ในขณะเดียวกัน
เมืองหนานตู
ภายในสตูดิโอหนานโหยว
สตูดิโอหนานโหยวเป็นสตูดิโอเกมที่ก่อตั้งโดยหลินเฉวียนและเมิ่งเสี่ยวฝาน
เมิ่งเสี่ยวฝานมองไปที่หลินเฉวียนซึ่งกำลังนอนเอนอยู่บนเก้าอี้สำนักงาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเกี่ยวกับตัวเลือกสำนักงานกฎหมายที่พวกเขากำลังพิจารณา
"เราไปดูสำนักงานกฎหมายใหญ่ๆ ในเมืองหนานตูมาเกือบหมดแล้ว บางที่ท็อปๆ คิดค่าทนายเป็นล้านแต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะชนะคดี"
"แต่สำนักงานกฎหมายไป๋จวินคิดค่าทนายแค่แปดแสน..."
"จะว่าไป เราน่าจะเลือกที่นี่ดีไหม?"
หลินเฉวียนขยี้หว่างคิ้ว สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะถอนหายใจยาว
"แปดแสนก็เป็นจำนวนไม่น้อยนะ ถึงสตูดิโอเราจะไม่ได้มีเงินมากแต่ก็ยังพอจ่ายได้"
"ถ้าชนะคดีได้จริงๆ จ่ายไปแปดแสนก็ถือว่าคุ้ม"
"แต่ปัญหาคือสำนักงานกฎหมายไป๋จวินมีแค่ทนายสามคน รวมถึงทนายฝึกหัดด้วย! แค่นี้จะไปสู้กับทีมกฎหมายของเพนกวินได้ยังไง?"
หลินเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่ได้กังวลแค่เรื่องค่าทนายแต่ห่วงว่าพวกเขาจะชนะคดีได้หรือไม่
"ฝ่ายกฎหมายของเพนกวิน ฉายาว่า 'ไร้พ่ายแห่งหนานซาน' เคสละเมิดลิขสิทธิ์ที่พวกเขาแพ้แทบจะไม่มีเลย"
"เราต้องเล่นเกมนี้อย่างรอบคอบ ถ้าเลือกสำนักงานกฎหมายผิดแล้วแพ้ขึ้นมา มันจะเป็นหายนะของสตูดิโอเรา"
เมิ่งเสี่ยวฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งคิดไปสิบกว่าวินาทีแล้วพูดขึ้นมา
"ถึงสำนักงานกฎหมายนี้จะเล็กแต่พวกทนายที่เป็นตัวท็อปๆ ก็แนะนำให้เราเลือกที่นี่ แสดงว่าพวกเขาน่าจะมีฝีมือพอตัว"
"อีกอย่าง..."
"ฉันรู้สึกว่าทนายซู น่าจะพาเราชนะคดีนี้ได้"
"ถ้าเราชนะคดีนี้ สตูดิโอของเราจะกลายเป็นที่รู้จักในวงการ ต่อไปถ้าไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มของเพนกวิน เราก็สามารถเติบโตเองได้!"
"ปีนี้สำนักงานกฎหมายไป๋จวินชนะคดีมาเยอะนะ ถึงจะเคยมีช่วงเวลาที่เคยแพ้มาก่อน แต่ตอนนี้พวกเขากำลังกลับมา"
"แล้วก็ในโลกออนไลน์ พวกเขามีชื่อเสียงที่ดีด้วย"
"ฉันว่าคดีนี้เราควรลองให้สำนักงานกฎหมายนี้เป็นตัวแทน"
หลินเฉวียนเงียบไปพักหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ภายในสำนักงานกฎหมายไป๋จวิน
ในห้องทำงาน
ซูไป๋กำลังนั่งเอนหลังจิบชาอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทันใดนั้นหลี่เสวี่ยเจินก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
"ทนายซู คดีของสตูดิโอเกมที่ฟ้องเพนกวิน เรารอมาสองวันแล้วแต่ยังไม่มีการติดต่อกลับมาเลย"
"บางทีพวกเขาอาจไม่เลือกเราก็ได้นะ คดีอื่นๆ ที่สำนักงานเพื่อนของฉันดูแลอยู่ก็มีเยอะ เราลองไปขอคดีอื่นดีไหม?"
ซูไป๋เลิกคิ้วขึ้น
แน่นอนว่าการขอคดีจากเฟิงลี่เจียนเป็นทางเลือกที่ดีอยู่แล้วและไม่มีอะไรเสียหาย
แต่ถ้าฉันต้องไปขอคดีใหม่เพราะรักษาคดีนี้ไว้ไม่ได้ แล้วมันไม่กลายเป็นว่าฉัน "กินข้าวอ่อน" (พึ่งพาคนอื่น) หรอ?
ถึงแม้ว่าการพึ่งพาหลี่เสวี่ยเจินจะเป็นทางที่ง่ายที่สุด แต่มันไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับการพัฒนาสำนักงานกฎหมายของตัวเอง
"การพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา มันไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง
"ถึงจะกินข้าวอ่อนได้ แต่ฉันไม่อยากกินข้าวอ่อนแบบนี้!"
