"ยังมีอีกเรื่อง เซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋เคยเห็นข้าแล้ว"
ฝ่ามือของสวี่อิงเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ หลังจากเขาสังหารกู้เฟยอวี่ เซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋ก็อาศัยยันต์เซียนจินจ้วนสร้างร่างจำแลงขึ้นมา แต่กลับถูกเขาผนึกแล้วเอาไปให้แมลงกิน
ต่อให้เขาสามารถตบตาอาวุธเซียนของสำนักอู๋จี๋ได้ แต่พอนั่วเผิงได้พบกับเซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋ ก็ต้องแฉเขาจนหมดเปลือกอยู่ดี
"ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี? ลงมือลอบโจมตีไปเลยดีไหม?"
สวี่อิงเดินนำทางอยู่ด้านหน้า แววตาเป็นประกาย หากลงมือลอบโจมตี ด้วยวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขาในตอนนี้ บวกกับถ้ำสวรรค์เจี้ยงกงที่ช่วยยกระดับพลังใจ ย่อมสามารถสร้างบาดแผลให้นั่วเผิงได้อย่างแน่นอน
เขาตื่นรู้ความทรงจำตอนออกทะเล จำวิชาศักดิ์สิทธิ์ในยุคโบราณกาลได้บางส่วน สามารถต่อกรกับตัวตนอันแข็งแกร่งบางคนได้แล้ว ทว่าหากคิดจะสังหารปรมาจารย์นั่ว ต่อให้เป็นปรมาจารย์นั่วที่บาดเจ็บ ก็ยังยากจะทำได้สำเร็จ
หกปรมาจารย์นั่วแม้จะเป็นของปลอม แต่ก็เป็นเซียนที่จุติลงมา เก็บเกี่ยวผู้คนในใต้หล้ามานานนับหลายหมื่นปี สะสมโอสถเซียนหกลี้ลับไว้มากเท่าใดก็สุดจะรู้
ถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วสามารถหลอมรวมโอสถเซียนได้อย่างสมบูรณ์ หากมองจากจุดนี้ ตบะของหกปรมาจารย์นั่วย่อมไร้ผู้ใดเทียบเทียม ต่อให้เป็นพวกนักตกปลาเหล่านั้น ก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้!
หากวันนั้นไม่มีสวีฝูสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้หกปรมาจารย์นั่ว เกรงว่านักตกปลาทั้งห้าสิบสามคนต่อให้ร่วมมือกัน ก็คงต้องตายด้วยน้ำมือของพวกเขาจนหมดสิ้น!
ทันใดนั้น พลันมีเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นและทรงธรรมดังแว่วมา "นั่วเผิง เจ้าแอบอ้างเป็นปรมาจารย์นั่ว หลอกลวงชาวโลกขโมยชื่อเสียง เก็บเกี่ยวผู้คนในใต้หล้า สมควรรับโทษทัณฑ์ใด?"
อีกเสียงหนึ่งดังตามมา เป็นเสียงของสตรี นางกล่าวกลั้วหัวเราะ "บนคุนหลุนเจ้าสูงส่งเป็นถึงปรมาจารย์นั่ว เสวยสุขจากการเซ่นไหว้ของผู้คนในใต้หล้า อยู่เหนือผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนที่เคารพเจ้าเป็นปรมาจารย์ เกรงว่าแม้แต่เซียนก็ยังไม่สุขสำราญเท่าเจ้า เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าเจ้าก็มีวันที่ต้องกลายเป็นสุนัขจนตรอกเช่นนี้?"
อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น "ส่งมอบถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วมา แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตเจ้า"
ใบหน้าชราของนั่วเผิงเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวซีด นางหัวเราะหึๆ พลางกล่าว "เด็กเมื่อวานซืนสามคนส่งเสียงมาจากระยะหมื่นลี้ คิดจะใช้วิธียั่วยุให้ข้าเฒ่าเผยตำแหน่ง ช่างดูถูกข้าเกินไปแล้ว"
นางเผยสีหน้าดุร้าย กล่าวอย่างเหี้ยมเกรียม "แต่ไอ้เด็กสามคนนี้ก็เผยตำแหน่งของพวกมันเช่นกัน พวกมันแยกย้ายกันไป ข้าเฒ่าแม้จะบาดเจ็บหนัก แต่จะกำจัดพวกเจ้าสักคน ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก!"
นางทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างกะทันหันและหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย เสียงดังแว่วมาจากที่ไกลๆ "พวกเจ้าสองคนไปเตรียมอาวุธเซียนให้พร้อม ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา!"
