ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 79
บทที่ 79 กระดูกซี่โครงหักสามซี่! กระดูกอกแตก เชียนเป่าเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง!
“อุปกรณ์ประกอบฉาก?”
“นี่มันไม่เหมือนของปลอมเลยนะ”
“สีหน้าทรมานแบบนั้น ดูไม่เหมือนแกล้งเลย…”
“พูดได้คำเดียว นักแสดงคนนี้แสดงเก่งจริง!”
หลังจากถกเถียงสั้นๆ ผู้ชมรอบๆ ก็พากันโห่ร้องว่ายังดูไม่สะใจ ขอให้แสดงอีกครั้ง
เจิ้งเจี่ยก็ไม่รีรอ เธอทำหน้าท่าทางอ่อนแอแล้วตะโกนว่า “ทุกคนก็เห็นแล้วนะคะ อากาศร้อนขนาดนี้ นักแสดงของเราถูกมัดตรึงกับโต๊ะ ขยับตัวไม่ได้ เหนื่อยมาก! แถมการแสดงนี้ก็อันตรายมากๆ ด้วย ขอให้ทุกคนช่วยกันบริจาค สนับสนุนพวกเราหน่อยได้ไหมคะ?”
“อีกหนึ่งนาที เราจะมาแสดงทุบหินบนอกให้ทุกคนดูอีกครั้ง!”
พูดจบ ฝูงชนที่กำลังคึกคักก็ฮือฮาโยนเงินสนับสนุนกันอย่างตื่นเต้น ไม่นาน บนพื้นก็เต็มไปด้วยธนบัตรมูลค่าต่างๆ กองระเกะระกะ
เจิ้งเจี่ยแอบยิ้มสะใจ “ก็แค่ดาราตกกระแส จะวางศักดิ์ศรีลงมาเล่นริมถนนมันยากตรงไหน? ทำราวกับว่าไม่มีใครทำได้!”
“เจี่ยฮอตกว่านาย หาเงินได้มากกว่าด้วย!”
พอเธอยกแผ่นหินขึ้นแล้วเดินไปหาอู๋เชียน อู๋เชียนที่ปากเลอะเลือดก็ทำตาตื่นด้วยความหวาดผวา ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นพล่าน ส่ายหัวถี่ๆ คัดค้านสุดฤทธิ์
“เล่นใหญ่ไปหน่อยไหมเรา” เจิ้งเจี่ยทำหน้ารำคาญ “ไม่เห็นเหรอว่าเราหาเงินมาได้ตั้งเยอะ? อยู่นิ่งๆ หน่อย เดี๋ยวรับอีกสักไม่กี่ที วันนี้เราหารวมกันยังไงก็แซงดาราตกกระแสได้!”
อู๋เชียนดิ้นสุดแรง ต่อต้านหัวชนฝา!
ชั่วอึดใจเดียว เขาด่าโคตรเหง้าเจิ้งเจี่ยในใจครบสิบแปดชั่วโคตรไปแล้ว
รับอีกไม่กี่ที?!
เมื่อกี้แค่ค้อนทีเดียวก็แทบจะทุบกระดูกหน้าอกข้าแตกละเอียดแล้ว ถ้าแรงขนาดนั้นฟาดมาอีกสองสามที มีหวังมีชีวิตไว้หาเงิน แต่ไม่มีชีวิตไว้ใช้เงินแน่!
เพี้ยะ! เพี้ยะ!
เจิ้งเจี่ยไม่คิดว่าอู๋เชียนจะไม่ให้ความร่วมมือขนาดนี้ จึงสะบัดมือตบเขาไปสองฉาด เสียงดังใสแจ๋ว
“อยู่นิ่งๆ ได้ไหม? มันก็ไม่ได้เจ็บอะไรนักหนา!” เจิ้งเจี่ยยกแผ่นหินหนักวางลงบนหน้าอกของอู๋เชียน น้ำเสียงตำหนิ “นาจาเป็นผู้หญิงแท้ๆ ตอนนั้นยังไม่งอแงเท่าเธอเลย”
ความกลัวปนความอับอายแล่นบีบรัด อู๋เชียนตาแดงเส้นเลือดปูดจนแทบถลน แต่ปากถูกอุดแน่นเสียจนพูดไม่ได้ เห็นเจิ้งเจี่ยจะหมุนตัวไป เขาก็น้ำตารื้น สองสายไหลจากหางตาช้าๆ
“ยังจะร้องไห้อีก?”
