ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 51
บทที่ 51 ชาวเน็ตขำกันยกแผง! อุบัติเหตุไลฟ์สดครั้งใหญ่สุดในวงการเพลงจีนอุบัติขึ้นแล้ว!
ลวี่หมิงที่ปลดล็อกตัวเองแบบสุดทาง ตอนนี้เหมือนสวมวิญญาณเป็นปรมาจารย์ยุทธสมัยใหม่ ชุดท่าฟาดด้วยขาเหมือนสายน้ำไหลลื่น เสียบเข้าเป้าทั้งคู่แบบเต็มๆ เน้นๆ
ภาพสุดเร้าอารมณ์นี้ เล่นเอาผู้ชมในฮอลล์เผลออุทาน “เชี่ย” ออกมาหลายระลอก
“โอ๊ยโอ๊ยโอ๊ย!”
“ช่วยด้วย!!!”
อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวาโดนซัดจนเกือบกลิ้งตกเวที หมดสิ้นท่าทีดุดันเหมือนก่อนหน้า ต่างคนต่างเผ่นแน่บจะหนีออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือใส่เสียงสะอื้นไปยังทีมงานใต้เวที
แต่ทีมงานส่ายหัวกันเป็นกลองโบราณ ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
พอดีจังหวะนั้นเอง อาจารย์ฮวาพลาดเหยียบใส่น้ำไข่ที่หกบนเวที เท้าเสียหลัก ไถลปื้ด ยังไม่ทันให้ลวี่หมิงวิ่งมาทัน ก็ “ตุบ” หนักๆ โขกพื้นไปเสียก่อน
กร๊อบ!
เหมือนมีอะไรแตกดังลั่น ข้างๆ อาจารย์หยางกำลังอ้าปากกว้างร้องขอความช่วยเหลือ อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีของแข็งพุ่งเข้าคอ จนไอแสบตาน้ำตาเล็ด
“แค่กๆๆ………”
“เกิดอะไรขึ้น อะไรเข้าปากฉัน?!”
อาจารย์หยางเหลียวมองรอบตัว ก็เห็นอาจารย์ฮวาเงยหน้าร้องลั่น เลือดเลอะปากเต็มไปหมด เขาคลำปากตัวเอง แล้วก็ร้องอย่างตระหนก “ฟันฉัน ฟันฉันแตก! ช่วยหาฟันให้ฉันที!!”
“ฟัน?!” อาจารย์หยางจับลูกกระเดือกตัวเอง แล้วเงยหน้ามองเหงือกของอาจารย์ฮวาอย่างเหลือเชื่อ ตรงตำแหน่งฟันหน้ากลาง กลายเป็นรูโหว่ดูตลกสิ้นดี
พอนึกถึงของแข็งที่เมื่อกี้ติดคอจนเจ็บจี๊ด อาจารย์หยางก็คลื่นไส้กะทันหัน โค้งตัวอ้วกแห้งอยู่กับพื้น
อาจารย์ฮวาเห็นท่าแล้วตกใจ “นายกลืนฟันฉันเข้าไปแล้วเหรอ?”
“คายออกมา เร็ว คายออกมา!”
“อย่าพูดมากนักโว้ย กูก็อยากคายออกมาเหมือนกัน!” อาจารย์หยางตะโกน “รีบๆ กันไอ้ดาราตกกระแสไว้ก่อน!”
ลวี่หมิงที่ตอนนี้อารมณ์ขึ้นสุดกู่คำรามสะใจ “เบบี๋จ๋า คุณปู่มาแล้ว!!”
อาศัยน้ำไข่ลื่นๆ บนพื้น เขาก็สไลด์แหย่ขาเข้าใส่แบบไม่ยั้ง!
อาจารย์หยางที่กำลังก้มตัวอยู่เหมือนโดนกระตุ้นสัญชาตญาณ รีบเผ่น แต่ยังไม่ทันให้ลวี่หมิงมาถึง ตัวเองก็ดันเท้าลื่น โป๊ก! คว่ำหน้าจูบพื้น “ปัง” เต็มๆ ใช้ฟันหน้าทักทายพื้นไปหนึ่งที!
ถัดมาเพียงเสี้ยววินาที ฟันหน้าก็ร้าวกระจาย!
ทุกอย่างเกิดขึ้นฉับพลันจนอาจารย์หยางยังไม่ทันรู้สึกเจ็บ พอได้สติถึงได้เริ่มปวดจนกลิ้งไปมากับพื้น “CNM ไอ้ดาราตกกระแส ฟันหน้ากูหายเกลี้ยงแล้ว!”
“กูทำเหรอ? กูทำเหรอ? เรื่องอะไรๆ ก็ยัดให้กูหมด ดาราตกกระแสอย่างกูนี่สมควรถูกพวกมึงรังแกใช่ไหม?”