ซูไป๋ขยี้ขมับแล้วพูดขึ้นมา
"ไม่ต้องรีบ รอแค่สองวันเอง"
"อีกอย่างถ้าเธอไปขอคดีจากสำนักงานเพื่อนบ่อยๆ มันก็ไม่ดีนะ"
หลี่เสวี่ยเจินพยักหน้าเข้าใจ
"โอเค ทนายซู"
ในขณะเดียวกัน
ที่ด้านนอกของสำนักงานกฎหมาย
หลินเฉวียนและเมิ่งเสี่ยวฝานเดินเข้ามาภายในสำนักงานไป๋จวิน
หลังจากคิดทบทวนกันเป็นเวลาสองวัน พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะให้สำนักงานกฎหมายนี้เป็นตัวแทนทางกฎหมายของพวกเขา
"เราได้ลองเปรียบเทียบกับสำนักงานกฎหมายอื่นๆ ในหนานตูแล้ว"
"ตอนหนึ่งเราเคยจ้างสำนักงานอันดับต้นๆ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ตอนศาลชั้นต้น แต่เราก็แพ้มาแล้ว"
"การอุทธรณ์ครั้งนี้มีความสำคัญต่อสตูดิโอของเราอย่างมาก"
หลังจากพิจารณาทางเลือกทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็เลือกสำนักงานกฎหมายที่เล็กแต่ทรงพลังแห่งนี้
"หวังว่าสำนักงานกฎหมายนี้จะทำให้พวกเราได้รับชัยชนะที่คาดไม่ถึง!"
ทันทีที่สวีเสี่ยงเห็นพวกเขาสองคน เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือลูกค้ารายใหญ่ของสำนักงาน
ดังนั้นเขาจึงรีบนำทางทั้งสองคนเข้าไปยังห้องทำงานของซูไป๋
...
ภายในสำนักงานกฎหมาย
หลินเฉวียนและเมิ่งเสี่ยวฝานนั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามกับซูไป๋
ขณะที่สวีเสี่ยง หลี่เสวี่ยเจินและทีมงานของสำนักงานกฎหมายไป๋จวินก็มารวมตัวอยู่ในห้องทำงาน
หลินเฉวียนพูดขึ้นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม
"ทนายซู พวกเรากลับไปพิจารณากันแล้วเกี่ยวกับการมอบหมายคดีของเรา หลังจากปรึกษากันเรียบร้อย เราตัดสินใจที่จะให้สำนักงานกฎหมายไป๋จวินเป็นตัวแทนของเราในการต่อสู้คดีนี้"
เมื่อซูไป๋ได้ยินเช่นนั้น เขายิ้มออกมาเผยให้เห็นฟันขาวสองซี่
"ขอบคุณที่เชื่อมั่นในสำนักงานกฎหมายไป๋จวินของเรา สำหรับคดีนี้เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของพวกคุณ"
"วางใจได้เลย เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เงินค่าทนายของคุณไม่สูญเปล่า"
การตัดสินใจของหลินเฉวียน ทำให้สำนักงานกฎหมายไป๋จวินรับคดีต่อสู้กับเพนกวินอย่างเป็นทางการ!
คดีนี้เป็นคดีแพ่งล้วนๆ ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นคดีอาญาได้
แต่ถ้าชนะคดี นี่จะเป็นคดีแพ่งคดีแรกของสำนักงานที่พวกเขาชนะได้ด้วยตัวเอง!
ต้องยอมรับว่าคดีแพ่งทำเงินได้เร็วจริงๆ!
คดีเดียวค่าทนาย 8 แสนหยวน!
เมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ที่สำนักงานเคยรับมา ไม่ว่าจะเป็น
คดีธนาคารหนานตู
คดีฉ้อโกงสมรส
คดีแรงงาน
คดีฉีเฟิง
ค่าทนายของคดีทั้งหมดรวมกัน ยังไม่ถึง 8 แสนเลยด้วยซ้ำ!
แต่คดีนี้คดีเดียวปิดจ็อบไป 8 แสน!
เรียกได้ว่าคดีเดียวกินเรียบเทียบเท่ากับสี่คดีรวมกัน!
ซูไป๋มองหลินเฉวียนด้วยแววตาเป็นประกาย นี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภชัดๆ!
แต่เมื่อคิดถึง "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" ซูไป๋ก็เหลือบมองไปที่หลี่เสวี่ยเจิน
ทำให้นึกถึงตอนที่เธอเคยถามว่า "สำนักงานขาดเงินหรือเปล่า?"
จากนั้นก็หยิบเงินออกมาให้ทีเดียว 2 ล้านหยวน!
พูดตามตรง
คนที่เป็นมหาเศรษฐีตัวจริงคือคุณหนูตัวน้อยนี่ต่างหาก!
เงินค่าขนมเป็นหลักล้าน
ขุดคลังเงินเล็กๆ หน่อยก็เจอ 2 ล้านหยวน
ถ้าไม่ใช่เพราะจิตใจของเขาแน่วแน่มั่นคง ป่านนี้สำนักงานกฎหมายคงถูก "คุณหนูตัวน้อย" ซื้อต่อไปแล้วแน่ๆ!