จมูกเล็กๆ ของเจิ้งเจี่ยสูดฟุดฟิด พลันทำตาแปลกๆ ใส่อู๋เชียน “ฉี่รดกางเกงอีกแล้ว?!”
“โธ่ คิดว่าก่อนหน้านี้จะต้องมองเธอใหม่ ที่แท้เห็นสภาพนิดหน่อยก็ฉี่แตกแบบนี้ ยังเป็นผู้ชายอยู่ไหม?” เจิ้งเจี่ยมองเหยียด “ไอ้ขี้ขลาด!”
‘CNM ให้ข้าพูดสิ ให้ข้าพูดสิวะ!’ อู๋เชียนคลุ้มคลั่งในใจ ความดันพุ่งจนหน้าเขียวเป็นกระเทียมม่วง คอแดงเป็นปื้น
เจิ้งเจี่ยไม่สนใจ หันไปปลุกระดมผู้ชมให้ช่วยบริจาคเพิ่ม
ครู่ต่อมา เจิ้งเจี่ยส่ายเอวอ้อนแอ้น แบกค้อนยักษ์กลับมาหน้าอู๋เชียน
ทำครั้งที่สองก็คุ้นมือ ตอนนี้บนใบหน้าหวานของเธอเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
ยิ่งเห็นแววตาตื่นกลัวของอู๋เชียน ทั้งที่ขยับไม่ได้ แต่กลับดิ้นรนกระเสือกกระสนราวกับจะต้องเผชิญสิ่งน่าสะพรึงกลัวสุดขีด เจิ้งเจี่ยก็ยิ่งเกิดความสะใจแปลกๆ ขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
ผู้ชาย ยิ่งเธอต่อต้าน ฉันยิ่งตื่นเต้น!
ว่าแล้ว ร่างบอบบาง แขนขาผอมบางของเจิ้งเจี่ยก็ฮึกเหิม โต้ตอบกับคนดูอย่างคึกคัก “มีคนบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงแรงน้อย บางคนก็บอกว่าตะกี้ดูไม่ชัด งั้นครั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน ฉันจะยกค้อนให้สูงขึ้น!”
จากนั้น เจิ้งเจี่ยเงยตัว แอ่นอกอวบแน่น แล้วค่อยๆ ยกค้อนหนักทึบให้ลอยพ้นเหนือศีรษะ โงนเงนขึ้นไปสูงลิบ
“จากระยะไกลขนาดนี้ทุบลงมา คราวนี้ดูชัดกันแล้วนะ?”
มีคนในฝูงชนโห่ยุยง “ให้สูงกว่านี้ ยกให้สูงอีก!”
เจิ้งเจี่ยได้ยินก็ยกค้อนยักษ์ไปค้างไว้ด้านหลังศีรษะ เพราะแขนเรียวแรงไม่มาก ค้อนเลยเริ่มแกว่งซ้ายขวา
เสียงโห่เซ็งแซ่ดังระงมในฝูงชน “ก้มเอวลงอีก แบบนั้นออกแรงได้แรงกว่า!”
เจิ้งเจี่ยเลยแหงนอกให้หงายขึ้น แล้วก้มเอวโค้งเป็นรูปตัว C!
พอทำแบบนี้ ระยะเร่งของค้อนก็ไกลขึ้น แรงที่ตกลงบนแผ่นหินตอนสุดท้ายก็ยิ่งมหาศาล!
อู๋เชียนเห็นท่าไม่ดี น้ำตาไหลพรากหยุดไม่อยู่ เขาไม่สนใจความกลัวอีกต่อไป ดิ้นสุดชีวิต ผ้าพันแผลกับเชือกปอที่มัดมือเท้าและลำตัวแน่นจนเกิดรอยเลือดเป็นปื้นๆ บนตัวเขา!