“รับทีเด็ดหนึ่งสไลด์!”
ลวี่หมิงไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นน้ำไข่เปียกแฉะเต็มพื้นเหมือนค้นพบโลกใหม่ ก็เล่นใหญ่ทันที
อาจารย์ฮวาพึ่งจะเอามือกุมปากจมูกลุกขึ้น ก็เห็นลวี่หมิงอาศัยพื้นลื่นๆ สไลด์เข้ามาอีกดอก พรวดเดียวพุ่งถึงตัวแล้วกระแทก โครม ปลิว
“โอ๊ยเวรเอ๊ย!” อาจารย์ฮวาหน้าบิด ระเบิดอารมณ์ด่า “ไอ้ดาราตกกระแส! ต่อไปมึงอย่าหวังมีพื้นที่ในวงการเพลง กูจะแบนมึง มึงจบแล้ว ชีวิตนี้มึงพังทั้งชาติ!”
ลวี่หมิงไม่ตอบ เอาแต่สไลด์ซ้ายสลับขวา ขวาสลับซ้าย วนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอน้ำไข่ลื่นๆ แพร่เป็นวงกว้าง พื้นเวทีที่กว้างขวางก็เหมือนทาน้ำมันลื่นไปทั้งผืน
สองคนนั้นยืนแทบไม่ติด พึ่งจะยันตัวลุกก็ล้ม นั่งยังไม่ทันตรงก็หงาย ความเจ็บจากการกระแทกถี่ๆ ทำให้ทั้งคู่หมดเรี่ยวแรงต่อต้าน ยอมแพ้นอนแผ่หรากับพื้นลื่น แต่ไอ้เวรนี่ก็ยังไม่เลิก รัวสไลด์เร่งสปีดพุ่งมาเหมือนเล่นโบว์ลิ่ง ชนทีเดียว กลิ้งไถลไปได้ตั้งหลายเมตร!
อาจารย์ฮวากับอาจารย์หยางใกล้สติแตกเต็มที
กรรมจริงๆ !!
[666!]
[บ้าไปแล้ว!!]
[ขำจนหอบ เตียงสองชั้นโคลงไปมาหนักมาก เพื่อนที่นอนชั้นล่างยังนึกว่าฉันเริ่ม “เคารพธงชาติ” ตั้งแต่เช้าแล้ว]
[ไอ้ดาราตกกระแสนี่มันเป็นคนจริงรึเปล่าวะ?!]
[คนอื่นทำรายการเพื่อเอาหน้าเรื่องมนุษยสัมพันธ์ แต่ดาราตกกระแสรายนี้ยอมพังมนุษยสัมพันธ์ทั้งหมดเพื่อรายการล้วนๆ!]
[ตั้งแต่มีวงการเพลงจีนมา ไม่เคยเกิดภาพตระการตาแบบนี้มาก่อน เทปวันนี้ต้องถูกบันทึกลงหน้าประวัติศาสตร์แน่!]
[ลูกสาวฉันเป็นแฟนคลับอาจารย์ฮวา พอเห็นไอดอลโดนกวาดล้มกลิ้งกับพื้น ก็ได้แต่คุกเข่ากระแทกหน้าจออ้อนวอนให้ดาราตกกระแสปล่อยพี่ชายของเธอ เธอจะร้องไห้ตายอยู่แล้ว ส่วนฉันจะขำตายอยู่แล้ว!]
[ฮ่าๆๆๆๆ อึก!]
ชาวเผือกตื่นเต้นกันสุดขีด
แต่แฟนคลับของอาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวา ตอนนี้กลับหน้าตาเต็มไปด้วยความร้อนใจ หมุนวุ่นอยู่หน้าจอ
[ไอ้ดาราตกกระแสเลว เอ็งหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย!]
[อาจารย์หยางโลดแล่นในวงการเพลงมากว่าสองสิบปี เป็นเมนเทอร์มาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยถูกใครหยามแบบนี้เลย!]
[อาจารย์ฮวาถูกกวาดจนร้องไห้แล้วก็ยังไม่หยุด เอ็งต้องกวาดพี่ชายของเธอให้แหลกคาพื้นถึงจะพอใจใช่ไหม?!]
[ฮวาฮวาของฉัน!!!]
[เดี๋ยวนะ ทีมรายการตายกันหมดหรือไง? มองไม่เห็นเหรอว่าอาจารย์ฮวากับอาจารย์หยางฟันหักไปแล้ว? พนักงานนี่กล้าดียืนดูอยู่ข้างล่างตาแป๋วแต่ไม่ยอมขึ้นมาคุมตัวดาราตกกระแสเหรอ?]
[รปภ.อยู่ไหน? รปภ.อยู่ไหนกัน!]
