โซ่เหล็กขึงตึง สวี่อิง บู๊เทียนจุน หลี่เซียวเค่อ และโอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกถูกดีดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ
ปราณห้าสีที่ก่อนหน้านี้ถูกสูบกลับมาจากฟ้าดินไหลย้อนกลับไปยังปากปล่องภูเขาไฟของภูเขาห้าสีราวกับเวลาไหลย้อนกลับ บัดนี้ปราณห้าสีกลับพ่นทะลักออกมาอีกครั้ง!
ลวดลายประหลาดนับไม่ถ้วนบนโซ่เหล็กไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นเสียงโลหะปะทะกันดังกังวานขึ้น สวี่อิงก้มหน้ามองลงไป เห็นเพียงลวดลายสว่างไสวบนข้อใดข้อหนึ่งของโซ่เหล็กเส้นหนึ่งกำลังขาดสะบั้นดังเป๊าะป๊ะ!
"ระวัง!"
สวี่อิงทำได้เพียงตะโกนลั่น ก็เห็นโซ่เหล็กเส้นนั้นขาดผึง โซ่เหล็กที่ขาดดีดตัวขึ้น กวาดผ่านร่างของโอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกเสียงดังฟุ่บ
ร่างท่อนล่างของโอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกแหลกละเอียดในทันที กลายเป็นหมอกเลือด เศษกระดูกปลิวว่อนไปทั่ว หนึ่งในเศษกระดูกนั้นพุ่งทะลุกระดูกสะบักของสวี่อิง เจาะกระดูกของเขาจนเป็นรูโหว่ทะลุหน้าหลัง!
สวี่อิงครางต่ำในลำคอ
เวลานั้นเอง เสียงแห่งวิถีอันยิ่งใหญ่ดังมาจากในโลงหยก ราวกับมีฮ่องเต้ผู้ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งวิถีกำลังสวดท่อง โซ่เหล็กเส้นหนาขาดสะบั้นดังเป๊าะป๊ะทีละเส้น!
ในที่สุดโลงหยกก็สลัดหลุดจากโซ่ตรวนเส้นสุดท้าย รอบโลงหยกยังมีอักขระวิถีเซียนขนาดมหึมาเปล่งประกายเจิดจ้า สะกดข่มเสียงแห่งวิถีในโลงหยกเอาไว้
โลงหยกหมุนคว้างเสียงดังหวีดหวิว ลากโซ่เหล็กที่ขาดสะบั้นฟาดใส่อักขระวิถีเซียนเหล่านั้นจนแตกสลาย
อักขระวิถีเซียนเหล่านี้มีทั้งหมดหกตัว ตั้งอยู่หกทิศ บน ล่าง หน้า หลัง ซ้าย ขวา อานุภาพน่าสะพรึงกลัว เมื่อครู่หลี่เซียวเค่อกับโอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกร่วมมือกันโจมตีอักขระตัวหนึ่ง เพียงการโจมตีเดียวก็ถูกอักขระทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส
ทว่าโลงหยกกลับลากโซ่เหล็กทำลายอักขระวิถีเซียนอีกห้าตัวที่เหลือได้อย่างง่ายดาย สวี่อิงมองจนตาลายไปหมด
"หากขอให้ตัวตนที่ถูกผนึกอยู่ในโลงลงมือ จะสามารถทำลายอักขระวิถีเซียนที่ผนึกข้าไว้ได้หรือไม่?" ในใจเขารู้สึกเร่าร้อน
ผนังด้านในของภูเขาไฟ บนหินห้าสี รอยประทับอักขระต่างๆ สว่างวาบถึงขีดสุด ชั่วขณะหนึ่งสวี่อิง บู๊เทียนจุน และคนอื่นๆ ถูกสะกดจนตาลาย ริมหูมีเสียงประหลาดต่างๆ ดังแว่วมา สัมผัสเทวะสับสนปั่นป่วน เรี่ยวแรงพลันเหือดหาย ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ
โลงหยกหมุนติ้ว ลากโซ่เหล็กฟาดใส่ผนังด้านในภูเขาไฟ อักขระทั้งหลายตามรายทางที่พาดผ่านล้วนดับวูบลง ไร้ซึ่งอานุภาพใดๆ อีกต่อไป!