เห็นเจิ้งเจี่ยกำลังจะลงมือ อู๋เชียนส่ายหัวถี่รัว ร้องครางอู้อี้ผ่านผ้าที่อุดปากไว้ ลูกตาเลือดคั่ง เส้นเลือดฝอยแดงฉาน รูม่านตาขยายสุด!
‘อย่านะ!!!’
เขากรีดร้องในใจด้วยความพังทลาย
ถ้าจะมีภาพใดอธิบายคำว่า “สิ้นหวัง” ได้ ช่วงเวลานี้แหละคือคำตอบ
เจิ้งเจี่ยปรับตำแหน่งค้อนให้เข้าที่ แล้วทำท่ารวบแรงเตรียมเหวี่ยง!
‘ไม่ ไม่ ไม่ ’ อู๋เชียนตะโกนลั่นในใจ ทว่าเจิ้งเจี่ยไม่ได้ยิน ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทุบลงไปแล้วมันเจ็บขนาดไหน
ตอนนั้นเอง พอเห็นสีหน้าหมดหวังคลุ้มคลั่งของอู๋เชียน เจิ้งเจี่ยก็เผลอนึกถึงแฟนเก่าดาราตกกระแสคนนั้น เธอเลยระบายแค้นใส่อู๋เชียนราวกับเขาเป็นไอ้ดาราตกกระแสคนนั้น เจิ้งเจี่ยเกร็งลำตัว ออกแรงเหวี่ยงค้อน เมื่อครู่ยังทำหน้าบอบบางอ่อนหวานเหมือนกุลสตรี ตัวเล็กๆ แต่ตอนนี้ใบหน้ากลับเหี้ยมเกรียม ฟาดค้อนยักษ์ลงมา!
เห็นก้อนเหล็กขนาดมหึมาสีดำทะมึนทิ้งดิ่งจากบนลงล่างต่อหน้าต่อตา รูม่านตาของอู๋เชียนหดวูบ
สมองเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ แม้แต่แรงจะดิ้นก็ไม่ทันคิด…
ตึง!!!
ค้อนดับเพลิงฟาดลงหนักอึ้ง ตรงตำแหน่งหน้าอกพอดี
แผ่นหินแตกกระจาย แรงปะทะมหาศาลทำให้ค้อนเหล็กไถลตามรอยแตกของแผ่นหินลงไป กระแทกหน้าอกเขาโดยตรง แล้วดัง ‘กร๊อบ’ ขาโต๊ะไม้ที่เก่าอยู่แล้วทั้งสี่ขาหักพรืดพร้อมกัน อู๋เชียนที่นอนอยู่ด้านบนเลยทั้งคนทั้งค้อนร่วงลงพื้นไปพร้อมกัน!
เหตุการณ์พลิกผันแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเจิ้งเจี่ยผู้เป็น “เพชฌฆาต” ยังสะดุ้ง โยนค้อนทิ้ง หน้าถอดสีแล้วเผ่นถอยไปไกล
ดวงตาอู๋เชียนเบิกโพลง ถึงไม่รู้ว่าถูกลูกกระสุนปืนใหญ่โจมตีมันรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนหน้าอกโดนลูกกระสุนเหล็กที่ไม่ระเบิดถล่มใส่ตรงๆ…
เสียงร่างกับแผ่นโต๊ะหล่นกระแทกพื้นกลบเสียงอื่นๆ ไปหมด แต่สำหรับอู๋เชียนผู้ถูกทรมาน เขากลับได้ยินเสียง “กร๊อบ” แหลมคมชัดเจน!
นั่นคือเสียงกระดูกซี่โครงแตก!
“ผั่ก!!!” อู๋เชียนที่ทรวงอกบอบช้ำพ่นเลือดออกมาคำโต ถึงปากจะโดนผ้าพันแผลอุดไว้ เลือดก็ยังเอ่อทะลักซึมออกมารัวๆ
“โอ้!!”
“ว้อดเดอะฟะ!!”
“โต๊ะพังทั้งตัว!!”
“พ่นเลือดอีกแล้ว!”
“แบบนี้จะไม่เป็นอะไรจริงเหรอ?!”
