(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 443
บทที่ 443 แฟนสาวแซ่หวง สัตว์มีกระดูกสันหลังวงศ์พังพอน
เฉินหยูเพิ่งปรากฏตัว ก็ทำเอาทุกคนตกใจแทบตาย
ไม่มีเหตุผลอื่นใด
เสียงเรียก "พ่อ ช่วยหนูด้วย" นั้น
ดันออกมาจากปากของสัตว์ในมือเฉินหยู
เป็นที่รู้กันดีว่า มีแค่นกแก้ว นกขุนทอง และนกอีกไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่พูดภาษามนุษย์ได้
สิ่งที่เฉินหยูหิ้วอยู่ในมือ มีขนสีเหลือง และมีใบหน้าเล็กๆ สุดน่ารัก
ดูคล้ายสุนัขจิ้งจอกนิดๆ และคล้ายหนูตัวเบ้อเริ่มหน่อยๆ
"หมอเฉิน สิ่งที่คุณหิ้วอยู่ในมือคือตัวอะไรเหรอครับ?"
สำหรับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเฉินหยู บนใบหน้าของต่งหมิงซานไม่มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
เขาสงสัยมากกว่าว่าสิ่งที่เฉินหยูหิ้วอยู่นั้น มันคือตัวอะไรกันแน่
เฉินหยูพูดยิ้มๆ ว่า "ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักหน่อยนะครับ ตัวที่อยู่ในมือผม... ไม่สิ หญิงสาวในมือผมคนนี้บ้านเกิดอยู่ตงเป่ย เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง วงศ์พังพอน สกุลพังพอน"
"ชื่อสัตว์คือเพียงพอนเหลือง แต่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกพวกมันว่าพังพอนมากกว่า"
"ชื่อจริงคือหวงซูหนวี่ ตอนนี้ชื่อว่าหวงหยาเหวิน"
พอคำว่าหวงหยาเหวินหลุดออกมา ต่งหมิงสุ่ยก็ล้มดังตุ้บลงไปกองกับพื้น
ชาวบ้านรอบๆ ตัวสั่นเทาเหมือนคนจับไข้
พวกเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้ดีเกินไป แฟนเก่าของต่งหมิงสุ่ยก็ชื่อหวงหยาเหวิน
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของพรตอวิ๋นเซียวสั่นกระตุก กัดฟันกรอดราวกับอยากจะฉีกเนื้อเฉินหยูกินทั้งเป็น
เฉินหยูเขย่าพังพอนในมือ แล้วแค่นหัวเราะ "พวกหมอผีจอมปลอมที่ชอบทำตัวลึกลับหลอกลวงชาวบ้าน ผมก็เคยเห็นมาบ้างแล้ว แต่สัตว์ที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ แถมยังใช้คราบนักพรตมาหลอกลวงคนอื่นเนี่ย ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย"
"หึๆๆ ตาเฒ่า คุณจะสารภาพเอง หรือจะให้ลูกสาวคุณสารภาพล่ะ?"
สิ้นเสียงพูด ผู้คนรอบๆ ก็พากันถอยกรูดอย่างรวดเร็วราวกับหลบโรคระบาด
ถอยห่างจากพรตอวิ๋นเซียวที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นไปไกลลิบ
ต่อให้เป็นคนโง่ ก็ยังดูออกว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น
พังพอนพูดภาษามนุษย์ได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นปีศาจ
ส่วนพรตอวิ๋นเซียว ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นพ่อแท้ๆ ของพังพอนตัวนี้
และเป็นปีศาจเหมือนกัน
"ช่างเป็นพวกนอกรีตที่ไร้ความรู้จริงๆ! ไม่รู้ว่าแกไปหาปีศาจมาจากไหน ถึงได้คิดจะใช้มันมาแกล้งโดนชนเพื่อเรียกเงินประกัน ใส่ร้ายป้ายสีว่าอาตมาเป็นปีศาจเหมือนกัน ช่างมีจิตใจชั่วช้าสามานย์นัก!"
พรตอวิ๋นเซียวชักดาบไม้ท้อที่สะพายอยู่บนหลังออกมา แล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราด "ไอ้หนู อาตมากับแกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"
"พ่อ เรื่องของเราความแตกแล้ว พ่ออย่าฝืนอีกเลย"
คำพูดประโยคเดียวของพังพอนน้อย หักหน้าพรตอวิ๋นเซียวเข้าอย่างจัง
"ผู้อาวุโสเฉินท่านนี้เก่งกาจมาก ตบหนูทีเดียวก็คืนร่างเดิมเลย"
"แถมยังโผล่มาที่นี่ได้ในพริบตา พ่ออย่าไปสู้กับเขานะ ไม่งั้นเดี๋ยวก็ตายหรอก"
"อะไรนะ?!"
