ถังเหยาก็สังเกตเห็นสายตาของกู้สิงเช่นกัน เธอชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา
เห็นได้ชัดว่าถังเหยาเองก็ไม่คิดว่ากู้สิงจะใจกล้าถึงเพียงนี้ กล้ามองร่องอกที่เปิดเผยของเธอในรายการสด
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ศิลปินหญิงในวงการ พออยู่หน้ากล้องก็ต้องทำท่าเอามือปิดร่องอกนั่นอย่างเสแสร้ง
คงเพื่อป้องกันคนประเภทกู้สิงสินะ?
แต่ถังเหยาไม่ค่อยอยากจะป้องกันกู้สิงเท่าไร เธอแพ้ให้กับใบหน้าของผู้ชายคนนี้...
เอาเถอะ จริงๆ แล้วกู้สิงแค่มองไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น พอมองเสร็จถึงได้นึกขึ้นได้ว่านี่มันกำลังถ่ายทอดสดไปทั่วโลก
แม้แต่คนอย่างกู้สิงที่ไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะมองตัวเองอย่างไร ก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
ต้องรู้ไว้นะว่า แม้แต่ชาร์ลีชาวต่างชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความเปิดเผย เมื่อเผชิญหน้ากับร่องอกของถังเหยา ก็ยังเบือนสายตาหลบอย่างสุภาพบุรุษ
“ผมก็เป็นแฟนคลับของคุณเหมือนกันครับ”
กู้สิงเอ่ยปากอย่างเกรงใจเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายของตัวเอง
กงชิงอี๋ก็โพล่งถามกู้สิงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “แล้วคุณชอบละครเรื่องไหนของถังเหยามากที่สุดล่ะ”
กู้สิงชะงักไป
เขามองไปที่กงชิงอี๋
พบว่าสีหน้าของเธอในตอนนี้กลับเย็นชาอยู่บ้าง
“เอ่อ...”
กู้สิงไม่เคยดูละครของถังเหยาสักเรื่อง
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเคยแสดงเรื่องอะไรมาบ้าง
เดิมทีสถานการณ์แบบนี้ทุกคนแค่พูดคุยกันตามมารยาทก็ผ่านไปแล้ว ใครจะคิดว่ากงชิงอี๋จะมาหักหน้ากันแบบนี้?
กู้สิง “เอ่อ” อยู่นานสองนาน ก็ยังเอ่อไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ตอบตามตรงว่า
“ผมก็แค่พูดไปตามมารยาทน่ะครับ”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา ถังเหยาเองก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
กู้สิงคนนี้ สมแล้วที่เป็นคนประกาศว่าตัวเองมีแฟนสองคน
ผู้ชายคนนี้ไม่เล่นตามกฎเกณฑ์จริงๆ!
กงชิงอี๋เบ้ปาก ไม่ได้ไล่ต้อนกู้สิงต่อ
แต่ไม่นาน คิ้วของกงชิงอี๋ก็ขมวดเข้าหากัน เพราะถังเหยาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที
“อาจารย์กู้คะ แอดเพื่อนกันหน่อยสิคะ ถึงคุณจะไม่ใช่แฟนคลับของฉัน แต่ฉันชอบคุณ...เพลงของคุณจริงๆ นะคะ”
เมื่อเจอคนยิ้มให้ก็ยากจะปฏิเสธ กู้สิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วแอดเพื่อนกับอีกฝ่าย
เฉินหลิงซูมองดูทั้งสองคนแอดเพื่อนกัน ไม่พูดอะไร แต่ทำแก้มป่องเล็กน้อย
เธอรู้สึกว่าถังเหยาคนนี้ดูจะมีความสนใจในตัวกู้สิงเป็นพิเศษ หรือว่าเธอจะเป็น “สมาชิกครอบครัวคนที่สาม” ของกู้สิงกันนะ?
หลังจากแอดเพื่อนเสร็จ
อาจารย์เหอพูดพลางยิ้มว่า “เอาล่ะครับทุกท่าน เวลาเรามีจำกัด ต่อไปเราจะประกาศผลการท้าทายของอาจารย์ถังเหยาแล้วนะครับ ระหว่างเธอกับอาจารย์กงชิงอี๋ ใครจะเป็นผู้ชนะในรอบนี้กันครับ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
อาจารย์เหอกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ถังเหยาครับ ท้าทายสำเร็จ ด้วยคะแนนที่ต่างกันเพียงห้าคะแนนอย่างฉิวเฉียด คว้าชัยชนะในการท้าทายครั้งนี้ไป...”