ฝูงชนแตกตื่นอื้ออึง
【???】
【โต๊ะนี่ไม่ทนทานเอาซะเลย เชียนเป่าจะตกแล้วเจ็บไหมเนี่ย?】
【น่าจะไม่เป็นไรนะ โต๊ะมันก็ไม่สูงอยู่แล้ว แถมเชียนเป่าถูกมัดติดกับแผ่นโต๊ะ ถึงตกลงมาก็มีแผ่นไม้ช่วยซับแรง ปลอดภัยมาก!】
【เดี๋ยวก็ร้องไห้เป็นสาย เดี๋ยวก็พ่นเลือดเป็นสาย เชียนเป่าเล่นใหญ่เกินต้าน!】
【ต้องพูดตรงๆ ฟีดแบ็กของเชียนเป่ามันสมจริงมาก เหมือนโดนค้อนทุบจริงๆ เลย】
【ช่วงนี้เขาไปเข้าคลาสเวิร์กช็อปการแสดงที่ไหนมาเหรอ? การแสดงระเบิดขนาดนี้ น่าจะเล่นเป็นพระเอกซีรีส์ออนไลน์ได้สบายๆ แล้วนะ】
【ดาราตกกระแสน่ะ ชาตินี้ก็ไม่มีวันเรียนได้!】
【สองคนนี้ต่างหากตัวจริงเรื่องทุบหินบนอก ถ้าดูแค่แรงกระตุ้นทางภาพ ดูโอ้เชียน-เจิ้งเหนือกว่าคู่ของดาราตกกระแสกับนาจาขาดลอย!】
ชาวเน็ตสายเผือกต่างก็พากันทึ่ง
เจิ้งเจี่ยมองดูสภาพเละเทะเกลื่อนพื้น เดินย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง เห็นสีหน้าการแสดงโอเวอร์ของอู๋เชียนก็แอบงงขึ้นมาทันที “ตกลงเธอกินถุงเลือดไปกี่ถุงกันแน่? เลือดที่ออกนี่มันเว่อร์ไปหน่อยไหม…”
‘เว่อร์…’
ศีรษะอื้ออึง รวดร้าวจนหน้าบิดเบี้ยว อู๋เชียนที่เจ็บจนแทบขาดใจไม่มีแรงจะด่าด้วยซ้ำ เขาคอเอียง หน้าตาบูดเบี้ยว คร่ำครวญทรมาน เสียงฮืดฮาดในคอไม่หยุด เลือดก็พุ่งออกจากปากไม่ขาดสาย
ในความเลือนราง เขาเหมือนเห็นย่าทวดโบกมือเรียกเขา…
โต๊ะหักไปแล้ว แม้คนดูที่มามุงเชียร์กันเสียงดังจะร้องขอให้เล่นอีกครั้ง แต่ก่อนอื่นเจิ้งเจี่ยตัดสินใจแก้มัดให้อู๋เชียนแล้วค่อยจัดฉากใหม่
พอเธอเพิ่งแก้เชือกปอที่มัดอู๋เชียนออกได้ไม่นาน อู๋เชียนที่เมื่อครู่ยังหายใจรวยรินก็ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน อยู่ๆ ก็ดีดสองเท้าพุ่งใส่เธอราวกับสายฟ้าฟาดจนเธอล้มกระเด็นลงพื้นอย่างรุนแรง!
เจิ้งเจี่ยงงเป็นไก่ตาแตก “เธอทำอะไรของเธอ?!”
อู๋เชียนตาแข็งกร้าว เขากระดื๊บเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ออกแรงดีดสองเท้าอัดใส่!
“ไอ้เวร ฉันยอมลดตัวช่วยหาเงินให้นาย ยอมวางฟอร์มมาเล่นโชว์ทุบหินบนอกที่โคตร LOW แบบนี้กับนาย นายไม่สำนึกบุญคุณไม่ว่า กล้าลงมือทำร้ายฉันอีกเหรอ?!”
