เทพคนหัวมังกรที่จำแลงมาจากของวิเศษวิถีสวรรค์ควบคุมสายลมและอสนีบาตเหาะเหิน พุ่งตัวออกจากโลกหลากสวรรค์ที่ถูกทำลายล้าง มุ่งหน้าไปยังโลกหลากสวรรค์แห่งอื่น
เขานำพาอานุภาพทำลายล้างโลก เดินทางผ่านรากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียน มาถึงโลกหลากสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง
ในโลกหลากสวรรค์แห่งนี้ ก็มีรากวิญญาณวิถีเซียนหนึ่งต้นถูกผู้บำเพ็ญเพียรของที่นี่ซุกซ่อนไว้เป็นการส่วนตัวเช่นกัน
เขากำลังจะทำลายล้างโลกอีกครั้ง
การเข่นฆ่าสรรพสัตว์นับแสนล้าน สำหรับเขานั้นราวกับไม่มีอะไรแตกต่างจากการตบแมลงวันให้ตายสักตัว
และในเวลาเดียวกัน สวี่อิงก็ได้เข้าไปในตำหนักเซียนของเสี่ยวเสวียนเทียนแล้ว
ตำหนักเซียนแห่งนี้แม้จะพังทลายไปกว่าครึ่ง ทว่ากลับใหญ่โตกกว่าตอนที่สวี่อิงมองมาจากแดนไกลหลายเท่านัก ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งเห็นสเกลความยิ่งใหญ่ของมัน
รากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียนเชื่อมต่อกับตำหนักเซียน ในอดีตยุคที่ยังสามารถทะยานขึ้นสวรรค์ได้ น่าจะมีเซียนไม่น้อยเคยมาเยือนที่นี่และใช้เป็นที่พักพิง
สวี่อิงร่อนลงพื้น แล้วตามสัมผัสเทวะของตัวเองไปทันทีเพื่อตามหาผนังบานนั้น
เขาสอดส่ายสายตาค้นหาด้วยวิชาตัวเบาอันรวดเร็ว ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเข้ามาในตำหนักเพื่อตามหาวาสนาแล้ว สวี่อิงบังเอิญชนเข้ากับชุยตงหลีจากจวนตระกูลชุยอย่างจัง ครั้งนี้ตระกูลชุยส่งปรมาจารย์นั่วมาไม่น้อย ในจำนวนนั้นมีมหาปรมาจารย์นั่วและผู้อาวุโสของตระกูลอยู่ด้วย ทว่าความอันตรายของไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนนั้นเหนือความคาดหมายนัก จนทำให้ตระกูลชุยบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก
ตอนนี้ ข้างกายชุยตงหลีเหลือคนเพียงสี่ห้าคนเท่านั้น แต่กลิ่นอายของชุยตงหลีกลับแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขากำลังพินิจดูโบราณสถานของเซียนยุคเก่าแห่งหนึ่ง และหยั่งรู้ปรากฏการณ์เต๋าอันไม่ธรรมดาออกมาจากที่นั่น
เบื้องหลังของเขามีแผนภาพมหาเต๋าลอยคุกรุ่นขึ้นมา เป็นลวดลายของเซียนยุคเก่าที่กำลังต่อกรกับทัณฑ์สวรรค์
เขาอาศัยการถมชีวิตคนจนได้ผลประโยชน์มาไม่น้อยในไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียน ตบะเพิ่มพูนขึ้นมาก เมื่อเห็นสวี่อิงพุ่งเข้ามาในที่แห่งนี้ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย นึกขึ้นได้ทันทีว่าคราวที่แล้วตนเองยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่าแม้แต่ท่าเดียวเมื่ออยู่ในมือสวี่อิง ก็สูญเสียความกล้าที่จะต่อสู้ไปเสียแล้ว
"ราชันปีศาจสวี่!"
