"นั่นไม่ใช่ข้า!"
สวี่อิงตั้งสติ พลางตะโกนใส่ศพบนพื้น "นั่นคือตัวข้าที่พวกเขาสร้างขึ้นจากจินตนาการก่อนตายต่างหาก! ข้าไม่ได้ชั่วร้ายขนาดนั้น ข้าไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น! คนที่รู้จักข้า ล้วนรู้ดีว่าแท้จริงแล้วข้าอารมณ์ดีมาก คุยง่ายจะตายไป..."
ศพบนพื้นไม่มีโอกาสได้โต้แย้งเขา
"ฮ่าๆๆๆ!"
ไกลออกไปมีหมอผีคนหนึ่งเสียสติไปแล้ว เขาวิ่งเต้นแร้งเต้นกาเข้ามา ร้องตะโกนว่า "ท่านเซียนเฒ่าอมตะคือจอมมารฆาตกร!"
สวี่อิงโกรธจัด โยนศพนั้นทิ้งไปแล้วลุกขึ้นตวาด "ข้าไม่ใช่! เจ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสี!"
พอหมอผีคนนั้นเห็นท่าทางของเขา ก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว หันหลังวิ่งหนีไปอย่างคนบ้าคลั่ง และในความลุกลี้ลุกลนนั้น เขาก็พุ่งเข้าไปในดงวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ยังหลงเหลืออยู่!
สวี่อิงรีบพุ่งตามไป หมายจะช่วยชีวิตเขา ทว่าพอหมอผีเห็นเขาไล่ตามมาก็ยิ่งวิ่งหนีเร็วกว่าเดิม สวี่อิงเพิ่งจะยื่นมือออกไป หมอผีผู้นั้นก็แหลกละเอียดกลายเป็นเศษเนื้อไปเสียแล้ว!
สวี่อิงถอยหลังสองก้าว หลบเลี่ยงวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ระเบิดหลงเหลืออยู่บริเวณนั้น
เศษเสี้ยววิชาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้สามารถลบหมอผีใหญ่คนหนึ่งให้หายไปได้อย่างง่ายดาย แต่วิชาตัวเบาของเขานั้นลึกล้ำพิสดาร เพียงไม่กี่ก้าวก็ทะลวงผ่านเศษเสี้ยววิชาเหล่านั้นไปได้ ท่วงท่าประดุจมัจฉามังกรแหวกว่ายในสายน้ำ สบายๆ ไร้กังวล
สวี่อิงชะงักไป วิชาตัวเบาแบบนี้เขาเองก็ไม่เคยเรียนมาก่อน ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงบรรลุได้เองโดยไร้อาจารย์!
เขาเดินพลังขุมทรัพย์เร้นลับทั้งหกในร่างกายอีกครั้ง พลังในขุมทรัพย์ทั้งหกนั้นหลอมรวมเข้าด้วยกันตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้!
นี่เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะเปิดเขตแดนเร้นลับหย่งเฉวียนซึ่งเป็นหนึ่งในขุมทรัพย์ทั้งหก และทำให้เคล็ดวิชาแท้จริงของเขตแดนเร้นลับหย่งเฉวียนสมบูรณ์ เขาทำได้เพียงฝืนดึงพลังจากขุมทรัพย์ทั้งหกมาใช้เท่านั้น
เคล็ดวิชาแท้จริงของขุมทรัพย์เร้นลับทั้งหกในร่างกาย เพิ่งจะมาเป็นที่นิยมเมื่อสองปีหลังมานี้ หมอผีจากตระกูลใหญ่ต่างๆ ทั่วแผ่นดินเสินโจว ล้วนกำลังค้นหาและอนุมานเคล็ดวิชาแท้จริงกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สวี่อิงคือคนกลุ่มแรกที่ทำเคล็ดวิชาแท้จริงได้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถดึงพลังของขุมทรัพย์ทั้งหกมาใช้ได้อย่างเป็นระบบ ไม่สามารถหลอมรวมพลังของขุมทรัพย์ทั้งหกให้เป็นหนึ่งเดียวได้
หากต้องการทำถึงขั้นนี้ จำเป็นต้องอนุมานเคล็ดวิชาแท้จริงของขุมทรัพย์ทั้งหกให้ถึงขีดสุด เพื่อให้สามารถเปลี่ยนโอสถเซียนในขุมทรัพย์ทั้งหกเป็นพลังอันมหาศาลได้ทุกเมื่อ
แต่ตอนนี้ เขากลับทำสำเร็จโดยไม่ได้ตั้งใจ!
สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ ก็คือการระเบิดของจิตยึดติดในไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียน ทำให้สวี่อิงตกอยู่ท่ามกลางจิตยึดติดนี้ และจำลองการต่อสู้นองเลือดในปีนั้นขึ้นมาใหม่!
แม้การระเบิดของจิตยึดติด จะไม่ใช่จากมุมมองของสวี่อิง แต่เป็นมุมมองของผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งที่สุดในสรรพจักรวาล ทว่าพวกเขาก็ได้จำลองวิชาศักดิ์สิทธิ์และเคล็ดวิชาเต๋าที่สวี่อิงบนเส้นทางสวรรค์ในปีนั้นใช้สู้รบออกมาให้ใกล้เคียงที่สุด
สิ่งเหล่านี้เองที่ไปกระตุ้นสัญชาตญาณการต่อสู้บางอย่างของสวี่อิงเข้า
เสื้อผ้าของสวี่อิงสะบัดดังพึ่บพั่บ พลังอันมหาศาลหลั่งไหลมาจากขุมทรัพย์ทั้งหก ได้แก่ หนีหวาน อวี้จิง อวี้ฉือ หวงถิง เจียงกง และยงเฉวียน ราวกับเกลียวคลื่นเกรี้ยวกราดในแม่น้ำสายใหญ่ ทำให้ตบะและพลังฝีมือของเขาพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาอันสั้น!
"ข้าไม่ใช่จอมมารฆาตกร!" เขาตวาดใส่พวกหมอผีที่สติแตกเหล่านั้น
พวกน่าสมเพชที่ถูกหลอกหลอนจนเสียสติไปแล้วพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเป็นเหมือนคนบ้าที่ชาวบ้านในอวิ๋นเมิ่งเจ๋อพูดถึง ซึ่งถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการจำลองภาพการต่อสู้ในครั้งนั้น
เพียงแต่ พวกเขาไม่ได้กลายเป็นสวี่อิง
สิ่งที่พวกเขาสวมบทบาท คือยอดฝีมือจากหมื่นโลกธาตุที่ถูกสวี่อิงฆ่าตาย พวกเขาถูกบีบบังคับให้พุ่งเข้าไปสังหารสวี่อิงโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ พวกเขาเบิกตาโพลงมองดูสวี่อิงที่ดุดันราวกับเทพแห่งการสังหาร สับร่างของตัวเองออกเป็นชิ้นๆ!
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังต้องเผชิญกับความตายครั้งแล้วครั้งเล่า เผชิญกับประสบการณ์ที่ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าถูกสังหาร พวกเขาได้ประจักษ์ว่าอะไรคือการเข่นฆ่าสังหาร อะไรคือความสิ้นหวัง!
จิตวิถีเต๋าของพวกเขาถูกทำลาย สติสัมปชัญญะถูกทำลาย กระทั่งสัมผัสเทวะก็กลายเป็นสับสนวุ่นวาย
พวกเขากลายเป็นคนบ้าไปแล้ว
"ท่านเจ็ด!" สวี่อิงร้องเรียกเสียงดัง
หยวนชีหายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ เดิมทีหยวนชีซ่อนอยู่บนไหล่หรือไม่ก็ในปกเสื้อของเขา แต่ตอนที่เกิดความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หยวนชีก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย คิดว่าตอนนั้นหยวนชีเองก็คงถูกจิตยึดติดของเสี่ยวเสวียนเทียนเล่นงาน จนกลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือเหล่านั้นเช่นกัน
สวี่อิงเดินไปท่ามกลางทะเลทรายพลางร้องเรียกหาหยวนชี เดินไปไกลนับพันร้อยลี้ ในที่สุดก็มีเสียงหวาดๆ ตอบรับเสียงเรียกของเขา "อา... อาอิ้ง นั่นเจ้าเหรอ?"
