ลั่วหนิงดูไลฟ์สดของรายการ"นักร้อง"ไปพลาง เลื่อนดูฮอตเสิร์ชบนเวยป๋อไปพลาง
#กู้สิงลั่วหนิง#
#ช่วงเวลาแห่งเรากู้สิงลั่วหนิง#
#เฉินหลิงซูน่าสงสารมาก#
#เพื่อนรักแย่งสามี#
#ภาพลั่วหนิงสวมหมวกที่เซี่ยเหมิน#
#สมรภูมิลั่วหนิงเฉินหลิงซู#
เลื่อนดูเวยป๋อสักพัก ลั่วหนิงก็หันไปมองคอมเมนต์ในไลฟ์สดของรายการ"นักร้อง"
ในช่องคอมเมนต์
แฟนคลับของเฉินหลิงซูกับแฟนคลับของเธอทะเลาะกันอย่างดุเดือดจนหยุดไม่อยู่แล้ว
“ลั่วหนิงนังมือที่สาม!”
“เฉินหลิงซูต่างหากที่เป็นฝ่ายตามตื๊อไม่สำเร็จแล้วพาล!”
“เมื่อก่อนพวกเธอเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ นี่ก็ทะเลาะกันได้เหรอ?”
“เพื่อนรักเหรอ? เหอะๆ ไม่เคยได้ยินหรือไงว่ากันไฟกันขโมยกันเพื่อนรักน่ะ?”
“กู้สิงจะชอบใครมันก็เป็นอิสระของเขา พวกคุณไปด่าลั่วหนิงทำไม?”
“การที่กู้สิงเขียนเพลงให้ลั่วหนิงก็คือหลักฐาน! เขาก็ชอบลั่วหนิงนั่นแหละ!”
“แล้วเฉินหลิงซูยังร้องเพลง"ปฏิเสธรักไม่ได้"เลย ใครเป็นคนกำหนดว่าห้ามตามจีบแล้ว?”
“…”
ลั่วหนิงมองดูกู้สิงในไลฟ์สด นิ้วมือวางบนหน้าจอแท็บเล็ต ปลายนิ้วลูบไล้ไปบนใบหน้าของเขา
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลั่วหนิงก็ลุกขึ้น เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดประตูตู้แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นเสื้อยืดสีขาวธรรมดาๆ หนึ่งตัว กางเกงลำลองสีดำหนึ่งตัว และสวมทับด้วยเสื้อคลุมบางๆ
รวบผมขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำคอที่เกลี้ยงเกลา
มองตัวเองในกระจกแวบหนึ่ง สีหน้าเรียบเฉย แววตาสงบนิ่ง แต่เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่—
เธออยากไปหาเขา
ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเฉินหลิงซูจะอยู่หรือไม่ และไม่ว่าฮอตเสิร์ชบนเวยป๋อเหล่านั้นจะถูกปั่นกระแสไปอย่างไร
เธอก็แค่อยากเจอเขา
ในขณะเดียวกัน กู้สิงยังไม่รู้ถึงปฏิกิริยาบนโลกออนไลน์
แน่นอนว่าถึงแม้จะไม่รู้ แต่ก็พอจะเดาได้ ทว่าเพลงในวันนี้ เป็นเพลงที่กู้สิงวางแผนไว้ว่าจะร้องบนเวทีนี้อยู่แล้ว
ไม่ว่าจะคืนดีกับเฉินหลิงซูหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการร้องเพลงของเขา
เพียงแต่กู้สิงไม่คาดคิดว่า พอตัวเองนั่งลงได้ไม่นาน กงชิงอี๋ก็เขยิบเข้ามา แล้วกระซิบซุบซิบกับเขาว่า “เพลงนี้เขียนให้ลั่วหนิงเหรอ?”
“คุณรู้ได้ยังไง?”
“ในฮอตเสิร์ชถกกันให้แซ่ดแล้ว”
กู้สิงถามกงชิงอี๋ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “วันนี้คงไม่มีช่วงที่อาจารย์เหอให้พวกนักร้องอ่านฮอตเสิร์ชของตัวเองหรอกใช่ไหม?”