ชุยตงหลียากจะปิดบังสีหน้าตื่นเต้น เขาเรียกแก่นทองคำออกมาทันทีแล้วเอ่ยเสียงดัง "ข้าเก็บเกี่ยวแก่นแท้วิถีดั้งเดิมของรากวิญญาณวิถีเซียนมาได้สองต้น ตบะก้าวหน้าขึ้นมาก อีกทั้งยังหยั่งรู้แผนภาพเต๋าทะยานสวรรค์ ข้าอยากจะประลองกับเจ้าอีก..."
สวี่อิงทำเป็นหูทวนลม พุ่งทะยานไปข้างหน้า
หยวนชีพลันบินขึ้นจากไหล่ของเขา พุ่งเข้าหาชุยตงหลีแล้วตวาด "ไอ้เดรัจฉาน! เจ้าคิดอะไรอยู่!"
งูใหญ่ตัวนี้เผยร่างจริง เรียกแก่นทองคำที่ตนเองบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จออกมา กระตุ้นความลับทั้งหก สำแดงปรากฏการณ์แห่งมหาเต๋า บดขยี้เข้ามาหา!
ชุยตงหลีพยายามต่อต้านอย่างสุดกำลัง ผ่านไปสามกระบวนท่า แผนภาพเต๋าเซียนเหินของเขาก็ถูกตีจนแตกกระจาย ร่างถูกซัดจนไปแขวนอยู่บนกำแพง กระอักเลือดออกมา ซึมเซาไร้เรี่ยวแรง
เขาค่อยๆ รูดตกลงมาจากกำแพง นั่งแหมะอยู่บนพื้น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง "ข้าสู้ไม่ได้กระทั่งงูที่ราชันปีศาจสวี่เลี้ยงไว้..."
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าหยวนชีกินแก่นแท้วิถีดั้งเดิมของรากวิญญาณวิถีเซียนเข้าไปถึงห้าต้น ตบะจึงอยู่เหนือกว่าเขา ประกอบกับอยู่ใกล้ชิดจึงได้เปรียบ เคล็ดวิชาและอิทธิฤทธิ์ของหยวนชีล้วนได้รับการชี้แนะจากสวี่อิง
แม้ชุยตงหลีจะเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลชุย แต่เมื่อเทียบกับหยวนชีแล้วก็ยังมีช่องว่างอยู่บ้าง
หยวนชีใช้สามกระบวนท่าพิชิตชุยตงหลี ก็ย่อขนาดตัวลงทันที บินไล่ตามสวี่อิงไปอย่างรวดเร็ว ขณะกำลังจะร่อนลงบนไหล่ของสวี่อิง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงพิณดังมาจากลานบ้านแห่งหนึ่งเบื้องหน้า เป็นคุณชายเกาหังเชียนแห่งตระกูลเกากำลังดีดพิณอยู่นั่นเอง
เสียงพิณนั้นเริ่มแรกฟังดูโศกเศร้า ราวกับยอดคนผู้มีความในใจแต่ไม่อาจสมหวัง และคล้ายกับสตรีสูงศักดิ์ที่ปรารถนาไม่รู้จักพอ
จากนั้นเสียงพิณของคุณชายเกาหังเชียนก็ค่อยๆ ดังขึ้น คล้ายกับยอดคนที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้พลุ่งพล่าน ร้องขอประลองกับสวี่อิงเพื่อพิสูจน์ตนเอง และคล้ายกับสตรีสูงศักดิ์ที่เรียกร้องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตัณหายากจะเติมเต็ม
คุณชายเกาหังเชียนสวมชุดขาว นั่งดีดพิณอยู่ในลานของตำหนักเซียน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม กำลังศึกษาคัมภีร์พิณม้วนหนึ่งที่ตนหาพบ
เขาเห็นสวี่อิงพุ่งพรวดเข้ามาในลานแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะฮ่าๆ ออกมา สองมือผลักพิณโบราณไปด้านข้าง แล้วเอ่ยเสียงกังวาน "ราชันปีศาจสวี่ ข้ารอคอยวันนี้มานานแล้ว..."
