ก่อนที่ชายหนุ่มสองคนจะมาที่สำนักงานกฎหมายไป๋จวิน พวกเขาค้นหาข้อมูลและสอบถามรีวิวเกี่ยวกับสำนักงานนี้มาเรียบร้อยแล้ว
พวกเขามีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานนี้อยู่พอสมควร
ที่พวกเขาลังเลและไม่มาติดต่อทันทีเป็นเพราะพวกเขากำลังพิจารณาว่าจะเลือกสำนักงานกฎหมายไป๋จวินดีหรือไม่
สาเหตุก็คือตอนที่พวกเขาค้นหาข้อมูลของสำนักงานกฎหมายไป๋จวิน พวกเขาเจอ "ความคิดเห็น" หนึ่งเข้า!
ไม่สิ ต้องบอกว่า "คอมเมนต์ของคนคนหนึ่ง" ที่เดือดจัด!
คนนั้นด่ากระหน่ำ!
ด่าเป็นร้อย ๆ คอมเมนต์!
เกือบตลอดเวลา เขาจะเข้ามาโพสต์ด่าสำนักงานนี้
เขาบอกว่าเมื่อสองปีก่อน เขาว่าจ้างสำนักงานกฎหมายไป๋จวินให้ช่วยว่าคดีหย่าร้าง
แต่สุดท้ายซูไป๋กลับใช้ข้อหามีภรรยาหลายคนเล่นงานเขาซะเอง!
ผลลัพธ์คือเขาถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน!
พอออกจากคุกมา บ้านก็ไม่มีแล้ว รถก็หายไป เมียก็เลิกกับเขา
สุดท้ายตัวเขาเองก็เคยติดคุกมาแล้วอีกด้วย!
เขาเลยเกลียดสำนักงานกฎหมายไป๋จวินเข้าไส้!
เพราะเหตุนี้ชายหนุ่มสองคนจึงไม่เชื่อถือคำแนะนำจากสำนักงานกฎหมายใหญ่ที่แนะนำให้พวกเขามาที่นี่
แต่หลังจากพวกเขาตรวจสอบข้อมูล "คดีที่สำนักงานกฎหมายไป๋จวินว่าความในปีนี้" พวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนใจ
เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจลองเข้ามาปรึกษาดูก่อน
ถ้ารู้สึกว่าไม่เวิร์กก็จะเปลี่ยนไปหาสำนักงานอื่น
สำนักงานกฎหมายไป๋จวิน
ภายในห้องทำงาน
ซูไป๋มองดูชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งเข้ามาในสำนักงาน เขาเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
"เชิญนั่งก่อนครับ"
หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสองนั่งลง หลี่เสวี่ยเจินที่ได้สอบถามข้อมูลพื้นฐานของพวกเขาไปก่อนหน้านี้ ก็แนะนำพวกเขาให้ซูไป๋รู้จัก
"ทนายซู คนนี้คือ ‘หลินเฉวียน’ และคนนี้คือ ‘เมิ่งเสี่ยวฝาน’ พวกเขามาปรึกษาคดีความค่ะ พวกเขาเคยติดต่อสำนักงานของเรามาก่อนแล้ว"
"..."
นี่คือเจ้าของคดีที่เฟิงลี่เจียนแนะนำมา! แถมยังอายุไม่มากด้วย!
ซูไป๋ยิ้มและยื่นมือออกไปจับ
"สวัสดีครับ ผมคือซูไป๋ ทนายของสำนักงานกฎหมายไป๋จวิน"
"สวัสดีครับ ทนายซู"
"สวัสดีครับ ทนายซู"
หลินเฉวียนและเมิ่งเสี่ยวฝานจับมือกับซูไป๋ทีละคน
หลังจากทักทายกันเรียบร้อย พวกเขาก็เข้าสู่หัวข้อสำคัญ
ก่อนหน้านี้ซูไป๋ทราบเพียงว่าคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์
มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการลอกเลียนแบบและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
และที่สำคัญที่สุด พวกเขาแพ้ไปแล้วในศาลชั้นต้น
ตอนนี้กำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์
นอกเหนือจากนี้ ซูไป๋ไม่ได้รับข้อมูลที่ละเอียดมากนัก
แต่เมื่อเขาได้ฟังรายละเอียดมากขึ้น เขาก็ชะงักไปชั่วขณะ
คู่กรณีที่พวกเขากำลังฟ้องร้องคือ "เพนกวิน"!
