"บทบาทของหลงขุยกับหลงหยางเขาเป็นพี่น้องแท้ๆ กันนะ แต่เราสองคนไม่ได้เป็นสักหน่อย แล้วเธอจะเอาตัวเองไปอินกับบทนั้นทำไม?"
กู้สิงพูดอย่างขบขัน
หลินนั่วและหลินโม่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใดๆ ต่อกันเลย
พ่อของหลินโม่มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากเหตุสุดวิสัย ทิ้งหลินนั่วในวัยเด็กเอาไว้
ผู้เป็นพ่อจึงรับหลินนั่วมาอยู่ที่บ้าน และนั่นทำให้หลินโม่ได้มีน้องสาวที่น่ารักเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าพ่อแม่ของหลินโม่ก็จะจากไปเร็วขนาดนี้ ไม่มีทางเลือกอื่น หลินนั่วในวัยเด็กจึงต้องให้กู้สิงผู้เป็น "พี่ชาย" คอยดูแล
แต่ทว่าเพราะทั้งสองคนบังเอิญมีแซ่เดียวกันพอดี
ดังนั้นหลายๆ คนจึงไม่รู้ว่าทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ
หลินนั่วพูดว่า "ถึงเราจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่ความรู้สึกที่ฉันมีต่อพี่ชาย ก็เหมือนกับที่หลงขุยมีต่อหลงหยางนั่นแหละ!"
กู้สิงชะงักไปเล็กน้อย
หลงขุยกับหลงหยางมีความรู้สึกแบบไหนกันล่ะ?
ช่างเถอะ ไม่ว่าหลงขุยกับหลงหยางจะเป็นยังไง เอาเป็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกู้สิงกับน้องสาวนั้นสนิทสนมกลมเกลียวกันมาตลอดก็พอแล้ว ส่วนเรื่องซิสค่อนบราค่อนอะไรนั่น ก็แค่พูดเล่นกันขำๆ จะไปมีความรักร่วมสายเลือดกันจริงๆ ได้ยังไงล่ะ?
ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!
พี่น้องไม่มีสายเลือดเดียวกัน หลินนั่วเป็นเด็กที่บ้านรับเลี้ยงไว้ แถมยังไม่ได้จดทะเบียนรับเป็นลูกบุญธรรมอะไรด้วยซ้ำ คำว่าพี่ชายกับน้องสาวก็เป็นแค่คำเรียกขาน...
คุยกันไปคุยกันมา
หลินนั่วก็อ่านบทของ «เซียน 3» ต่อ
พออ่านจนเหนื่อย กู้สิงก็พาหลินนั่วไปเข้านอน เหมือนกับเมื่อคืนวาน
เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน ช่วงกลางวันกู้สิงจะคอยไปเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนลั่วหนิงกับเฉินหลิงซู พอตกกลางคืนก็กลับไปอยู่เป็นเพื่อนหลินนั่วที่คฤหาสน์ เรียกได้ว่ายุ่งจนหัวหมุนเลยทีเดียว
จนกระทั่ง...
การถ่ายทอดสดรายการ «นักร้อง» อีพีสี่เริ่มต้นขึ้น เนื่องจากในอีพีนี้จะไม่มีใครถูกคัดออก ดังนั้นทุกคนจึงไม่มีความกดดันทางจิตใจมากนัก เพียงแค่คิดอยากจะคว้าอันดับหนึ่งในรอบนี้มาให้ได้ เพื่อแย่งชิงป้ายทองคืนชีพตามกฎกติกา
วันที่มีการถ่ายทอดสดอีพีสี่
บ่ายสามโมง กู้สิงออกเดินทางจากคฤหาสน์
เมื่อไปถึงทีมงานรายการ ตอนที่กู้สิงผลักประตูเข้าไปในห้องแต่งตัวหลังเวที
เฉินหลิงซูกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น ช่างแต่งหน้ากำลังง่วนอยู่กับการแต่งหน้าให้เธอ
พอเห็นกู้สิง ดวงตาของเฉินหลิงซูก็เป็นประกาย แต่ตัวไม่ได้ขยับ
เธอกำลังกรีดอายไลเนอร์อยู่
"มาแล้วเหรอ?"