ในตอนนั้นเอง งูประหลาดที่มีเขาสีดำขาวคู่หนึ่งก็พุ่งทะยานมาจากด้านหลังของสวี่อิง พลางตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "เจ้าดีดหาบิดาเจ้าหรือ! จะสู้ก็สู้ อย่ามาทำเป็นวางมาดสง่างาม!"
คุณชายเกาหังเชียนตกตะลึง พลันเห็นงูใหญ่ตัวนั้นมีเรือนร่างดั่งปรากฏการณ์เต๋า ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวล้วนมีเสียงอสนีบาต โจมตีเข้ามาหา
ระดับความรุนแรงของอิทธิฤทธิ์นั้น ถึงขั้นทำให้เขารู้สึกว่าหากรับไว้ไม่ได้ ก็คงถูกงูใหญ่ตัวนี้ตบตายอยู่ตรงนี้แน่!
เขารีดเร้นตบะอย่างสุดชีวิต กระตุ้นวิชาเคล็ดลับบัญชาสวรรค์เสินเซียวของตระกูลเกา เทพเจ้าพันกรองค์หนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ในมือถือของวิเศษนานาชนิด พุ่งเข้าปะทะหยวนชี!
"ตู้ม!"
หนึ่งคนหนึ่งงูปะทะกัน เกาหังเชียนถูกแรงสะเทือนจนเลือดลมปั่นป่วน เทพเจ้าพันกรที่อยู่เบื้องหลังก็ถูกสะเทือนจนแขนหักไปไม่น้อย
หางของหยวนชีกวาดมาอย่างแรง ก่อเกิดลมพายุพัดหวีดหวิว หางที่ใหญ่โตมหึมาฟาดเกาหังเชียนพร้อมกับเทพเจ้าพันกรองค์นั้นจนถลารูดไปด้านหลัง
เขาชนเข้ากับกำแพง รู้ตัวว่าท่าไม่ดี จึงตัดสินใจเด็ดขาดเรียกแก่นทองคำออกมา แล้วตวาด "ไอ้ปีศาจ ราชันปีศาจสวี่ต่างหากที่เป็นคู่มือของข้า เจ้าเป็นตัวอะไรฮะ!"
แก่นทองคำเม็ดหนึ่งลอยมา ใหญ่กว่าของเขา แวววาวกว่า พลังเลือดลมเปี่ยมล้นกว่า เป็นแก่นทองคำของหยวนชีนั่นเอง!
แก่นทองคำสองเม็ดปะทะกัน ก่อให้เกิดดินน้ำลมไฟปั่นป่วนบ้าคลั่งไปทั่วบริเวณหลายหมู่!
เกาหังเชียนกระอักเลือด เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบ คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหน้าก็ทิ่มดิน สลบเหมือดไป
หยวนชีเก็บแก่นทองคำ รีบเลื้อยตามสวี่อิงไป สวี่อิงเดินสำรวจรอบลานแห่งนี้ไปหนึ่งรอบแล้ว ไม่พบภาพจิตรกรรมฝาผนังบานนั้น จึงเข้าไปในตำหนักหลังถัดไป
หยวนชีพุ่งพรวดเข้าไป ก็เห็นซื่อจื่อหลี่ถิงซู่กำลังศึกษาและหยั่งรู้ภาพเซียนเหินบนผนังบานหนึ่ง
หยวนชีไม่รอให้สวี่อิงสั่งการ ก็พุ่งเข้าไปทันที อันดับแรกเรียกแก่นทองคำออกมากดทับหลี่ถิงซู่ไว้ จากนั้นก็ตวัดหางกวาดออกไป ซัดหลี่ถิงซู่ที่ตั้งตัวไม่ติดจนปลิวละลิ่ว ไปกระแทกอย่างแรงในระยะห่างออกไปหลายสิบจั้ง
หลี่ถิงซู่แค่นเสียงอู้อี้ ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น พลิกตัวลุกขึ้น ก็ถูกแก่นทองคำของหยวนชีกดทับไว้อีก
หยวนชีใช้ปลายหางเป็นกระบี่ แทงตรงเข้ามา พลางตวาด "ไอ้รนหาที่ตายอย่างเจ้า คู่ควรจะท้าทายท่านอิงด้วยหรือ ผ่านด่านข้าไปให้ได้ก่อนเถอะ!"