สวี่อิงมองตามเสียงไป ทั้งตกใจและดีใจ เมื่อเห็นหัวโตๆ โผล่ออกมาจากหลังเนินทรายลูกหนึ่ง
เขารีบวิ่งเข้าไปหา หัวโตๆ นั้นก็รีบผลุบกลับไปหลังเนินทรายอย่างลุกลี้ลุกลน สวี่อิงกระโจนเข้าไป ก็เห็นงูยักษ์ขดตัวกลมดิ๊ก ตัวสั่นงันงก หัวแนบติดพื้น มองเขาด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าสบตาด้วย
สวี่อิงยื่นมือออกไป สีหน้าอ่อนโยน "ท่านเจ็ด ข้าเอง อาอิ้ง"
หยวนชีหดตัวแน่นกว่าเดิม ขยับหัวถอยหลัง สายตาหลบเลี่ยง ถามอย่างขลาดกลัว "เจ้าคืออาอิ้งหรือท่านอิง?"
สวี่อิงขยับตัวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง พลางหัวเราะ "ข้าย่อมต้องเป็นอาอิ้งสิ เจ้ารู้นี่นา พวกเราสหายร่วมเป็นร่วมตาย ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก"
"เจ้าซ้อมข้าตายไปเป็นร้อยสิบหน" หยวนชียังคงหลบเลี่ยง ไม่กล้าเข้ามาใกล้
สวี่อิงค่อยๆ ขยับไปตรงหน้ามัน ยื่นฝ่ามือออกไปลองลูบหัวมัน หยวนชีเองก็พยายามเอาชนะความกลัวในใจ ยอมให้เขาลูบคลำ
เมื่อหยวนชีสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคย ความกลัวในใจก็ค่อยๆ ลดน้อยลง มันเอ่ยเสียงต่ำ "ตอนที่ย้อนเวลากลับไป ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงแยกกับเจ้า จากนั้นข้าก็เห็นตัวเองกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่กล้าหาญชาญชัยสุดๆ"
ของวิเศษชิ้นแรกที่โจมตีใส่สวี่อิง ขวานยักษ์เล่มนั้น ก็คือสิ่งที่ 'หยวนชีหมายเลขหนึ่ง' ขว้างออกมา มันมีเจตจำนงการต่อสู้ฮึกเหิม หมายจะใช้ขวานจามสวี่อิงให้ตาย
ขวานยักษ์เล่มนั้นถูกสวี่อิงบีบจนแหลกคามือ
ผู้บำเพ็ญเพียร 'หยวนชีหมายเลขหนึ่ง' ตายอย่างน่าอนาถ ตอนที่บุกทะลวงเข้าไปถึงตรงหน้าอย่างห้าวหาญ ก็ถูกวิชาศักดิ์สิทธิ์ของสวี่อิงจุดโคมสวรรค์ สวี่อิงจุดไฟเผาจิตวิญญาณของมัน ย่างสดมันทั้งเป็น!
หลังจากผู้บำเพ็ญเพียร 'หยวนชีหมายเลขหนึ่ง' ตาย หยวนชีก็เข้าสู่มุมมองของผู้บำเพ็ญเพียรคนที่สอง กลายเป็น 'หยวนชีหมายเลขสอง'
คราวนี้ 'หยวนชีหมายเลขสอง' เป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิง รูปร่างเย้ายวน ทรวดทรงองค์เอวอรชรอ้อนแอ้น
นางกับกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรลอบใช้ตำหนักเซียนเป็นอาวุธ ใช้ตำหนักเซียนสะกดข่มสวี่อิง หมายจะสะกดทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณของสวี่อิง บดขยี้เขาให้ตาย!