[แฟนๆ ที่อยู่ในงานทำอะไรกันอยู่? เอาแต่ชูมือถือถ่ายกันอยู่นั่น รีบขึ้นไปดึงไอ้ดาราตกกระแสออกไปเดี๋ยวนี้สิ!]
[ฟันของอาจารย์ฮวาแทบซื้อชีวิตพวกแกได้แล้วนะ ถ้าเกอเกอเป็นอะไรไป ทุกคนในทีมรายการรอเข้าคิวติดร่างแหไปกับอาจารย์ฮวาได้เลย]
[ต่อให้ตอนนี้ดาราตกกระแสดับวูบไปเลย ก็ยังชดเชยความเสียหายที่เขาทำกับอาจารย์หยางไม่ได้อยู่ดี]
[ฮวาฮวาโตมาขนาดนี้ไม่เคยเจอเรื่องอัปยศแบบนี้เลย มาอัดรายการครั้งเดียวถึงขั้นจะเอาชีวิตเข้าแลก ต่อไปนี่ฝังใจแค่ไหนกัน?!]
แฟนคลับแมลงและดอกไม้พอเห็นศิลปินของตัวเองร้องโหยหวนสภาพน่าสงสาร ก็พากันเจ็บปวดใจสุดๆ
ยิ่งเหล่าสาวน้อยดอกไม้ทั้งหลาย พอเห็นพี่ชายของตัวเองที่ปกติหล่อเนี้ยบ สวยหวาน กลายเป็นซอมซ่อขนาดนี้ ก็รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลายไปตามๆ กัน
นั่นน่ะคือพี่ชายที่พวกเธอประคบประหงม ระวังจนไม่กล้าให้ตก ไม่กล้าให้หายไปจากใจ แม้แต่คำแรงๆ สักคำก็ไม่กล้าพูดด้วยเลยนะ!
ไอ้ดาราตกกระแสสารเลว!
คิดจะทำลายเทพแห่งวงการเพลงจีนหรือไง!!
“ไอ้ดาราตกกระแส!” เจิ้งเจี่ยเห็นลวี่หมิงทั้งดุเดือดทั้งบ้าพลัง ก็รีบถือกระบุงพุ่งมาขวางหน้าผู้เคราะห์ร้ายทั้งสอง ตะโกนห้ามด้วยเสียงสั่น “อาจารย์ฮวากับอาจารย์หยางโดนกวาดจนจะเละแหลกอยู่แล้ว ยังไม่หยุดอีก?!”
อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวาที่หายใจรวยริน เหลือบมองเจิ้งเจี่ยซึ่งพุ่งมาขวางหน้าดาราตกกระแสแทนพวกเขา ความน้อยใจพังทะลักในพริบตา ราวกับเด็กถูกคนรังแกแล้วเห็นหน้าแม่แท้ๆ ถึงกับปล่อยโฮทันที
เจิ้งเจี่ยนี่แหละคนจริง ใจซื่อมือสะอาด!!
“เราไม่ได้พวกเดียวกันเหรอ?” ลวี่หมิงมองอย่างระแวดระวัง
เจิ้งเจี่ยเบิกตากลม “ใครมันจะไปอยู่พวกเดียวกับไอ้ดาราตกกระแสอย่างแก!”
“ก่อนหน้านี้คุณหามาไข่ตั้งเยอะ ทั้งจัดพื้นให้ฉันเล่นได้ถนัด ทั้งขว้างใส่พวกเขาไม่ยั้ง นั่นไม่ใช่ช่วยฉันเหรอ?” ลวี่หมิงพูดอย่างหน้าตาเฉย
อาจารย์หยาง: “???”
อาจารย์ฮวา: “!!!”
ทั้งคู่ถ่มเลือดคาวออกจากปาก แล้วหันคมสายตาที่เอาเรื่องใส่เจิ้งเจี่ย
ใช่สิ
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เจิ้งเจี่ยบ้าหอบไข่มากองเต็มเวที พวกเขาจะถูกดาราตกกระแสกวาดซัดจนเลือดสาดปาก ฟันหน้าถึงขั้นกระเด็นได้ยังไงกัน?
“ที่แท้เป็นเธอทำพิเรนทร์นี่เอง ฉันน่าจะเดาได้ตั้งแต่แรก…” อาจารย์หยางทำหน้าตาเหมือนได้สติ “เธอต้องเห็นว่าดาราตกกระแสกำลังดัง เลยคิดจะคืนดีกันตรงนี้ต่อหน้าต่อตาแน่ แสดงออกต่อหน้าว่าหยางอาจารย์ครับหยางอาจารย์ค่ะ แต่จริงๆ ในใจคิดถึงแฟนเก่าตลอด โอ้ย เสี่ยวเจิ้งๆ เธอนี่ซ่อนเก่งจริงนะ!”