แม้หลี่ถิงซู่จะเป็นถึงลูกหลานราชวงศ์ เป็นอัจฉริยะของตระกูลหลี่ มีสติปัญญาเฉียบแหลมเหนือคนทั่วไป ก็ไม่เคยพบเจอคนที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงเช่นนี้มาก่อน
เขาถูกแก่นทองคำของหยวนชีกดข่ม ตบะทั่วร่างไม่อาจรีดเร้นออกมาได้ ถูกปลายหางของหยวนชีแทงเข้าที่หน้าอก ปากกระอักเลือดลอยละลิ่วไปด้านหลัง ในใจรู้สึกคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก
"ข้าไปท้าทายสวี่อิงตอนไหนกัน"
องครักษ์ตระกูลหลี่คนอื่นๆ พากันเข้ามาช่วย ยังไม่ทันได้ลงมือ ก็เห็นซื่อจื่อของตนถูกซัดปลิวออกไป จึงพุ่งเข้าสังหารหยวนชีทันที
หยวนชีนัยน์ตาสาดประกายดุร้าย "พวกเจ้าจะหมาหมู่หรือ ท่านเจ็ดหนิวผู้นี้มีอะไรต้องกลัว!"
พลังเลือดลมของเขาบ้าคลั่ง ปราณกระบี่เป็นกลุ่มก้อนโคจรล้อมรอบตัวราวกับเกล็ดหิมะ พาดผ่านที่ใด กระดูกและเส้นเอ็นล้วนหักสะบั้น ชั่วพริบตาองครักษ์ตระกูลหลี่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า
สวี่อิงกวาดสายตามองอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงดัง "ท่านเจ็ด ไม่อยู่ที่นี่!"
หยวนชีละทิ้งผู้คน ส่งเสียงคำรามไล่ตามไป ติดตามสวี่อิงมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลังถัดไปทันที
"ไม่ต้องตามแล้ว!"
เหล่าองครักษ์กำลังจะไล่ล่าตามไป หลี่ถิงซู่ก็รีบยกมือขึ้น ข่มอาการบาดเจ็บไว้ แล้วกล่าว "ไม่ต้องตามแล้ว! ข้าได้รับบาดเจ็บ หากพวกเจ้าจากไป ข้าคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ รีบมาคุ้มกันข้าเร็ว!"
สวี่อิงเข้าไปในตำหนักหลังถัดไป ก็เห็นภายในตำหนัก พี่น้องสกุลจ้าว จ้าวเซียงไห่และจ้าวจ่งนำกลุ่มปรมาจารย์นั่ว คุ้มกันยอดฝีมือตระกูลไฉ ไฉอู๋ย่ง กำลังหยั่งรู้อักษรจารึกของเซียนยุคเก่าบนผนังอยู่ที่นี่
อักษรจารึกของเซียนยุคเก่านั้น ใช้อักษรนกและหนอน ลึกซึ้งยากจะเข้าใจ ต่อให้ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ทั้งสามจะมีสติปัญญาปราดเปรื่องปานใด ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่อาจตีความตัวอักษรเหล่านี้ได้
สวี่อิงพุ่งเข้ามา หยวนชีไม่พูดพร่ำทำเพลงพุ่งพรวดออกมาจากด้านหลังเขา เรียกแก่นทองคำออกมากดทับทุกคนไว้ แล้วตวาด "พวกเจ้าใช่ไหมที่จะท้าทายอาอิ้ง พวกเจ้านี่เรื่องมากนักใช่ไหม"
เขาเห็นศัตรูมีจำนวนมาก จึงอ้าปากทันที เรียกของวิเศษล้ำค่ามากมายในท้องออกมา บดขยี้ลงไป
พี่น้องสกุลจ้าวและไฉอู๋ย่งคือบุคคลที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลจ้าวและไฉ โดยเฉพาะพี่น้องสกุลจ้าว ต่างก็มีของวิเศษคนละชิ้น ขวานหนึ่งเล่มและกระบองหนึ่งอัน ตบะและฝีมือยังสูงกว่าไฉอู๋ย่งเสียอีก เพียงแต่รากฐานตระกูลจ้าวตื้นเขิน จึงจำต้องพึ่งพิงตระกูลไฉ
ทั้งสามตัดสินใจเด็ดขาด เรียกของวิเศษของแต่ละคนออกมา ปะทะเข้ากับหยวนชี ทำให้หยวนชีรู้สึกรับมือไม่ไหว รีบร้องเรียก "ท่านระฆัง!"