“คุณว่าไงล่ะ”
ไม่รู้ทำไม พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดที่นานๆ จะได้เห็นของกู้สิง อารมณ์ของกงชิงอี๋ก็พลันดีขึ้นมา—
การอ่านฮอตเสิร์ชเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
นักร้องทุกคนต้องเผชิญ
แม้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเคยเกิดขึ้นแล้วในเทปที่แล้ว แต่เมื่ออาจารย์เหอพูดว่าต่อไปคือช่วงที่นักร้องของเราจะมาอ่านฮอตเสิร์ช สีหน้าของทุกคนก็ยังคงดูแปลกประหลาด จากนั้นทุกสายตาก็จับจ้องไปที่กู้สิงและเฉินหลิงซูอีกครั้ง
“ให้อาจารย์กู้เริ่มก่อนไหมครับ?”
อาจารย์เหอยิ้มพลางถาม ด้วยประสบการณ์จากเทปที่แล้ว ตอนนี้เขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสบายๆ แล้ว
“ได้สิครับ”
กู้สิงเหลือบมองฮอตเสิร์ช ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “เอาอันนี้แล้วกันครับ ตอนนี้อยู่อันดับหนึ่งในฮอตเสิร์ช #กู้สิงลั่วหนิง#”
“โอ้~”
อาจารย์เหอจงใจลากเสียงยาว “แปลกจังเลยนะครับ ลั่วหนิงไม่ได้อยู่ที่นี่สักหน่อย ทำไมถึงติดฮอตเสิร์ชกับอาจารย์กู้ได้ล่ะครับ?”
“เพลงที่ผมเพิ่งร้องไปเมื่อกี้นี้ครับ”
กู้สิงรู้ว่าทุกคนอยากฟังอะไร ในเมื่อชาวเน็ตก็เดากันไปแล้ว เขาก็เลยพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้สนใจเลยว่าจะเป็นการประกาศความสัมพันธ์กับลั่วหนิง “เพลงนั้นบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ช่วงที่ผมกับลั่วหนิงไปเที่ยวด้วยกัน แล้วบังเอิญผ่านไปที่เซี่ยเหมินครับ ไม่คิดเลยว่าพวกชาวเน็ตจะฟังออกกันด้วย”
“จริงๆ พวกเราก็ฟังออกเหมือนกันค่ะ”
โจวอวิ้น นักร้องหญิงที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นพลางยิ้ม นักร้องคนอื่นๆ ก็พยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง ทำหน้าเหมือนกำลังรอเผือก
อาจารย์เหอถามอย่างมีความนัยแฝงว่า
“ถ้าอย่างนั้นลั่วหนิงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณเหรอครับ? เพราะว่า สามารถไปเที่ยวด้วยกันครึ่งปี คงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาๆ ใช่ไหมครับ”
กู้สิงส่ายหน้า
ทุกคนชะงักไป เฉินหลิงซูก็มองไปที่กู้สิงเช่นกัน
วินาทีต่อมา กู้สิงก็พูดประโยคที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงออกมา “สำหรับผมแล้ว ลั่วหนิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัวครับ”
คนในครอบครัว?
ทุกคนกำลังขบคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำคำนี้
คอมเมนต์:
【ถึงคนในครอบครัวจะสนิทกัน แต่เหมือนจะไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนะ นี่ถือเป็นการชี้แจงรึเปล่า?】
【คนข้างบนยังอ่อนหัดนัก】
【นิยามของคนในครอบครัว รวมถึงพ่อแม่ญาติพี่น้อง แฟนสาวอะไรพวกนี้ไม่นับแน่นอน แต่ถ้าเป็นภรรยาล่ะ?】
【เฮือก!】
【งั้นสำหรับกู้สิงแล้ว ลั่วหนิงเป็นคนในครอบครัวแบบญาติ หรือแบบภรรยากันแน่?】
【อย่างแรกคือมิตรภาพที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง อย่างหลังคือความรักที่เลือกแล้ว!】
เฉินหลิงซูเม้มริมฝีปาก ไม่อยากแสดงสีหน้าใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย แต่เธอรู้ความหมายที่แท้จริงของคำสองคำนี้จากปากของกู้สิงดี แววตาจึงอดไม่ได้ที่จะหม่นแสงลง
เมื่อเห็นว่าทุกคนดูเหมือนจะกึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ
กู้สิงยิ้มแล้วพูดว่า “ผมเป็นเด็กกำพร้าครับ ถ้าพูดถึงคนในครอบครัว ก็มีแค่สามคนเท่านั้น”
“สามคน?”
อาจารย์เหอชะงักไป “ถ้าลั่วหนิงนับเป็นคนในครอบครัว แล้วอีกสองคนจะเป็นใครล่ะครับ?”
