(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 404
บทที่ 404 คืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนหน้า คือโอกาสเดียวของคุณ
หานไป๋เทาฟังจบก็ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
โจวเข่อซินขยับปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ปัญญาอ่อนถึงขั้นนี้ เด็กอนุบาลยังมีไอคิวสูงกว่าลูกสาวของหานไป๋เทาเสียอีก
แต่พอคิดดูอีกที โจวเข่อซินก็รู้สึกปลงตก
โลกนี้ตั้งกว้างใหญ่ มันก็ต้องมีพวกปัญญาอ่อนโผล่มาบ้าง ถึงจะสะท้อนให้เห็นว่าโลกนี้กว้างใหญ่และมีเรื่องแปลกประหลาดมากมายแค่ไหน
เฉินหยูพูดปลอบใจว่า "คนไข้ คุณก็ไม่ต้องคิดมากไปหรอกครับ"
"อีกไม่นาน คุณก็จะไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับเรื่องนี้อีกแล้ว"
เมื่อได้ยินความหมายแฝงของเฉินหยู หานไป๋เทาก็อยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา
อีกประมาณหนึ่งปี เขาก็จะต้องกลับไปเยือนนรกแล้ว
คงไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องงี่เง่าของลูกสาวอีกจริงๆ
"ผู้น้อยจำได้ว่าผู้อาวุโสบอกว่า ลูกสาวของผมจะพัวพันกับอู๋คังไปจนถึงอายุยี่สิบห้า"
"พอถึงอายุยี่สิบห้า พวกเขาจะเลิกกันเพราะเรื่องอะไรหรือครับ"
หานไป๋เทาคิดตกอย่างสมบูรณ์แล้ว
ฟ้าจะฝนตก แม่จะแต่งงานใหม่ เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ ห้ามไม่ได้ก็ไม่ต้องห้าม
ตัวเองอุตส่าห์คิดหาวิธีตั้งมากมาย ก็ยังห้ามไม่ให้ลูกสาวไปขลุกอยู่กับอู๋คังไม่ได้
แสดงว่าสวรรค์ลิขิตมาแบบนี้
ก็ไม่จำเป็นต้องไปฝืนอีก
"ตอนที่ลูกสาวคุณอายุยี่สิบห้า อู๋คังก็อายุจะสี่สิบแล้ว ร่างกายจะค่อยๆ แย่ลง"
"ความสามารถและความถนัดเฉพาะตัว ก็ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้นแล้ว"
หานไป๋เทาตบหน้าแก่ๆ ของตัวเองฉาดใหญ่
นึกว่าทั้งสองคนเลิกกันเพราะเข้ากันไม่ได้เสียอีก
ที่แท้ก็เพราะร่างกายไม่ไหวแล้วนี่เอง
บ้าเอ๊ย!
จากนั้น หานไป๋เทาก็ประสานมือคารวะและพูดว่า "ขอบคุณผู้อาวุโสเฉินที่บอกเรื่องโชคร้ายในครอบครัวให้ผู้น้อยทราบครับ"
"ผู้น้อย... ผู้น้อย"
พูดถึงตรงนี้ หานไป๋เทาก็สะอื้นไห้
มีลูกสาวคนนี้กับไม่มี ก็ไม่ต่างอะไรกันเลยสักนิด
ตัวเองทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้ให้เธอ
คาดว่าด้วยนิสัยของเธอ พอถึงช่วงเทศกาลคงไม่ไปเซ่นไหว้เขาด้วยซ้ำ
ทรัพย์สินกว่าสองแสนล้าน คงถูกลูกสาวผลาญไปกับการกินดื่มเที่ยวเล่นและใช้ชีวิตเสเพลจนหมด
หานไป๋เทารู้สึกเจ็บปวดในใจ
"ผู้อาวุโส ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะขอร้อง ขอความกรุณาผู้อาวุโสช่วยด้วยเถอะครับ"
หานไป๋เทาทำท่าจะคุกเข่าลง