สวี่อิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบส่งเสียงผ่านสัมผัสเทวะทันที "ท่านเจ็ด ท่านระฆัง ข้าคือเจ้าสำนักอู๋จี๋ กู้เฟยอวี่ สืออวี่ฉิงคือภรรยาของข้า ปรมาจารย์นั่วนั่วเผิงกำลังจะกลับมาอีกครั้ง นางจะบีบบังคับให้พวกเราไปตามหาอาวุธเซียนคุ้มครองสำนักอู๋จี๋ พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อม!"
ในตำหนักทองคำเบื้องหน้า ระฆังใหญ่และหยวนชีได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจความหมายในคำพูดของเขาทันที รู้ว่าสวี่อิงและสืออวี่ฉิงกำลังถูกบีบบังคับ ระฆังใหญ่รีบหันไปมองหยวนชี ถามว่า "ท่านเจ็ด เอาอย่างไรดี?"
หยวนชีพลิกอ่านตำราของสำนักอู๋จี๋อย่างรวดเร็ว พลางกล่าว "เมื่อครู่ข้าเพิ่งอ่านเจอบันทึกของสำนักอู๋จี๋ ในนั้นบอกว่าอาวุธเซียนคุ้มครองสำนักอู๋จี๋ ขอข้าหาดูก่อน... เจอแล้ว!"
เขารีบส่งเสียงผ่านสัมผัสเทวะตอบกลับ "ท่านเจ้าสำนัก อาวุธเซียนคุ้มครองสำนักอู๋จี๋คือแผนภูมิอู๋จี๋ ของวิเศษชิ้นนี้ประดิษฐานอยู่ในหอเซียนอู๋จี๋ที่แท่นเฟิงฉาน!"
"แท่นเฟิงฉาน!"
สวี่อิงรีบทะยานขึ้นฟ้า มองไปรอบๆ จนพบทิศทางของแท่นเฟิงฉาน ที่นั่นมีหอตำหนักตั้งอยู่จริงๆ
ทันใดนั้น แสงสายัณห์ก็สว่างวาบขึ้นกลางท้องฟ้ายามราตรี ห่างออกไปนับหมื่นลี้ ท้องฟ้าแดงฉานราวกับถูกไฟเผา
สวี่อิงมองไป เห็นเพียงรัศมีถ้ำสวรรค์ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าที่ห่างออกไปนับหมื่นลี้อย่างกะทันหัน สว่างเจิดจ้าราวกับวงแหวนสุริยะที่กลวงโบ๋ อีกด้านหนึ่งของถ้ำสวรรค์ก็คือทะเลโกลาหล!
ทะเลโกลาหลอันเวิ้งว้าง มหาสมุทรแขวนอยู่เหนือน่านฟ้า งูยักษ์สองตัวเลื้อยคดเคี้ยวลงมาจากถ้ำสวรรค์ ตัวหนึ่งดำตัวหนึ่งขาว ภายใต้แสงสาดส่องของถ้ำสวรรค์ พวกมันดูสมจริงอย่างหาที่เปรียบมิได้ พุ่งโจมตีลงมาจากนอกฟ้า!
ท้องฟ้าที่ห่างออกไปหมื่นลี้สั่นสะเทือนคราหนึ่ง แม้จะอยู่บนไท่ซาน สวี่อิงและพวกก็ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณแผ่ซ่านมา!
นั่วเผิงหานักตกปลาที่ตามล่าตนเองพบแล้ว และกำลังปะทะกับอีกฝ่าย!
สวี่อิงรู้ว่าสถานการณ์ตึงเครียด จึงถามต่อ "แผนภูมิอู๋จี๋เป็นของวิเศษของปรมาจารย์ท่านใด?"
สัมผัสเทวะของหยวนชีตอบกลับมา "เซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋!"
"เป็นเขาจริงๆ ด้วย!"
สวี่อิงใจหายวาบ รีบส่งเสียงบอก "พวกเจ้าจงรีบออกมาจากตำหนักทองคำ พวกเราจะใช้ประตูไม้หนีเข้าไปในสุสานของปรมาจารย์สักท่าน ถ้านั่วเผิงหาพวกเราไม่พบ นางก็จะจากไปเอง..."
เขาเพิ่งพูดถึงตรงนี้ ทันใดนั้นก็มีแสงรุ้งสายหนึ่งวาบผ่านท้องฟ้า นั่วเผิงหิ้วหัวที่โชกไปด้วยเลือดร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ตกกระแทกพื้นไม่ไกลจากเขานักจนเศษหินปลิวว่อน
ศีรษะนั่น เป็นของหนึ่งในห้าสิบสามนักตกปลาผู้ "ทะยานเป็นเซียน" อย่างชัดเจน!