“สรุปว่าเธอเอาพวกเราสองคนไปเป็นของกำนัลประกาศตัวจงรักภักดีใช่ไหม?!” อาจารย์ฮวาอึ้งจนไม่อยากเชื่อ
เจิ้งเจี่ย: “???”
เจิ้งเจี่ยเงยหน้ามองลวี่หมิงด้วยความไม่อยากเชื่อ สมองอื้ออึงไปหมด คนถึงกับมึนงง
“ไอ้สารเลวนี่ทำร้ายฉันไว้ขนาดนั้น ฉันอยากให้มันไสหัวไปให้พ้นจะตาย จะให้ฉันกลับไปคบกับดาราตกกระแสแบบมันเนี่ยนะ? จะคืนดีกันไปทำไม ให้มันกวาดฉันอีกรึไง?!” เจิ้งเจี่ยโวยวายกล่าวหาอย่างเดือดดาล
“ก็เห็นเธออยากเกาะกระแสมันไงล่ะ!” อาจารย์ฮวาถามด้วยน้ำเสียงเค็มปี๋
เจิ้งเจี่ยด่ากลับลั่นเวที “ไอ้สารเลวนี่ต่อให้ดังทั่ววงการบันเทิงจีน ดังไประดับต่างประเทศ หรือดังทะลุไปถึงทางช้างเผือก ก็ไม่มีวันได้การยอมรับจากฉันตลอดกาล!”
“ไอ้สารเลว เอาไปเต็มกระบุงเลย!”
เจิ้งเจี่ยเดือดจนเสียสติ ราวกับอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่เคยมีความคิดเพี้ยนๆ แบบนั้น เธอคว้ากระบุงพุ่งขึ้นไป กระแทกเข้าหัวลวี่หมิงอย่างแรง
ลวี่หมิง: “???”
“มัวแต่กวาดพวกเขา ไม่กวาดเธอใช่ไหม?”
ถัดวินาทีเดียว ท่ามกลางสายตาตะลึงของเจิ้งเจี่ย ลวี่หมิงเหวี่ยงขาตวัดกวาดทีเดียว ก็ทำเอาเธอล้มกลิ้งบนเวที ตามด้วยสไลด์แท็คเคิลอีกดอก เอาฝ่าเท้าตัวเองไปแนบสนิทกับโฉมหน้าหล่อเหลาของอาจารย์ฮวา
“อ๊าก! หน้าฉัน!!” อาจารย์ฮวากรีดร้อง
เจิ้งเจี่ยทิ้งก้นลงพื้นเพราะผอมเกินไป กระแทกจนก้นช้ำ ยังไม่ทันตั้งสติ ก็เห็นลวี่หมิงโฉบมาถึงตรงหน้า โน้มตัวลง สไลด์แท็คเคิลกวาดตูมเดียว ฟาดเธอลอยไปสามเมตร!
ดวงตาเจิ้งเจี่ยเต็มไปด้วยความหวาดผวา ไม่อยากเชื่อว่าไอ้ทาสรักที่เคยเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ยกเธอขึ้นหิ้งเป็นเทพธิดา ถึงขั้นเคยไปกู้เงินเพราะเธอ วันนี้กลับกล้าทำหยาบคายกับเธอต่อหน้าสาธารณชน!
อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวายืนอึ้งค้าง
ไอ้เวรนี่คลั่งขึ้นมายังกล้ากวาดใส่ผู้หญิงด้วย!
“หยุด!” อาจารย์หยางเห็นลวี่หมิงหันวิ่งมาทางตัวเองอีกรอบเหมือนจะบ้าคลั่งต่อ รีบตะโกนเสียงสั่น “ไอ้ดาราตกกระแส… อาจารย์หยางคนนี้อายุมากแล้ว ไม่ค่อยรู้การ หากก่อนหน้านี้ทำอะไรไม่ถูกใจไป ก็ค่อยๆ อภัยให้คนแก่เถอะนะ”
“จะไปง้อเขาทำไม? ไอ้ดาราตกกระแสสารเลวนี่มันจะมากวาดพวกเราได้ยังไงกัน?!” อาจารย์ฮวาถ่มเลือดคำหนึ่ง จ้องลวี่หมิงด้วยแววตาอาฆาต “เตรียมตัวไว้เลย หลังวันนี้ ถ้ากูไม่ทำให้มึงถูกถอดชื่อออกจากวงการเพลงจีน กูจะไม่ใช้แซ่ฮวาอีก!”