แต่จู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เฉินหยูไม่ชอบให้ใครมาคุกเข่าให้
ขาทั้งสองข้างจึงงอค้างไว้ กลายเป็นท่าทางที่ดูแปลกประหลาด
"เอาล่ะ เรื่องนี้ผมรับปาก"
เฉินหยูพูด
ดวงตาของหานไป๋เทาเปล่งประกายเจิดจ้า
ไม่คิดเลยว่า เฉินหยูจะตอบตกลงเร็วขนาดนี้
"คุณอย่าเพิ่งดีใจไปเร็วเกินไป ฟังผมพูดให้จบก่อน"
"ผู้อาวุโสสั่งมาได้เลยครับ ผู้น้อยจะทำตามอย่างแน่นอน"
หานไป๋เทารีบหุบรอยยิ้มดีใจ แล้วรอฟังคำสั่งของเฉินหยูอย่างนอบน้อม
"สารจำเป็นในไตถูกผลาญจนหมดเกลี้ยง ไม่ใช่สิ่งที่กำลังคนจะเติมเต็มได้"
"ถ้าอยากจะฟื้นฟูสารจำเป็นในไตขึ้นมาใหม่ ทางผมต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณครึ่งเดือน"
"ถึงตอนนั้น ผมจะส่งยาไปให้คุณทางไปรษณีย์"
"และในช่วงครึ่งเดือนนี้ คุณต้องเอาทรัพย์สินครึ่งหนึ่งไปทำบุญ"
"ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสะพานทำถนน หรือดูแลคนเฒ่าคนแก่ ผู้ป่วย และคนพิการ"
"สรุปก็คือ ทำบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เมื่อได้ยินดังนั้น หานไป๋เทาก็ถามอย่างระมัดระวังว่า "ความหมายของผู้อาวุโสคือ ให้ใช้การทำความดีเพื่อสะสมบุญบารมีงั้นหรือครับ"
"เพื่อควบคู่ไปกับยาของผู้อาวุโส ช่วยปรับปรุงสภาพร่างกายของผมใช่ไหมครับ"
"คุณจะเข้าใจแบบนั้นก็ได้"
เฉินหยูพูดเรียบๆ "คืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนหน้า คือโอกาสเดียวของคุณ"
"เวลาไม่กี่เดือน น่าจะพอให้คุณจัดการชีวิตในช่วงครึ่งชีวิตหลังของเด็กและแม่ของเด็กได้แล้ว"
หานไป๋เทาพยักหน้ารัวๆ
เมื่อกี้หานไป๋เทาเพิ่งจะปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้
ลองขอความช่วยเหลือจากเฉินหยูดูก่อน เพื่อดูว่าจะสามารถฟื้นฟูสารจำเป็นในไตชั่วคราวได้หรือไม่
เพื่อให้เขาสามารถมีลูกได้อีกคนในระยะเวลาสั้นๆ
ลูกสาวคนโตถือว่าหมดอนาคตไปแล้ว
มาเจอแม่แบบนี้ หลานชายตัวน้อยโตขึ้นมาจะเป็นยังไง
หานไป๋เทาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ขณะเดียวกันก็ไม่กล้าถามมากความ
ถ้าเกิดหลานชายตัวน้อยทำตัวเสเพลเหมือนกัน หรือบางทีอาจจะไม่เอาไหน
ตระกูลหานคงได้สิ้นสุดสายเลือดลงแค่นี้
ด้วยหลักการของการมีบุตรที่มีคุณภาพและเลี้ยงดูอย่างดี
แม่ของลูกคนที่สองของหานไป๋เทา จะต้องเป็นคนที่ได้รับการศึกษาระดับสูง
เป็นผู้หญิงที่มีความรู้สูงและรู้จักวิธีสั่งสอนลูก
"ผู้อาวุโส ผู้น้อยควรจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณเท่าไหร่ดีครับ"
"รอจนกว่าผมจะส่งยาไปให้ แล้วผมจะบอกคุณเอง"
เฉินหยูโบกมือแล้วพูดว่า "กลับไปเถอะ ถ้าคุณยังไม่ไปอีก ตอนเที่ยงผมคงไม่มีข้าวกินแน่"
"อุ๊ยตาย!"