ถังเหยายิ้มพยักหน้า
ส่วนสีหน้าของกงชิงอี๋นั้นดูย่ำแย่มาก เป็นความย่ำแย่ที่แม้แต่อยู่หน้ากล้องถ่ายทอดสดก็ปิดไม่มิด ใบหน้าเย็นชาไร้รอยยิ้ม
ละครเรื่องหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แทบจะเรียกได้ว่าเป็นละครที่ดังเปรี้ยงปร้างอย่างแน่นอน
กงชิงอี๋กับถังเหยาที่เป็นเพื่อนสนิทกันต้องมาแข่งขันกันเพื่อรับบทนางเอก
ผลคือถังเหยาคว้าบทนางเอกนั้นไปได้ และโด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน
กงชิงอี๋ทำได้เพียงรับบทนางรอง แม้จะโด่งดังขึ้นมาเช่นกัน แต่ก็ถูกถังเหยากดไว้ขั้นหนึ่ง
เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของพวกเธอ
แต่หลังจากนั้น การแข่งขันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ถังเหยามักจะเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนที่เหนือกว่าเพียงเล็กน้อยเสมอ
เรื่องพวกนี้ก็ยังไม่มีอะไร หากฝีมือไม่สู้คน ก็ยอมรับความพ่ายแพ้ ทั้งสองยังคงเป็นเพื่อนสนิทกัน
ทว่าวันหนึ่ง กงชิงอี๋ก็ได้ค้นพบว่า การที่ถังเหยาสามารถเอาชนะเธอได้ตลอดนั้น ไม่ได้มาจากความสามารถทั้งหมด
แต่ยังเป็นเพราะถังเหยาเก่งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าด้วย
ตัวอย่างเช่น งานพรีเซนเตอร์ชิ้นหนึ่ง ตามหลักแล้วทั้งถังเหยาและกงชิงอี๋ต่างก็มีสิทธิ์ได้รับ
ผลคือถังเหยาแอบไปใช้เส้นสาย ชวนพวกเจ้าของแบรนด์ไปทานข้าวเป็นการส่วนตัว
กงชิงอี๋ไม่ทำเรื่องพวกนี้ ดังนั้นท้ายที่สุดแล้วทางแบรนด์ย่อมต้องเลือกถังเหยาที่รู้จักเอาอกเอาใจคนมากกว่า
นับตั้งแต่นั้นมา กงชิงอี๋กับถังเหยาก็ค่อยๆ ห่างเหินกันไป
ทั้งสองไม่ได้แตกหักกันถึงขั้นพูดว่า “เลิกคบ” เพียงแต่ค่อยๆ ไม่ติดต่อกันอีกต่อไป แม้แต่ในเวยป๋อก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน
บอกไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก เอาเป็นว่าเพื่อนรักทั้งสองก็ค่อยๆ กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปเช่นนี้
ในส่วนลึกของหัวใจ กงชิงอี๋รู้สึกว่าความสามารถในสายงานของตัวเองนั้นแข็งแกร่งกว่าถังเหยา
แต่การแข่งขันในวันนี้ คงจะพูดไม่ได้ว่าเป็นเพราะถังเหยาไปใช้เส้นสายกับผู้ชม เธอถึงได้คะแนนมากกว่าตัวเองห้าคะแนนหรอกใช่ไหม?
นั่นหมายความได้เพียงว่า การร้องเพลงของเธอแพ้ให้กับถังเหยาจริงๆ จึงได้ผลลัพธ์เช่นนี้ออกมา
เรื่องนี้ทำให้กงชิงอี๋ยอมรับได้ยากอยู่บ้าง จนถึงขนาดที่ตอนนี้ แม้แต่การควบคุมสีหน้าก็ยังทำไม่ได้
【สีหน้ากงชิงอี๋ดูแย่มาก!】
【สองคนนี้พออยู่ร่วมเฟรมกันทีไร หน้าบึ้งใส่กันเป็นเรื่องปกติเลย】
【ก็ต้องแย่งชิงพื้นที่ในวงการกันนี่นะ】
【แต่วันนี้ถังเหยาทำได้ดีกว่าจริงๆ นะ】
【ฉันว่าถ้าเทียบแค่การร้องเพลง กงชิงอี๋บริสุทธิ์กว่าถังเหยา】
【แต่ถังเหยารู้วิธีเอาใจผู้ชม กงชิงอี๋ออกจะหยิ่งไปหน่อย】
อาจารย์เหอพูดพลางยิ้มว่า “แม้ผลจะเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ การที่เราท้าทายไม่สำเร็จ หรือถูกคนอื่นท้าทายสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตกรอบเสมอไป ผลการแข่งขันที่แท้จริง ผมจะประกาศหลังจากที่ทุกคนร้องเพลงจบแล้ว...”