เธอทำได้แค่มองเขาผ่านกระจก
กู้สิงเดินเข้าไป ยืนอยู่ข้างหลังเธอ และสบตากับเธอผ่านกระจก
การแต่งหน้าของเธอดูเหมือนจะเข้มกว่าปกติเล็กน้อย หางตาชี้ขึ้นนิดๆ ขับให้ดวงตาคู่นั้นดูเย็นชาขึ้นมาบ้าง แต่พอมองไปที่กู้สิง ความเย็นชานั้นก็ละลายลงไปเล็กน้อย
เฉินหลิงซูถาม "ดูดีไหม?"
กู้สิงพยักหน้า "ดูดีสิ"
มุมปากของเฉินหลิงซูโค้งขึ้นเล็กน้อย อายแชโดว์เป็นสีชมพูอ่อนๆ ริมฝีปากดูชุ่มชื้นอวบอิ่ม
ช่างแต่งหน้าที่อยู่ข้างๆ แอบอมยิ้ม คู่นี้ก็หวานไม่เบาเลยนะเนี่ย?
ไม่รู้ว่าถ้าลั่วหนิงอยู่ด้วย ทั้งสามคนจะยังหวานกันได้ขนาดนี้ไหม?
และแล้ว
เวลาพลบค่ำ
เหล่านักร้องก็ทยอยกันมาถึง
ในห้องโถงพักผ่อน เหล่านักร้องกำลังพูดคุยกัน หลังจากกู้สิงทักทายทุกคนแล้ว สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเฉินหลิงซู
ตอนนี้เฉินหลิงซูกลับนั่งอยู่กับกงชิงอี๋ ทั้งสองคนกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกัน
กู้สิงรู้สึกประหลาดใจมาก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขากับกงชิงอี๋แกล้งเป็นแฟนกัน สองคนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยถูกกัน แถมยังเคยมีปากเสียงกันครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ แล้วนี่ความสัมพันธ์ดีขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
คิดไม่ออก แต่กู้สิงก็ยังคงเดินไปนั่งข้างๆ เฉินหลิงซู
กงชิงอี๋เห็นดังนั้นก็เอ่ยแซว "ตอนนี้พวกเธอไม่ปิดบังใครแล้วสินะ"
กู้สิงพูดกลั้วหัวเราะ "มามัวเหนียมอายมันน่าเบื่อที่สุดเลย วันๆ ต้องมาคอยเกร็งแสดงละครมันเหนื่อยนะ"
เฉินหลิงซูกลอกตามองบน
กู้สิงไม่ได้กำลังเหน็บแนมเธออยู่ใช่ไหม?
เพราะเมื่อก่อน เธอเป็นคนไม่ยอมให้กู้สิงประกาศคบกันอย่างเป็นทางการเอง
ทั้งๆ ที่เป็นแฟนกัน แต่กลับต้องมาแกล้งทำเป็นไม่สนิทกัน
...
สองทุ่มตรง การถ่ายทอดสดรายการ «นักร้อง» อีพีสี่ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
พิธีกรยืนอยู่บนเวที กล่าวเปิดรายการด้วยรอยยิ้มสดใส จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงจับฉลาก
กู้สิงล้วงมือเข้าไปในกล่องจับฉลาก หยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วเปิดดู
"หมายเลขหนึ่ง?"
กู้สิงชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยิ้มแล้วโชว์หมายเลขของตัวเองให้กล้องดู
หานลี่ตันที่อยู่ข้างๆ ชะโงกหน้ามาดู ก่อนจะตบต้นขาหัวเราะลั่น "กู้สิง เธอกับเฉินหลิงซูนี่เป็นคู่สร้างคู่สมกันจริงๆ อีพีที่แล้วเธอเปิดรายการ อีพีนี้เธอเปิดรายการ ผลัดกันเหมาคิวเลยใช่ไหมเนี่ย!"
