อผู้เล่น เพื่อกระตุ้นศักยภาพของพวกเขา จนทำให้หา BUG ในเกมเจอครับ”
“พรวด!” จางฉีเฟิงแทบจะกระอักเลือดออกมา “นั่นมันผลข้างเคียงชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ!”
กู้ฝานพยักหน้า “ถ้าคุณอยากจะเข้าใจแบบนั้น ก็พูดได้ไม่ผิดครับ”
...
จางฉีเฟิงรู้สึกว่าการสัมภาษณ์นี้ดำเนินต่อไปไม่ได้แล้ว
ความจริงเขากเตรียมคำถามไว้มากมาย แต่คำถามเหล่านั้นล้วนมีสมมติฐานว่า ‘BUG เหล่านี้ของต้านสวรรค์เกมไม่ใช่ BUG แต่เป็นกลไกหลักที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน!’
มันต้องเป็นการออกแบบ ถึงจะมีความจำเป็นต้องถามต่อไปได้ไม่ใช่หรือ?
แต่ตอนนี้ กู้ฝานบอกว่าทั้งหมดเป็น BUG แล้วจะถามต่อได้อย่างไร?
คงไม่สามารถถามว่า “ตอนนั้นคุณมีสภาวะจิตใจอย่างไรถึงออกแบบ BUG แบบนี้ออกมา” หรอกนะ? มันดูไม่จืดเลย!
จางฉีเฟิงไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตนเองถึงขั้นจนปัญญาหาคำพูดไม่ได้
เขาเค้นสมองอย่างหนัก ในที่สุดก็คิดคำถามสุดท้ายออก
“งั้น... ประธานกู้ครับ ผมขอถามคำถามที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเนื้อหาการสัมภาษณ์ได้ไหมครับ?”
กู้ฝานพยักหน้า “แน่นอนครับ ถามได้ตามสบายเลย”
จางฉีเฟิงถามด้วยความอยากรู้ “ถ้าคุณรับการสัมภาษณ์จากสื่ออื่น คุณจะตอบแบบนี้เหมือนกันไหมครับ??”
กู้ฝานพยักหน้า “แน่นอนครับ ไม่ว่าใครจะถาม คำตอบของผมก็เหมือนกัน และหวังว่าพวกคุณจะรายงานตามความเป็นจริงด้วยครับ”
จางฉีเฟิงพยักหน้าเงียบๆ “ตกลงครับ ผมเข้าใจแล้ว!”
หลังจากนั้น จางฉีเฟิงถามอีกสองสามคำถามเพื่อพยายามกู้หน้าคืนมา แต่ไม่ว่าเขาจะถามอย่างไร กู้ฝานก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า สิ่งเหล่านี้คือ BUG!
ท้ายที่สุด จางฉีเฟิงได้แต่มองเนื้อหาในสมุดจดบันทึก แล้วกล่าวด้วยความกระอักกระอ่วนว่า “เอาละครับ การสัมภาษณ์วันนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณประธานกู้ที่ให้เกียรติรับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ และหวังว่าต้านสวรรค์เกมจะดียิ่งๆ ขึ้นไปครับ!”
กู้ฝานยิ้มและลุกขึ้นจับมือกับเขา “ถ้าอย่างนั้นก็ขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ”
ทว่าเมื่อเดินออกจากร้านกาแฟ จางฉีเฟิงกลับเริ่มกลุ้มใจ
บทสัมภาษณ์นี้ จะเขียนออกมาได้อย่างไรกันเนี่ย!