พูดจบ
อาจารย์เหอก็ประกาศให้การแข่งขันดำเนินต่อไป มีการท้าทาย การรับคำท้า จากนั้นนักร้องก็ทยอยกันขึ้นร้องเพลง
เมื่อทุกคนร้องเพลงจบ
อาจารย์เหอก็ได้อธิบายกติกาการแข่งขันของค่ำคืนนี้ให้กระจ่างในที่สุด
“ผู้ที่ท้าทายสำเร็จ จะได้เข้ารอบต่อไปโดยตรง เพราะฉะนั้นขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ถังเหยาครับ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
อาจารย์เหอกล่าวต่อว่า “ผู้ที่ป้องกันตำแหน่งสำเร็จ ก็จะได้เข้ารอบต่อไปโดยตรงเช่นกัน เพราะฉะนั้น ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์กู้สิง อาจารย์เหลยเสวี่ยตง และอาจารย์เฉินหลิงซูครับ”
ยกเว้นกงชิงอี๋
นักร้องที่ถูกท้าทายทุกคนสามารถป้องกันตำแหน่งไว้ได้สำเร็จ!
นักร้องที่ท้าทายเฉินหลิงซูนั้น ถือว่าเป็นเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ชื่อว่าเติ้งเหวิน
คนผู้นี้เคยอยู่ทีมเดียวกับเฉินหลิงซู และเคยประชันกันในรายการ"ยุคซูเปอร์โนวา"
ผลคือในรอบธีมแบทเทิล เธอถูกเฉินหลิงซูเอาชนะไปด้วยเพลง"สี่"
ไม่คิดว่าวันนี้จะม้วนเสื่อกลับมาใหม่ ท้าทายเฉินหลิงซูอีกครั้ง...
เฉินหลิงซูในตอนนั้นยังไม่แพ้ เฉินหลิงซูในตอนนี้ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะแพ้เช่นกัน
ระดับฝีมือของเธอในตอนนี้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ดังนั้นจึงป้องกันตำแหน่งไว้ได้สำเร็จโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนเข้ารอบที่หกไปแล้วสี่คน
“สำหรับอาจารย์อีกแปดท่านที่เหลืออยู่ ต้องขออภัยด้วยครับ ในบรรดาพวกคุณ จะมีเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถอยู่ต่อได้”
ถูกต้อง
คนที่ชนะการ PK จะได้อยู่ต่อ
ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่แพ้การ PK หรือไม่ได้ถูก PK จะตัดสินแพ้ชนะจากอันดับคะแนนโหวต
“ถ้าอย่างนั้น ในบรรดาอาจารย์ทั้งแปดท่านที่เหลือ ผู้ที่สามารถอยู่ต่อได้สี่ท่าน ได้แก่ อาจารย์หานลี่ตาน อาจารย์ชาร์ลี อาจารย์เฉินป๋อเซวียน และอาจารย์จางฉวนไท่ครับ...”
หลี่อีฉู่และคนอื่นๆ ตกรอบไป
กงชิงอี๋โชคไม่ดีนัก คะแนนของเธออยู่ในอันดับที่ห้าจากแปดคนพอดี โดยน้อยกว่าจางฉวนไท่เพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น
ดังนั้น เธอจึงตกรอบไปด้วย
เธอกัดริมฝีปากเบาๆ มองไปยังถังเหยาที่มีสีหน้าเรียบเฉย เล็บของกงชิงอี๋จิกลึกลงไปในเนื้อ
ทว่า
ขณะที่อาจารย์เหอกำลังประกาศว่า “กงชิงอี๋ตกรอบ” พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ผมต้องการฟื้นคืนชีพ”
ทุกคนต่างตกตะลึง จากนั้นทุกสายตาก็จับจ้องไปยังผู้ที่เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมกัน
กู้สิง!
อาจารย์เหอถึงกับงันไป “คุณไม่ได้อยู่ในรายชื่อคนตกรอบนี่ครับ”
กู้สิงยิ้มเล็กน้อย “ดังนั้นคนที่ผมต้องการจะฟื้นคืนชีพก็คืออาจารย์กงชิงอี๋ครับ”