ใครๆ ก็รู้ วงการเพลงจีน นั้นขึ้นต้นด้วย “ฮวา”
“เรียกกูว่าดาราตกกระแส เรียกดาราตกกระแส ขนาดขอโทษยังเรียกกูว่าดาราตกกระแสอยู่อีกใช่ไหม?” ลวี่หมิงพุ่งเข้าไปหวดฉาดใหญ่ใส่อาจารย์หยางให้ได้สติ จากนั้นซ้ายรวบอาจารย์หยาง ขวารวบอาจารย์ฮวา ดึงทั้งคู่มาชนกัน เขาก้มคว้าก้อนไข่แดงเหนียวหนืดจากพื้นซึ่งชุ่มไปด้วยไข่ขาวไข่แดงขึ้นมา ดวงตาวาวโรจน์ “ทั้งสองท่านเล่นกันมานานขนาดนี้ ท้องคงร้องแล้วสินะ!”
“วัตถุดิบสดๆ เต็มพื้นแบบนี้ เดี๋ยวจะจัดให้หอมเต็มปาก!”
“ฉันไม่ ” อาจารย์หยางยังพูดไม่ทันจบ ลวี่หมิงก็ฉวยจังหวะ “แผละ” ฟาดไข่แดงในมือใส่ปากอีกฝ่ายตรงๆ
อาจารย์หยางเผลอกลืน “อึก” เดียว น้ำตาคลอท่วมตา
“ฟันหน้าฉันยังอยู่ในท้องนายอยู่นะ!” อาจารย์ฮวาตาค้าง
ถ้าควักคืนออกมาได้ทัน เขายังพอเอาไปโรงพยาบาลให้หมอต่อได้ แม้ฟันปลอมจะดี แต่ยังไงชิ้นส่วนจากโรงงานเดิมของตัวเองก็อุ่นใจกว่า ทว่าพอเห็นอาจารย์หยางโดนยัดไข่แดงลงไปอีกลูก อาจารย์ฮวาก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม
คราวนี้คงต้องรอให้พรุ่งนี้ค่อยถ่ายออกมาแล้ว…
แล้วแบบนั้นมันยังเอาได้อยู่ไหมวะ?!
ถัดมา ลวี่หมิงใช้ไข่ขาวไข่แดงแทนกาว แปะป้ายโบกใส่หน้าทั้งคู่ไม่ยั้ง แถมมองหาโอกาสยัดไข่ขาวเข้าปากอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนพะอืดพะอม พยายามขบฟันสู้ตาย แต่เพราะฟันหน้ากระแทกหัก ปากเลยเผยอเป็นช่อง ทำให้ไข่ไหลกรอกปากลงไปเหมือนดื่มน้ำหวาน
“ดื่ม เข้าไป ดื่มให้หมด!!”
“ในฐานะบุคคลสาธารณะ การเห็นคุณค่าของอาหารเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน พวกคุณรู้ไหมว่าในแต่ละปีมีคนกี่คนต้องอดตายเพราะไม่มีข้าวกิน? พวกคุณรู้ไหมว่าแม่ไก่ออกไข่ได้ยากแค่ไหน? พวกคุณรู้ไหมว่าเด็กๆ ในโรงเรียนประถมบนภูเขาหลายแห่งตลอดทั้งปีแทบไม่ได้กินไข่เลยสักกี่ครั้ง? ไม่ พวกคุณไม่รู้ พวกคุณสนใจแต่ตัวเอง!”
ลวี่หมิงตาสว่างฮึกเหิม ใช้สองมือโกยไข่เหลวๆ เปียกๆ จากพื้นยัดเข้าปากทั้งคู่ไม่หยุด พลางพร่ำด้วยความเร็วปรอทแตกว่า “รู้ไหมว่าเอาไข่มาทิ้งมันน่าอับอายแค่ไหน? วันนี้ข้าจะสาธิตให้ดูว่าไข่ทำกับข้าวอร่อยๆ ได้กี่อย่าง!”
“ไข่ผัดมะเขือเทศ ไข่ผัดเห็ด ไข่ผัดเนื้อวัว ไข่ผัดหมู ไข่ผัดผักใบเขียว ไข่ผัดกุยช่าย ไข่ผัดผักกาดแก้ว ไข่ผัดแตงกวา ไข่ผัดฟักทอง!”
“กูจะผัดมึงสองคน ไอ้พวกเวรเอ๊ย!!”
ว่าจบ ลวี่หมิงใช้มือข้างละคน ปิดปากสองคนนั้นแน่น เพราะทั้งคู่ยัดซะพุงกางแล้ว กลัวจะพ่นออกมา จากนั้นจึงยืนรับฟีลความสงบทางใจในชั่วขณะนั้นอย่างเงียบๆ
[เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!]
[จนปัญญาเรื่องคำศัพท์แล้ว เชี่ยหนึ่งคำ ตะลุยทั่วหล้า!]
[อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวาชาตินี้มีอะไรให้เล่าไปทั้งชาติละ!]