พอได้ยินคำว่าข้าว โจวเข่อซินก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัวทันที
"ขอบคุณผู้อาวุโสมากครับ ผู้น้อยขอตัวลาก่อน"
หานไป๋เทาทิ้งที่อยู่และช่องทางการติดต่อเอาไว้
เขาโค้งคำนับไม่หยุด แล้วค่อยๆ ถอยหลังออกจากคลินิกจิตวิทยาไปทีละก้าว
เฉินหยูมองตามแผ่นหลังของหานไป๋เทาที่เดินจากไป แล้วส่ายหน้าเบาๆ
ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จ โจวเข่อซินก็วิ่งไปขอยืมรถลากจากร้านค้าข้างๆ
วุ่นวายอยู่เป็นชั่วโมง ในที่สุดก็ซื้อเครื่องดื่มห้าลูกวอลนัทจำนวนสิบลังตามที่เฉินหยูต้องการกลับมาได้
ตกเย็น โจวเข่อซินก็หอบห้าลูกวอลนัทเลิกงานกลับบ้านอย่างมีความสุข
ในขณะนี้ ห้องไลฟ์สดมีชาวเน็ตมารวมตัวกันนับล้านคน
เมื่อวานเฉินหยูประกาศว่าวันนี้จะไลฟ์สดอีกครั้ง ตั้งแต่เช้าตรู่ก็มีชาวเน็ตมาเฝ้ารออยู่ในห้องไลฟ์สดแล้ว
รอไปรอมา เวลาหนึ่งวันก็ใกล้จะผ่านพ้นไป
แต่เฉินหยูกลับไม่โผล่มาเลย
วันนี้เป็นวันทำงาน เพื่อที่จะรอดูไลฟ์สดของเฉินหยู มีคนไม่ต่ำกว่าแสนคนลางานกะทันหัน
"มาแล้วๆ หมอเฉินมาจริงๆ ด้วย"
"ทำไมเมนต์บนส่งเป็นคลิปเสียงได้ล่ะ"
"เพื่อรอไลฟ์สดรอบนี้ ฉันไม่ออกจากบ้านมาทั้งวันเลยนะ"
"เป็นไปได้ไหมว่า แค่เพราะขี้เกียจเฉยๆ น่ะ"
"พวกนายไม่มีใครสนใจของรางวัลที่หมอเฉินจะแจกวันนี้เลยเหรอ"
เมื่อเห็นว่าในห้องไลฟ์สดมีชาวเน็ตมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ เฉินหยูก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ให้ทุกคนรอนานเลยนะครับ"
"รอสักครู่นะครับ ผมขอจัดการระบบแป๊บหนึ่ง"
พูดจบ เฉินหยูก็ก้มหน้าก้มตากดคีย์บอร์ด
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังสงสัยใคร่รู้ ชาวเน็ตตาไวหลายคนก็สังเกตเห็นว่า เฉินหยูเปิดตะกร้าสินค้าสีเหลืองแล้ว
ข้างในนั้นมีสินค้าอยู่สองอย่างด้วยกัน
แชมพูยี่ห้อโนเนมยี่ห้อหนึ่ง กับเครื่องดื่มแบรนด์เก่าแก่อย่างห้าลูกวอลนัท
"หมอเฉิน นี่คือของรางวัลที่คุณบอกเหรอครับ"
"คงไม่ใช่ว่ามาหลอกฟันกำไรพวกเรา เหมือนพี่กาจือหรอกนะ"
"ตลกละ ถ้าหมอเฉินอยากหาเงิน แค่กระดิกนิ้วนิดเดียว ก็มีเศรษฐีมากมายต่อคิวเอาเงินมาประเคนให้ถึงที่แล้ว"
"แชมพูยี่ห้อนี้ฉันเคยใช้ นอกจากได้เยอะกับราคาถูกแล้ว ประสิทธิภาพในการขจัดรังแคกับความมันก็งั้นๆ มาก"
"หมอเฉินแจกห้าลูกวอลนัทให้พวกเรา คงไม่ได้อยากให้ทุกคนเอาไปบำรุงสมอง จะได้ไม่ต้องกลายเป็นคนไข้ที่วิดีโอคอลเข้ามาหรอกนะ"
แม้จะไม่เข้าใจว่าแชมพูกับเครื่องดื่มที่เฉินหยูเอาออกมา มีประโยชน์อะไรกันแน่
แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสนุกสนานในห้องไลฟ์สดเลยแม้แต่น้อย
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ของรางวัลสองอย่างที่ผมแจกให้ทุกคน ล้วนมีสรรพคุณเฉพาะตัวครับ"
"แชมพูสามารถรักษาอาการผมร่วงและบำรุงเส้นผมได้"
"ส่วนวอลนัทสามารถรักษาโรคกระเพาะ อาการนอนไม่หลับ และปัญหาอื่นๆ ได้"
"หลังจบการวิดีโอคอลทั้งสามสาย ผมจะแจกอย่างละสิบชุดครับ"
เฉินหยูแนะนำอย่างสั้นกระชับได้ใจความ
พอเข้าหูชาวเน็ต แต่ละคนก็ตาลุกวาว
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดของเฉินหยูมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ และมีช่วงอายุที่แตกต่างกันไป
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนหนุ่มสาว
คนหนุ่มสาวจำนวนมากล้วนมีปัญหาผมร่วง นอนไม่หลับ โรคกระเพาะ และปัญหาอื่นๆ
ของขวัญทั้งสองชิ้นของเฉินหยู ช่างให้มาได้อย่างรู้ใจจริงๆ
ส่วนเรื่องสรรพคุณน่ะเหรอ
ใครถาม คนนั้นก็คือหน้าใหม่ไงล่ะ
เฉินหยูประสานมือเข้าด้วยกัน แล้วยิ้มพูดว่า "เอาล่ะครับ กฎเดิม แจกอั่งเปาร้อยหยวน"
พูดประโยคนี้จบ เฉินหยูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลังจากส่งอั่งเปาร้อยหยวนเสร็จ มือขวาของเฉินหยูก็ละออกจากเมาส์
เอาไปวางไว้ใต้โต๊ะ แล้วจีบนิ้วคำนวณ







