(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 326
บทที่ 326 การแต่งงานสุดพิลึกระหว่างช่างไม้แก่กับคุณหนูไฮโซ
เขาแตกต่างจากผู้ที่ได้รับค่าชดเชยจากการรื้อถอนทั่วไป หลังจากยากจนมาค่อนชีวิต เขากลับไม่ถูกเงินก้อนโตทำให้หน้ามืดตามัว
เขารู้ซึ้งถึงหลักการน้ำซึมบ่อทรายเป็นอย่างดี
เงินหนึ่งร้อยยี่สิบล้านอาจดูเหมือนเป็นเงินก้อนโต แต่ถ้าเอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเที่ยวเตร่ หรือผลาญทิ้งขว้างไปวันๆ
ใช้เวลาไม่กี่ปีก็คงต้องกลับไปมีสภาพเดิม
ถ้าอยากรวยต่อไปเรื่อยๆ ก็ต้องนำไปลงทุน
ให้เงินต่อเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของตัวเองจะไม่ต้องกลับไปเป็นคนจนอีก
ด้วยความตั้งใจนี้ เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลจึงเลือกบริษัทลงทุนที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง จากบรรดาบริษัทลงทุนมากมายที่เสนอตัวเข้ามา
เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยเลือกโปรเจกต์ลงทุนให้ตัวเอง
ไม่นานนัก โปรเจกต์ก็มาถึง
บริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่งประสบปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องอย่างหนัก
จำเป็นต้องใช้กระแสเงินสดมาหมุนเวียนให้โปรเจกต์เดินหน้าต่อไปได้
บริษัทแห่งนี้ยินดีมอบหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับเงินทุนสี่สิบล้าน
"ตอนนั้นสถานการณ์บริษัทของครอบครัวฝ่ายหญิงของภรรยาผมแย่มากๆ ไม่มีใครในพื้นที่คิดว่าพวกเขาจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้เลย แถมยังกู้เงินไม่ได้สักที"
"ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่าการต้องควักเงินรวดเดียวสี่สิบล้านมันเยอะเกินไปหน่อย"
"ถ้าเกิดขาดทุนขึ้นมาคงแย่แน่ จนกระทั่ง... จนกระทั่งผมได้เจอกับภรรยา"
"ภรรยาผมเป็นตัวแทนบริษัทของที่บ้าน มาคุยเรื่องระดมทุนกับผม"
"ตอนนั้นผมหลงเธอจนหัวปักหัวปำ เธอสวยมากๆ จริงๆ เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิตเลย"
เมื่อนึกถึงเรื่องราวในตอนนั้น บนใบหน้าของเถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มเคลิบเคลิ้มออกมา
ตอนนั้นภรรยาอายุยี่สิบกว่าๆ หน้าตาสวยสะพรั่งจนบรรยายไม่ถูก
วินาทีแรกที่ได้เห็นภรรยา เขาก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าอย่างจัง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่มีทางกล้าคิดอะไรแบบนี้เด็ดขาด
แต่ตอนนั้นสถานการณ์มันต่างออกไป
ครอบครัวฝ่ายหญิงกำลังเผชิญกับวิกฤตล้มละลาย ในขณะที่เขามีกระแสเงินสดอยู่ในมือเพียบ
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลจึงเริ่มคิดแผนการขึ้นมาทันที
เมื่อเผชิญกับข้อเสนอผลตอบแทนอันงามที่ภรรยาเสนอมา เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลกลับใช้ท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้
หลังจากส่งภรรยากลับไป เขาก็รีบไปหาผู้ดูแลของบริษัทลงทุนทันที
แล้วบอกเล่าความต้องการของตัวเองอย่างอ้อมๆ
เขาสามารถอัดฉีดเงินทุนให้บริษัทของครอบครัวฝ่ายหญิงได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมข้อหนึ่ง คือต้องได้แต่งงานกับลูกสาวของบ้านนั้น
ไม่นานนัก อีกฝ่ายก็ส่งข่าวกลับมา
ตกลง
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงเร็วขนาดนี้ จึงรีบรับปากอัดฉีดเงินทุนทันที
และแล้ว ทั้งสองก็ก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ในเวลาอันรวดเร็ว
