ราชาแห่งวงการบันเทิง
เทพเบื้องหลัง
ศิลปินเต็มเวลา
ทั้งหมดนี้คือคำยกย่องจากคนนอกที่มีต่อหลินโม่ ทว่ากลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า
แท้จริงแล้วหลินโม่มาจากโลก เพียงเพราะอุบัติเหตุครั้งหนึ่งทำให้ทะลุมิติมายังบลูสตาร์ แล้วดันตื่นรู้ระบบความบันเทิงตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก
นิยาย!
ดนตรี!
อนิเมชั่น!
ภาพยนตร์!
วาไรตี้โชว์!
ซีรีส์โทรทัศน์……
ด้วยความช่วยเหลือของระบบ หลินโม่จึงก่อตั้งเฉินฮว่ากรุ๊ป อาณาจักรที่ครอบคลุมหลากหลายวงการในแวดวงบันเทิง เขาทำงานหามรุ่งหามค่ำจนถึงอายุยี่สิบเก้า อยู่ๆ ก็ล้มป่วยเป็นโรคหายากสุดๆ ชนิดหนึ่ง!
ทรมานหอบชีวิตไปจนถึงอายุสามสิบ หลินโม่ก็สิ้นใจในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
ก่อนตาย ความเสียใจที่ใหญ่ที่สุดของหลินโม่ก็คือ เขายังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ยังไม่ทันได้ลิ้มรสความสุขของการมีชีวิตเลยด้วยซ้ำ ก็ต้องกล่าวลาโลกนี้เสียแล้ว
ถ้ามีชาติหน้าให้เกิดใหม่ล่ะก็ เขาจะต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ให้ได้!
ตอนนั้นหลินโม่คงนึกไม่ถึงเลยว่า ห้าปีหลังจากที่เขาตายไปแล้ว จะได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของศิลปินระดับเล็กๆ คนหนึ่ง ในบริษัทสาขาแห่งหนึ่งใต้สังกัดเฉินฮว่าเอนเตอร์เทนเมนต์
กู้สิง
แม้ร่างเดิมจะก่อเรื่องยุ่งยากเอาไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องผู้จัดการส่วนตัวคนนั้น ซ่งหย่า
จากความทรงจำ ตั้งแต่วันแรกที่ร่างเดิมเซ็นสัญญาเข้าหลานไห่เอนเตอร์เทนเมนต์กับซ่งหย่า ผู้จัดการคนนี้ก็มักจะพาเขาไปกินข้าวกับคุณนายไฮโซรูปร่างยังเป๊ะคนหนึ่งอยู่บ่อยๆ
แรกๆ ร่างเดิมก็ยังไม่เข้าใจ
จนภายหลัง ผ่านทั้งคำพูดเป็นนัยๆ คำใบ้ตรงๆ รวมถึงการขู่กรรโชกสารพัดจากซ่งหย่า ร่างเดิมถึงเพิ่งรู้ว่าคุณนายไฮโซรูปร่างยังเป๊ะคนนั้น แท้จริงแล้วคือ “แม่ม่ายดำ” ชื่อกระฉ่อนในวงการ
ซีเหมินเยี่ยน!
ในฐานะแม่ม่ายดำแห่งแวดวงทุนซีโจว ซีเหมินเยี่ยนขึ้นชื่อเรื่องชอบกินเด็กผู้ชายหน้าตาดีมานานแล้ว
ร่างเดิมปฏิเสธเธอไปอย่างเด็ดขาด คาดไม่ถึงว่าตั้งแต่นั้นฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้น ทันใดนั้นข่าวเสียๆ หายๆ ของเขาก็ผุดขึ้นเต็มเน็ตไปหมด
ร่างเดิมไม่ใช่คนโง่ เดี๋ยวเดียวก็รู้แล้วว่านี่คือฝีมือของแม่ม่ายดำ
อาวุธเดียวที่คนตัวเล็กๆ จะใช้ต่อกรกับทุนใหญ่ได้ก็คือกระแสสังคม ดังนั้นร่างเดิมจึงโพสต์เวยป๋อแฉว่ามีคนคิดจะจับเขาไปเป็นเด็กในคอนโทรล
แน่นอนว่าไม่ได้เอ่ยชื่อใครชัดๆ
ผลก็คือ เวยป๋ออันนั้นถูกบริษัทสั่งให้ลบภายในเสี้ยววินาที การกระทำของร่างเดิมครั้งนั้น ก็เลยยิ่งไปจุดไฟโทสะซีเหมินเยี่ยนเข้าเต็มๆ
ไม่นานหลังจากนั้น
ร่างเดิมก็ถูกใส่ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถูกตีตราเป็นศิลปินมีมลทินชื่อเหม็นหึ่ง กลายเป็นตัวไร้ค่าในวงการบันเทิง ราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ภาพลักษณ์ในสายตาคนทั่วไปพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!