“ความลับครับ”
กู้สิงไม่ยอมพูด แต่สายตากลับเหลือบไปมองเฉินหลิงซูอย่างตั้งใจโดยไม่ตั้งใจ
แววตาที่หม่นหมองของเฉินหลิงซูดูเหมือนจะสว่างขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าสีหน้าจะดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง—
กล้ามเนื้อบนใบหน้าแข็งทื่อไปแล้ว
แต่แล้วหลังจากนั้น ความสงสัยอันใหญ่หลวงก็ผุดขึ้นมาในใจของเฉินหลิงซู
“ถ้าฉันก็เป็นคนที่กู้สิงคิดว่าเป็นคนในครอบครัวด้วย งั้นนอกจากฉันกับลั่วหนิงแล้ว คนที่สามคือใครกัน?”
เฉินหลิงซูเคยศึกษาเรื่องครอบครัวของกู้สิง รู้ว่าพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตหมดแล้ว เขาเป็นเด็กกำพร้า
งั้น “คนในครอบครัว” คนที่สามที่กู้สิงพูดถึง จะเป็นผู้หญิงของเขาเหมือนกับตัวเองและลั่วหนิงด้วยหรือเปล่า?
ไม่มีทาง…
ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่จริง ทั้งตัวเองและลั่วหนิงต่างก็ไม่รู้ กู้สิงไม่มีเหตุผลที่จะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้!
คอมเมนต์:
【เมื่อกี้กู้สิงมองเฉินหลิงซูแวบหนึ่งรึเปล่า?】
【คนในครอบครัวสามคนที่กู้สิงพูดถึง คงไม่ได้รวมเฉินหลิงซูเข้าไปด้วยใช่ไหม?】
【นี่กะจะเก็บไว้ทั้งสองคนเลยเหรอ?】
【เดี๋ยวนะ รุ่นเกอ นี่นายเป็นผู้ชายเฮงซวยจริงๆ เหรอ?】
【สารภาพรักกับลั่วหนิงเสร็จ ก็ยังจะมาดึงเฉินหลิงซูเอาไว้ด้วยใช่ไหม?】
【สมมติว่าคนในครอบครัวสามคนคือลั่วหนิงกับเฉินหลิงซู แล้วอีกคนคือใคร?】
【รุ่นซ่าว?】
【ไม่หรอกมั้ง กงชิงอี๋ที่เป็นรุ่นซ่าวเนี่ย ทุกคนก็แค่ล้อเล่นกัน เธอไม่ได้สนิทกับกู้สิงถึงขนาดนั้นสักหน่อย】
【คำว่าคนในครอบครัวไม่ใช่คำง่ายๆ นะ】
เฉินหลิงซูกำลังสงสัย ชาวเน็ตก็กำลังสงสัย ว่าคนในครอบครัวคนที่สามที่กู้สิงพูดถึงคือใคร แต่ครั้งนี้ต่อให้ทั้งอินเทอร์เน็ตมีแต่เชอร์ล็อก โฮมส์ ก็ไม่มีทางเดาคำตอบออกได้เลย…
อีกฟากหนึ่งของเมือง
ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
นอกหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองทั้งเมืองอยู่ในสายตา—
แสงนีออนส่องประกาย การจราจรคับคั่งดั่งสายน้ำ อาคารแลนด์มาร์กที่อยู่ไกลออกไปส่องสว่างสดใสในความมืด แต่คนที่อยู่ในห้องกลับไม่ได้มองทิวทัศน์
หลินนั่วเอนกายบนโซฟา
บนจอโปรเจกเตอร์ตรงหน้า กำลังฉายไลฟ์สดของรายการ"นักร้อง"อยู่
หลินนั่วสวมชุดคลุมนอน ขดตัวอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน ปกคอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวเนียน ปลายผมยาวสลวยที่เพิ่งสระเสร็จยังคงมีความชื้นเกาะอยู่ ส่องประกายแวววาวนุ่มนวลใต้แสงไฟ เธอมองกู้สิงบนจอโปรเจกเตอร์ ในแววตามีบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
“สามคน…”
หลินนั่วหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบหนึ่งคำ จากนั้นก็หรี่นัยน์ตาเรียวยาวลงเล็กน้อย “พี่คะ นี่พี่จะหาพี่สะใภ้ให้ฉันทีเดียวสองคนเลยเหรอคะ?”