"ทั้งหมดแถวตรง ทำความเคารพ!"
"สวัสดีครับจ่าสิบตำรวจตู้!"
"กองเรือมังกรบินสองร้อยสามสิบนาย รอรับการตรวจพลจากจ่าสิบตำรวจตู้ครับ!"
ภายในฐานทัพ ตู้หย่งเซี่ยวนั่งรถจี๊ปพากองกำลังส่วนหนึ่งเข้ามาจากด้านนอก
รถจี๊ปค่อยๆ จอดลง หย่งหนวดเครากระโดดลงจากรถก่อนเป็นคนแรกแล้วเปิดประตูรถ
ตู้หย่งเซี่ยวเหยียบเท้าข้างหนึ่งลงบนพื้น จากนั้นถึงได้สวมแว่นกันแดดแล้วก้าวลงจากรถ
เขาสวมเครื่องแบบจ่าสิบตำรวจสีดำ สวมหมวกตำรวจ สวมรองเท้าบูทขี่ม้าทรงสูง แว่นกันแดดปกปิดดวงตาของเขา ให้ความรู้สึกดูลึกลับ
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวเดินไปหยุดอยู่หน้าแถว ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาลึกล้ำ เริ่มการตรวจพลกองเรือมังกรบินอย่างเป็นทางการ
กองเรือกว่าสองร้อยนายเข้าแถวเรียงกัน ยืนอยู่ใต้แสงแดด แต่ละคนเปี่ยมด้วยความกระปรี้กระเปร่า สายตาจับจ้องไปที่ตู้หย่งเซี่ยว รู้ดีว่าต่อไปคนผู้นี้คือลูกพี่คนใหม่ของพวกเขา ส่วนเจิ้งเทียนสยงนั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว
ตู้หย่งเซี่ยวมีแววตาร้อนแรง กวาดสายตามองทุกคนแวบหนึ่ง
ทุกคนเพียงรู้สึกว่าดวงตาของจ่าสิบตำรวจหนุ่มผู้นี้ราวกับสายฟ้า ทำให้คนไม่กล้าสบตาด้วย
หย่งหนวดเครากับทองแปดตำลึงเดินตามอยู่ข้างกายตู้หย่งเซี่ยว ท่าทางราวกับพลอยได้หน้าไปด้วย ยืดอกพุงป่อง กวาดสายตามองพวกคนเหล่านี้เช่นกัน วางมาดเต็มที่
"ตอนนี้ที่นี่ใครเป็นคนรับผิดชอบ?"
จ่าโจวและจ่าอู๋รีบก้าวออกมา ยกมือทำความเคารพ "เจ้านาย พวกผมรับผิดชอบชั่วคราวครับ"
ตู้หย่งเซี่ยวรู้จักพวกเขา
"บอกฉันสิ ต่อไปพวกนายจะทำยังไง?"
"เอ่อ หมายความว่ายังไงครับ?" จ่าโจวและจ่าอู๋ไม่เข้าใจ
ตู้หย่งเซี่ยวแค่นเสียงเย็นชา "คนที่ร่วมมือทำเรื่องเลวร้ายกับเจิ้งเทียนสยง รับเงินสกปรก ก้าวออกมาหนึ่งก้าว!"
บรรยากาศในที่เกิดเหตุเงียบกริบ
ทุกคนมองดูตู้หย่งเซี่ยว ทำอะไรไม่ถูก
คนส่วนใหญ่ในพวกเขาล้วนเคยรับเงินสกปรก
จ่าโจวและจ่าอู๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวออกมาหนึ่งก้าว
ตามติดมาด้วยคนสองร้อยคนจากทั้งหมดสองร้อยสามสิบคนในกองเรือมังกรบินก้าวออกมาพร้อมกัน
อีกสามสิบคนที่เหลือ นายมองฉัน ฉันมองนาย
ตู้หย่งเซี่ยวมองไปที่พวกเขา "ที่เหลือไม่ได้รับงั้นสิ?"
"รายงานเจ้านาย!" คนหนึ่งพูดขึ้น "พวกผมเพิ่งมาได้ไม่นาน ยังไม่มีคุณสมบัติพอจะรับเงินสกปรกครับ"
ตู้หย่งเซี่ยวสายตาเฉียบคม "งั้นถ้าเจิ้งเทียนสยงให้พวกนายรับ พวกนายจะรับหรือไม่รับ?"
"พวกผม..." คนผู้นั้นลังเลเล็กน้อย "คงจะรับครับ"
"ใช่ครับ ทุกคนต่างก็รับกันหมด ถ้าเกิดไม่รับพี่สยงก็คงไม่ปล่อยพวกเราไป อ้อ ไม่ใช่สิ ไอ้เวรเจิ้งเทียนสยงนั่นคงไม่ปล่อยพวกเราไป!"