เฉินหลิงซูปิดปากหัวเราะเบาๆ ลำดับการขึ้นแสดงของเธอในอีพีนี้ค่อนข้างอยู่รั้งท้าย
หลังจากจับฉลากเสร็จ
กู้สิงในฐานะหมายเลขหนึ่ง ก็ก้าวขึ้นเวทีเป็นคนแรก
ส่วนพิธีกรยังไม่ได้ลงไป เพราะต้องอธิบายหัวข้อในอีพีนี้แทนกู้สิงเสียก่อน:
"ตามกฎกติกาการแข่งขันในอีพีนี้ของเรา เหล่านักร้องจะต้องเลือกเพลงตามหัวข้อที่จับฉลากได้ในตอนท้ายของอีพีที่แล้ว และหัวข้อที่อาจารย์กู้จับได้เมื่ออีพีที่แล้วก็คือ 【งานแต่งงาน】 ดังนั้น ในอีพีนี้อาจารย์กู้จะนำบทเพลงที่เกี่ยวกับงานแต่งงานมาฝากพวกเรากันครับ..."
คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามา:
【งานแต่งงาน? คีย์เวิร์ดนี้ง่ายจะตาย มีเพลงรักตั้งเยอะแยะให้เลือก】
【แต่ ยิ่งคีย์เวิร์ดง่ายก็ยิ่งทำให้ออกมาโดดเด่นยากไม่ใช่เหรอ?】
【ไม่รู้ว่ากู้สิงจะเลือกเพลงอะไร?】
【เพลงที่เกี่ยวข้องมีเยอะ แต่ที่โดดเด่นมีไม่มาก ที่ฉันประทับใจที่สุดก็คือเพลง «สี่» ที่เฉินหลิงซูร้องก่อนหน้านี้ เล่นเอางานแต่งงานคนตายเลย】
【ฮ่าฮ่าฮ่า กู้สิงคงไม่เลือกเพลง «สี่» เหมือนแฟนตัวเองหรอกนะ?】
【ฉันกลับรู้สึกว่า กู้สิงอาจจะแต่งเพลงใหม่...】
【แต่งเพลงใหม่?】
【เพิ่งจับหัวข้อได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองนะ เวลาแค่สัปดาห์เดียวจะแต่งเพลงที่ขึ้นเวทีรายการวาไรตี้เพลงระดับท็อปอย่างรายการ «นักร้อง» ได้เลยเหรอ?】
【ไม่สมจริงเลย】
【ไม่สมจริงอะไรกันล่ะ ลืมไปแล้วเหรอว่าเพลง «ซัวฮวาง» ของพี่รื่นตอนนั้น ก็แต่งขึ้นมาภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนี้ไม่ใช่เหรอ?】
【พูดมันก็ใช่ แต่ครั้งนั้นอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญก็ได้นะ】
【น่าจะเป็นความบังเอิญแหละ หรือไม่ก็กู้สิงอาจจะเกิดแรงบันดาลใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาพอดีตอนนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้อีกครั้ง】
【ถ้ากู้สิงสามารถใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์แต่งเพลงคลาสสิกออกมาได้อีก ฉันจะขอเป็นแฟนคลับเขาไปตลอดชีวิตเลย!】
【...】
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่หลั่งไหล กู้สิงกุมไมโครโฟน รอให้เสียงอินโทรดังขึ้น
ครู่ต่อมา เสียงเปียโนเรียบง่าย ท่วงทำนองที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย ก็ไหลรินเข้าสู่โสตประสาทของทุกคน
กู้สิงเอื้อนเอ่ย:
"ฤดูหนาวที่เท่าไหร่แล้วหลังจากเลิกรากันไป
"วันนี้คือวันอะไร
"บางครั้งก็ยังคงคิดถึงเธอ
"ข้อความที่ส่งมาอย่างกะทันหันของเธอ
"ทำให้ฉันตั้งรับไม่ทัน
"ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
"ในตอนที่ทุกคนต่างร่วมยินดีกับเธอ ฉันกลับเพิ่งตาสว่างอย่างโง่เขลา ว่าแท้จริงแล้วมีคนสั่งตัดชุดแต่งงานให้เธอตั้งนานแล้ว..."