ถึงขนาดนี้แล้ว แม่ม่ายดำก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างเดิมไป
เธอใช้ซ่งหย่าเป็นคนกลาง จัดคิวงานให้ร่างเดิมแน่นชนิดไม่มีวันหมด ส่วนใหญ่เป็นงานขยะที่ไม่เคยได้รับความเคารพใดๆ ทั้งสิ้น แถมต่อให้ป่วยก็ยังไม่ให้พัก
ถ้าใจกล้าขัดคำสั่งก็เท่ากับผิดสัญญาทันที
เพื่อให้แม่ม่ายดำหายโกรธอย่างสิ้นเชิง ซ่งหย่าถึงขนาดบงการให้บรรดาศิลปินในมือของตัวเองร่วมกันกลั่นแกล้งร่างเดิมเป็นกลุ่ม
กีดกัน!
ผลักไส!
จงใจเล่นงาน!
สุดท้ายร่างเดิมก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และจบชีวิตตัวเองด้วยการกินยานอนหลับฆ่าตัวตาย แม้ซ่งหย่าจะไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรง แต่ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดของแม่ม่ายดำ ก็ไม่มีทางลอยนวลจากความรับผิดชอบไปได้
ดังนั้น
เป้าหมายของกู้สิงในวันนี้ ก็คือหลุดพ้นจากการถูกควบคุมโดยผู้จัดการซ่งหย่าให้ได้
ส่วนเรื่องคลิปวิดีโอของซ่งหย่ากับเด็กหนุ่มหน้าตาดีนั้น แท้จริงแล้วร่างเดิมเป็นคนอัดติดเอาไว้แบบไม่ได้ตั้งใจ
ตอนนั้นร่างเดิมกำลังอัดคลิปอวยพรปีใหม่ให้แฟนๆ อยู่ในห้องพักของบริษัท ระหว่างกลางมีธุระต้องออกไปข้างนอกชั่วครู่ แต่ดันไม่ได้ปิดเครื่อง พอกลับมาอีกที ก็พบว่าคลิป vcr ปีใหม่ของตัวเองมี “หนังแนวผู้ใหญ่” โผล่มาแทรกอยู่อย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่าซ่งหย่ากับกิ๊กของตัวเองนึกว่าห้องพักไม่มีคน เลยฉวยโอกาสมาหาความตื่นเต้นกันที่นี่
น่าเสียดายที่นิสัยร่างเดิมนั้นอ่อนแอเกินไป ทั้งที่กล้าจะฆ่าตัวตายอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่กล้าหยิบวิดีโอไปขู่เปิดโปงซ่งหย่า
หลังจากกู้สิงเข้ามายึดครองร่างนี้และย่อยความทรงจำทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งวิดีโอคลิปนี้ให้ซ่งหย่าเพื่อข่มขู่ทันที นั่นเองจึงเป็นที่มาของการนัดพบกันในลานจอดรถคืนนี้ของทั้งสองคน
บังเอิญว่าระบบก็ปล่อยภารกิจที่เกี่ยวข้องออกมาพอดี
ใช่แล้ว ระบบจากชาติที่แล้วก็กลับมาเกิดใหม่พร้อมกับกู้สิงด้วย ระบบนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร หน้าที่หลักของมันคือคอยปล่อยภารกิจต่างๆ ออกมาบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง
กู้สิงทำภารกิจเหล่านี้สำเร็จเมื่อไร ก็จะได้รับรางวัลต่างๆ ที่ระบบมอบให้
อย่างเช่นภารกิจ “หนีออกจากเซินไห่” พอทำเสร็จ กู้สิงก็ได้ “หีบสมบัติสารพัดนึก” มาใบหนึ่ง
หีบสมบัติสารพัดนึกปกติแล้วมักจะสุ่มของเป็นผลงานจากโลก แต่บางทีก็มีโอกาสเล็กน้อยที่จะสุ่มได้ของแปลกๆ พิสดารออกมา
กู้สิงจำได้ว่าชาติที่แล้ว ตัวเองเคยสุ่มได้ระเบิดพลังทำลายไม่เลวจากหีบสมบัติสารพัดนึก
ครั้งนั้นเล่นเอากู้สิงตกใจแทบตาย อยู่ๆ ระบบความบันเทิงดันสุ่มอาวุธสงครามออกมาได้ยังไง ตั้งแต่นั้นมาเวลาเปิดหีบทีไร เขาถึงได้ระมัดระวังเป็นพิเศษ กลัวว่าจะมีอะไรประหลาดๆ โผล่ออกมาอีก
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
กู้สิงเปิดคลังระบบขึ้นมา จ้องมองหีบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างระแวดระวังว่า
“เปิดหีบ……”
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงพิเศษ: พรสวรรค์เสริมได้ทุกคู่! 】
【พรสวรรค์เสริมได้ทุกคู่: เมื่อโฮสต์ร่วมร้องเพลงใดๆ กับนักร้องคนไหนก็ตาม จะได้รับบัฟเสน่ห์เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ทั้งสามารถส่งเสริมตัวเอง และช่วยส่งเสริมอีกฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น! 】
พรสวรรค์เสริมได้ทุกคู่?