เจิ้งเจี่ยไม่อยากจะเชื่อ พอนึกได้ว่าเทพธิดาวงการบันเทิงจีนอย่างเธอกลับถูกผู้ชายทำร้ายต่อหน้าคนทั้งถนน ก็ทั้งน้อยใจทั้งโมโหจนตาแดงก่ำ
‘ทำร้ายเธอ?! กูจะฆ่าให้เรียบ!!’ อู๋เชียนคำรามดังก้องในใจ เขาพูดไม่ได้ ตอนนี้ในตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
อาจเป็นเพราะดิ้นรนก่อนหน้านี้ได้ผล อะดรีนาลีนพุ่งกระฉูด อู๋เชียนกระชากผ้าพันแผลที่มัดข้อเท้าออกจนขาด ไม่สนเลือดซึมรอบข้อเท้า ฝืนทนเจ็บในอก เลือดทะลักเป็นสายจากปาก พุ่งเข้าใส่เจิ้งเจี่ยแล้วซัดไม่ยั้ง ทั้งถีบทั้งเตะอย่างเอาเป็นเอาตาย!
เจิ้งเจี่ยกรีดร้องโหยหวน น้ำตาไหลพรากไม่หยุด!
ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยโดนกดขี่ข่มเหงแบบนี้ที่ไหนกัน?!
ต่อให้เป็นดาราตกกระแสก็ไม่เคยแตะต้องเธอสักปลายนิ้ว!!
ไอ้สารเลว!!!
เจิ้งเจี่ยฮึดคลานลุกจากพื้น จับท่อนแขนอู๋เชียนไว้แล้วกัดสุดแรงเกิด!
อู๋เชียนเจ็บจนร้องลั่น แล้วสวนกลับใส่เจิ้งเจี่ยแบบไม่ไว้หน้า!
เจิ้งเจี่ยกัดแขนอู๋เชียนจนเป็นปื้นเลือดใหญ่ เห็นอีกฝ่ายสติแตกจนจะซ้อมเธอให้ตายกลางถนนทั้งที่เธอเป็นดาราหญิงตัวบอบบาง ก็เลยตกใจจนร้องไห้พร่างพรูแล้วหนีไปข้างๆ พอดีกับที่เฉาเกอและพวกเห็นท่าไม่ดีเบียดฝูงชนเข้ามา เธอรีบวิ่งไปหลบหลังเฉาเกอราวกับเจอผู้ช่วยชีวิต
เจิ้งเจี่ยอารมณ์พัง น้ำเสียงสั่นระริก:
“ไอ้บ้า เขามันคนบ้า! อู๋เชียนบ้าไปแล้ว เขาจะทำร้ายฉัน!”
หลี่ซิน ถังอี้ซิน BaBy เร่อปา และดาราหญิงอีกหลายคนก็จ้องอู๋เชียนที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดด้วยสายตาโกรธขึง แม้อีกฝ่ายตอนนี้จะดูอาภัพน่าสงสาร แต่ก่อนหน้านี้เจิ้งเจี่ยอธิบายกับทุกคนแล้วว่านั่นคือถุงเลือด บรรดาสาวๆ เลยไม่คิดไปทางอื่น
ยังไงเขาก็เป็นไอดอลที่มีหวังขึ้นเป็นท็อปสตาร์ กลับกล้าลงมือซ้อมดาราหญิงต่อหน้าคน นี่มันข้ามเส้นของพวกเธอไปไกล!
【เชียนเป่าบ้าไปแล้วมั้ง!】
【เขานี่จะเอาให้เจิ้งเจี่ยตายจริงๆ เตะเข้าท้องน้อยคนเขาตรงๆ บ้าไปแล้ว!】
【ไม่คิดเลยว่าอู๋เชียนจะมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง!】
【ผู้ชายแบบนี้น่ากลัวมาก!】
【ดาราตกกระแสนั่นพูดถูกนี่นา!】
【อยู่ๆ ก็เข้าใจเลยว่าทำไมดาราตกกระแสถึงไม่ลงรอยกับอู๋เชียน คนหน้าตาดีแต่ลงไม้ลงมือกับผู้หญิงแบบไม่มีเหตุผล ใครเป็นแฟนเขาไม่โดนซ้อมในบ้านหรือไง!】
【น่ากลัวเกินไป!】
เติ้งเฉา วัวดำ เห็นอู๋เชียนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ก็รีบกันตัวเจิ้งเจี่ยที่โดนทำร้ายไว้ข้างหลัง เติ้งเฉาปลอบ “เชียนเอ๋อร์ ใจเย็นก่อน มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน!”