【เพลงใหม่!】
【เป็นเพลงใหม่จริงๆ ด้วย!】
【อ๊ากกกกก พี่รื่นโคตรเจ๋ง เวลาแค่สัปดาห์เดียว หัวข้องานแต่งงาน การแต่งเพลงตามโจทย์แบบนี้ยังกล้ายกมาเสิร์ฟตรงๆ อีก!】
【เพราะดีแฮะ】
【เนื้อเพลงมีความหมายน่าสนใจดี】
【เอ๊ะ? ชื่อเพลงนี้ «เจียปิน» เหรอ?】
【เชี่ย เพลงนี้เขียนเรื่องราวของ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไปร่วมงานแต่งงานของแฟนเก่าเหรอ?】
【มุมมองการแต่งเพลงเป็นแบบนี้เองเหรอเนี่ย!】
ด้านล่างเวทีเงียบลง ผู้ชมบางคนเริ่มสบตากัน มุมมองในการแต่งเพลงนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ!
【หัวข้องานแต่งงาน ไม่ได้เขียนเรื่องคู่รักแต่งงานกัน แต่เขียนเรื่องไปร่วมงานแต่งงานของแฟนเก่าเนี่ยนะ?】
【โคตรเทพพพ!!】
【กู้สิงทำถึงเกินไปแล้ว!】
【ประเด็นสำคัญคือต้องดูว่าท่อนฮุกจะเป็นยังไง】
【ใช่】
【ท่อนฮุกคือจุดสำคัญ】
ท่ามกลางการถกเถียง ท่อนฮุกที่ผู้ชมพูดถึงก็มาถึง กู้สิงยกไมโครโฟนขึ้น:
"ขอบคุณที่อุตส่าห์เชิญฉันเป็นพิเศษ
"มาเป็นพยานให้กับความรักของเธอ
"ฉันคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าหนี
"ถือการ์ดแต่งงานเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว
"สถานที่ที่เขาจัดเตรียมไว้อย่างประณีต
"น่าเสียดายที่นี่คือทิวทัศน์ที่เป็นของเธอ
"ส่วนฉันเป็นเพียงแค่แขกรับเชิญ"
วินาทีนี้ ในที่สุดผู้คนก็นึกถึงความหวาดกลัวที่ถูกครอบงำโดยเพลง "สายซึมเศร้า" ของกู้สิงขึ้นมาได้
ความเสียใจ!
การพลัดพราก!
ความปวดร้าว!
เพลงนี้คือสิ่งที่กู้สิงถนัดที่สุด แนวเพลงที่เหมือนกับการเล่าเรื่อง เรื่องราวที่พรรณนาออกมานั้น เข้าถึงจิตใจของผู้ชมทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ได้อย่างแม่นยำ
"ฉันวางความทรงจำทั้งหมดลงเพื่อเติมเต็มความรักของเธอ แต่กลับไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือโชคชะตา
"เธอที่ไม่ได้เจอกันนานดูห่างเหินไปเล็กน้อย
"การจับมือทักทายช่างดูเกรงใจเหลือเกิน
"ทำไมต้องจงใจทำต่อหน้าเขา
"ปิดบังว่าในโลกของฉันเคยมีเธอ"
วินาทีที่ท่อนฮุกจบลง ภาพจำลองก็ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของผู้ชม
พระเอกเดินเข้าไปในโถงงานแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์
มองดูผู้หญิงที่ตัวเองรักที่สุด กำลังสวมชุดแต่งงานที่คนอื่นเตรียมไว้ให้ในตอนนี้
คู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน เดินขอบคุณแขกเหรื่อไปทีละโต๊ะ
ทักทาย
ชนแก้ว
เมื่อเดินมาถึงโต๊ะของพระเอก ท่าทีของเจ้าสาวกลับดูห่างเหินเหลือเกิน
ราวกับว่าพระเอกเป็นเพียงแค่หนึ่งในแขกรับเชิญธรรมดาๆ ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายมากมายในงาน
และเมื่อร้องมาถึงตรงนี้
ภาพอันโหดร้ายเหล่านั้น ก็ยังไม่จบลง:
"เสียงระฆังดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอยืนรออยู่กับที่ รอให้เขาเดินเข้ามาใกล้ เขาที่แสนอ่อนโยนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง สวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางของเธออย่างช้าๆ ในตอนที่ทุกคนต่างร่วมยินดีกับเธอ ฉันกลับเพิ่งตาสว่างอย่างโง่เขลา ว่าแท้จริงแล้วระหว่างเราไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกันอีกแล้ว..."