กู้สิงตีความพรสวรรค์นี้ว่า “ประมาณว่าให้ฉันขึ้นเวทีร้องเพลงคู่ แล้วกลายเป็นตัวเสริมสุดเทพแบบเฉิงอี้หรือโจวเซินได้สินะ?”
พรสวรรค์ดีทีเดียว
กู้สิงพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมา เปิดเน็ตแล้วค้นหาชื่อตัวเอง
ฟึ่บ!
บนหน้าค้นหาเว็บในมือถือ ทันใดนั้นก็เด้งข่าวเสียๆ หายๆ เก่าๆ ที่สภาพน่าเวทนาออกมาเป็นพรวน
“กู้สิงทำศัลยกรรม!”
“กู้สิงร้องเพลงหลุดคีย์!”
“กู้สิงถูกคุณนายเลี้ยงดู!”
“กู้สิงถ่ายทำ ‘ต้าซือมิ่ง’ ไม่ท่องบท พูดตัวเลขแทน! ”
“กู้สิงรับบทพระเอกใน ‘ต้าซือมิ่ง’ กับลุคเบิกตาเพ่งสุดหลอน จนดังระเบิดในโซนอันตรายของ bilibili……”
กู้สิงถอนหายใจเบาๆ
จากความทรงจำของร่างเดิม เขาพอเข้าใจภาพรวมแล้ว ความฝันของร่างเดิมคืออยากเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อป พอจบ ม.ปลาย ก็ไปสอบเข้าเรียนในสถาบันศิลปะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่แทบไม่มีใครรู้จัก
ปิดเทอมฤดูร้อนปีหนึ่ง ร่างเดิมไปร่วมรายการ “ไอดอลโปรดิวเซอร์”
รายการนี้ ในชาติที่แล้วหลินโม่เป็นคนปั้นขึ้นมา เป็นรายการแนวปั้นไอดอล
ผลลัพธ์ก็คือ แม้ความสามารถเชิงวิชาชีพของร่างเดิมจะกากเอามากๆ แต่เพราะหน้าตาดีพอจะสร้างความเชื่อถือได้ สุดท้ายเลยได้เดบิวต์ในฐานะรองแชมป์ ในตอนนั้นถูกชาวเน็ตเรียกว่า “ปลาคาร์พแห่งการประกวดค้นหาไอดอล”
น่าเสียดายที่ว่า
ทุกวันนี้หน้าตาบวกกับอะไรก็ดูเป็นไพ่ตัดสินเกมทั้งนั้น ไม่ว่าจะการศึกษา ครอบครัว ภูมิหลัง ฐานะทางบ้าน หรือไอคิว……
มีแต่พึ่งแต่หน้าตาอย่างเดียวถึงจะเป็นทางตัน!
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างเดิมยังไปล่วงเกินแม่ม่ายดำเข้าอีก กล้าขัดใจขนาดนั้น ชีวิตก็พังพินาศไม่เหลือชิ้นดี!
“ซ่งหย่า……
“แม่ม่ายดำ……
“เฉินฮว่ากรุ๊ป……”
ชีวิตที่ร่างเดิมไม่อยากได้อีกต่อไปแล้ว กู้สิงรับช่วงต่อมาเรียบร้อย ถึงแม้ทั้งสองจะไม่มีโอกาสได้คุยกันต่อหน้า แต่เขายินดีให้คำมั่นในนามของ “หลินโม่” ว่า
สิ่งที่โลกนี้ติดค้างนายไว้ ฉันจะช่วยทวงคืนมาให้เอง
ความฝันที่อยากจะเป็นซูเปอร์สตาร์ ฉันก็จะลงมือทำให้มันเป็นจริงกับมือตัวเอง
แต่ถนนยังไงก็ต้องเดินทีละก้าว ตอนนี้ภาพลักษณ์ของร่างเดิมถูกแม่ม่ายดำทำให้เหม็นเน่าจนเสียหายยับเยิน งานประกาศยังพอมีดีๆ ให้รับก็หาแทบไม่ได้ โชคยังดีที่กู้สิงรีดทรัพยากรบางอย่างออกมาจากมือซ่งหย่าได้ทันเวลา
ในนั้น ทรัพยากรวาไรตี้ที่สามารถต่อยอดได้เร็วที่สุดก็คือ “ช่วงจ้าวอิ่ง” ซีซันหก
พูดแล้วก็น่าขำ กู้สิงเองคิดว่าตัวตายไปห้าปีแล้ว ต้นหญ้าบนหลุมศพคงสูงเป็นวาได้แล้วมั้ง
วงการบันเทิงนี้ก็น่าจะมีรายการใหม่ๆ ที่น่าสนใจโผล่ออกมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้วสินะ?