“ใช่ ทำไมต้องทำร้ายคนด้วย!” เบบี้ประณามเสียงแข็ง
วัวดำโวยวายดุเดือด “ไม่ว่าเธอจะอัดอั้นแค่ไหน การลงมือหนักใส่ผู้หญิงต่อหน้าคนแบบนี้มันเกินไปแล้ว! เธอเตะเข้าท้องน้อย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ชีวิตนี้เธอจบเห่!”
“ตอนนี้ท้องฉันเจ็บมาก! จริงๆ นะ ฉันรู้สึกว่าเขาเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว คนๆ นี้เป็นพวกโทสะรุนแรง…มีปัญหาทางจิต!” เจิ้งเจี่ยพอมีคนออกหน้าปกป้องก็ทันทีน้ำตาคลอ พอพูดถึงสิ่งที่เพิ่งเจอมา ก็สะอื้นฮักๆ ตัวสั่นงันงกร้องไห้อย่างเจ็บปวด
เร่อปากับพวกที่เห็นความรุนแรงของอู๋เชียนกับตาตัวเอง ต่างก็โอบเจิ้งเจี่ยไว้ปลอบเสียงเบาอย่างเห็นใจ
ท่ามกลางเสียงตำหนิของทุกคน และสายตาเดือดดาลของเหล่าแขกรับเชิญหญิง อู๋เชียนก็ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน อยู่ๆ ก็งัดแรงฉีกผ้าพันแผลที่มัดข้อมือทั้งสองข้างออก!
เห็นเจิ้งเจี่ยที่กำลังน้ำตานองหน้า ทำท่าอ่อนแอในฝูงชนคอยกล่าวหาเขา อู๋เชียนที่สติเลอะเลือนก็จ้องเจิ้งเจี่ยด้วยแววตาจะฆ่าคนแล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยท่าทางกราดเกรี้ยว!
เติ้งเฉากับพวกรีบเข้ามาขวาง ทุกคนล้วนคิดว่าอู๋เชียนขาดสติ ฟั่นเฟือนแล้ว
ตอนนี้ ฝูงชนที่มุงดูอยู่เห็นภาพนี้ก็พากันงง เมื่อก่อนยังคิดว่าน่าจะเป็นการแสดงของทั้งคู่ แต่พอเห็นบรรดาดารารีบเข้ามาห้ามก็เริ่มรู้ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุในไลฟ์สด จึงพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปส่องดราม่า
ยังไงอู๋เชียนก็ผอมแห้ง แถมบาดเจ็บหนัก วัวดำคนเดียวก็กดเขาหงายติดพื้นจนกระดิกไม่ได้ ทันใดนั้นคอของเขาก็เอียง แล้วสลบคาที่!
ผ้าพันแผลที่พันจากท้ายทอยอ้อมมาปิดปากเขายังมีเลือดซึมไม่หยุด!
เติ้งเฉาไม่อยากเชื่อ “พวกนายได้กลิ่นคาวเลือดไหม?”
“ได้กลิ่น!”
“หรือว่า…”
ทุกคนนึกย้อนไปถึงตอนอู๋เชียนหลุดคุมสติ และค้อนฟาดเมื่อครู่ของเจิ้งเจี่ยที่ทุบทีเดียวจนคนทั้งตัวพร้อมโต๊ะพังยับ ก็พากันทำหน้าตาเหลือเชื่อ
เฉาเกอรีบรุ่มร่ามฉีกผ้าพันแผล เห็นในปากอู๋เชียนเต็มไปด้วยคราบเลือด แถมยังมีเลือดไหลทะลักเป็นสายย้อนขึ้นมาจากกระเพาะ ทุกคนก็รู้ทันทีว่าเรื่องใหญ่แล้ว
เห็นคนสลบไม่ฟื้น ทุกคนก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก
หวังเป่าเฉียงรีบเอามือกดคลำลงบนหน้าอกอู๋เชียน สีหน้าก็เปลี่ยนทันที “เชี่ยเอ๊ย!”
“รีบโทรเรียกรถพยาบาล!”