นางเอกสวมแหวนแต่งงาน
ภายใต้สายตาที่จ้องมองของพระเอก
เพียงแค่ตัวอักษรก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกปวดใจได้แล้ว ผู้ชมบางส่วนถึงกับขอบตาแดงก่ำ
บางคนนึกถึงรักแรกที่เอื้อมไม่ถึงซึ่งตัวเองพลาดไป
"ขอบคุณที่อุตส่าห์เชิญฉันเป็นพิเศษมาเป็นพยานให้กับความรักของเธอ ฉันคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าหนี วันนี้เธอแต่งหน้าแต่งตัวได้สวยงามเป็นพิเศษ ความงามนี้ที่ฉันเคยได้โอบกอดไว้ น่าเสียดายที่นี่คืองานแต่งงานของเธอกับเขา ส่วนฉันเป็นเพียงแค่แขกรับเชิญ..."
แตกต่างจากเนื้อเพลงที่ซ้ำซากจำเจของเพลงหลายๆ เพลง
ในขณะที่เพลงนี้ไล่ระดับเส้นเสียงท่วงทำนอง ก็ยังมุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดภาพและสภาพจิตใจต่างๆ ออกมาด้วย
สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอินตามอย่างรุนแรง!
โดยเฉพาะคนบางกลุ่ม ที่เคยมีความเสียใจ หรือเคยเป็นหมาเลียให้คนอื่น
ถูกต้องแล้ว
เพลงนี้ คือเพลงของหมาเลีย!
ไปร่วมงานแต่งงานของแฟนเก่า รำลึกถึงเรื่องราวในอดีตต่างๆ นานาในงานแต่งงาน รู้สึกเจ็บปวดและเสียใจอย่างถึงที่สุด
นี่ไม่ใช่หมาเลียแล้วจะเป็นอะไร?
เพียงแต่ต้องยอมรับว่า การที่เพลงหมาเลียสามารถโด่งดังขึ้นมาได้ ก็เกี่ยวพันกับการที่มีหมาเลียอยู่บนโลกใบนี้เยอะเกินไปด้วย
เพราะยังไงคำพ้องความหมายของหมาเลียก็คือคำว่า "รักลึกซึ้ง" นี่นา
ลองฟังเนื้อเพลงท่อนนี้สิ:
"ฉันวางความทรงจำทั้งหมดลงเพื่อเติมเต็มความรักของเธอ แต่กลับไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือโชคชะตา คำว่าตลอดไปที่เคยสัญญาไว้กลายเป็นแค่อดีต ฉันพยายามอวยพรให้เธอจากใจจริง โปรดอภัยที่ฉันดูไม่ได้และไม่ได้เรื่อง ขอตัวเสียมารยาทลุกออกไปก่อนนะ..."
เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินมาชนแก้ว พระเอกยังต้องชนแก้วตอบ อวยพรให้พวกเขาถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
อวยพรจบ เจ้าสาวยังไม่ได้เป็นอะไร แต่ตัวพระเอกกลับเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง
อารมณ์ของกู้สิงมาเต็ม เสียงคำรามระเบิดออกมา:
"นี่ไม่ใช่ซีรีส์ไอดอลสักหน่อย
"ทำไมฉันถึงแสดงได้อินขนาดนี้
"พล็อตเรื่องที่ทนดูไม่ได้นี้
"ขอบคุณที่อุตส่าห์เชิญฉันเป็นพิเศษ
"ให้มาเชยชมความรักที่เธอต้องการ
"การเป็นแขกรับเชิญอาจเป็นโชคชะตาอีกแบบหนึ่ง
"ตัวฉันที่เดินจากเธอมา จนถึงตอนนี้ยังมีสิทธิ์อะไรไปห่วงใย
"เพราะท้ายที่สุดคนที่ได้ครองคู่กันก็คือเธอ
"ส่วนฉันเป็นเพียงแค่แขกรับเชิญ"
ความรู้สึกที่เพลงนี้มอบให้ แฝงไปด้วยความจริงใจในแบบฉบับของหมาเลีย
เนื้อเพลงทั้งเพลง โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้ใช้คำพูดซ้ำซากจำเจ พวกคำว่าฉันรักเธอเธอรักฉัน เพื่อให้ดูสวยงามและคล้องจอง แต่ผลสุดท้ายกลับทำให้คนฟังงงงวยไม่เข้าใจ
ในทางตรงกันข้าม:
เนื้อเพลงทุกๆ ท่อนของเพลงนี้ จะเพิ่มการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เข้าไป
มีการพรรณนาถึงภาพ มีการพรรณนาถึงสภาพจิตใจ หรือแม้กระทั่งบทสรุปในมุมมองของพระเจ้า
ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้แค่ฟังเพลงๆ หนึ่ง แต่มันเหมือนกับได้ดูซีรีส์ที่ปวดตับเรื่องหนึ่งมากกว่า
"ฉันหลั่งความทรงจำทั้งหมดจนหมดสิ้น
"เพื่อมาเฉลิมฉลองงานแต่งงานของเธอ
"แต่กลับไม่มีความกล้าพอที่จะอวยพรเธอ
"ขอบคุณที่มอบความตาสว่างครั้งสุดท้ายให้กับฉัน
"คืนตัวฉันกลับมาให้ตัวฉันเอง
"อย่างน้อยฉันก็ยังสามารถเป็น
"แขกรับเชิญที่เป็นพยานความรักของพวกเธอได้
"..."
ในช่วงท้ายของเพลง ดูเหมือนว่าความฝันจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่หมาเลียก็ยังคงเป็นหมาเลียอยู่วันยังค่ำ เขายังอุตส่าห์รู้สึกโชคดีที่ตัวเองได้มาร่วมงานแต่งงานครั้งนี้เนี่ยนะ?
【เชี่ยเอ๊ย ฉันดันอินตามไปแล้ว!】
【รู้สึกว่าเพลงหมาเลียทั้งหมดในช่วงนี้ ต้องหลีกทางให้เพลง «เจียปิน» เพลงนี้เลย!】
【มีก้อนอิฐปลิวเข้าตา...】
【ฟังแล้วร้องไห้เลย อินจัด พวกเราหมาเลียทำอะไรผิดงั้นเหรอ?】
【นี่คือกู้สิงใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์แต่งออกมาเหรอ?】
【ยอมแล้ว! ฉันยอมแพ้จริงๆ! พูดคำไหนคำนั้น! ตั้งแต่วันนี้ไปจะขอเป็นแฟนคลับกู้สิงไปตลอดชีวิต!】
【แต่งได้โคตรเจ๋ง!】
【ความรู้สึกเหมือนได้ดูซีรีส์ ได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่งเลย!】
【ขอร้องล่ะเลิกร้องเถอะ เพื่อนฉันคนนึงฟังแล้วตับพังไปแล้ว ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก ไม่สนใจ ไม่พังง่ายๆ หรอก ประเด็นคือเพื่อนฉันทนฟังต่อไม่ได้แล้ว】
【เกิดใหม่ทั้งทีดันมานั่งฟังพวกชีวิตดีร้องเพลงของหมาเลีย แถมแม่งยังซาบซึ้งอีก เชี่ยเอ๊ย!】
【คอมเมนต์บนพูดถูก แม่งเอ๊ย กู้สิงมันเป็นไอ้พวกชีวิตดีชัดๆ ในชีวิตจริงควงสาวซ้ายขวา ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูแย่งชิงความโปรดปรานจากมัน แต่ผลสุดท้ายมันยังมาแต่งเพลงหมาเลียแบบนี้อีก ให้เชื่อว่านายเป็นหมาเลีย สู้ให้เชื่อว่าฉันเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ยังจะดีกว่า!】
【แบบนี้มันต่างอะไรกับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งมาร้องเพลง «อีอู๋สั่วโหย่ว» ของตัวเองล่ะ!】
【ไอ้ผู้ชายเฮงซวยก็ตั้งใจร้องเพลง «อู๋ไล้» ของนายไปเถอะ!】
ผู้ชมเริ่มจะตับพังกันจริงๆ แล้ว
บนเวทีนี้ ใครก็สามารถร้องเพลงของหมาเลียได้
เพราะยังไงเพลงรักในวงการเพลงซีโจว ผลงานในมุมมองของหมาเลียก็กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งค่อนประเทศแล้ว ผลงานยอดเยี่ยมในนั้นมีเยอะราวกับฝูงปลาคาร์ปข้ามแม่น้ำ หลีกเลี่ยงยังไงก็ไม่พ้น!
