140. บทที่ 140 แผนการซ้อนแผนการ
ซานไต้ลานิ่งเงียบ
ครู่ต่อมาเธอก็พ่นลมหายใจยาว "ฉันได้รับสัญญาของเมื่อวานแล้ว แต่ฉันยังหวังว่าคุณจะพิจารณาดูอีกครั้ง ไม่ใช่จำกัดเนื้อหาความร่วมมือไว้แค่เรื่องการจัดหายาเท่านั้น"
"ยังต้องเพิ่มเงื่อนไขในนามอีกเหรอครับ"
"ไม่อย่างนั้นท่านเอิร์ลคงไม่เห็นด้วย สถานการณ์ในวันนี้คุณก็เห็นแล้ว... ไม่ว่าการระเบิดจะเกิดจากบริษัทประตูแห่งโชคชะตาหรือไม่ หลังจากนี้จะต้องมีการโหมโฆษณาชวนเชื่อเพื่อโยนปัญหามาที่คุณอย่างแน่นอน..."
"ขอโทษนะครับ ขอขัดจังหวะหน่อย" เฉาหยางยกมือขึ้นกะทันหันพลางพูด "ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด หน้าที่หลักของกองกำลังพิทักษ์เมืองคือการรักษาความสงบของเมือง และในขณะเดียวกันก็ปกป้องประชาชนผู้เสียภาษีที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลถึงทวีปใหม่ไม่ใช่เหรอครับ โดยเฉพาะหลังจากที่กรมตำรวจในเขตต่างๆ นัดหยุดงาน ปัญหาด้านความปลอดภัยก็ตกเป็นภาระของคุณด้วย"
ซานไต้ลาตระหนักได้แล้วว่าเขาต้องการจะพูดอะไร
เธออยากจะห้าม แต่อ้าปากแล้วกลับหาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้
"ในสถานการณ์ที่คุณรู้ดีว่ามีคนคิดร้ายต่อประตูแห่งโชคชะตาและวิหารเยนี่ วิธีแรกที่คุณคิดได้กลับเป็นการแยกบริษัทและวิหารศักดิ์สิทธิ์ออกจากกันแล้วนำไปอยู่ภายใต้ชื่อของลอร์ดอย่างนั้นเหรอ ในตอนที่คนพวกนั้นใช้วิธีที่บ้าคลั่งถึงขนาดใช้ระเบิดสังหารคนธรรมดาอย่างไม่เลือกหน้าอย่างเปิดเผย คุณกลับไม่สามารถนำตัวพวกเขามาลงโทษตามกฎหมายได้" เฉาหยางเปลี่ยนท่าทีสุภาพก่อนหน้านี้ น้ำเสียงของเขาค่อยๆ สูงขึ้น "ต่อให้เป็นในทวีปใหม่ พฤติกรรมแบบนี้ก็เพียงพอที่จะส่งฆาตกรขึ้นแท่นประหารแล้ว ทำไมคุณถึงไม่ไปสืบสวนล่ะว่าใครเป็นคนลงมือ ก่อนหน้านี้กองกำลังพิทักษ์เมืองของคุณประหารผู้คนไปมากมาย แต่ในสายตาผม ต่อให้เป็นพวกลัทธินอกรีตก็ยังไม่บ้าคลั่งถึงขั้นนี้เลย"
"เสียมารยาท คุณพูดแบบนี้กับท่านผู้บัญชาการได้ยังไง" อู่ตี๋อดไม่ได้ที่จะพูด "ทันทีที่รู้เรื่องระเบิด เธอก็รีบเรียก..."