พรตอวิ๋นเซียวเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ตัวเขาบำเพ็ญตบะมาห้าร้อยปี ส่วนลูกสาวบำเพ็ญตบะมาสองร้อยปี
ต่อให้ตบะของลูกสาวจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเขา แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกคนตบทีเดียวจนคืนร่างเดิม
เฉินหยูโยนพังพอนน้อยในมือทิ้งไป แล้วยิ้มบางๆ "ดูท่าทาง พ่อของเธอคงไม่คิดจะสารภาพดีๆ แล้วล่ะ"
"ผู้อาวุโสเฉินโปรดระงับโทสะ หนูจะสารภาพตามตรง เพื่อขอรับการลดหย่อนโทษค่ะ"
หลังจากที่พังพอนน้อยได้เจอเฉินหยู มันก็ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก
ขวัญหนีดีฝ่อไปตั้งนานแล้ว
อย่าเห็นว่าใบหน้าของเฉินหยูเปื้อนยิ้มเชียว ลงมือโหดเหี้ยมสุดๆ
แค่ขยับตัวนิดเดียว ก็ทำลายค่ายกลและค่ายกลกับดักนับไม่ถ้วนที่พ่อของมันตั้งไว้ในภูเขาจนพังพินาศ
ไม่รู้จักทะนุถนอมสตรีเอาซะเลย
ตบมันฉาดเดียวจนคืนร่างเดิม
มันเป็นแค่เด็กอายุสองร้อยปี จะเคยเห็นพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ได้ยังไง
ถึงกับถูกทำให้ตกใจจนทรุดฮวบไปเลย
จากนั้น ก็ได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟเหาะบนบกไปหนึ่งรอบ
อย่างที่เฉินหยูพูด พังพอนน้อยที่ใช้ชื่อปลอมว่าหวงหยาเหวินกับพรตอวิ๋นเซียวเป็นพ่อลูกกันแท้ๆ
ขณะเดียวกัน มันก็ยังเป็นแฟนสาวของต่งหมิงสุ่ยด้วย
ที่เข้าหาต่งหมิงสุ่ยก็เพื่อบรรลุเป้าหมายที่บอกใครไม่ได้
นึกไม่ถึงว่าจะถูกต่งหมิงซานจับพิรุธได้
แล้วจับพวกเขาสองคนแยกกัน
พังพอนเฒ่าอาศัยจังหวะที่แม่ของตระกูลต่งเสียชีวิต วางแผนทำให้โลงศพขยับไม่ได้
จากนั้นก็แปลงกายเป็นนักพรตเข้าหาต่งหมิงสุ่ย แล้วชี้ให้เห็นถึงเรื่องประหลาดที่ตระกูลต่งกำลังเผชิญ
หลังจากแผนการถูกเฉินหยูทำลาย พรตอวิ๋นเซียวก็คิดแผนใหม่ขึ้นมาซ้อนอีกแผน
โดยการควบคุมศพให้กลับมาที่ตระกูลต่ง เพื่อข่มขวัญทุกคนให้หวาดกลัว
จากนั้นก็ปรากฏตัวในฐานะผู้กอบกู้ สนับสนุนให้ต่งหมิงสุ่ยขึ้นเป็นผู้นำ แล้วให้เขากับลูกสาวได้กลับมาสานต่อความสัมพันธ์กันอีกครั้ง
ส่วนเรื่องที่จะไปแก้บนที่แดนสวรรค์ถ้ำวิเศษอะไรนั่น พรตอวิ๋นเซียวแต่งเรื่องขึ้นมาทั้งนั้น
แดนสวรรค์ถ้ำวิเศษหนึ่งร้อยแปดแห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ถ้าจะเดินทางไปให้ครบทุกที่ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายปี
ในระหว่างนั้น พรตอวิ๋นเซียวกับลูกสาวก็จะขนทรัพย์สินของตระกูลต่งไปจนหมดเกลี้ยง
"นี่... นี่เธอพูดความจริงทั้งหมดเลยเหรอ?"
ต่งหมิงสุ่ยตกตะลึงอย่างหนัก
แฟนสาวที่เขาเคยมองว่าเป็นดั่งแสงจันทร์นวลผ่องในดวงใจ กลับกลายเป็นปีศาจซะงั้น
เป้าหมายที่เข้าหาเขา ก็เพื่อหวังฮุบสมบัติของตระกูลต่ง
ปีศาจใช้ความสวยมาหลอกเอาเงิน
แม่ร่วง ละครน้ำเน่ายังไม่กล้าแต่งบทแบบนี้เลย!