แรงกดดันของสวี่อิงลดลงอย่างมาก สัมผัสเทวะกลับมาแจ่มใส เขารีบเหยียบย่างไปบนความว่างเปล่า พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างสุดกำลัง!
บู๊เทียนจุนเห็นเขาพุ่งขึ้นไปก็รีบพุ่งตามขึ้นไปเช่นกัน เขาได้รับผลกระทบจากปราณแท้ห้าสี ร่างกายฟื้นคืนชีพจากความตาย แม้การทำงานของร่างกายจะฟื้นฟูแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งวิถีบู๊เริ่มแตกซ่านตั้งแต่ตอนที่ตาย
ปราณแท้ห้าสีไม่ได้ฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งวิถีบู๊ของเขา ทำให้เขาได้แต่สับสนมึนงง จดจำเรื่องราวบางอย่างได้ลางๆ แต่ก็ไม่มากนัก
ส่วนกองกระดูกแห้งที่เชิงเขานั้น เนื่องจากตายมานานเกินไป ร่างกายสลายไปจนเหลือเพียงโครงกระดูก จิตวิญญาณมอดไหม้เป็นเถ้าธุลีไปนานแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดเลย
เมื่อพวกมันถูกปราณแท้ห้าสีฟื้นคืนชีพ จึงทำได้เพียงถูกวิญญาณร้ายที่ล่องลอยอยู่ระหว่างฟ้าดินกลืนกิน กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้เพียงการกลืนกินและเข่นฆ่า
นี่คือความแตกต่างระหว่างบู๊เทียนจุนกับพวกมัน
บู๊เทียนจุนตามสวี่อิงทัน ทว่าโลงหยกใบนั้นกลับลอยขึ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้สวี่อิงกลายเป็นยอดฝีมือแห่งวิถีบู๊แล้วก็ยังตามไม่ทัน
สวี่อิงรีบตะโกนเสียงดัง "บู๊เทียนจุน เห็นสมุนไพรสีม่วงบนฝาโลงนั่นไหม? ไปคว้ามันมา!"
โลงหยกหลุดพ้นจากผนึกของภูเขาห้าสี ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า บู๊เทียนจุนมองโลงหยกใบนั้นพลางส่ายหน้า "ข้าตามไม่ทัน"
สวี่อิงกำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ บู๊เทียนจุนก็คว้าตัวเขาไว้ ออกแรงพุ่งทะยานขึ้นไป ความเร็วพุ่งถึงขีดสุดภายในสิบกว่าก้าว ก่อนจะพ่นลมหายใจตะเบ็งเสียง ขว้างสวี่อิงไปทางโลงหยกอย่างแรง!
สวี่อิงแหวกอากาศพุ่งไป เห็นอยู่ว่ากำลังจะชนโลงหยก ทันใดนั้นร่างของเขาก็พลิ้วไหวดั่งปลาแหวกว่าย ตบลงบนโลงหยกเบาๆ เพื่อสลายแรง ไถลแนบไปกับโลงหยกจนมาถึงบนฝาโลง
สวี่อิงยื่นมือไปคว้าหญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้น ในใจรู้สึกยินดี ออกแรงดึง ทว่าต้นเซียนนั้นกลับหยั่งรากลึกเข้าไปในรอยแยกของโลงหยก
เขามองเข้าไปในโลง ผ่านโลงศพหยกนั้น มองเห็นร่างอันยิ่งใหญ่สวมมงกุฎและฉลองพระองค์ของฮ่องเต้อยู่เลือนราง
แม้คนผู้นั้นจะนอนอยู่ในโลงศพ ทว่าก็ยากจะปิดบังบารมีรอบกายได้ ด้านหลังศีรษะของเขามีวงแหวนแสงกลมๆ ในวงแหวนแสงนั้นคล้ายกับมีมหาพันภพลอยล่องอยู่
รากของหญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้น เวลานี้กลับชอนไชเข้าไปในตา หู จมูก และปากของฮ่องเต้ผู้นี้ มุดเข้าไปในร่างกายของเขาตามอวัยวะทั้งห้า!