"พอแล้ว นายหุบปากไปเลย!" ซานไต้ลาขัดจังหวะไม่ให้ผู้ช่วยทหารพูดต่อ "เรื่องที่ไม่มีประโยชน์ไม่สามารถนับเป็นผลงานได้ หากไม่ช่วยแก้ปัญหาในตอนนี้ ฉันคิดว่าคุณเฉาก็คงไม่สนใจหรอกว่ากองกำลังพิทักษ์เมืองทำอะไรไปบ้าง"
เธอมองไปที่เฉาหยาง "สถานที่เกิดเหตุระเบิดค่อนข้างเละเทะ เปลวไฟทำลายของไปหลายอย่าง แต่ช้าสุดภายในวันพรุ่งนี้ พวกเราก็จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเสร็จ ฉันจะสืบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน และจะจับตัวผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษให้ได้! อู่ตี๋ พวกเราไปกันเถอะ"
ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปโดยไม่หันกลับมามอง
ตอนนี้ฝูงชนที่อยู่ด้านนอกถูกไล่ไปเกือบหมดแล้ว ซานไต้ลาสั่งลูกน้อง "ทิ้งคนไว้เฝ้าที่นี่สองคน อย่าให้ประชาชนมารวมตัวกันได้อีก เข้าใจไหม"
"ครับ!" ทหารม้าสองนายก้าวออกมาตอบรับ
เธอพลิกตัวขึ้นม้า นำลูกน้องที่เหลือเดินทางจากถนนฝาฝูมายังถนนเฟิงกู่ที่อยู่ติดกัน ที่นี่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำลายล้างจากแรงระเบิด บนพื้นเต็มไปด้วยเศษหินและเศษกระจก ต้นไม้ริมถนนก็ถูกพัดจนล้มระเนระนาด ในฐานะนักเรียนดีเด่นที่จบจากโรงเรียนทหาร เธอรู้ดีว่าอานุภาพระดับนี้ไม่ใช่การก่อกวนเล็กๆ น้อยๆ แต่เหมือนผลลัพธ์จากการจุดชนวนวัตถุระเบิดจำนวนมากในคราวเดียวมากกว่า
ซานไต้ลากระโดดลงจากหลังม้า โน้มตัวลงแล้วทุบหมัดลงบนพื้นอย่างแรง ถนนหินชนวนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ตรงกลางรอยร้าวปรากฏหลุมลึกที่เปื้อนโคลนให้เห็นอย่างชัดเจน
"ท่านครับ..." อู่ตี๋เพิ่งเคยเห็นเจ้านายโกรธขนาดนี้เป็นครั้งแรก
"ฉันไม่มีหลักฐาน" ซานไต้ลากล่าวเสียงขรึม
เธอเคยได้ยินข่าวลือในงานเต้นรำของพวกขุนนางว่ามีคนต้องการจัดการกับบริษัทยาแห่งใหม่จริงๆ และหลังเกิดเหตุระเบิดก็ออกคำสั่งให้สี่บริษัทใหญ่ส่งคนมาพบเธอทันที แต่ผลลัพธ์ก็คือ เธอไม่สามารถใช้ 'ข่าวลือในงานเต้นรำ' มาเอาผิดอีกฝ่ายได้ และไม่สามารถบังคับให้อีกฝ่ายยอมรับว่าการระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของพวกเขาได้เช่นกัน ในความเป็นจริง บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ส่งผู้บริหารระดับสูงอย่างผู้จัดการมาด้วยซ้ำ คนที่มามีแค่ตัวแทนหรือหัวหน้าฝ่ายขายเท่านั้น
สำหรับการซักถามของเธอ คนเหล่านี้ปฏิเสธทั้งหมด โดยอ้างว่าบริษัทไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้ และยังพร้อมใจกันพยายามโยนความผิดเรื่องการระเบิดไปที่บริษัทประตูแห่งโชคชะตา
ซานไต้ลายอมรับว่าเฉาพูดถูกจุดหนึ่ง การกระทำที่สร้างเหตุระเบิดบนถนนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกนอกรีตเลย ครั้งนี้เป็นแค่ถนนสายเล็กๆ อย่างถนนเฟิงกู่ แล้วครั้งหน้าล่ะ หากเปลี่ยนเป็นถนนฝาฝูหรือถนนสายหลัก การระเบิดโดยเจตนาหนึ่งครั้งจะฆ่าคนไปตั้งเท่าไหร่
แต่เป็นเพราะเรื่องนี้มีลักษณะที่เลวร้ายอย่างยิ่ง เธอถึงไม่สามารถตรวจสอบสี่บริษัทใหญ่อย่างง่ายดายได้ เพราะการเคลื่อนไหวของกองกำลังพิทักษ์เมืองจำเป็นต้องมีหลักฐาน! หากไม่มีหลักฐาน ลอร์ดก็จะไม่ยอมให้เธอทำสิ่งใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่สี่บริษัทใหญ่ เพราะป้อมรุ่งโรจน์ก็ต้องพึ่งพาเงินภาษีจากพวกเขา หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ... รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยหรูของเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานการค้าของพวกเขา
"สืบให้ชัดเจนก่อนว่าการระเบิดเกิดจากอะไร" ซานไต้ลาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดกับผู้ช่วยทหาร "นอกจากนี้ก็ไปสอบถามชาวบ้านแถวนี้ดูว่ามีพยานที่รอดชีวิตบ้างไหม แล้วก็..."
จู่ๆ เธอก็ขยับเข้าไปใกล้อู่ตี๋ แล้วกระซิบข้างหูเขา "จับตาดูทหารภายในกองกำลังพิทักษ์เมืองให้ดี ป้องกันไม่ให้มีใครแอบทำลายหลักฐาน"
อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งตัวสั่น
"เข้าใจไหม" ซานไต้ลาถอยห่างออกไปแล้วถามด้วยน้ำเสียงปกติ
อู่ตี๋ยกมือทำความเคารพ "ครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำอย่างสุดความสามารถ!"