คนที่ตกตะลึงไม่แพ้กัน ก็คือบรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ที่นี่
ในตำนานหลายเรื่อง มักจะมีเรื่องราวของปีศาจที่แปลงกายเป็นมนุษย์ มาทำร้ายคนหรือกินคน
แต่ปีศาจที่มาหลอกเอาสมบัติเนี่ย ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
พังพอนน้อยแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจราวกับมนุษย์
ขาทั้งสี่แนบติดกับพื้น ก้มหน้าลงแล้วพูดว่า "หมิงสุ่ย ฉันขอโทษ ที่ฉันกับพ่อทำแบบนี้ ก็เพราะไม่มีทางเลือกจริงๆ"
"ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เครื่องบรรณาการที่ต้องจ่ายของปีนี้ พวกเรายัง..."
"ไม่ต้องพูดแล้ว!!!"
พรตอวิ๋นเซียวตวาดเสียงแข็งขัดจังหวะลูกสาว แล้วพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม พยายามจะคว้าตัวลูกสาวที่อยู่บนพื้น
"เพียะ!"
สิ้นเสียงตบฉาดใหญ่ พรตอวิ๋นเซียวก็กระเด็นออกไปไกลหกเจ็ดเมตร ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
เฉินหยูสะบัดมือขวาไปมา แล้วพูดว่า "เล่าต่อไปสิ"
พังพอนน้อยมองไปที่พรตอวิ๋นเซียวซึ่งอยู่ไกลออกไป แล้วพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า "ฉันกับพ่อหนีภัยมาที่นี่ หลบซ่อนตัวมาได้ประมาณร้อยกว่าปีแล้ว"
"ตามกฎแล้ว ทุกๆ ปีพวกเราต้องส่งมอบเครื่องบรรณาการก้อนโตให้กับผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง เพื่อแลกกับการคุ้มครองจากเขา"
จากนั้น พังพอนน้อยก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
สองพ่อลูกมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตงเป่ย
เป็นหนึ่งในห้าตระกูลเซียนใหญ่ สายเซียนหวง
เมื่อร้อยกว่าปีก่อน พรตอวิ๋นเซียวทำผิดกฎของเซียนป่าเพราะต้องการเครื่องหอมบูชา
รู้อยู่แก่ใจว่าคราวนี้ต้องตายแน่ๆ จึงพาลูกสาวหนีเข้ามาในด่าน
ตั้งแต่โบราณกาล ด่านนอกก็เป็นถิ่นที่อยู่ของห้าตระกูลเซียนใหญ่อย่างตระกูลหูและตระกูลหวงมาโดยตลอด
ดังนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า เซียนหูและเซียนหวงจะไม่ออกจากด่าน
พวกเขาหนีเตลิดมาจนถึงแถบชานเมืองหางโจว สองพ่อลูกจึงยึดเขางูเป็นที่หลบซ่อนตัว
หลังจากรักษาชีวิตรอดมาได้ พรตอวิ๋นเซียวก็กลับไปทำนิสัยเดิมอีก
ยังคงใช้วิธีสกปรกๆ ขโมยและหลอกลวงเพื่อเอาเครื่องหอมบูชาต่อไป
อาศัยความหวาดกลัวต่อภูตผีปีศาจของคนโบราณ แอบทำพิธีสร้างความวุ่นวายอยู่เบื้องหลัง
แล้วพรตอวิ๋นเซียวก็จะปรากฏตัวในคราบนักพรต เพื่อมาจัดการกับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น
จากนั้นก็หลอกลวงชาวบ้านในพื้นที่ให้กราบไหว้บูชาร่างจริงของมัน สร้างศาลเจ้าและจุดธูปบูชาให้
เพื่อใช้เป็นช่องทางในการดูดซับเครื่องหอมบูชา และยกระดับตบะของตัวเอง
เดินป่าบ่อยๆ ย่อมเจอผีเข้าสักวัน พรตอวิ๋นเซียวทำทุกวิถีทางเพื่อเครื่องหอมบูชา ทั้งต้มตุ๋นหลอกลวงสารพัด
ในขณะที่ดูดซับเครื่องหอมบูชา ก็ได้นำปัญหาใหม่มาสู่ตัวเองด้วย
สองพ่อลูกวิ่งไปทำตัวลึกลับหลอกลวงคนอื่นถึงถิ่นของคนอื่น แถมยังสร้างศาลเจ้าอีก
จึงค่อยๆ ดึงดูดความสนใจจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
ผู้มีอิทธิพลคนนั้นส่งลูกน้องไปสืบหาอย่างลับๆ จนในที่สุดก็พบตัวสองพ่อลูกคู่นี้
พรตอวิ๋นเซียวที่อยู่มาตั้งห้าร้อยปี ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว
ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาจึงทำข้อตกลงกับลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนนั้นได้
โดยจะต้องจ่ายเงินก้อนโตให้กับคนผู้นั้นทุกปี เพื่อแลกกับการคุ้มครองอย่างลับๆ
เมื่อเวลาผ่านไป สองพ่อลูกก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกับคนในสายวิชา
นั่นคือตลาดและลูกค้าหดตัวลงอย่างหนัก