ทว่าสวี่อิงกลับพังตำหนักเซียนไปครึ่งแถบ ผู้บำเพ็ญเพียรหญิง 'หยวนชีหมายเลขสอง' ที่อยู่ในตำหนักเซียนครึ่งที่แหลกสลายกลายเป็นเถ้านั้น ย่อมต้องแหลกสลายกลายเป็นผุยผงตามไปด้วย!
'หยวนชีหมายเลขสาม' ถูกสวี่อิงหักเอว โยนลงไปในบ่อน้ำของตำหนักเซียน จากนั้นก็ชกหมัดตามลงไปในบ่อน้ำ ถูกซัดจนเละเป็นโจ๊กคาที่!
'หยวนชีหมายเลขสี่' ถูกสวี่อิงคำรามใส่เพียงครั้งเดียว จิตวิญญาณก็แหลกสลาย
'หยวนชีหมายเลขห้า' ถูกเถาวัลย์หยินหยางบดขยี้
'หยวนชีหมายเลขหก' ถูกเถาวัลย์หยินหยางบดขยี้
'หยวนชีหมายเลขเจ็ด' ถูกเถาวัลย์หยินหยางบดขยี้
'หยวนชีหมายเลขแปด' ตายเพราะรากวิญญาณวิถีเซียนที่เพิ่งกลืนลงไป ถูกสวี่อิงควบคุมรากวิญญาณให้กวาดร่างจนแหลกละเอียด
……
"ก็เป็นแบบนี้แหละ เจ้าฆ่าข้าไปร้อยกว่ารอบ" หยวนชีเล่าประสบการณ์เฉียดตายแต่ละครั้งของตัวเองให้สวี่อิงฟังอย่างซื่อๆ
พอเห็นสวี่อิงยื่นมือมา มันก็ยังคงหดตัวเข้าหากันอย่างลืมตัว
สวี่อิงหัวเราะ "ข้าไม่ใช่คนเลวทรามจริงๆ นะ อันที่จริงเป็นเพราะจิตยึดติดของยอดฝีมือจากหมื่นโลกธาตุที่ถูกข้าฆ่าตาย พวกเขาจินตนาการไปเองว่าข้าเป็นจอมวายร้าย"
"อาอิ้ง เจ้าไม่คิดว่าประโยคนี้มันย้อนแย้งไปหน่อยเหรอ?" หยวนชีถาม
สวี่อิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "การที่ท่านเจ็ดหาจุดย้อนแย้งในคำพูดข้าเจอ แสดงว่าได้สติกลับคืนมาแล้ว เจ้าเห็นท่านระฆังไหม?"
หยวนชีส่ายหน้า ตอบว่า "เดิมทีเขาอยู่บนฟ้า คอยต้านทานกลิ่นอายวิถีสวรรค์จากนอกฟ้า ไม่น่าจะถูกจิตยึดติดของเสี่ยวเสวียนเทียนลูกหลงไปด้วยนะ"
สวี่อิงแหงนหน้ามองฟ้า หลังจากการระเบิดของจิตยึดติดในเสี่ยวเสวียนเทียนครั้งนี้ ท้องฟ้าก็กลับมาสงบเงียบอย่างยิ่ง นอกฟ้า การต่อสู้ระหว่างเทพมังกรหลงเยวียนกับเซียนในภาพวาดก็ดูเหมือนจะยุติลงแล้ว ไม่ได้ลุกลามมาถึงเสี่ยวเสวียนเทียน
แต่ระฆังใหญ่ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน
หนึ่งคนหนึ่งงูออกค้นหาท่ามกลางทะเลทราย สวี่อิงตะโกนเรียกท่านระฆังเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับใดๆ ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดพวกเขาก็เห็นระฆังใหญ่ที่ถูกฝังไปกว่าครึ่งใบในหุบเขาทะเลทรายแห่งหนึ่ง
ระฆังใหญ่ใบนี้ก็เหมือนกับของวิเศษชิ้นอื่นๆ ที่ถูกทำลายจนพังยับเยิน ครึ่งตัวฝังอยู่ในทะเลทราย อีกครึ่งตัวโผล่ออกมา แน่นิ่งไม่ไหวติง
หยวนชีค่อยๆ เลื้อยเข้าไปใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง ใช้ปลายหางจิ้มๆ ระฆังใหญ่ ระฆังใหญ่สั่นงันงก มุดตัวลึกลงไปในทะเลทราย
"ท่านระฆัง ไม่เป็นไรแล้ว" หยวนชีเอ่ยเสียงอ่อน "ข้ากับอาอิ้งมาเยี่ยมท่านแล้ว..."