"โอสถเซียนอมตะนี่ ก็เป็นผนึกอย่างหนึ่งด้วย!"
สวี่อิงพลันกระจ่างแจ้ง โอสถเซียนอมตะที่ปลูกอยู่บนโลงหยก แท้จริงแล้วไม่ได้ประสงค์ดี มันต้องการอาศัยพลังของพรรณไม้ล้ำค่านี้ สูบพลังของคนในโลง!
ตบะร่างกายของฮ่องเต้ในโลง ก็คือสารอาหารของโอสถเซียนอมตะ!
"คนในโลงถูกผนึกขนานใหญ่ขนาดนี้ น่าจะเหมือนกับข้า ไม่ใช่คนเลวหรอกมั้ง? ถ้าอย่างนั้นข้าช่วยเขา ก็เท่ากับช่วยตัวเอง!"
สวี่อิงปลอบใจตัวเองเช่นนี้ กัดฟันเด็ดใบของต้นเซียนสีม่วงออกมาหนึ่งใบ
ใบของต้นเซียนสีม่วงเดิมทีก็มีไม่มาก มีทั้งหมดเจ็ดใบ สวี่อิงลงมืออย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เด็ดใบของต้นเซียนจนโกร๋น ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว
ต้นเซียนสีม่วงต้นนั้นเจ็บปวดรวดร้าว เจ็บจนสั่นสะท้านไปทั้งต้น มันรีบชักรากออกมา ยืนหยัดขึ้นราวกับมนุษย์ กวัดแกว่งรากฟาดใส่สวี่อิงเสียงดังเพียะๆ!
สวี่อิงถูกฟาดไปหนึ่งที ผิวหนังปริแตกเลือดสาดในทันที เขาถอยร่นไม่หยุดเพื่อหลบการโจมตีของต้นเซียนสีม่วง
เวลานั้นเอง เขาเห็นคนในโลงลืมตาขึ้น
สวี่อิงชะงักไป นั่นคือดวงตาสี่ดวง ดวงตาแบ่งเป็นซ้ายขวา บนล่างมีอย่างละสองดวง
ดวงตานั้นสว่างไสว แสงสาดส่องไปทั่วโลงหยก ส่องสว่างจนโลงหยกสะท้อนแสง
ต้นเซียนสีม่วงไม่รู้ตัวเลยว่าภัยใหญ่มาถึงแล้ว ยังคงพุ่งเข้าใส่สวี่อิงด้วยความโกรธแค้น สวี่อิงตาไว เห็นฝาโลงสะท้อนเงาร่างที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง หัวใจพลันเต้นระรัว "ศพเซียนพวกนั้นนี่!"
เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบพลิกตัวไถลลงจากฝาโลงทันที
ในเสี้ยววินาทีที่เขาไถลลงมา จู่ๆ ฝาโลงก็ลอยกระเด็นขึ้น ต้นเซียนสีม่วงที่หัวโกร๋นต้นนั้นก็ถูกซัดกระเด็นออกไปเช่นกัน
"สมน้ำหน้า!"
สวี่อิงหัวเราะร่วน กำลังจะพุ่งตัวลงไป ทันใดนั้นรากเส้นหนึ่งก็พุ่งเฟี้ยวเข้ามาพันคอเขาไว้ ต้นเซียนสีม่วงถึงกับหดรากให้สั้นลง แล้วพุ่งเข้าหาเขาเสียงดังหวีดหวิว
ต้นเซียนต้นนี้เพิ่งจะบินเข้ามาใกล้ ก็ปะทะเข้ากับหมัดของสวี่อิงที่ชกเข้าใส่อย่างจังตรงรอยต่อระหว่างลำต้นกับราก ซัดต้นเซียนจนตัวงอปลิวไปด้านหลัง
สวี่อิงชักหมัดกลับ ทันใดนั้นก็เห็นแสงสีม่วงวาบผ่าน ต้นเซียนต้นนั้นกลับพันคอเขาแล้วบินกลับมา เหวี่ยงกลุ่มรากที่พันกันเป็นก้อนชกเข้าที่ท้องน้อยของเขาอย่างแรง
สวี่อิงถูกหมัดนี้ชกจนร่างงอเป็นกุ้งย่าง ปลิวถอยไปด้านหลัง ท้องน้อยปวดบิดเป็นระลอก
"เอาสิ ข้าคือราชันปีศาจสวี่ผู้สง่างาม จะมากลัวหญ้าต้นเดียวอย่างเจ้าได้ยังไง?"