[โคตรจะเมนูไข่ผัด แม่กูทำกับข้าวมาหลายสิบปียังไล่ชื่อเมนูไข่ผัดได้ไม่เท่านี้ ไอ้ดาราตกกระแสนี่ปากพัวะๆ รัวเหมือนกดคอมโบในเกม ขำจนฉี่แทบเล็ด]
[กูลุกยืนขึ้นมาข้างหน้าจอแล้วโว้ย!]
[เดี๋ยวก่อน ทำไมกูก็เผลอลุกขึ้นมายืนโดยอัตโนมัติวะ?]
[ลุกขึ้นทั้งฮอลล์!!!]
[อาจารย์หยาง: คนที่ทิ้งไข่มันก็คือแฟนเก่าของนาย ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันตรงไหน!]
[อาจารย์ฮวา: ถ้าจะปรักปรำ ใส่ร้ายยังไงก็หาเหตุผลมาจับผิดได้ทั้งนั้น]
ลวี่หมิงแน่ใจแล้วว่าทั้งคู่กลืนธัญญาหารอันล้ำค่าลงไปหมดถึงได้ยอมปล่อยมือ
อาจารย์หยางคงติดคอ หรือไม่ก็โดนกระทบกระเทือนทางจิตใจหนักเกินไป ท้องเต็มไปด้วยไข่ เขาแหงนมองเพดานอย่างคนสิ้นหวัง น้ำตาไหลทีละสายจากหางตาทั้งสองข้าง
เขายกแขนขึ้น ใช้นิ้วชี้สั่นระริกชี้ไปที่ลวี่หมิง ปากขยับๆ เหมือนจะเอ่ยอะไรสักอย่าง
ลวี่หมิงคว้ามือเขาไว้ แล้วหักนิ้วชี้งัดขึ้นไปแรงๆ “อาจารย์หยาง ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ถ้ายังไม่อิ่ม คราวหน้าไปบ้านผม เดี๋ยวจัดงานเลี้ยงไข่ผัดให้ชุดใหญ่!”
อาจารย์หยางเจ็บจนเส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผาก ยิ่งได้ยินน้ำเสียงยียวนยักคิ้วของเขา ลมเลยตีขึ้นอก หายใจสะดุด คอเอียงปุ๊บ สลบคาที่!
ลวี่หมิงเหลือบมองไปทางอาจารย์ฮวาต่อ
ตอนนี้อาจารย์ฮวาตาลอยว่างเปล่า หน้าตาเหมือนคุณหนูพรหมจรรย์ที่ถูกย่ำยี กำลังจ้องเพดานเวทีด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
พอเห็นสายตาลวี่หมิง เขาสะอึกเรอ “ฮึ่ก” ขึ้นมา ทีเดียวพ่นไข่แดงกลมดิ๊กออกมาลูกหนึ่ง โชคดีที่ลวี่หมิงไวกว่า ตวัดมือกดไข่แดงยัดกลับเข้าปากเขาไปอย่างฉับพลัน!
อาจารย์ฮวา: “!!!”
เขาถลึงตาใส่ลวี่หมิงแทบถลน
“เป่าปากพ่นไข่แดงออกมาลอยๆ ได้แบบนี้ แม้แต่วงคณะกายกรรมทั่วประเทศก็หาดูยากนะ” ลวี่หมิงจิ๊ปากชมเชย “ไม่เสียทีเป็นมหาจอมเวทย์ ความสามารถครบเครื่อง ทั้งไล่ผีทั้งโชว์ได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวงการเพลงถึง ‘แซ่ฮวา’ เราเหมือนจะเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว”
จะเข้าใจพ่องสิวะ!
อาจารย์ฮวาถลึงตาจะแทบทะลัก จ้องลวี่หมิงเขม็ง
CNM ไอ้ดาราตกกระแส แกตราบใดที่กูยังหายใจอยู่ในวงการบันเทิงจีน วันไหนๆ แกก็อย่าหวังจะอยู่ดีมีสุข!
อารมณ์เดือดจัดปนความอับอายทนไม่ไหว คิดถึงความชอกช้ำที่ตัวเองเจอในเวลาอันสั้น โลกในใจเขาก็พังทลาย เพราะถูกกระตุ้นทางจิตเกินทน คอเอียงปั๊บ เป็นลมสลบตามไปอีกคน
เห็นดังนั้น
เหล่าบรรดาแฟนคลับของฮวาทั้งหมดพากันรู้สึกเหมือนจักรยานคันโปรดที่ทะนุถนอมยิ่งกว่าจักรยานใคร จะขี่ก็ยังกลัวเป็นรอย กลับถูกไอ้ดาราตกกระแสคนนั้นจับขึ้นคร่อมปั่น ไม่พอ โซ่ยังติดคาอยู่ ไอ้ดาราตกกระแสนั่นยอมปั่นจนโซ่ขาดยังดีกว่า จะลงมาช่วยจูงซะอีก!