ระฆังใหญ่สั่นเป็นเจ้าเข้า สั่นสะเทือนจนทรายสีเหลืองบริเวณใกล้เคียงกระเด็นขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวสุดขีด
"อาอิ้ง เจ้าลองลูบมันดูสิ" หยวนชีเสนอ
"ตึง!" ระฆังใหญ่คล้ายกับสลบเหมือดไป ไม่สั่นอีกต่อไป
สวี่อิงดึงระฆังใหญ่ออกมาจากทะเลทราย กระตุ้นสัมผัสเทวะของระฆังใหญ่ ของวิเศษล้ำค่าชิ้นนี้ถึงค่อยๆ ฟื้นคืนสติ กล่าวว่า "ข้าเหมือนฝันไปเลย ตอนที่ฝันร้ายนี้เริ่มต้นขึ้น ข้ากลายเป็นขวานเล่มหนึ่งที่ถูกคนซัดออกมา พุ่งแหวกอากาศฟาดฟันใส่อาอิ้ง"
ตอนนั้นมันตื่นเต้นมาก รู้สึกเพียงว่าอานุภาพทั่วร่างได้ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่
แต่วินาทีต่อมา มันก็ถูกสวี่อิงยกมือขึ้นคว้าเอาไว้ ราวกับถูกจองจำ ดิ้นรนขัดขืนไม่ได้เลย
มันรู้สึกเพียงว่าตัวเองถูกมือนั้นบีบเอาไว้ ค่อยๆ ขาดอากาศหายใจ ค่อยๆ ถูกประทับตราของสวี่อิง และค่อยๆ ปริแตก
"ปัง!"
มันถูกบีบจนแหลกคามือ
ระฆังใหญ่ถูกสวมบทบาทเข้าไปในจิตยึดติดของของวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง คราวนี้มันเป็นติ่งยักษ์ ตอนที่มันพุ่งโจมตีสวี่อิง มันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองกลับถูกสวี่อิงควบคุมเสียเอง!
มันสะกดเจ้านายของตัวเองไว้ใต้ติ่ง หลอมจนตายทั้งเป็น จากนั้นรูปร่างของมันก็บิดเบี้ยว ถูกซัดจนกลายเป็นเศษทองแดงไร้ค่า!