...
ยามค่ำคืน ภายในวิหารเยนี่ยังคงสว่างไสว เพื่อให้ได้แสงสว่างที่เพียงพอ เหล่าแม่ชีถึงกับรื้อแผ่นไม้เตียงเก่าๆ บางส่วนมาจุดไฟแล้วใส่ไว้ในถังเหล็ก กลายเป็นกองไฟที่เคลื่อนย้ายได้ แม้ว่าเปลวไฟจะไม่คงที่นัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการให้แสงสว่างในการทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์และการเปลี่ยนผ้าพันแผล
เจินนีแทบจะไม่ได้พักเลยแม้แต่นาทีเดียว หน้าผากของเธอถูกกระแทกจนเป็นแผลเปิด หลังจากเย็บและพันแผลอย่างง่ายๆ เธอก็กลับไปทำงานต่อ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอกังวลคือการใช้ยาจำนวนมาก โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะที่ต้องผสมใหม่ ซึ่งในวิหารศักดิ์สิทธิ์มีสต็อกอยู่ไม่มากนัก
แต่ดันบังเอิญว่าสถานที่ผลิตของประตูแห่งโชคชะตาได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด โรงเรือนถูกเผาไปครึ่งหนึ่ง ย่อมต้องได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน เธอไปหาจางจื้อหย่วนเพื่ออยากถามว่ามียาที่สามารถใช้แทนยาปฏิชีวนะชั่วคราวได้หรือไม่ แต่อีกฝ่ายกลับพาเธอไปที่ห้องเล็กๆ ใต้ดินของวิหารศักดิ์สิทธิ์ แล้วเปิดผ้าใบกันน้ำที่คลุมกล่องกระดาษออก
ภายในกล่องกระดาษมีขวดบรรจุผงเพนิซิลลินวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ
เจินนีถึงกับอึ้งไป
"วางใจเถอะ ยาที่ผลิตออกมาทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว แถมโรงงานแห่งใหม่ของประตูแห่งโชคชะตาก็กำลังติดตั้งอยู่ อีกไม่กี่วันก็เริ่มเดินเครื่องได้ ความเสียหายจริงๆ ของพวกเราก็มีแค่ค่าเช่าโรงเรือนกับอุปกรณ์ท่อบางส่วน รวมๆ แล้วก็ประมาณร้อยกว่าเหรียญเซเรียลเท่านั้นแหละ" จางจื้อหย่วนพูดยิ้มๆ
"หรือว่าพวกคุณจะรู้แต่แรกแล้ว..."
เขาพยักหน้า "ดินแดนหรรษา... ผมหมายถึงคุณเฉาน่ะ เขาทำอะไรมากกว่าที่คุณคิดนะ ถ้าจัดการปัญหาแค่นี้ไม่ได้ ก็ดูถูกเจ้านายพวกเราเกินไปแล้ว"
เมื่อก่อนจางจื้อหย่วนจะไม่มีทางเรียกเจ้าหน้าที่ทางการของเกมดินแดนหรรษาว่าเจ้านายเด็ดขาด แต่หลังจากที่ดินแดนหรรษายอมรับเงื่อนไขการทำธุรกรรมใหม่ จู่ๆ เขาก็พบว่าการเรียกอีกฝ่ายว่าเจ้านายก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านขนาดนั้นแล้ว
"ที่แท้ท่านเฉาก็เตรียมการไว้แล้ว!" สีหน้าของเจินนีดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"ส่วนคุณน่ะ... วันนี้การกระทำของคุณกล้าหาญมาก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามุทะลุไปหน่อย ตอนนี้คุณเป็นผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว เพราะฉะนั้นการรักษาคนเจ็บให้ดีขึ้นต่างหากคือสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ กระแสสังคมภายนอก แรงกดดันจากประชาชน หรือแม้แต่การลอบโจมตีในที่ลับ พวกเราจะไปจัดการเอง เข้าใจไหม"
"อืม..." เด็กสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วตอบรับเสียงเบา
จางจื้อหย่วนเอื้อมมือไปลูบผ้าพันแผลบนศีรษะของเธอ "ยังเจ็บอยู่ไหม"
"แหะๆ... ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" เจินนียิ้มอย่างมีความสุข ดูราวกับเป็นคนละคนกับตอนที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูวิหารศักดิ์สิทธิ์เพียงลำพัง
"แค่กๆๆๆ-" จู่ๆ ก็มีเสียงไอติดต่อกันดังมาจากในเงามืด
จากนั้นชุยเจินเอินก็เดินออกมาจากหลังเสาหิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ ว่า "คุณจางเฉียง พวกเรามีงานต้องทำแล้ว"