[พวกเราฮวาฮวาของเรานะ]
[เขาไปก่อบาปอะไรมาถึงได้ถูกไอ้ดาราตกกระแสย่ำยีขนาดนี้!]
[ฮวาฮวาพังยับ ถูกดาราตกกระแสทำเสียหายหมดแล้ว!]
[สภาพเขาตอนนี้ ต่อไปให้ฉันมองตรงๆ ยังไงไหว?]
เหล่าดอกไม้สดรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมา ทีละคนๆ ต่างร้องไห้ตื้นตันพูดไม่ออก
พวกเธอประคบประหงมไอดอลที่รักมากว่าสิบปี แต่เพราะไอ้ดาราตกกระแสสารเลวคนเดียว ออร่าของไอดอลกลับแตกสลายไม่มีชิ้นดี แค่นึกถึงก็แทบอยากพุ่งทะลุหน้าจอเข้าไปขย้ำไอ้ดาราตกกระแสคนนั้นให้ตายคาปาก!
ขณะเดียวกันนั้นเอง
เห็นว่าเมนเทอร์ทั้งสองคนเงียบสนิท ลวี่หมิงหันไปมองเจิ้งเจี่ย แล้วสไลด์ตัวพุ่งเข้าไปหยุดตรงหน้าเธอ
เจิ้งเจี่ยยังตั้งตัวลุกไม่ทัน สีหน้าตกใจจนลนลาน ใช้ทั้งมือทั้งเท้าถีบถอยหลัง “ตึ่กตั่กตั่ก” ติดต่อกันหลายก้าว
เมื่อได้เห็นชะตากรรมอันโหดร้ายของสองอาจารย์กับตาตัวเอง แล้วมองหน้าดุร้ายคล้ายอสูรของลวี่หมิงในตอนนี้ เจิ้งเจี่ยผู้เคยเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของตัวเองกลับดูราวกับหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยที่แตกตื่น กลัวจนตัวสั่น!
“ดารา… ลวี่หมิง เธอยังจำฉันที่ริมทะเลสาบเทียนถานเมื่อปีก่อนได้ไหม? ตอนนั้นเธอมาขอให้ฉันเป็นแฟน เรายังเริ่มคบกันตั้งแต่ตอนนั้นเลย!” เจิ้งเจี่ยก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมา ตอนนี้ในหัวมีแค่ความคิดเดียว คือพยายามปลุกความรักและสามัญสำนึกของลวี่หมิงที่มีต่อเธอ จึงแกล้งทำท่าแสนสงสาร “เธอไม่มีทางทำร้ายฉันใช่ไหม?”
“ใช่” ลวี่หมิงพูด “ด้วยความสัมพันธ์ของเรา ฉันย่อมจะทะนุถนอมเธออย่างดีแน่นอน”
เจิ้งเจี่ยถอนหายใจโล่ง ในใจยังแอบสะใจนิดๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าไอ้ดาราตกกระแสคนนี้ยังออกจากความรักเก่าไม่ได้ ถึงภายนอกจะทำเป็นเข้มแข็ง แต่ลึกๆ ก็ยังตัดใจจากเธอไม่ลง
ฮึ! คิดไว้ไม่ผิดจริงๆ!
“หลับตา!” ลวี่หมิงจู่ๆ ก็ย่อตัวลง
เจิ้งเจี่ยชะงัก “ทำไม?”
“บอกให้หลับก็คือหลับ จะพูดมากอะไรนัก?” สีหน้าลวี่หมิงไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง
ใจเจิ้งเจี่ยสะท้านวูบเดียว ก็รู้สึกว่าท่าทีของอีกฝ่ายตอนนี้แตกต่างจากภาพลักษณ์ในความทรงจำของเธออย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกแปลกแยกแรงมาก เธอเองก็ไม่รู้ทำไมถึงเชื่อฟัง แต่ก็เชื่องๆ ทำตาม หลับตาลง
พอภาพตรงหน้าดับวูบเป็นความมืด เจิ้งเจี่ยเอนตัวไปข้างหน้า ความคิดประหลาดๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ไอ้สารเลวนี่… จะไม่คิดจู่โจมจูบฉันท่ามกลางผู้คนพลุ่กพล่านหรอกนะ?
ไม่จริงหรอกมั้ง ไม่จริงหรอก อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวายังไม่รู้เป็นตายร้ายดี เกิดอุบัติเหตุไลฟ์สดใหญ่โตขนาดนี้ ถึงแม้กระแสจะสูงก็เถอะ แต่สถานการณ์แบบนี้ มันจะไม่โรแมนติกเกินไปหน่อยเหรอ?