พอเห็นเป่าเฉียงตกใจขนาดนี้ ทุกสายตาก็หันมามอง “เกิดอะไรขึ้น?”
หวังเป่าเฉียงฝึกวิชาที่วัดเส้าหลินมาตั้งแต่เด็ก ภายหลังยังได้ร่วมงานกับซูเปอร์สตาร์กังฟูมากมาย แน่นอนว่าวินิจฉัยอาการกระดูกได้
“กระดูกซี่โครงหักสี่ซี่ โครงกระดูกอกแตกแยกตรงกลาง เมื่อกี้เขาออกแรงรุนแรงทำให้รอยแตกของกระดูกฉีกกว้างขึ้น แล้วตำแหน่งที่โดนค้อนฟาดลงมาแบบนั้น เส้นเลือดกับอวัยวะแถวๆ หัวใจถูกกดทับ บาดเจ็บภายในสาหัส ถ้าไม่รีบผ่าตัด อาจเอาชีวิตไม่รอด!”
เติ้งเฉา: “???”
เฉินชือชือ: “??!”
เหล่าแขกรับเชิญหญิง: “?!!”
ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก
ก็แค่วาไรตี้โชว์เอาต์ดอร์รายการหนึ่ง แม้ดาราตกกระแสจะเพี้ยนในชีวิตประจำวัน แต่ส่วนใหญ่ก็เล่นกันขำๆ กลับกลายเป็นว่าแขกรับเชิญสองคนที่สร้างปัญหาอยู่ตลอดนี่เกือบจะส่งกันไปปรโลก?!
【เชี่ย!】
【ฉันมึนแดกเลย!】
【เชียนเป่า!!!】
【เชียนเป่าของฉัน ไอ้ซือหม่าเจิ้งเจี่ย แกต้องการช่วยผัวเก่าของแกแน่ๆ อ้างว่าเป็นการแสดงแล้วเล่นงานเชียนเป่าของฉันเอาคืน!】
【ฉันเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้สีหน้าของเชียนเป่าถึงสิ้นหวังขนาดนั้น…】
【เขาไม่ได้แสดง เขาโดนขู่จนสติแตกจริงๆ!】
【โคตรพ่อง มัดคนกับโต๊ะ มัดมือมัดเท้า ปิดปาก ดิ้นสุดชีวิตก็ไร้ผล ทำได้แค่มองค้อนทุบลงหน้าอกตัวเองจนกระดูกซี่โครงกับกระดูกอกหัก…】
【ยมบาลมีชีวิต!!】
【เจิ้งเจี่ยนี่ไม่ใช่โชว์ทุบหินบนอกแล้วโว้ย ถ้าอยู่สมัยโบราณคงเป็นเสนาบดีกรมอาญาชัดๆ!】
【เชียนเป่าถึงกับอาการเป็นตายเท่ากัน พวกแอนตี้สี่ตัวนี่กลับยังสะใจอยู่ตรงนี้ ใจไม่เจ็บกันบ้างเหรอ?!】
【เดี๋ยวก่อนนะ ค้อนอันเดียวกัน ขั้นตอนเหมือนกัน ทำไมนาจาที่ผอมขนาดนั้นไม่เป็นอะไร แต่เชียนเป่ากลับกระดูกแตก แบบนี้มันไม่ชอบมาพากลแล้วเหรอ?】
【ไม่ใช่ว่าบอกให้เชื่อในวิทยาศาสตร์เหรอ? กระดูกซี่โครงกับกระดูกอกแตกยับ แบบนี้มันวิทยาศาสตร์ตรงไหนกัน?!】
【หลักการของทุบหินบนอกคือใช้แผ่นหินช่วยกระจายแรงค้อน ทฤษฎีคือยิ่งหินหนักยิ่งดี คู่นั้นตอนแรกยังบ่นว่าหินหนักเกิน แบกยาก เถ้าแก่แนะนำแบบหนักก็ไม่เอา ดันเลือกแบบเบาเอง แถมตอนดาราตกกระแสลงค้อน แขนยังไม่ยกถึงเหนือศีรษะด้วยซ้ำ แรงที่ลงก็พอดีแค่ให้แผ่นหินแตก แล้วรีบผ่อนแรงทันไม่ให้ทำร้ายนาจาที่อยู่ข้างล่าง
ส่วนแผ่นหินที่เจิ้งเจี่ยใช้มันเปราะอยู่แล้ว เธอยังกลัวว่าจะทุบเชียนเป่าไม่ตาย ครั้งที่สองเลยชูค้อนไปถึงด้านหลังศีรษะเพื่อเพิ่มระยะตก ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ช่วงเร่งยิ่งนาน แรงยิ่งมาก…】
【ซี๊ด……】
【ว่าแต่ พูดกันตามตรงนะ ฉันว่าตะกี้เชียนเป่ามือลงกับเจิ้งเจี่ยยังเบาไป…ทุกคนว่าไง?】
【เมื่อกี้ใครใส่ร้ายเชียนเป่าของฉัน รีบขอโทษให้หมด!】
【ขอโทษนะ เชียนเป่า!】
【……】
คอมเมนต์กระสุนเดือดขึ้นมาทันที
เฉาเกอรีบไปติดต่อรถพยาบาล
ผู้กำกับลู่ฮ่าวซึ่งเฝ้าดูระบบหลังบ้านก็อึ้งไปแล้ว เหตุการณ์มันเกินคาดไปไกล!