หลังจากระฆังใหญ่ตายในศึกครั้งนี้ ก็ถูกสวมบทบาทเข้าไปในจิตยึดติดของเตาหลอมเทวะอีกใบ มันเห็นตัวเองกลายเป็นเตาหลอมเทวะ สวี่อิงยัดเจ้านายของมันเข้ามาในตัวมัน จากนั้นก็เดินเครื่องมัน
เจ้านายของมันถูกแผดเผาอยู่ในเตา กรีดร้องอย่างโหยหวน มันเองก็ได้ลิ้มรสว่าอะไรคือความเจ็บปวดปานใจจะขาด
……
ระฆังใหญ่เผชิญกับความตายครั้งแล้วครั้งเล่า จิตวิถีเต๋าพังทลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้มันจะรู้ว่าทั้งหมดนี้น่าจะเป็นเพียงจิตยึดติดของเสี่ยวเสวียนเทียน ที่จำลองเหตุการณ์ในปีนั้นขึ้นมาใหม่ มันรู้ด้วยซ้ำว่าในความเป็นจริงสวี่อิงคือสหายรักของมัน แต่ประสบการณ์เหล่านี้มันสมจริงเกินไป
มันตายไปร้อยกว่ารอบจริงๆ วิธีการตายแต่ละครั้งก็ไม่ซ้ำกันเลย ความตายแต่ละครั้งล้วนเป็นความทรมานอย่างใหญ่หลวง
มันไม่ใช่ของวิเศษธรรมดา มันเบิกสติปัญญาแล้ว การตายเป็นร้อยๆ ครั้ง ทำให้มันเข้าสู่สภาวะใกล้จะพังทลายเช่นกัน
สวี่อิงยื่นมือออกไปหามัน เอ่ยเสียงเบา "ท่านระฆัง ท่านก็รู้นี่นา นั่นไม่ใช่ข้าในตอนนี้ ข้าไม่ทำกับท่านแบบนั้นจริงๆ หรอก"
"ข้ารู้ เจ้าคืออาอิ้ง ไม่ใช่ท่านอิง"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ตอนที่สวี่อิงสัมผัสโดนตัวมัน ระฆังใหญ่ก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้อยู่ดี
ผ่านไปอีกสองวัน ระฆังใหญ่กับหยวนชีถึงยอมรับสวี่อิงได้อย่างฝืนๆ ไม่ต่อต้านรุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
พวกเขาออกไปค้นหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ทว่าคนเหล่านั้นต่างก็เสียสติ พุ่งเข้าไปในเขตหวงห้ามของเสี่ยวเสวียนเทียนจนตายกันไปหมดแล้ว
"อาอิ้ง พวกเราจะกลับไปอวิ๋นเมิ่งเจ๋อได้ยังไง?" หยวนชีกระวนกระวายใจ เอ่ยถามขึ้น
สวี่อิงเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นเพียงรากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียนขนาดยักษ์ที่อยู่นอกฟ้า หยั่งรากลงในตำหนักเซียนครึ่งซีก ดูลึกลับและทรงพลัง ให้ความรู้สึกตระการตาราวกับได้เข้าใกล้ดวงดาว
"พวกเราทำได้แค่รอให้เมืองศิลามาอีกครั้ง" สวี่อิงกล่าว
ระฆังใหญ่แย้ง "แต่ว่า เซียนในภาพวาดคนนั้นได้ของวิเศษวิถีสวรรค์ไปแล้ว หากไม่มีของวิเศษวิถีสวรรค์คอยชักนำเมืองศิลา เมืองศิลาจะยังมาอีกหรือ? ลำพังแค่จิตยึดติดของวิญญาณบรรพบุรุษในหมู่บ้านเหล่านั้น เกรงว่าจะไม่พอขับเคลื่อนให้เมืองศิลาทะยานขึ้นมาถึงที่นี่หรอกมั้ง?"
สวี่อิงชะงักไปเล็กน้อย จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ร้องเสียงหลง "ท่านระฆังพูดถูก! เมืองศิลาจะไม่ปรากฏขึ้นอีกแล้ว!"
หยวนชีงุนงงสับสนอย่างหนัก รีบถาม "ทำไมเมืองศิลาถึงจะไม่ปรากฏขึ้นอีกล่ะ?"
สวี่อิงเดินวนไปวนมา จู่ๆ ก็หยุดเดินแล้วกล่าวว่า "ตั้งแต่ที่อวิ๋นเมิ่งเจ๋อปรากฏขึ้น จนถึงนิมิตร่างคนหัวมังกรปรากฏในอวิ๋นเมิ่งเจ๋อ ลากยาวมาจนถึงการรวมตัวกันของรากวิญญาณวิถีเซียนในตอนนี้ รากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียนฟื้นคืนชีพ จัดระเบียบเส้นทางสวรรค์ใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันนี้ บางทีอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!"