พูดจบ จ่าโจวกับพวกก็รอให้ตู้หย่งเซี่ยวระเบิดอารมณ์
"ดี! พวกนายซื่อสัตย์มาก!" ตู้หย่งเซี่ยวกล่าว "เดิมทีฉันคิดว่าพวกนายมันเน่าเฟะจนถึงแก่น เป็นลูกสมุนโจร รักษายังไงก็ไม่หาย แต่ตอนนี้ดูๆ ไปแล้ว ยังพอจะกู้คืนมาได้บ้าง!"
จ่าโจวกับพวกมองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจว่าคำพูดของตู้หย่งเซี่ยวหมายความว่ายังไง
ตู้หย่งเซี่ยวเอามือไพล่หลังทันที ตะคอกใส่ทุกคนว่า "ใครบอกฉันที ว่าต้องทำยังไงถึงจะล้างความอัปยศของพวกนาย ล้างรอยด่างพร้อยของพวกนายออกไปได้?"
สถานที่นั้นเงียบกริบดั่งป่าช้า
"ตอบฉันมา!"
ตู้หย่งเซี่ยวคำราม
สถานที่นั้นก็ยังคงเงียบกริบ
ภายใต้รังสีอำมหิตอันแข็งแกร่งของตู้หย่งเซี่ยว จ่าโจวกับพวกเหงื่อซึมหน้าผาก สันหลังชาหนึบ
"ว่าไง พวกนายไม่รู้เหรอ?" ตู้หย่งเซี่ยวกวาดสายตามองหนึ่งรอบ
ไม่มีใครกล้าสบตากับเขา
"งั้นให้ฉันบอกพวกนายเอง!"
ตู้หย่งเซี่ยวยื่นมือออกไป ชี้ขึ้นฟ้า "นั่นก็คือปราบโจรสลัด! ใช้เลือดของพวกนาย มาล้างรอยด่างพร้อยของพวกนายซะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวเบิกตากว้าง "พวกนายกล้าหรือไม่กล้า?"
ไม่มีความลังเลอีกต่อไป!
จ่าโจวและพวกพ้องคำรามขึ้นพร้อมกัน "กล้าครับ!"
เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เสียงตะโกนดังก้องฟ้า
หย่งหนวดเคราและทองแปดตำลึงยืนอยู่ด้านหลังตู้หย่งเซี่ยว สัมผัสได้ถึงฉากอันฮึกเหิม เลือดลมพลุ่งพล่าน
วินาทีนี้พวกเขาถึงเพิ่งนึกถึงหน้าที่ในฐานะตำรวจน้ำได้
ตำรวจน้ำไม่ใช่มีไว้รังแกชาวบ้าน
และไม่ได้มีไว้หลอกกินหลอกดื่ม
แต่มีไว้เพื่อ...
ปราบโจรสลัด!
……
"หมายความว่ายังไง แซ่ตู้เข้ามารับช่วงกองเรือมังกรบิน แถมยังสาบานว่าจะปราบโจรสลัด?"
สิบสองเสด็จอาไฉฟันหลอประคองป้านชาดินเผาปากกระเรียน จิบชาผู่เอ๋อร์ แววตาเผยความเหี้ยมเกรียมออกมาสายหนึ่ง
"คราวก่อนมันยึดเรือสินค้าของฉันไป ทำให้ฉันสูญเงินไปตั้งสามล้านกว่า! แถมยังส่งเจิ้งเทียนสยงเพื่อนเก่าของฉันเข้าคุกไปอีก ร้ายกาจนัก!"
"บอสใหญ่ จะเอายังไงดีครับ?"
คนที่พูดก็คือลูกน้องคนหนึ่งของไฉฟันหลอ และยังเป็นขุนพลไม้พลองแดงคู่ที่ต่อสู้เก่งที่สุดของแก๊งเหอเหอถู ชุ่นเป้า
ชุ่นเป้าในตอนนี้เลียริมฝีปาก สองตาเป็นประกาย ถูหมัดขยับมือ ท่าทางราวกับอดใจรอไม่ไหว
"อาเป้า ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ฉันรู้ว่าแกชอบจับดาบฆ่าฟัน แต่หลายๆ ครั้งต้องรู้จักใช้สมอง" ไฉฟันหลอจิบน้ำชาไปอึกหนึ่ง ปรายตามองชุ่นเป้า
"ครับ บอสใหญ่!" ชุ่นเป้าเก็บท่าทีโอหังพยศ ยอมก้มหน้าค้อมตาต่อไฉฟันหลอ
"เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย ไปซื้อของขวัญส่งให้คน ส่วนแก ก็รออยู่ที่นี่แหละ!"