วัวดำ หวังเป่าเฉียง และเฉินชือชือ ทำตามคำสั่งของหวังเป่าเฉียง วางอู๋เชียนนอนราบกับพื้น ไม่กล้าขยับตัวแรง แล้วช่วยกันตบหน้าเบาๆ เรียกที่ข้างหู พยายามปลุกให้ตื่น
ส่วนงานกู้ชีพอย่างอื่นล่ะ?
พวกเขาไม่ใช่มืออาชีพ แน่นอนว่าไม่กล้าทำอะไรสะเปะสะปะ กลัวจะยิ่งทำให้อาการทรุด
เร่อปา หลี่ซิน เมิ่งจื่ออี้ ต่างก็หันไปมองเจิ้งเจี่ย
“เธอเกือบจะทุบเขาตายแล้วนะ!” เร่อปาไม่อยากจะเชื่อ
เจิ้งเจี่ยทำหน้ามึนงง “ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้…มันควรจะเป็นวิธีเดียวกันไม่ใช่เหรอ…”
“แล้วต่อให้กระดูกหักแล้วไง นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะมาชกต่อยผู้หญิงอย่างฉันนะ! เอาเรื่องนี้ออกไปก่อนก็ได้ พอเกิดเรื่องน่าอับอายแบบนี้ ฉันในฐานะดาราหญิง ต่อไปจะเผชิญหน้ากับคนในวงการยังไง จะเผชิญหน้ากับแฟนคลับยังไง ฉันยังเหลือหน้าไปพบใครอีกเหรอ?”
เจิ้งเจี่ยโวยวายเต็มไปด้วยความน้อยใจ:
“สรุปคือ ฉันต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เสียหายด้านชื่อเสียง เสียหายทางใจ ค่ารักษา ค่าขาดงาน รวมๆ กันถ้าไม่ถึงสิบล้านหยวน ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!”
สาวๆ: “……”
เมื่อครู่ยังรู้สึกเห็นใจเจิ้งเจี่ยกันอยู่ พอฟังคำพูดที่ไม่สมเหตุสมผลนี่ แล้วหันไปมองอู๋เชียนที่ตอนนี้หายใจรวยรินยังไม่ฟื้นขึ้นมา ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าที่เมื่อกี้เขาต่อยเบาไป…
พอดีกับตอนนั้น อู๋เชียนลืมตาขึ้นอย่างเลื่อนลอย พอฟื้นมาก็ได้ยินเจิ้งเจี่ยตะโกนโทษตัวเอง เขาโมโหสุดขีด พ่นเลือดพรวดออกมา “CNM มึงรู้ไหมว่าตะกี้กูสิ้นหวังแค่ไหน? มึงแม่งมัดมือมัดเท้ากู ปิดปากกู กูสงสัยว่ามึงกะฆ่าคนต่อหน้าต่อตาเลยต่างหาก!”
“พยุงกูขึ้นมา กูจะไปฆ่าอีนี่!”