สวี่อิงกัดฟัน ข่มความเจ็บปวด โคจรปราณโลหิต เวลานี้ผนึกภูเขาห้าสีถูกคนในโลงทำลายไปกว่าครึ่ง ตบะและพลังของสวี่อิงก็ฟื้นฟูกลับมาเกินครึ่งแล้ว ไฉนเลยจะหวาดกลัวหญ้าเซียนแค่ต้นเดียว?
เขาร่ายรำวิชาเอกแห่งวิถีบู๊กลางอากาศทันที แลกหมัดแลกเท้ากับหญ้าเซียนต้นนั้นอย่างเมามัน!
หญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้นช่างหน้าด้านนัก มันใช้รากจำนวนมากพันรอบตัวเขาเพื่อต่อสู้ระยะประชิด
มันโดนหมัดของสวี่อิงไปหลายสิบหมัด จนผิวเปลือกถูกซัดจนน่วมบวมเป่ง ทว่าสวี่อิงก็โดนมันชกเข้าที่ลิ้นปี่ไปสิบกว่าหมัดเช่นกัน ซัดจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
หญ้าเซียนสีม่วงยังเล่นงานช่วงล่าง ชกเข้าที่ท้องน้อยของสวี่อิงอย่างแรง ทำให้สวี่อิงตกเป็นรองอย่างมาก
หนึ่งคนหนึ่งหญ้ากลิ้งหล่นลงมาตามทาง ระหว่างที่ร่วงหล่นก็ยังคงลงไม้ลงมือกันอย่างดุเดือด
ทันใดนั้น ความรู้สึกสั่นสะท้านอันน่าหวาดผวาก็ปะทุขึ้น พร้อมกับเสียงสั่นพ้องทุ้มต่ำของมหาเต๋าแห่งฟ้าดิน สะเทือนจนอีกาน้ำแข็งนับไม่ถ้วนในแดนหยินบินว่อน วิญญาณนับไม่ถ้วนหมอบกราบ เหล่าภูตผีเทพเทวะบนภูเขาห้าสีต่างคุกเข่าลงกับพื้น!
บารมีอันยิ่งใหญ่กวาดผ่านฟ้าดินในพริบตา ข่มขวัญแดนหยินอันกว้างใหญ่ไพศาลและสนามรบโบราณ
หญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้นขี้ขลาดหดตัวเป็นก้อนทันที เกาะอยู่บนคอของสวี่อิงตัวสั่นงันงก ถึงกระนั้น มันก็ยังคงออกแรงรัดคอสวี่อิงแน่น พยายามจะรัดเจ้าคนที่เด็ดใบมันจนโกร๋นให้ตาย!