"บอสใหญ่ ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ?" ชุ่นเป้ารีบถาม
"ไม่ต้อง อีกฝ่ายชอบอะไร มีแค่ฉันที่รู้!" ไฉฟันหลอแววตาวูบไหว
ชุ่นเป้าก้าวไปข้างหน้า "ผมรู้ว่าบอสใหญ่จะออกทะเลไปพบเจียงซ่างเฟยจักรพรรดิแห่งท้องทะเลคนนั้น ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องออกโรงเอง เมื่อก่อนมีมังกรพลิกวารีทำแทนท่าน ตอนนี้ผมก็ทำได้ครับ!"
"แกคู่ควรเหรอ?" ไฉฟันหลอมองชุ่นเป้าด้วยความดูแคลน "นอกจากหมัดแกที่ใหญ่แล้ว แกยังมีอะไรใหญ่อีก? อย่างน้อยมังกรพลิกวารีก็ยังรู้จักใช้สมอง!"
ชุ่นเป้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก้มหน้าตอบ "ครับ!"
ไฉฟันหลอตบไหล่ชุ่นเป้า "ถึงแม้มังกรพลิกวารีจะตายห่าไปแล้ว แต่แกก็ไม่ได้ขึ้นมาแทนที่ในทันทีหรอกนะ รอจนกว่าแกจะสามารถรับผิดชอบงานได้ด้วยตัวเองจริงๆ ฉันถึงจะให้โอกาสแก!"
"ขอบคุณครับบอสใหญ่!" ชุ่นเป้าดูเคารพนอบน้อมมาก
ไฉฟันหลอตะโกนไปข้างนอก "เตรียมรถ ไปถนนเซี่ยงไฮ้!"
"ครับ บอสใหญ่!"
คนข้างนอกเตรียมรถ ไฉฟันหลอประคองป้านชาปากกระเรียน เดินทอดน่องจากไป
รอจนเขาจากไป ชุ่นเป้าถึงได้เงยหน้าขึ้นมา สายตาดุร้าย "ไอ้แก่ มัวแต่กดหัวฉันไว้ไม่ยอมปล่อย สักวันหนึ่งฉันจะเหยียบหัวแกให้ได้!"
"เหยียบหัวใครเหรอจ๊ะ?" เมียหลวงและเมียน้อยของไฉฟันหลอหัวเราะคิกคักเดินออกมาจากในห้อง
ชุ่นเป้ารีบประสานมือ "ผมพูดเล่นน่ะ!"
ชุนนีเมียหลวงปรายตามองชุ่นเป้าอย่างยั่วยวน "ไม่ซื่อสัตย์เลยนะ!"
ชุนหลานเมียน้อยมองซ้ายมองขวา "นายท่านล่ะ?"
"เขาออกไปซื้อของขวัญน่ะ"
"อ้อ ออกไปแล้วเหรอ!" ชุนนีและชุนหลานมองหน้ากัน ไม่มีท่าทีเกรงกลัวอีกต่อไป
ชุนนีก้าวเข้าไปยื่นมือลูบไล้กล้ามอกล่ำสันของชุ่นเป้า "ถ้างั้นพวกเราก็มีเวลาถมเถไปเลยสิ?"
"นั่นสิ อยากเล่นเกมแบบเมื่อก่อนไหมล่ะ?" ชุนหลานลูบแผ่นหลังของชุ่นเป้า
ชุ่นเป้าเปลี่ยนท่าทีนอบน้อมเมื่อครู่ไปจนหมด ยื่นมือไปโอบเอวคอดของทั้งสองคนทันที "นังร่านสองคน คิดถึงฉันล่ะสิ? เมื่อกี้ยังแสร้งทำเป็นจริงจังตั้งขนาดนั้น!"
"ใครจะรู้ว่านายท่านอยู่หรือไม่อยู่ล่ะ ถ้าไม่ทำตัวจริงจังแล้วเกิดโดนจับได้จะทำยังไง?"
"ใช่สิ ทุกครั้งก็ให้นายเหมาสองตลอด กลัวว่านายจะรับไม่ไหวนี่นา!"
"ฉันรับไม่ไหวเหรอ? พวกเธอรู้ไหมเมื่อกี้ไอ้แก่นั่นว่าฉันว่ายังไง?"
"ว่ายังไง?"
"เขาว่านอกจากหมัดใหญ่แล้ว ฉันยังมีอะไรใหญ่อีก?" ชุ่นเป้าเชยคางชุนนีขึ้น แล้วรวบชุนหลานเข้ามาในอ้อมกอด "ตอนนี้ฉันจะให้เขารู้ ว่านอกจากหมัดใหญ่แล้ว ฉันยังมีตรงนั้นที่ใหญ่กว่าด้วย!"
"นายนี่ร้ายกาจจริงๆ!"
"ร้ายกาจที่สุด!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" ชุ่นเป้าหัวเราะอย่างกำเริบเสิบสาน "ผู้หญิงของไฉฟันหลอ คนอื่นไม่กล้าแตะ แต่ฉันกล้า! แถมแตะทีละสองคนซะด้วย!"