ใช่แล้ว... "เพนกวิน" ตัวนั้น!
บริษัทเทคโนโลยีระดับบิ๊ก ที่ตีปีกกระพือไม่ยั้งในวงการ!
เจ้าของฉายา "ไร้พ่ายแห่งหนานซาน"!
คู่ต่อสู้ที่เรียกได้ว่าโคตรโหด!
การฟ้องร้องบริษัทแบบนี้ไม่ใช่แค่ยาก แต่โคตรจะยาก!
ยิ่งไปกว่านั้น คดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นคดีที่ตัดสินได้ยากมากในประเทศนี้
แม้แต่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก หากพวกเขาละเมิดลิขสิทธิ์จริง ๆ แต่ไม่มีหลักฐานที่สามารถ "ตรึง" พวกเขาได้
การเอาผิดพวกเขาในศาลก็ยังเป็นเรื่องยาก!
นับประสาอะไรกับ "บริษัทระดับบิ๊ก" อย่างเจ้า "เพนกวิน"
ประเด็นสำคัญคือระบบกฎหมายเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศนี้ ยังคลุมเครือมาก!
การพิสูจน์ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์จริงนั้นเป็นเรื่องยากสุด ๆ
ถ้าฝ่ายตรงข้ามจับจุดนี้ได้ พวกเขาสามารถโต้แย้งและหลบเลี่ยงข้อกล่าวหาได้อย่างง่ายดาย!
การฟ้องร้องคดีแบบนี้ แทบไม่มีโอกาสชนะเลย!
หลินเฉวียนและเมิ่งเสี่ยวฝาน สองชายหนุ่มที่เข้ามาในสำนักงานกฎหมายไป๋จวิน ดูเหมือนว่าหลินเฉวียนจะเป็นฝ่ายนำ
หลินเฉวียนสวมเสื้อเชิ้ตลายตารางใส่แว่นตากรอบดำดูแล้วเหมือนโปรแกรมเมอร์หัวกะทิ
เขาเอ่ยขึ้นว่า
"ทนายซู เราถูกแนะนำมาโดยสำนักงานกฎหมายอื่น ได้ยินชื่อเสียงของสำนักงานคุณมาก่อนแล้ว ทนายซูคงพอทราบรายละเอียดของคดีเราแล้วใช่ไหม?"
ซูไป๋พยักหน้ายิ้ม ๆ
"พอทราบมาบ้าง คู่กรณีเป็นบริษัทใหญ่ที่มีทีมกฎหมายที่แข็งแกร่ง เรื่องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และการลอกเลียนแบบ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ทราบ"
หลินเฉวียนเห็นว่าซูไป๋ฟังชื่อ "ไร้พ่ายแห่งหนานซาน" อย่างใจเย็นโดยไม่แสดงท่าทางตื่นตระหนก เขาก็โล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
เกี่ยวกับคดีนี้ พวกเขาไปปรึกษาสำนักงานกฎหมายหลายแห่งในหนานตู
ทุกสำนักงาน เมื่อได้ยินว่าคู่กรณีคือ "ไร้พ่ายแห่งหนานซาน" ก็มีท่าทีลังเลทันที
พอได้ยินว่าคดีเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ทุกสำนักงานก็แทบจะโยนคดีนี้ทิ้งไปเลย!
บางสำนักงาน ตั้งค่าทนายแพงเว่อร์จนพวกเขาจ่ายไม่ไหว
บางสำนักงาน ปฏิเสธตรง ๆ ว่าจัดการคดีนี้ไม่ได้
แต่ตอนนี้ ซูไป๋ดูนิ่งมาก
สิ่งนี้ทำให้หลินเฉวียนรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ซูไป๋เห็นสีหน้าของหลินเฉวียนแล้วก็พอเข้าใจความคิดของเขา
เขาพูดขึ้นมา
"ลองอธิบายคดีนี้ให้ละเอียดกว่านี้หน่อย"
หลินเฉวียนพยักหน้าแล้วเริ่มเล่า
"เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ"
"ผมกับเมิ่งเสี่ยวฝาน เดิมทีเราเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยหนานตู เราเพิ่งจบมาได้หนึ่งปี"
"ตอนที่เรียนปริญญาโท เราสองคนเก่งด้านการเขียนโค้ดและมักจะเขียนเกมเล็ก ๆ ขายหารายได้เสริม"
"พอเราทำเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มสร้างรายได้ เราสองคนก็ตัดสินใจทำเกมอย่างเต็มตัวหลังเรียนจบ"
"เราตั้งสตูดิโอพัฒนาเกมขึ้นมา ขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป"
"โมเดลธุรกิจของเราคือพัฒนาเกมและเผยแพร่ลงแพลตฟอร์มเกมต่าง ๆ รวมถึงมินิเกมในแอปต่าง ๆ"
"แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิดคือหนึ่งในเกมของเรา 'ดังระเบิด' ขึ้นมา!"
"เกมนี้ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ยอดขายก็ดี ทำให้แพลตฟอร์มบางแห่งเริ่มสนใจเรา"
"แพลตฟอร์มนั้นจึงติดต่อเรามาและขอให้เราร่วมมือกับพวกเขา"
"เราก็อยากร่วมมืออยู่แล้วนะครับ แต่เงื่อนไขที่พวกเขาเสนอมามันไม่ยุติธรรมเลย"
"สุดท้ายเราจึงปฏิเสธไป"
"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือเกมของเราถูกลบออกจากแพลตฟอร์มทันที!"
"และหลังจากนั้นไม่กี่วัน พวกเขาก็ปล่อยเกมที่โคตรเหมือนเกมของเราขึ้นมาแทน!"
"เราเลยฟ้องร้องพวกเขาในศาลชั้นต้นแต่เราแพ้!"
ขณะที่เล่าเรื่อง หลินเฉวียนกำมือแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
สิ่งที่ทำให้เขาโกรธที่สุดไม่ใช่แค่การลอกเลียนแบบ!
แต่พวกเขาถูกบังคับให้หายไปจากแพลตฟอร์มแล้วถูกขโมยไอเดียไปหน้าตาเฉย!
เหมือนโดน "แบนหายไป" แล้วถูกแทนที่ด้วยของก็อปปี้!
ซูไป๋ฟังจบ เขาพยักหน้าช้า ๆ
เขาเข้าใจความโกรธของพวกเขาดี
ทำเกมมาทั้งชีวิต พอเกมดังขึ้นมา ดันถูกบริษัทใหญ่ขโมยไปหน้าตาเฉย!
ไม่ใช่แค่ขโมยไปแต่ยัง "กำจัดต้นฉบับทิ้ง"
นี่มันเหมือนอะไรน่ะเหรอ?
มันเหมือนกับว่า
"ฉันสู้ไม่ได้ งั้นฉันแบนเธอเลยก็แล้วกัน"
"ไม่ต้องคุยเหตุผลหรอก ฉันมีอำนาจ ฉันโกงได้!"
เจอสถานการณ์แบบนี้ ใครจะไม่โกรธ?
เจ้า ‘เพนกวิน’ นี่ ตบหน้าคนไม่ยั้งเลยจริง ๆ!
ซูไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง
"แพ้คดีในศาลชั้นต้น เรื่องนี้ไม่แปลกเลย"
"ไร้พ่ายแห่งหนานซานมีทีมกฎหมายระดับประเทศ"
"ให้ทีมกฎหมายระดับนี้ไปฟ้องร้องกับสตูดิโอเกมเล็ก ๆ มันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก"
เจ้าตัวเพนกวินนี่ แค่สะบัดปีกทีเดียว ก็อัดคู่ต่อสู้ลงไปนอนได้เลย
หลังจากฟังจบ ซูไป๋เริ่มปวดหัว
"คดีนี้ไม่ได้หาเงินง่าย ๆ เลยแฮะ!"
"เงินที่ได้จากคดีนี้ทั้งหมดก็คือเงินค่าเหนื่อยล้วน ๆ!"