แต่
กู้สิงเป็นผู้ชายเฮงซวยที่ควงสาวซ้ายขวานะ เขาไม่ใช่หมาเลียอะไรสักหน่อย
ตรงกันข้าม เฉินหลิงซูที่ร้องเพลง «จงอู๋เยี่ยน» ต่างหากล่ะ ที่เป็นหมาเลียของกู้สิง!
ถึงแม้ลั่วหนิงจะไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นหมาเลียจริงๆ จังๆ แต่การที่เธอยอมแบ่งปันกู้สิงร่วมกับเฉินหลิงซู แบบนี้ไม่เรียกว่าหมาเลียหรือไง?
แสดงออกในความรักได้ต่ำต้อยขนาดนี้ ไม่ใช่หมาเลียก็ไม่ต่างกันแล้ว!
ผลปรากฏว่า ตอนนี้ทุกคนกลับถูกกู้สิงทำให้ซาบซึ้งด้วยเพลงของหมาเลีย ความรู้สึกแบบนั้น อย่าให้พูดเลยว่าแม่งโคตรจะขัดแย้งแค่ไหน!
ใช่แล้ว
จุดที่ทำให้ผู้ชมตับพังก็คือ พวกเขาดันถูกเพลงนี้ทำให้ซาบซึ้งซะได้!?
ทั้งๆ ที่พระเอกในเพลงบ้าๆ นี่ กับกู้สิงในความเป็นจริง มีภาพลักษณ์ที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง!
【ฉันล่ะจะอ้วกจริงๆ!】
【กู้สิง: ช่วยไม่ได้ ผู้ชมล้วนเป็นหมาเลีย แต่งเพลงที่ทำให้พวกเขาอินตามได้หน่อยก็แล้วกัน】
【ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้ไม่สามารถมองเพลง «ซัวฮวาง» ก่อนหน้านี้ของกู้สิงได้เหมือนเดิมอีกแล้ว】
【ยังมีเพลง «คนแบบฉัน» อีก ตอนนั้นฉันยังอุตส่าห์สงสารกู้สิง ตอนนี้ฉันแค่อยากจะบอกว่า ไอ้พวกชีวิตดีเฮงซวยไปตายซะ!】
【ฉันที่ไปสงสารกู้สิงนี่ช่างน่าขันสิ้นดี แล้วใครจะมาสงสารฉันบ้าง?】
【แม่งเอ๊ย มีพรสวรรค์แล้วจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้จริงๆ กู้สิงที่น่ารังเกียจขยี้ใจฉันซะยับยเยินเลย!】
【เพลงที่คนชีวิตดีแต่ง กลับให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเข้าใจ นี่มันผิดพลาดตรงไหนกันแน่?】
ผู้ชมตับพังกันหมดแล้ว ในใจมีความรู้สึกเพียงอย่างเดียว:
กู้สิง นายมีสิทธิ์อะไรมาร้องเพลงของหมาเลีย นายคู่ควรเหรอ นายมีคุณสมบัตินี้เหรอ นายเคยเป็นหมาเลียใครไหม!
นายมันเป็นฝ่ายที่ถูกเลียต่างหาก!