สวี่อิงย่อมไม่กลัวมัน เขาคว้าหัวมันไว้แล้วกระหน่ำหมัดเข้าใส่
หญ้าเซียนสีม่วงยื่นรากออกมาควักตาเขา ฉีกปากเขา ขณะเดียวกันรากกลุ่มหนึ่งก็รวมตัวกันเป็นหมัด ชกเข้าที่เป้ากางเกงของสวี่อิงอย่างแรง
หนึ่งคนหนึ่งหญ้ากลิ้งร่วงหล่นลงสู่ภูเขาห้าสี
สวี่อิงรีบมองไป เห็นเพียงคนในโลงบินออกมาจากโลงหยกใบนั้นแล้ว พุ่งเข้าปะทะกับศพของเหล่าเซียนที่ลอยระเกะระกะอยู่บนท้องฟ้า
ศพของเหล่าเซียน คือผนึกชั้นที่สี่ และเป็นผนึกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะสามารถจัดวางได้ในโลกมนุษย์
ศพของเหล่าเซียนก่อตัวเป็นค่ายกลเซียนอันสมบูรณ์แบบ ปิดผนึกภูเขาห้าสี สะกดโลงหยกไว้อย่างสุดกำลัง เวลานี้คนในโลงหลุดพ้นจากโลงหยก อานุภาพของค่ายกลเซียนชุดนี้จึงพุ่งเป้าไปที่คนในโลง!
"ตู้ม!"
ค่ายกลเซียนปะทุขึ้น สวี่อิงได้ยินเสียงแห่งวิถีอันลึกล้ำสุดจะหยั่งคาดดังขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างมีเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาทันที หูทั้งสองข้างก็มีเลือดไหลไม่หยุด สมองราวกับจะเดือดพล่าน!
นั่นคือเสียงที่ปุถุชนไม่อาจเข้าใจ ไม่อาจรับฟังได้ ล้ำลึกยิ่งกว่าแปดเสียงแห่งการบ่มเพาะปฐมกำเนิด แฝงความเร้นลับไว้มากกว่าเสียงแห่งวิถีสวรรค์ รบกวนความคิดและจิตสำนึกของผู้คน!
เสียงแห่งวิถีสวรรค์ทำให้คนสติฟั่นเฟือน ส่วนเสียงแห่งวิถีเซียนทำให้มหาเต๋าปั่นป่วน!
บนภูเขาห้าสี เหล่าภูตผีเทพเทวะที่โอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกพามา เมื่อได้ยินเสียงนี้ก็พากันชะงักงัน จากนั้นกายทองคำของเทพเทวะก็พังทลายลง จิตวิญญาณแตกซ่าน กลายเป็นกลุ่มควันฝุ่นธุลี
"เพล้ง!"
พวกเขาพากันแตกสลาย
"อย่าฟังเสียงนี้!" ศิษย์เขาจิ่วหลงคนหนึ่งตะโกนลั่น
เขาเพิ่งจะพูดจบ แก่นทองคำในร่างก็ระเบิดออก ร่างทั้งร่างระเบิดดังปัง กลายเป็นกลุ่มหมอกเลือด
ของวิเศษที่แฝงด้วยวิถีธรรมเหล่านั้น เวลานี้ก็พากันลอยขึ้น รอยประทับรูปลักษณ์แห่งวิถีระเบิดปังๆ ของวิเศษแตกสลาย สูญเสียจิตวิญญาณไปจนสิ้น!
หลี่เซียวเค่อและโอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกลากสังขารที่บาดเจ็บสาหัส วิ่งหนีตายอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
พวกเขาถูกอักขระวิถีเซียนทำร้าย โอรสสวรรค์แห่งสภายมโลกบาดเจ็บหนักกว่า ร่างท่อนล่างถูกโซ่เหล็กที่ขาดฟาดจนแหลกละเอียด เวลานี้มือทั้งสองข้างขยับรวดเร็วดุจโบยบิน พลิ้วไหวยิ่งกว่าขาทั้งสองข้าง วิ่งตะบึงลงเขาไป
รูปลักษณ์แห่งวิถีและวิสัยเร้นลับของพวกเขา เวลานี้กลายเป็นยันต์เร่งรัดเอาชีวิต ตบะและพลังเวทของพวกเขาก็กำลังเดือดพล่าน ถ้ำสวรรค์ที่หลี่เซียวเค่อสังหารโหดเหล่าเซียนนั่วแล้วนำมาปลูกถ่าย ก็กลายเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ!
ต่อให้พวกเขาโคจรพลังเวท โคจรตบะ ก็ไม่อาจต้านทานเสียงแห่งวิถีเซียนได้!