ระฆังใหญ่บินออกมาจากหลังศีรษะของสวี่อิง ส่งเสียงดังกังวานสั่นสะเทือน กดทับบรรดาปรมาจารย์นั่วของตระกูลไฉและตระกูลจ้าวรวมถึงยอดฝีมือรุ่นเยาว์ทั้งสามไว้พร้อมกันจนขยับเขยื้อนไม่ได้!
สวี่อิงกวาดสายตามองอย่างรวดเร็วหนึ่งรอบ พุ่งตัวออกไปด้านนอก พลางตวาด "ไม่ใช่ที่นี่!"
ระฆังใหญ่และงูใหญ่รีบตามไปอย่างลุกลี้ลุกลน หยวนชีกล่าว "ท่านระฆัง ในที่สุดท่านก็ฮึกเหิมแล้ว! เดี๋ยวพอมียอดฝีมือ ท่านช่วยคุมเชิงให้ข้าด้วย!"
ระฆังใหญ่กล่าว "รากวิญญาณวิถีเซียนตั้งมากมายประกอบกันเป็นรากวิญญาณเสี่ยวเสวียนเทียน แก่นแท้วิถีดั้งเดิมต้องมีเยอะจนน่าตกใจแน่ๆ ในอนาคตอาอิ้งต้องถูกปราบปรามแล้วไปเกิดใหม่เป็นคนโง่แหงๆ แก่นแท้วิถีดั้งเดิมเขาก็คงไม่ได้ใช้ พวกเราพี่น้องแบ่งกันคนละครึ่ง ข้าเจ็ดส่วน เจ้าสองส่วน เหลืออีกหนึ่งส่วน ข้าจะเก็บรักษาแทนอาอิ้งเอง"
หยวนชีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยชม "วิชาเลขของท่านระฆัง เรียนมาจากหลี่เซียวเค่อเจ้านายของท่านงั้นหรือ สมแล้วที่มาจากตระกูลนักปอกลอก ของวิเศษจำลองที่หล่อหลอมขึ้นมาก็ยังคิดบัญชีเก่งขนาดนี้"
ระฆังใหญ่ถูกคำพูดประโยคเดียวของเขาทำเอาห่อเหี่ยวไปถนัดตา จากนั้นก็รวบรวมความฮึกเหิม เอ่ยอย่างจริงจังว่า "เสี่ยวชี ข้าอายุมากกว่าเจ้า ข้ายังต้องการแก่นแท้วิถีดั้งเดิมไปชะล้างสิ่งเจือปนในร่างกาย เพื่อไปต่อกรกับระฆังทองคำใบนั้น เจ้าก็สงสารพี่ชายคนนี้หน่อยเถอะ"
หยวนชีกล่าว "ท่านระฆัง อาอิ้งยังไม่ตายเลยนะ พวกเราพูดเรื่องนี้กันเร็วไปหน่อยหรือไม่"
"ก็จริง ไว้รอเขาถูกจับก่อนค่อยว่ากัน"
สวี่อิงพุ่งเข้าไปในตำหนักเซียนหลังถัดไป ก็เห็นมนุษย์ประหลาดสี่แขนจำนวนมากต่างนั่งขัดสมาธิ หันหน้าเข้าหาผนังบานหนึ่งและพินิจดูอย่างเงียบๆ
สวี่อิงพุ่งตัวเข้าไป ระฆังใหญ่บินออกมาจากด้านหลังเขา ส่งเสียงหึ่งๆ กำแพงแสงอันหนาทึบหาใดเปรียบสาดส่องลงมา กดทับมนุษย์ประหลาดสี่แขนทั้งหมดไว้
หยวนชีพุ่งเข้ามา พลางตวาด "ใครกล้าขยับ ข้ากับท่านระฆังจะฆ่าทิ้งเสีย!"