ไม่คิดเลยว่าผ่านมาห้าปี รายการวาไรตี้ที่ตัวเองเคยสร้างไว้ในชาติที่แล้ว ยังถูกทำต่อกันไปเรื่อยๆ ซีซันแล้วซีซันเล่า เฉินฮว่ากรุ๊ปที่มีซ่งเฉาตู้เป็นประธานนี่ ความคิดสร้างสรรค์มันขาดแคลนเกินไปหรือเปล่า?
กู้สิงส่ายหัวเบาๆ
เขาหยิบแฟ้มตารางงานที่ซ่งหย่าทิ้งไว้ให้ขึ้นมา แล้วดึงส่วนที่เกี่ยวกับ “ช่วงจ้าวอิ่ง” ออกมาอ่าน “โปรดมาที่ศูนย์ซิงกวง เมืองลวี่เถิง ในวันพุธสัปดาห์นี้ก่อนเก้าโมงเช้า เพื่อร่วมบันทึกเทปตอนที่สิบของรายการ……”
กลับบ้านก่อนละกัน
กู้สิงไล่สายตาดูตารางงานคร่าวๆ ก่อนจะวางเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ข้างตัว จากนั้นก็สตาร์ทรถขับกลับบ้านของตัวเอง
บ้านของกู้สิงเป็นบ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนเสียชีวิต เป็นห้องชุดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น พื้นที่ราวๆ หกสิบตารางเมตรนิดๆ ห้องนั่งเล่นค่อนข้างแคบไปหน่อย แต่ยังดีที่ห้องนอนใหญ่กว้างขวาง แถมยังมีระเบียงที่ถูกผ้าม่านกันแสงปิดทึบไว้อย่างมิดชิดติดอยู่ด้วย
อาบน้ำเสร็จแล้ว
กู้สิงเอนตัวลงนอนบนเตียง เปิดแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วค้นหารายการ “แคมป์สร้างไอดอล ซีซัน 6” มาดู
รายการนี้ผลิตและออกอากาศโดย “ซิงหมางวิดีโอ” หนึ่งในห้าแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของซีโจว ภายใต้สังกัดเฉินฮว่ากรุ๊ป
กู้สิงเปิดดู “ช่วงจ้าวอิ่ง” ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนล่าสุดที่ออกอากาศไปแล้ว ด้วยความเร็วสองเท่า
รายการนี้รวบรวมผู้เข้าแข่งขันหนึ่งร้อยคนที่มีความฝันไว้ด้วยกัน ผ่านการคัดเลือกทีละด่านและการคัดออกอย่างโหดเหี้ยม จนตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันฝีมือโดดเด่นเพียงสิบคนสุดท้ายเท่านั้น
ต่อไปก็คือรอบไฟนอล
ทีมรายการวางแผนจะอัดเทปรายการรอบไฟนอลแบ่งออกเป็นสองตอน จะมีผู้เข้าแข่งขันถูกคัดออกสี่คน เหลือหกคนสุดท้ายได้เดบิวต์เป็นวง
โดยกติกาของรอบไฟนอลก็คือ
ผู้เข้าแข่งขันสิบคนนี้ จะต้องเลือกแขกรับเชิญฝ่ายชายหนึ่งคน จากบรรดาแขกรับเชิญชายสิบคนที่ทีมรายการเตรียมไว้ให้ มารับหน้าที่เป็นคู่ร้องช่วยเสริมบนเวที จากนั้นจึงขึ้นแสดงรอบไฟนอลในรูปแบบดูโอ!
กู้สิงขมวดคิ้ว
“งั้นก็แปลว่า การแสดงของแขกรับเชิญที่มาร้องช่วย มีโอกาสสูงมากที่จะส่งผลโดยตรงต่อผลการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันสินะ?”