"ไม่ทันแล้ว" สวี่อิงใจหล่นวูบ
นั่วเผิงลงสู่พื้น ไอเป็นเลือดคำโต นางหัวเราะหึๆ "ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนนี่ช่างคิดเอาเองเสียจริง นึกว่าข้าเฒ่าพ่ายแพ้ให้สวีฝูแล้ว จะยอมให้พวกมันรังแกได้ตามใจชอบ หึๆ เจ้าจ้องจะเอาโอสถเซียนของคนอื่น คนอื่นเขาก็จ้องจะเอาชีวิตเจ้า! ไอ้เด็กนี่ ช่างเป็นยาบำรุงชั้นเลิศนัก!"
นางไออย่างรุนแรงขึ้นมาอีก เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ครั้งนี้ แม้จะสังหารนักตกปลาไปได้หนึ่งคน แต่อาการบาดเจ็บของนางก็หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นเช่นกัน
สภาพของนางย่ำแย่ถึงขีดสุด ตอนที่สวีฝูทำร้ายนาง เขาใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์ของสวี่อิง ยอดเขาสำริดลูกหนึ่งพุ่งชนร่างเนื้อและจิตวิญญาณดั้งเดิมของนาง ก่อให้เกิดบาดแผลแห่งมรรคบนร่างเนื้อ
จากนั้นยังใช้ปราณกระบี่ทะลวงร่างเนื้อของนาง แทงทะลุดินแดนซีอี๋และจิตวิญญาณดั้งเดิม ทำร้ายถึงรากฐานของนาง สุดท้ายยังใช้ทางช้างเผือกประทับตรามรรคาสายพันธุ์อื่นลงบนร่างของนาง!
แม้นักตกปลาจะตามล่าสังหารนางมาจนถึงตอนนี้ เป็นเวลานานถึงสามเดือน ทว่าบาดแผลที่พวกมันฝากไว้ให้ ยังไม่สาหัสเท่าบาดแผลที่สวีฝูเป็นคนทำเสียด้วยซ้ำ
หลายวันมานี้ อาการบาดเจ็บของนางยิ่งมายิ่งหนัก ถูกบีบคั้นจนไร้หนทาง ถึงได้จำต้องหาวิธีติดต่อกับแดนเซียน
สวี่อิงแววตาเป็นประกาย คิดในใจว่า 'วังหนีหวานซุกซ่อนโอสถเซียนที่กระตุ้นร่างเนื้อ สามารถรักษาบาดแผลทางกาย ทำให้ร่างเนื้อเป็นอมตะไม่แตกดับ แต่นางกลับเอาแต่ไอเป็นเลือด แสดงว่าพวกนักตกปลาทำให้นนางได้รับบาดแผลแห่งมรรคที่สาหัสสากรรจ์ยิ่งนัก แม้แต่ถ้ำสวรรค์หนีหวานของข้าก็ไม่อาจรักษาเยียวยาได้'
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ผู้อาวุโส อาการบาดเจ็บของท่านสาหัสถึงเพียงนี้ มิสู้พักฟื้นสักสองสามวันก่อน แล้วค่อยไปพบของวิเศษเซียนแห่งสำนักอู๋จี๋ของข้าดีหรือไม่?"
นั่วเผิงแค่นหัวเราะ "นี่เจ้าคิดจะเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่า? รีบนำทางไปเดี๋ยวนี้!"
สวี่อิงจึงจำต้องพานางบินมุ่งหน้าไปยังแท่นเฟิงฉาน
นั่วเผิงสะกดอาการบาดเจ็บ เช็ดคราบเลือดที่มุมปาก เมื่อเห็นแท่นเฟิงฉาน นางก็ชะงักไปเล็กน้อย หวนนึกถึงอดีตแล้วถอนหายใจ กล่าวว่า "สี่พันปีก่อน คุนหลุนซวีโคจรไปยังโลกอื่น ปรมาจารย์ทั้งหกอย่างพวกเรากำลังเก็บเกี่ยวโลกอื่นอยู่ ตอนนั้นจู่ๆ พวกเราก็สัมผัสได้ว่า ฮ่องเต้หน้าโง่แห่งโลกหยวนโซ่วกำลังเซ่นไหว้พวกเรา เพื่อขอให้มีอายุยืนยาว..."