ในมุมมองของเถ้าแก่เหมยชอบเตะบอล เงินสี่สิบล้านถึงจะเยอะ แต่การได้แต่งงานกับผู้หญิงที่สวยราวกับนางฟ้า แถมยังมีชาติตระกูลดีมาเป็นภรรยา ก็ถือว่าคุ้มค่า
ต่อให้ขาดทุนย่อยยับ เขาก็ยังมีเงินเหลืออีกแปดสิบล้าน
เงินค่ารื้อถอนหนึ่งร้อยยี่สิบล้านแต่เดิมก็เป็นเหมือนลาภลอยที่หล่นลงมาจากฟ้าอยู่แล้ว
การที่เขาได้รับมันมาส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความโชคดี และถือเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต
หลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ด้วยความช่วยเหลือจากเงินทุนก้อนนี้ โปรเจกต์ของบริษัทของครอบครัวฝ่ายหญิงก็กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
ขนาดของบริษัทค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น
มูลค่าตลาดโดยรวมในปัจจุบันพุ่งสูงถึงพันกว่าล้านแล้ว
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลพูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน "ผมรู้ว่าทำแบบนี้มันค่อนข้างน่ารังเกียจ ดังนั้นหลังจากแต่งงาน ไม่ว่าภรรยาอยากจะทำอะไร ผมก็พยายามตามใจเธอให้มากที่สุด"
"หรือว่า..."
จู่ๆ ใจของเถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลก็กระตุกวูบ
หรือว่าครอบครัวฝ่ายหญิงจะยังผูกใจเจ็บกับเรื่องในตอนนั้น ก็เลยอยากจะฆ่าเขา?
ลองคิดดูดีๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
"เฮ้อ!"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลตบหน้าผากตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด
"ตอนนั้นผมยื่นข้อเรียกร้องที่เกินเลยไปขนาดนั้น ภรรยาผมกับพ่อแม่ของเธอปากก็ตอบตกลง แต่ในใจต้องโกรธมากแน่ๆ"
"พวกเขาเป็นถึงเถ้าแก่ใหญ่เปิดบริษัท ส่วนผมเป็นแค่ช่างไม้ตามไซต์ก่อสร้าง อาศัยค่ารื้อถอนถึงได้รวยขึ้นมา"
"อาศัยจังหวะที่บ้านพวกเขาต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนโปรเจกต์ ผมก็ฉวยโอกาสยื่นข้อเสนอขอแต่งงานกับลูกสาวของพวกเขา"
"พวกเขาต้องผูกใจเจ็บแน่ๆ"
เหล่าชาวเน็ตก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นแบบนั้น
ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเอง ก็คงโมโหจนอกแตกตายเหมือนกัน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ทั้งสองคนฐานะไม่คู่ควรกันเลย
แค่เรื่องที่เขาทำ มันก็โคตรน่าสะอิดสะเอียนแล้ว
ถ้าไม่ยอมยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขา ก็ไม่มีทางได้เงินทุนจากเขา
ยิ่งทรัพย์สินของครอบครัวมีมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ก็ต้องกลายเป็นปมในใจของพวกเขาอย่างแน่นอน
ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอายุยี่สิบกว่าๆ ต้องมาแต่งงานกับช่างไม้เศรษฐีใหม่ที่อายุเฉียดสี่สิบ
คิดยังไงก็รู้สึกขัดหูขัดตา
"มิน่าล่ะพวกเขาถึงตอบตกลงง่ายดายขนาดนั้น บางทีตั้งแต่แรก พวกเขาอาจจะไม่ได้คิดจะปล่อยให้ผมมีชีวิตรอดอยู่แล้ว"
"พอได้รับความช่วยเหลือเรื่องเงินทุนจากผม หลังจากนั้นก็ให้ภรรยาค่อยๆ หาทางฆ่าผม"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลหันไปมองเฉินหยู
"หมอเฉิน สถานการณ์น่าจะเป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ?"
"ไม่ใช่ครับ"
เฉินหยูปฏิเสธกลับไปอย่างฉะฉาน
"ไม่ใช่เหรอครับ?"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลถามด้วยความประหลาดใจ "แล้วมันเพราะอะไรล่ะครับ?"