พลังภายในร่างของสวี่อิงพลุ่งพล่าน ในใจตื่นตระหนก "หากยังฟังต่อไป ข้าเกรงว่าคงต้องร่างระเบิดตายแน่!"
ทันใดนั้น ร่างอันยิ่งใหญ่ของคนในโลงก็ยกมือขึ้น โลงหยกลอยขึ้น ท้องฟ้าพังทลายลงมาดังครืน ศพของเหล่าเซียนที่ลอยระเกะระกะอยู่กลางอากาศ พร้อมกับค่ายกลเซียนที่พวกเขาวางไว้ ร่วงหล่นลงไปในโลงหยก!
ฝาโลงบินมาปิด โลงหยกปิดสนิท เสียงแห่งวิถีเซียนที่ปะทุจากค่ายกลเซียนพลันหยุดชะงักลง
สวี่อิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบปลุกปล้ำกับหญ้าเซียนสีม่วงทันที พลางร้องลั่น "มีเจ้าต้องไม่มีข้า!"
มือใหญ่ข้างหนึ่งทาบทับลงบนโลงหยก ตบเบาๆ ศพเซียนนับไม่ถ้วนในโลงพลันเน่าเปื่อย กลายเป็นโครงกระดูกอย่างรวดเร็ว
คนในโลงเงยหน้าขึ้น มองดูท้องนภา นอกท้องนภา อีกโลกหนึ่งปรากฏขึ้นเลือนราง
ภูเขาห้าสีลูกนี้คือภูเขาเซียน สามารถมองเห็นสวรรค์นอกสวรรค์จากที่นี่ได้ แอบมองเห็นเศษเสี้ยวหนึ่งของแดนเซียน
เวลานี้ บนสวรรค์นอกสวรรค์มีร่างที่สูงใหญ่และยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน กำลังจ้องมองคนในโลงจากแดนไกล
เขาคือผนึกชั้นที่หก
ร่างทั้งสองร่าง หนึ่งอยู่บนโลกมนุษย์ หนึ่งอยู่บนแดนเซียน สบตากันข้ามภพ ทันใดนั้นคนในโลงก็ใช้มือข้างเดียวประคองโลงหยกขึ้น ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนจะขว้างโลงหยกใบนั้นออกไปอย่างแรง!
"ฟิ้ว "
โลงหยกแหวกอากาศ กลายเป็นเส้นแสงพุ่งทะลวงกำแพงกั้นระหว่างสองโลกในพริบตา พุ่งทะยานเสียงดังหวีดหวิวตรงไปยังแดนเซียน พุ่งเข้าหาร่างอันยิ่งใหญ่บนแดนเซียนร่างนั้น!
ร่างอันยิ่งใหญ่บนแดนเซียนยกมือขึ้น ขวางโลงหยกไว้ ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อย โลงหยกระเบิดออก โครงกระดูกของเหล่าเซียนปลิวว่อน ร่วงหล่นเกลื่อนกลาด
เห็นได้ชัดว่า เขายังคงด้อยกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง
สวี่อิงร่วงหล่นลงมาดังปัง กระแทกลงบนภูเขาห้าสี หนึ่งคนหนึ่งหญ้ากลิ้งล้มลุกคลุกคลาน หมุนไปไม่รู้กี่ตลบ กว่าจะพากันกระโดดลุกขึ้นมาได้
สวี่อิงระดมหมัดเข้าใส่ราวกับห่าฝน กำลังจะทุบหญ้าเซียนสีม่วงให้แหลกเป็นโคลน นึกไม่ถึงว่าจะถูกหญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้นพันรอบตัว ต่อสู้ระยะประชิดกับเขา
หนึ่งคนหนึ่งหญ้ากำลังต่อสู้กันอุตลุด ทันใดนั้นบู๊เทียนจุนก็ร่วงหล่นจากฟ้าลงมาดังตุ้บ ตกลงตรงหน้าพวกเขา มองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ
หนึ่งคนหนึ่งหญ้าชะงักงัน ล้วนรู้สึกว่าสถานการณ์ค่อนข้างน่ากระอักกระอ่วน
หญ้าเซียนสีม่วงรับรู้ได้อย่างเฉียบแหลมว่า ชายชราผมขาวผู้นี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน มันรีบพันรอบตัวสวี่อิง ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังสวี่อิงทันที
รากของมันวางพาดอยู่บนคอของสวี่อิง แฝงเจตนาเตือนกลายๆ ว่าหากตาเฒ่านี่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม มันจะฆ่าตัวประกันปาดคอสวี่อิงทิ้งซะ!