สายตาของเขาเป็นประกาย "มีความเป็นไปได้สูงว่า จะมีคนชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้! เหมือนกับตอนที่แม่น้ำไน่เหอเปลี่ยนทิศทางจนแดนหยินบุกรุกเข้ามา ดูเผินๆ เหมือนเป็นเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน แต่ความจริงแล้วเป็นฝีมือของสวีฝูที่คอยเติมเชื้อไฟอยู่เบื้องหลัง ครั้งนี้ก็มีคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเช่นกัน จุดประสงค์ก็เพื่อเก็บกู้ของวิเศษวิถีสวรรค์ รวบรวมรากวิญญาณเถาวัลย์หยินหยางขึ้นมาใหม่ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางสวรรค์"
ระฆังใหญ่เสริม "การปรากฏตัวของพวกเรา การมองทะลุปรุโปร่งว่าเขาปลอมตัวเป็นวิถีสวรรค์ การขโมยแก่นแท้วิถีดั้งเดิมที่เขารีดไถมา ทั้งหมดนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น"
สวี่อิงกล่าวว่า "เซียนในภาพวาดได้ของวิเศษวิถีสวรรค์ไปแล้ว แถมยังทำให้รากวิญญาณเซียนกลับกลายเป็นเถาวัลย์หยินหยางอีกครั้ง เขาย่อมไม่ต้องลากเมืองศิลาเดินทางมาที่นี่อย่างยากลำบากอีก"
ในที่สุดหยวนชีก็เข้าใจกระจ่าง "นั่นก็หมายความว่า เมืองศิลาจะไม่กลับมา พวกเราถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดกาลแล้วสิ"
"น่าจะยังมีตัวแปรอื่นอยู่นะ!"
สวี่อิงเดินวนไปวนมา พลางครุ่นคิด "สิ่งเดียวที่เซียนในภาพวาดทำไม่สำเร็จ ก็คือแก่นแท้วิถีดั้งเดิมในน้ำเต้า จุดประสงค์อีกอย่างที่เขาทำทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเพื่อเอาแก่นแท้พวกนี้! เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ทำไมถึงต้องอยากได้แก่นแท้พวกนี้ด้วยล่ะ?"
เขาหยุดเดิน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับงูยักษ์ที่กำลังงุนงง
หยวนชีรวบรวมความกล้า กำลังจะเอ่ยถามข้อสงสัยในใจ สวี่อิงก็พูดขึ้นกะทันหันว่า "ท่านเจ็ดพูดถูก! คนผู้นี้ต้องอยากได้แก่นแท้วิถีดั้งเดิมแน่ เพราะในตัวเขามีโอสถเซียนจำนวนมากที่ยังไม่ได้หลอมรวม!"
หยวนชีรีบพยักหน้า "ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
ระฆังใหญ่แค่นหัวเราะหยัน "มีกะผีสิ!"
หยวนชีโกรธจัด โวยวาย "ข้าไม่มี แล้วเจ้ามีหรือไง?"
ระฆังใหญ่กำลังจะเอาเรื่องกับมัน สวี่อิงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า "ท่านระฆังถามได้ดี! การหลอมรวมโอสถเซียนในตัวเขา ไม่น่าจะต้องการแก่นแท้วิถีดั้งเดิมมากมายขนาดนี้ แต่ทำไมเขาถึงต้องการแก่นแท้วิถีดั้งเดิมเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ?"
ระฆังใหญ่อึ้งไป คิดในใจว่า 'คำถามนี้ชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญจริงๆ นั่นแหละ แต่ข้าไม่ได้ถามสักหน่อย!'
สวี่อิงถามเองตอบเอง "ทำไมน่ะเหรอ? ย่อมเป็นเพราะข้างกายเขามีคนแบบเดียวกับเขาอยู่ คนพวกนี้ก็ต้องการแก่นแท้วิถีดั้งเดิมจำนวนมาก เพื่อนำไปหลอมรวมโอสถเซียนในร่างกายของพวกเขาเช่นกัน แล้วคนพวกนี้คือใครกันล่ะ?"
สายตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า มองไปที่หยวนชีกับระฆังใหญ่ เผยสีหน้าให้กำลังใจ
หยวนชีทำใจดีสู้เสือ กระแอมไอหนึ่งที "แล้วคนพวกนี้คือใครกันล่ะ?"
"ท่านเจ็ดถามได้ดี!"
สวี่อิงพูดอย่างตื่นเต้น "หากเป็นพวกผู้บำเพ็ญเพียรที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ พวกเขามีเคล็ดวิชาแท้จริงของขุมทรัพย์ทั้งหก สามารถค่อยๆ หลอมรวมได้ ไม่น่าจะต้องการแก่นแท้วิถีดั้งเดิมมากขนาดนี้ อย่างมากก็ต้องการแค่แก่นแท้หนึ่งหรือสองชนิดเท่านั้น ดังนั้น พวกเขาแค่ส่งศิษย์อย่างเซวียอิ๋งอันออกมาช่วยตามหาก็พอแล้ว ทว่าเซียนในภาพวาดกลับใจกล้าเทียมฟ้า สติปัญญาสูงล้ำ เขาปราบของวิเศษวิถีสวรรค์ ปลอมตัวเป็นวิถีสวรรค์แฝงตัวเข้ามาที่นี่ รวบรวมรากวิญญาณวิถีเซียนของเสี่ยวเสวียนเทียนขึ้นมาใหม่ เพื่อรวบรวมแก่นแท้มากมายขนาดนี้ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ "เขาคือคนที่กลับมาจากโลกหน้า! ข้างกายเขายังมีคนแบบเดียวกับเขาอยู่อีกมากมาย พวกเขาล้วนกลับมาจากโลกหน้า ภายในร่างกายอัดแน่นไปด้วยโอสถเซียนจำนวนมหาศาล!"
หยวนชีกับระฆังใหญ่ฟังจนอ้าปากค้าง ตอนนั้นเองก็มีเสียงปรบมือดังแปะๆ ลอยมาจากแดนไกล สวี่อิงมองไป ก็เห็นเซียนในภาพวาดคนนั้นกำลังเดินเหยียบย่ำทะเลทราย หันหลังให้แสงอาทิตย์อัสดง เดินตรงมาทางนี้
เงาของเขาถูกแสงอาทิตย์อัสดงทอดจนยาวเหยียด
"มิน่าล่ะ ช่างเทวะจู๋ถึงได้ชมเจ้าอยู่บ่อยๆ ว่าเจ้าฉลาดหลักแหลมหาใครเปรียบ วันนี้ได้มาเจอตัวจริง ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
แม้ฝีเท้าของเซียนในภาพวาดจะเชื่องช้า แต่ความเร็วกลับไม่ช้าเลย เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสวี่อิงอย่างรวดเร็ว โค้งคำนับพลางยิ้มกล่าว "เจียงฉี ราชครูแห่งต้าโจว คารวะท่านเซียนเฒ่าอมตะ ข้าขอเป็นตัวแทนของโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจว มาทักทายท่านเซียนเฒ่าอมตะ"
สวี่อิงรีบคารวะตอบ พลางกล่าว "มิกล้าๆ ราชครูเจียงโหดเหี้ยมอำมหิต เพื่อรากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียน ถึงกับทำลายโลกธาตุไปหนึ่งแห่ง ออกจะโหดร้ายไปสักหน่อยกระมัง"
เจียงฉีกล่าวอย่างเรียบเฉย "หากไม่ได้เป็นเซียน ล้วนเป็นเพียงมดปลวก ตายไปจะน่าเสียดายอันใด?"
หยวนชีนึกขึ้นได้ รีบถาม "เมื่อสองปีก่อนปรมาจารย์ฉานฉานแยกทางกับพวกเรา หลังจากนั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย นางไปหาพวกเจ้าใช่หรือไม่?"
เจียงฉีหัวเราะ "เพราะนางทุจริต คดโกงโอรสสวรรค์บนเรือเทวะโลกหน้า ตอนนี้นางกำลังไถ่โทษอยู่"