แล้วในจังหวะนั้นเอง
ผู้ชมในงานพลันร้อง “ว้าว” ขึ้นมาพร้อมกัน ฝูงชนตื่นเต้นวุ่นวายเหมือนกำลังเห็นฉากขอแต่งงาน
ทั้งตัวเจิ้งเจี่ยสะดุ้งเฮือก กำลังจะลืมตา ก็ได้ยินเสียงลวี่หมิงที่นุ่มลงเล็กน้อยว่า “ห้ามลืมตา ฉันเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้เธอ”
เซอร์ไพรส์?!
แม่เจ้า ผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธคำนี้ได้!
เจิ้งเจี่ยเม้มตาแน่น ภาพกุหลาบ แหวนเพชร ผุดขึ้นมาเต็มหัว
ไอ้ดาราตกกระแสสารเลวนี่ เอาจริงเหรอ!
แล้วฉันจะตอบตกลงไหมล่ะ?
ไม่ได้ เด็ดขาดไม่ได้!
ไอ้สารเลวนี่ทำเรื่องเลวร้ายมากมายกับเธอมาตั้งเยอะ ถึงแม้หลังเลิกกันมันจะเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตอนนี้กระแสก็แรงจนฮิตไปทั่วประเทศ แถมพรสวรรค์ทางดนตรียังถูกปลุกจนถือว่ามีของ…
แต่เมื่อกี้มันยังไม่ปรานีแม้แต่น้อย ผลักเธอลงกับพื้นกลางคนดู ทำเอาตอนนี้ก้นเธอยังเจ็บแปลบอยู่เลย
การกระทำโหดเหี้ยมแบบนี้ จะให้อภัยง่ายๆ ได้ยังไง?!
ในหัวเธอถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่าจะปฏิเสธไอ้ดาราตกกระแสต่อหน้าคนให้มันขายหน้า
วินาทีถัดมา ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นของเธอก็ถูกแงะออก เจิ้งเจี่ยสะท้านวาบไปทั้งใจ โดยสัญชาตญาณลิ้นเธอขยับแตะทันที แล้วรสชาติฉุนแสบและเผ็ดร้อนก็พุ่งกระจายไปทั่วโพรงปาก
“???” สมองเล็กๆ ของเจิ้งเจี่ยอื้ออึง “วาซาบิ! เป็นวาซาบิ!!”
เธอลืมตาพรวดขึ้น ก็เห็นว่าลวี่หมิงกำลังกำหลอดซอสวาซาบิที่หนาเท่ายาสีฟันอยู่ในมือ ตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้าราวกับมีแค้นฝังหุ่นกับตัวเอง ปากตึงคดเว้า กัดฟันกรอด ราวกับงัดแรงทั้งหมดที่มีออกมาบีบ!
ทันใดนั้น ช่องปากก็ถูกยัดด้วยวาซาบิปริมาณมหาศาล!!
เจิ้งเจี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบทั้งมือทั้งเท้าดิ้นรน พูดจาตะกุกตะกัก
“เด็กดีของปู่ กินอิ่มดื่มพอแล้ว ปู่ไปก่อนล่ะเผ็ด!” ลวี่หมิงที่เพิ่งก่อเรื่องเสร็จรู้สึกสะใจโล่งโปร่ง เขาไม่ปล่อยโอกาสให้เจิ้งเจี่ยได้โต้เถียงสักคำ พรวดพราดวิ่งตะบึงมุ่งไปทางทางออกของสตูดิโอถ่ายทอดสด
“ว้าอู้… ไอ้เวร เอ้อกๆ เอ้กๆ!” วินาทีถัดมา นางเอกดอกไม้ขาวตัวน้อยแห่งวงการบันเทิงจีน ผู้ที่แฟนคลับนับไม่ถ้วนมองเป็นรักแรก อมวาซาบิเต็มปาก จนไอแสบจนน้ำตาแตกแทบขาดใจ!
“ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ!”
“CNM แกมันไม่ใช่คน แกไม่มีหัวใจ!”
“ฮือ… แค่กๆๆ… ช่วย… ช่วยด้วย… น้ำ… เอาน้ำให้ฉัน!!”
เจิ้งเจี่ย “เพ่ย เพ่ย เพ่ย” คายก้อนวาซาบิขนาดมหึมาออกจากปาก แล้วก็เสียสติ วิ่งแผดร้องจะไปเอาชีวิตลวี่หมิงที่กำลังหนี
แต่กลิ่นฉุนแสบยังคงค้างอยู่ในช่องปากกับโพรงจมูก ทำเอาทั้งตัวเธอมองพร่ามัว น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับก๊อกน้ำแตก จนถึงขั้นลืมตาแทบไม่ขึ้น
วินาทีต่อมา ดวงตาเธอกลอกกลับขึ้นขาว เซถลาแล้วทรุดฮวบลงบนเวที ถูกความเผ็ดร้อนของวาซาบิพ่นจนสลบคาที่!