สวี่อิงไม่สนที่จะสนใจมัน รีบเดินเข้าไปข้างหน้า หยิบใบโอสถเซียนอมตะที่ตนเด็ดไว้ออกมา พลางหัวเราะร่า "บู๊เทียนจุน รีบกินมันเข้าไปเร็ว!"
หญ้าเซียนสีม่วงรีบเข้ามาแย่ง สวี่อิงยกมือขึ้นป้องกัน หนึ่งคนหนึ่งหญ้าก็ตะลุมบอนกันอีกครั้ง
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ กลิ่นอายที่สะกดข่มฟ้าดินก็จุติลงมา หญ้าเซียนสีม่วงสั่นสะท้าน รีบมุดเข้าไปซ่อนในดินแดนซีอี๋ของสวี่อิงทันที
สวี่อิงเงยหน้าขึ้น เห็นเพียงคนในโลงที่มีตาสี่ดวงซ้อนทับผู้นั้นค่อยๆ ร่อนลงมา
ผู้มีดวงตาซ้อนทับมองเขา สายตาค่อนข้างซับซ้อน ท้ายที่สุดก็เอ่ยว่า "ขอบคุณสหายเต๋าที่ช่วยเหลือ"
สวี่อิงคารวะตอบ พลางยิ้มกล่าว "มิกล้ารับความดีความชอบ เดิมทีข้าตั้งใจจะชิงโอสถเซียนอมตะ มาช่วยรักษาโรคแห่งความตายให้สหายผู้นี้ นึกไม่ถึงว่าจะจับพลัดจับผลูช่วยเหลือท่านออกมาได้"
"โรคแห่งความตาย? เจ้าเรียกความตายว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งงั้นหรือ?"
ผู้มีดวงตาซ้อนทับชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยเสียงต่ำ "จริงสิ โรคชนิดนี้ไม่มีผลกับเจ้า... หญ้าเซียนต้นนี้คือโอสถเซียนอมตะจริงๆ แต่มันไม่อาจทำให้คนเป็นอมตะได้จริงๆ หรอก เจ้าจะพบข้อเสียของโอสถเซียนอมตะเอง ให้สหายของเจ้ากินใบไม้ใบเดียวก็พอแล้ว กินมากไปก็เปล่าประโยชน์"
ร่างของเขาล่องลอยขึ้น ห่างออกไปจนลับสายตา
สวี่อิงตามไปสองก้าว แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยของเขาแล้ว จึงบ่นด้วยความหงุดหงิด "รู้อย่างนี้ข้าน่าจะรับความดีความชอบไว้! อย่างน้อยขอของวิเศษเซียนสักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี!"
เขามอบใบโอสถเซียนอมตะให้บู๊เทียนจุนหนึ่งใบ มองชายชราผู้นี้อย่างตึงเครียด เร่งเร้าให้เขารีบกิน
"ถ้าไม่พอ ข้ายังมีอีกหลายใบ! อ้อ ยังมีหญ้าอีกหนึ่งต้น กอดแทะกินก็น่าจะพอ!"
หญ้าเซียนสีม่วงต้นนั้นได้ยินดังนั้น มีหรือจะยอมอยู่เฉย?
สวี่อิงเพิ่งพูดจบ ก็เห็นรากฝอยนับไม่ถ้วนชอนไชออกมาจากตา หู จมูก และปาก โบกสะบัดราวกับหนวดประหลาด ทำเอาบู๊เทียนจุนก็สะดุ้งตกใจไปเหมือนกัน