มนุษย์ประหลาดสี่แขนจำนวนมากเหล่านั้นถูกระฆังใหญ่กดทับจนหน้าดำหน้าแดง แต่ละคนเส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผาก พลังเลือดลมบนกระหม่อมพลุ่งพล่าน เรียกแก่นทองคำออกมาทีละเม็ด!
ระฆังใหญ่สะดุ้งตกใจ ในตำหนักเซียนแห่งนี้มีมนุษย์ประหลาดสี่แขนเป็นร้อยคน นึกไม่ถึงว่าล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่บำเพ็ญจนสำเร็จแก่นทองคำ ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง!
ในจำนวนนั้นยังมีอีกหลายคนที่บำเพ็ญจนสำเร็จจิตวิญญาณแรกเริ่ม จิตวิญญาณแรกเริ่มก็เป็นรูปลักษณ์สี่แขนเช่นกัน แข็งแกร่งทรงพลังมาก!
"ท่านระฆังผู้นี้กดทับได้กระทั่งทวยเทพ นับประสาอะไรกับไอ้พวกผีสางที่เพิ่งบำเพ็ญสำเร็จจิตวิญญาณแรกเริ่มอย่างพวกเจ้า!" ระฆังใหญ่ไม่สนใจไยดี เอาแต่กดทับลงไป
ภายใต้ระฆังใหญ่ หญิงสาวคนหนึ่งในนั้นก็คือเยว่หงจู๋ อาการบาดเจ็บยังไม่หายดี เมื่อเห็นสวี่อิงก็รีบเอ่ย "ท่านอาอาจารย์อวิ๋นฟาน เขานี่แหละ!"
อวิ๋นฟานสายตาดุจสายฟ้าฟาด ตกกระทบลงบนร่างสวี่อิง เอ่ยเสียงขรึม "ทุกท่าน ระฆังใบนี้ร้ายกาจนัก บูชายัญแด่เทพมังกรหลงเยวียน ทำลายระฆังใหญ่ใบนี้ซะ!"
ทุกคนตัดสินใจเด็ดขาด พากันหยิบตอไม้ออกมาทีละท่อน ปักลงบนพื้น
ด้านบนสุดของตอไม้เหล่านั้นคือศีรษะคน เป็นปรมาจารย์นั่วของตระกูลใหญ่ต่างๆ พวกเขาถูกตัดหัว นำมาเสียบต่อไว้บนตอไม้ นึกไม่ถึงว่าจะยังมีชีวิตอยู่
ทุกคนร่ายคาถา หัวบนตอไม้เหล่านั้นนึกไม่ถึงว่าปากจะขยับเปิดปิด พึมพำท่องคาถาเช่นกัน
บนตอไม้ ค่อยๆ มีลวดลายเปื้อนเลือดปรากฏขึ้นมา คดเคี้ยวไปมาบนเปลือกไม้ราวกับไส้เดือน
ระฆังใหญ่สัมผัสได้ทันทีถึงพลังประหลาดขุมหนึ่งที่ทะลวงผ่านตัวเอง ไปถึงส่วนลึกของความว่างเปล่า เชื่อมต่อกับห้วงมิติและเวลาอีกแห่งหนึ่ง!
จากนั้น มันก็สัมผัสได้ถึงความคิดอันกว้างใหญ่ไพศาลขุมหนึ่งเชื่อมต่อกับการบูชายัญ!