"พิธีเฟิงซ่านที่ไท่ซาน!"
สวี่อิงอดไม่ได้ที่จะตั้งใจฟัง แม้เขาจะตื่นรู้ความทรงจำเกี่ยวกับพิธีเฟิงซ่านที่ไท่ซานแล้ว แต่ทั้งหมดล้วนเป็นมุมมองของเขาเอง เขายังไม่รู้รายละเอียดอื่นๆ ของพิธีเฟิงฉานครั้งนี้เลย
ฮ่องเต้หน้าโง่ที่นั่วเผิงพูดถึง น่าจะเป็นจู่หลง!
สืออวี่ฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ผู้อาวุโส สำนักอู๋จี๋ของข้าอาศัยอยู่บนไท่ซานมาเนิ่นนาน เพียงแต่เรื่องพิธีเฟิงซ่านที่ไท่ซาน ข้าเองก็รู้ไม่มากนัก บันทึกเกี่ยวกับพิธีเฟิงฉานล้วนสูญหายไปหมดแล้ว ผู้อาวุโสช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?"
นั่วเผิงปรายตามองนาง ไม่ได้ระแวดระวังนางเหมือนที่ระแวงสวี่อิง นางกล่าวว่า "ปรมาจารย์เซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋ของพวกเจ้าเป็นคนคุ้นเคยของข้า เดิมทีข้าตั้งใจว่าหลอกใช้พวกเจ้าเสร็จแล้วก็จะฆ่าปิดปาก แต่เห็นแก่ที่เจ้ายังพอรู้ความ ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าสองผัวเมียก็แล้วกัน"
สืออวี่ฉิงทั้งตกใจทั้งดีใจ รีบก้มหัวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง คิดในใจว่า 'ท่านอาอิ้งปั้นหน้าข้าให้ออกมาเป็นแบบไหนกันนะ เหตุใดนั่วเผิงถึงได้พูดง่ายเช่นนี้?'
นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็นรูปโฉมในตอนนี้ของตัวเองยิ่งนัก น่าเสียดายที่ไม่อาจตรวจสอบใบหน้าต่อหน้านั่วเผิงได้
หญิงชรานั่วเผิงโบกมือ กล่าวว่า "ข้าเฒ่าในตอนนี้ชื่อเสียงป่นปี้หมดสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้ การเซ่นไหว้เมื่อสี่พันปีก่อน ฮ่องเต้หน้าโง่นั่นทุ่มสุดตัว เดิมทีพวกเราเป็นเซียนในแดนเซียน มีของวิเศษชิ้นไหนบ้างที่ไม่เคยเห็น? แต่ของล้ำค่าที่นำมาเซ่นไหว้ กลับทำให้แม้แต่พวกเรายังเกิดความโลภ ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเราหวั่นไหวที่สุด ก็คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จู่หลงนำมาเซ่นไหว้"
ถึงแท่นเฟิงฉานแล้ว
สวี่อิงก้าวขึ้นไปบนแท่นเฟิงฉาน เดินนำทางอยู่ด้านหน้า พลางตั้งใจฟังอย่างละเอียด
สืออวี่ฉิงใจกระตุก ปรายตามองสวี่อิงแวบหนึ่ง แล้วยิ้มถาม "ผู้อาวุโส เด็กหนุ่มคนนั้นคือผู้ใดหรือเจ้าคะ?"
"กบฏ"
นั่วเผิงรำลึกถึงอดีต แล้วกล่าว "เบื้องบนบอกว่า นี่คือการทะยานเป็นเซียนครั้งที่เจ็ดของกบฏผู้นั้น หากครั้งนี้ปล่อยให้เขาทะยานเป็นเซียนสำเร็จ จะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ พวกเราได้รับคำสั่งให้ดักสกัดเขาในระหว่างที่เขากำลังทะยานขึ้นไป เจาะทำลายเส้นทางสวรรค์ ในที่สุดก็จับตัวเขาไว้ได้ คนตายไปมากมายเหลือเกิน"
สืออวี่ฉิงเหม่อลอยไปชั่วขณะ "ทะยานเป็นเซียนเจ็ดครั้ง?"
เดิมทีนางคิดว่ากบฏที่นั่วเผิงพูดถึงคือสวี่อิง แต่พอได้ยินเรื่องทะยานเป็นเซียนเจ็ดครั้ง นางก็ชักจะไม่แน่ใจเสียแล้ว
นั่วเผิงนึกถึงการศึกในปีนั้น บนใบหน้าเผยความหวาดกลัว นางพึมพำว่า "ยอดