หยางเหวินตงพยักหน้ากล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วเหมือนกัน ทางมหาวิทยาลัยฮ่องกงก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เราสามารถใช้เรื่องนี้เป็นจุดขาย ทำโฆษณาอย่างเป็นทางการได้แล้ว”
ช่วงนี้ เขามุ่งความสนใจหลักไปที่การขยายกำลังการผลิตของโรงงานโพสต์อิทรุ่นใหม่ เพราะนั่นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ส่วนรูบิกนั้นยังไม่เร่งรีบ
แม้ว่าในที่สุดรูบิกก็จะสามารถโปรโมตไปทั่วโลกได้ แต่ขนาดของอุตสาหกรรมก็คงไม่อาจเทียบได้กับโพสต์อิท เพราะรูบิกเป็นเพียงของเล่น ในขณะที่โพสต์อิทเป็นของใช้สิ้นเปลืองที่คนหลายร้อยล้านคนอาจต้องใช้ระยะยาว
เขาทำรูบิก เพราะมองว่านี่คือบันไดก้าวแรกสู่การเข้าสู่อุตสาหกรรมของเล่น ถ้ารูบิกขายดี ก็จะมีพ่อค้าของเล่นเข้ามาติดต่อเอง หรือเขาก็สามารถเจรจากับพวกเขาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ดีได้ และนั่นแหละคือจุดสำคัญที่สุด
เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมของเล่นแล้ว อุตสาหกรรมโพสต์อิทถือว่าธรรมดาไปเลย แม้ว่าการแข่งขันจะดุเดือด แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ศักยภาพยังคงมีอยู่มาก
เว่ยเจ๋อเทากล่าวว่า “งั้นผมจะติดต่อหนังสือพิมพ์ที่ฮ่องกง คุณหยางมีเล็งไว้บ้างไหมครับว่าอยากลงโฆษณากับสำนักไหน?”
“หมิงเป้า คุณเคยได้ยินไหม?” หยางเหวินตงถาม
“หมิงเป้าเหรอ? ไม่เคยได้ยินแฮะ” เว่ยเจ๋อเทาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “อาจเพราะผมอ่านหนังสือพิมพ์น้อยเกินไปก็ได้”
หยางเหวินตงส่ายหน้ายิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าคุณอ่านน้อยหรอก หมิงเป้าน่ะ เป็นหนังสือพิมพ์ใหม่ เพิ่งเปิดต้นปีนี้เอง คุณไม่รู้จักก็ไม่แปลก”
“แต่เจ้าของหมิงเป้าน่ะ คุณต้องรู้จักแน่นอน เขาคือ ‘กิมย้ง’”
“กิมย้ง? คนที่แต่งนิยายเรื่องมังกรหยกนั่นน่ะเหรอ?” เว่ยเจ๋อเทาพอได้ยินชื่อก็รู้จักทันที
“ใช่ เขานั่นแหละ” หยางเหวินตงพยักหน้ากล่าวว่า “เขาก่อตั้งหนังสือพิมพ์ของตัวเอง แล้วก็เริ่มลงนิยายในหนังสือพิมพ์ของเขาเองด้วย”
เว่ยเจ๋อเทาสนใจขึ้นมาทันที ถามว่า “นิยายเรื่องใหม่ของคุณกิมย้งออกมาแล้วเหรอ? ชื่อเรื่องอะไร? ผมน่ะชอบนิยายของเขามากเลยนะ มังกรหยก นี่ผมอ่านซ้ำหลายรอบแล้ว”
“ชื่อตำนานวีรบุรุษอินทรี” หยางเหวินตงย้อนถามว่า “คุณบอกว่าชอบนิยายของเขาไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่ตามเรื่องใหม่ล่ะ?”
เว่ยเจ๋อเทาหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดว่า “ผมไม่ค่อยชอบตามอ่านจากหนังสือพิมพ์น่ะ วันหนึ่งได้แค่นิดเดียวเอง ประมาณ 2,000 ตัวอักษรเอง เหนื่อยจะตาม ผมรอให้ออกครบก่อนดีกว่า พอรวมเล่มอ่านทีเดียว สะดวกกว่า ได้อารมณ์กว่าด้วย”
“อืม ก็มีเหตุผลนะ” หยางเหวินตงยิ้มแล้วพูดว่า “แต่ถ้าทุกคนคิดเหมือนคุณ งั้นคุณกิมย้งจะขายหนังสือพิมพ์ให้ใครล่ะ? เขาก็หวังจะให้คนตามอ่านนิยายแล้วซื้อหนังสือพิมพ์เขานั่นแหละ”
เว่ยเจ๋อเทายักไหล่ “ก็ยังมีคนอีกมากที่ชอบตามอ่านน่ะครับ”
“ก็ได้ๆ” หยางเหวินตงไม่ได้ใส่ใจมาก แล้วพูดต่อว่า “นิยายเล่มใหม่ของเขา คุณก็รอให้เขาแต่งจบก่อนแล้วค่อยอ่านก็ได้”
ถ้าประวัติศาสตร์ไม่เปลี่ยน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื้อเรื่อง NTR ของ เซียวเหล่งนึ่ง จะทำให้คนทั้งฮ่องกงฮือฮา หมิงเป้าจะถูกเอาน้ำมันไปราด โดนโจมตีจนโด่งดังไปอีก
ถึงแม้ไม่รู้ว่ากิมย้งเขียนแบบนั้นทำไม บ้างก็ว่าเขาเขียนเพราะจีบ “เจ้าหญิงของวงการ” อย่าง “เมิ่งเซี่ย” ไม่ติด บ้างก็ว่าให้คนอื่นเขียนแทน แต่ต้องยอมรับว่า เพราะเรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของกิมย้งโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก
แม้กระทั่งในยุค 50 คนก็ยังคาดหวังให้พระเอกต้อง “โดนรังแก โดนซ้อม โดนบีบให้โดดหน้าผา” ได้ แต่ตัวนางเอกต้องไม่มีใครแตะต้อง ถึงอย่างนั้น เพราะฝีมือการเขียนของกิมย้งเก่งมาก เนื้อเรื่องก็ดีมาก และในยุคนั้นคนไม่มีตัวเลือก ก็เลยจบๆ กันไปแบบนั้น
แม้แต่คนรุ่นหลังยังยอมรับกันโดยปริยาย แต่ถ้าใครสักคนกล้าเขียนนิยายแนวนี้อีกละก็ รับรองโดนถล่มเละ
เว่ยเจ๋อเทากล่าวว่า “งั้นผมจะไปคุยกับหมิงเป้าดู ว่ามีตำแหน่งโฆษณาตรงไหนเหมาะบ้าง”
หยางเหวินตงพยักหน้า “อืม ไปหาฮ่าวอวี่ดูสิ เขาเคยลงโฆษณาแผ่นกาวดักหนู กับธุรกิจกำจัดหนู ก็ใช้หมิงเป้าเหมือนกัน”
“แผ่นกาวดักหนูเหรอ?” เว่ยเจ๋อเทานึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผลของโฆษณาดีไหม? ช่วงนี้เรื่องโพสต์อิทก็ใกล้จบแล้ว ผมก็กะจะหันมาโฟกัสเรื่องนี้มากขึ้นหน่อย”
“ได้ยินว่าดีนะ ยอดขายขึ้นมาหน่อย” หยางเหวินตงกล่าวว่า “การลงโฆษณาที่ฮ่องกง จริงๆ แล้วก็เป็นการทดลองผล ถ้าผลดี ก็สามารถใช้เป็นข้อมูลในการเจรจากับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่อื่นๆ ได้”
ฮ่องกงก็แค่มีประชากรประมาณ 3 ล้าน ตลาดก็มีขนาดจำกัด สินค้านอกจากอสังหาริมทรัพย์ ก็ควรเน้นการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าประเภทอุตสาหกรรม ยิ่งจำเป็นต้องเน้นเลย
แต่ไม่ว่าจะเป็นการหาตัวแทนจำหน่าย หรือการจะเจรจาเงื่อนไขที่ดีในการร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย ก็จำเป็นต้องสร้างผลงานในตลาดฮ่องกงก่อน
เว่ยเจ๋อเทา พยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็จริง ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ วิธีขายแผ่นดักหนูของเราก็คือ ใครมีเงินมาซื้อของเราก็ขายให้หมด”
“วิธีแบบนี้ใช้ได้ในช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าอยากทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีผลงานที่ดีที่สุด ยังไงก็ต้องมีตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวที่มีทรัพยากรเพียงพอ”
“ใช่แล้ว” หยางเหวินตง พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดังนั้น ต่อไปเราก็ต้องหาพันธมิตรที่มีความสามารถในตลาดสำคัญ ๆ เพื่อร่วมมือกันระยะยาว เหมือนกับที่ 3M ร่วมมือกับเราขายโพสต์อิทนั่นแหละ
ส่วนตลาดเล็ก ๆ อื่น ๆ ในระยะสั้นก็ยังคงใช้วิธีแบบปัจจุบันไปก่อน”
การสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายให้สมบูรณ์แบบนั้นต้องใช้เวลานาน ในช่วงเริ่มต้น ก็ต้องให้ความสำคัญกับตลาดใหญ่ที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เช่น ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ
“โอเค” เว่ยเจ๋อเทา พยักหน้าและพูดว่า “ช่วงนี้ผมก็ว่างอยู่บ้าง เดี๋ยวผมจะไปหาตัวแทนจำหน่ายดู เผื่อจะหาคนที่เหมาะสมได้”
“ดีเลย เรื่องนี้ต้องรีบทำแล้ว ไม่งั้นก็จะพลาดช่วงหน้าร้อนของซีกโลกเหนืออีก” หยางเหวินตงพูดเสริม
ตอนนี้โรงงานของพวกเขาในฮ่องกงก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางแล้ว หากโรงงานใหม่สร้างเสร็จ ก็จะกลายเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงอย่างแน่นอน
ในยุคนั้น อุตสาหกรรมในฮ่องกงส่วนใหญ่เป็นแบบขนาดเล็ก ไม่ค่อยมีโรงงานใหญ่ จะมีก็แค่หลี่เจียเฉิงที่ทำให้ดอกไม้พลาสติกกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมฮ่องกง
แม้แต่ในอนาคต อุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า หรือของเล่น ที่จะเติบโตขึ้นมาก ก็ยังไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นในตอนนี้
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะแล้วพูดว่า “ยังมีอีกเรื่อง โรงงานเก่าของลี่หมิงก็เริ่มไม่พอใช้งานแล้ว เขามาหาผมหลายครั้ง อยากจะเช่าที่เพิ่ม
เดิมทีตั้งใจว่าจะย้ายที่นี่ให้เขาทีหลัง แต่ตอนนี้รอไม่ไหวแล้ว”
หยางเหวินตงดื่มชาแล้วพูดว่า “จริง ๆ ก็ได้นะ การผลิตแผ่นดักหนูเน้นใช้แรงงาน ขอแค่มีที่ก็พอ
แผนเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ธุรกิจดีเกินคาดก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
งั้นก็ให้เช่าโกดังแยก แล้วปรับปรุงเร็ว ๆ ใช้เป็นสายการผลิตแผ่นดักหนูไปก่อน ส่วนที่นี่ไว้ค่อยว่ากันอีกที”
ในระยะสั้น ผลิตภัณฑ์หลักสองตัวของพวกเขาก็กำลังจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมาก แม้ว่าจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า แต่หลายๆ เรื่องก็ไม่ได้เป็นไปตามคาด
อย่างเช่นแผ่นดักหนู มันขายดีมาก ส่งไปที่ไหนก็ขายได้หมด ทั้งที่ยังไม่มีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแรง
เว่ยเจ๋อเทานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้ลูกค้าหลายคนอยากได้ของเร็ว ก็เริ่มจ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าแล้ว หรือเราจะขึ้นราคาก็ได้ จะได้บรรเทาปัญหากำลังผลิต”
“ก็ดีเหมือนกัน” หยางเหวินตงพยักหน้า “ผมเดาว่าคนที่ซื้อแผ่นดักหนูจากเรา พอส่งถึงจุดหมายก็อาจจะเอาไปขายแพงขึ้นอีก”
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะแล้วพูดว่า “เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอก เราไม่จำเป็นต้องรู้ ขอแค่ของเราขายดี ขาดตลาด ก็แปลว่าราคาต่ำไปแล้ว”
หยางเหวินตงพูดว่า “ใช่ ช่วงนี้เรามัวแต่ไปสนใจเรื่องโพสต์อิทกับเรื่องเงินกู้ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องแผ่นดักหนูเลย
ขึ้นราคาก็เป็นไอเดียที่ดี แต่จะขึ้นเท่าไหร่ดีล่ะ? อันนี้ตัดสินใจยากหน่อย”
เว่ยเจ๋อเทาคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “เราตัดสินใจเองอาจไม่แม่น ก็ลองถามความคิดเห็นจากตัวแทนจำหน่ายดูก็ได้”
“แล้วจะใช้เหตุผลอะไรในการขึ้นราคา?” หยางเหวินตงถามต่อ “ถึงแม้จะเป็นสิทธิของเรา แต่ก็ควรมีเหตุผลประกอบ ไม่ควรพูดแบบตรง ๆ”
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่ยากเลย บอกว่า ราคากาวที่เราซื้อมาจากญี่ปุ่นแพงขึ้น หรือกระดาษแข็งที่ใช้ก็แพงขึ้น อะไรก็ว่าไป
พวกเขาก็ไม่ตรวจสอบกันจริงจังหรอก ทุกคนก็รู้ ๆ กันอยู่ แม้จะมีบางคนไปตรวจสอบจริง ๆ แล้วจับได้ ก็ไม่เป็นไร คนแบบนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องร่วมงานด้วย”
“อืม พวกนั้นไม่น่าจะโง่ขนาดนั้นหรอก รู้กันอยู่ในวงการ” หยางเหวินตงหัวเราะเบา ๆ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ “เจ้าจ้าวเฉิงกวงกับอันหย่งเฉียง ไม่ต้องขึ้นราคาให้พวกเขานะ ตอนนั้นพวกเขาช่วยผมไว้เยอะมาก ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณเล็ก ๆ ละกัน”
ด้วยสถานการณ์ธุรกิจของหยางเหวินตงในตอนนี้ ตลาดในฮ่องกงไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจมากนักแล้ว แต่สองคนนั้นเคยช่วยเหลือเขาไว้ แม้ตอนนี้จะไม่มีบทบาทมากนักก็ตาม
แต่ฮ่องกงก็เป็นจุดเริ่มต้นของเขา การรักษาความสัมพันธ์ไว้ก็เป็นเรื่องดีในระยะยาว และในอนาคต ผลิตภัณฑ์ของเขาก็ยังต้องเริ่มต้นจากการทำตลาดในฮ่องกงอยู่ดี พวกเขาก็ยังมีประโยชน์อยู่
อีกอย่าง คนที่เคยช่วยเหลือเขาในการเริ่มต้นธุรกิจก็มีบุญคุณอยู่ไม่น้อย เขาเองก็อยากจะตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ เหมือนกัน
เว่ยเจ๋อเทากล่าวตอบว่า “ตกลงครับ ยังไงตลาดที่ฮ่องกงก็ไม่ได้ใหญ่เท่าไร โรงงานของเรายังต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น”
หยางเหวินตงพยักหน้า จากนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามว่า “จริงสิ ตั้งแต่สองปีก่อน ดอกไม้พลาสติกจากฮ่องกงก็ดังมากๆ หลังจากนั้นโรงงานในฮ่องกงมีการขึ้นราคากันบ้างไหม?”
“ไม่มีครับ” เว่ยเจ๋อเทาส่ายหัวตอบ “ดอกไม้พลาสติกไม่ใช่ว่าจะมีแค่โรงงานเดียวที่ทำได้ บางโรงงานขายดีเพราะนอกจากคุณภาพดี ดอกไม้สวยแล้ว สิ่งสำคัญคือราคาถูก พวกเขาควบคุมต้นทุนได้ดีมาก
เพราะฉะนั้นถ้าขึ้นราคาไป จะกลายเป็นส่งลูกค้าไปให้เจ้าอื่นแทน จุดนี้เรากับพวกเขาก็ยังต่างกันอยู่ อย่างน้อยในมุมของความถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีแต่เราเท่านั้นที่ผลิตได้”
หยางเหวินตงหัวเราะถามว่า “ดอกไม้พลาสติกไม่มีสิทธิบัตรเหรอ?”
“มีครับ” เว่ยเจ๋อเทาตอบ “แต่อย่างนี้ครับ ของพวกนี้มีมานานแล้ว แค่เมื่อก่อนผลิตได้ไม่ดีหรือมีต้นทุนสูง เลยไม่มีสิทธิบัตรการประดิษฐ์
แต่พวกสิทธิบัตรด้านเทคนิคหรือกรรมวิธีนั้นมีอยู่บ้างนะ แต่แต่ละเจ้าก็มีเทคโนโลยีของตัวเอง ไม่ได้ละเมิดกัน และอีกอย่าง ต่อให้มีคนแอบเอาเทคโนโลยีคุณไปใช้ในโรงงานตัวเอง คุณจะฟ้องเขายังไงล่ะ? มีหลักฐานไหม?
หน้าตาของดอกไม้พลาสติกมันไม่ได้บอกอะไรเลย”
หยางเหวินตงพยักหน้าและพูดว่า “ก็จริง สิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีนั้นในทางกฎหมายแล้วคุ้มครองยาก ไม่เหมือนพวกสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ที่เห็นก็รู้เลย”
เทคโนโลยีสำคัญก็จริง แต่ในความเป็นจริง การปกป้องสิทธิ์นั้นมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มองไม่เห็นในตัวสินค้า หากโดนละเมิดจนสิทธิบัตรหมดอายุ ผู้คิดค้นก็อาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
แม้รู้ก็อาจทำอะไรไม่ได้ เพราะการจะฟ้องร้องได้ต้องมีข้อมูลจากโรงงานของคู่กรณีเยอะมาก และข้อมูลพวกนั้นในศาลก็ต้องได้มาอย่างถูกกฎหมายอีก ซึ่งมันก็เหมือนเจอบั๊กระบบกฎหมายเลย…
เว่ยเจ๋อเทากล่าวต่อว่า “อีกเหตุผลหนึ่งคือพวกตัวแทนจำหน่ายของโรงงานส่วนใหญ่ก็มีการกำหนดไว้แล้ว แต่ละพื้นที่มีตัวแทนจำหน่ายเฉพาะราย
หลายรายก็เป็นคู่ค้ากันมานาน เลยไม่เหมาะจะขึ้นราคา แม้แต่จะขึ้นราคาก็ต้องรอถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ก่อน”
“ใช่เลย พวกเรากับ 3M ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน” หยางเหวินตงพยักหน้าตอบ
ตัวแทนจำหน่ายเฉพาะรายกับโรงงานก็มักจะมีสัญญาระบุราคาชัดเจน จะขึ้นราคาก็ยาก โดยเฉพาะถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่ตัวแทนมีอำนาจต่อรองสูง
เว้นเสียแต่จะเป็นบริษัทอย่างโคคาโคลา ที่ถึงจะมีตัวแทนเฉพาะราย ก็ยังสามารถต่อรองกลับได้
เว่ยเจ๋อเทากล่าวอีกว่า “ส่วนจะขึ้นราคาเท่าไร เดี๋ยวอีกไม่กี่วันผมจะลองไปหยั่งเชิงตัวแทนจำหน่ายก่อน แล้วจะแจ้งให้คุณทราบ เพื่อจะได้ตัดสินใจกันร่วมกัน”
“โอเค” หยางเหวินตงเห็นด้วย เพราะการขึ้นราคานั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก ต่อให้เขาเป็นเจ้าของ ก็ยังต้องปรึกษาคนรอบข้าง
เว่ยเจ๋อเทาเก็บพิมพ์เขียวบนโต๊ะเตรียมตัวจะกลับ แต่จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ พูดว่า “จริงสิ เกือบลืมไปเลย คุณหยาง อีกไม่กี่วันคุณต้องไปที่โรงงานใหม่ด้วยนะ เราต้องไปทำพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มงานก่อสร้าง”
“พิธีบวงสรวง?” หยางเหวินตงงงนิดหน่อย ถึงแม้เขาเคยได้ยินคำนี้มาก่อน โดยเฉพาะในวงการภาพยนตร์ฮ่องกงที่นิยมทำกัน แม้แต่ในศตวรรษที่ 21 ก็ยังมีธรรมเนียมนี้อยู่
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะและพูดว่า “ใช่ครับ อาคารขนาดใหญ่ในฮ่องกงเวลาจะเริ่มก่อสร้างมักจะมีพิธีบวงสรวง
โดยทั่วไปก็เพื่อขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ถ้าเป็นโรงงาน ขนาดเล็กอาจไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ยังไงก็ต้องทำครับ”
“อืม ได้!” หยางเหวินตงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมรับ
เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม ถึงแม้เขาจะมาจากศตวรรษที่ 21 ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนธรรมเนียมของฮ่องกงในยุค 50 แค่ร่วมสนุกก็เท่านั้นเอง
เว่ยเจ๋อเทาถามต่อว่า “แล้วจะเชิญคนอื่นมาด้วยไหมครับ หรือจะเรียกนักข่าว?”
“นักข่าวไม่ต้องหรอก พวกเราไม่ได้ถ่ายหนัง…” หยางเหวินตงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ถ้าจะเชิญคนอื่น ก็เรียกพวกเพื่อนๆ จากห้างร้านที่เคยร่วมงานกับเรามาดีกว่า”