ส่วนสวี่อิงก็เดินแกมวิ่งมาอยู่เบื้องหน้ามนุษย์ประหลาดจำนวนมาก เงยหน้าพินิจดูภาพจิตรกรรมฝาผนังบานนี้ เห็นเพียงบนนั้นวาดภาพเซียนกระบี่ผู้หนึ่งที่กำลังข้ามทัณฑ์สวรรค์ทะยานเป็นเซียน ที่เอวแขวนน้ำเต้าไว้หนึ่งใบ
เขาหันหลังให้ทุกคน แหงนหน้ามองทัณฑ์สวรรค์บนท้องฟ้า ดูสงบนิ่งเยือกเย็น
"หาเจอแล้ว!"
สวี่อิงดวงตาเป็นประกาย ยื่นมือคว้าไปในภาพนั้นทันที
ภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นเรียบเนียนมาก แต่นึกไม่ถึงว่าฝ่ามือของสวี่อิงจะยื่นเข้าไปในภาพได้ เด็ดเบาๆ ก็สามารถเด็ดน้ำเต้าที่เอวของเซียนกระบี่ในภาพออกมาได้!
ในตอนนั้นเอง เซียนกระบี่ในภาพก็หันหน้ากลับมา สบสายตากับสวี่อิง
สวี่อิงสมองตื้อไปชั่วขณะ เห็นเพียงบนใบหน้าเซียนกระบี่ในภาพสวมหน้ากากหลากสีสัน เผยให้เห็นเพียงดวงตาสองข้าง นั่นคือดวงตาของมนุษย์!
"คนที่อยู่เบื้องหลังของวิเศษวิถีสวรรค์ แท้จริงแล้วซ่อนตัวอยู่ที่นี่มาตลอด!"
สวี่อิงตระหนักรู้ขึ้นมาทันที รีบเก็บน้ำเต้าแล้วพุ่งตัวออกไปนอกตำหนัก พลางตวาด "ท่านระฆัง! รีบถอย!"
ระฆังใหญ่พกหยวนชีพุ่งพรวดออกจากตำหนักเซียนทันที ด้านหลัง พวกอวิ๋นฟานและมนุษย์ประหลาดสี่แขนเพิ่งจะประกอบพิธีบูชายัญเสร็จสิ้น พลังของเทพหลงเยวียนก็ทะลวงฝ่าความว่างเปล่ามา
ในเวลาเดียวกัน เทพเจ้าหัวมังกรร่างคนซึ่งก่อตัวขึ้นจากของวิเศษวิถีสวรรค์องค์นั้น ก็หลุดพ้นมาจากโลกหลากสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง พุ่งทะยานมาทางนี้เช่นกัน
สวี่อิงกระโดดขึ้นไปบนระฆังใหญ่ แล้วตวาด "ท่านระฆัง รีบกลับไปที่ภูเขาหยก!"
พวกอวิ๋นฟานก็พุ่งทะยานออกมาจากตำหนักเซียน ไล่ล่าตามพวกเขามาเช่นกัน
ภายในตำหนักเซียน คนอื่นๆ ก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลง จึงพากันพุ่งตัวออกมาจากตำหนักเซียน
พลังอันกว้างใหญ่ไพศาลและลึกล้ำสองสายโคจรมาบรรจบกันกลางความว่างเปล่า ได้ยินเพียงเสียงหนึ่งระเบิดดังขึ้นกลางความว่างเปล่า "เจ้าเป็นใคร บังอาจมาแอบอ้างเป็นวิถีสวรรค์"
เซียนกระบี่ในภาพเดินลงมาจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง มองไปยังส่วนลึกของความว่างเปล่า พลางหัวเราะร่วน "พวกเจ้าทำวันชิวอีได้ ข้าจะทำวันสืออู่ไม่ได้หรือไง ในอดีตพวกเจ้าแอบอ้างเป็นวิถีสวรรค์ แต่ทำได้ไม่สะอาดพอ ทิ้งอาวุธไว้ในโลกเบื้องล่างบ้าง ข้าก็แค่ถืออาวุธที่พวกเจ้าทิ้งไว้ มาแสดงเรื่องราวที่พวกเจ้าเคยทำในอดีตซ้ำอีกรอบก็เท่านั้น"