เฉินหยูยิ้มเจื่อนพลางส่ายหน้า
"ก่อนหน้านี้ผมบอกคุณไปแล้ว ว่าที่ภรรยาของคุณจะฆ่าคุณมันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องอื่นเลย เป็นเพราะต้องการฆ่าชิงทรัพย์ล้วนๆ"
"เรื่องนี้มันฟังไม่ขึ้นเลยนะครับ"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลนวดขมับตัวเองแรงๆ แล้วพูดว่า "ตอนที่ผมแต่งงานกับเธอ เงินของบ้านเธอไม่ได้เยอะเท่าผม แต่ช่วงหลายปีหลังแต่งงาน ความมั่งคั่งของบ้านเธอก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแซงหน้าผมไปไกลแล้ว"
"ไม่มีความจำเป็นต้องมาหวังฮุบเงินในมือผมเลย"
เฉินหยูพูดขึ้น "คุณก็พูดเองนี่ครับ ว่าเงินของ 'บ้านเธอ' มีเยอะกว่าคุณ ไม่ใช่ 'เธอ' ที่มีเยอะกว่า"
"เธอกับบ้านเธอมันต่างกันด้วยเหรอครับ?"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลถูกเฉินหยูปั่นหัวจนงงไปหมดแล้ว
"แน่นอนว่าต้องต่างกันสิครับ"
เฉินหยูพูดต่อ "คนที่อยากจะฆ่าคุณคือภรรยาของคุณ คนที่หวังฮุบทรัพย์สมบัติของคุณ ก็คือภรรยาของคุณเหมือนกัน"
"ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับครอบครัวของเธอที่คุณพูดถึงเลยแม้แต่นิดเดียว"
"ขอผมเรียบเรียงความคิดแป๊บนะครับ"
เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "นั่นก็หมายความว่า พ่อตาแม่ยายผมไม่ได้คิดจะฆ่าผมเลย แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวของพวกเขาเกิดจิตสังหาร และยิ่งไม่เคยหวังฮุบเงินของผมใช่ไหมครับ?"
เมื่อเห็นเฉินหยูพยักหน้า เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลก็พูดต่อ "ถ้าเป็นแบบนั้น เรื่องมันก็ยิ่งฟังไม่ขึ้นเข้าไปใหญ่"
"บ้านพวกเขามีเธอเป็นลูกคนเดียว หลังจากพ่อตาแม่ยายผมตาย ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเธอ แล้วเธอจะมาหวังฮุบเงินของผมทำไม?"
ไม่ใช่แค่เถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลที่คิดไม่ตก เหล่าชาวเน็ตก็ยิ่งคิดไม่ตกเช่นกัน
ตามสถานการณ์ปกติ
ครอบครัวฝ่ายหญิงมีทรัพย์สินนับพันล้าน แถมยังไม่มีทายาทคนอื่นนอกจากเธอ
หลังจากที่พ่อแม่ตาย ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเธออย่างแน่นอน
เฉินหยูมีสีหน้าซับซ้อนขณะพูด "ข้อแรก ภรรยาของคุณไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อตาแม่ยายคุณ เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งของพวกเขาเท่านั้น"
"ข้อสอง การที่ภรรยาของคุณฆ่าคุณเพื่อชิงทรัพย์ เป็นแค่ก้าวแรกในแผนการทั้งหมดของเธอ"
"ก้าวที่สองของแผนการ คือการแก้แค้น"
"ข้อสาม..."
เฉินหยูมองเถ้าแก่เหมยชอบเตะบอลที่มีสีหน้าตกตะลึง แล้วพูดว่า "ข้อสาม ตอนแรกภรรยาของคุณแค่คิดอยากจะทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง ด้วยการให้คุณกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง"
"รอจนกว่าร่างกายของคุณจะทรุดโทรมจนดูแลตัวเองไม่ได้ เธอจะได้ไม่ต้องทำเรื่องพรรค์นั้นกับคุณอีก"
"แถมยังสามารถจัดการทรัพย์สมบัติทั้งหมดของคุณได้ในฐานะคู่สมรส"
"แต่เรื่องสองเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้เธอเปลี่ยนใจ"
"คุณต้องตาย แถมยังต้องรีบตายให้เร็วที่สุดด้วย!"







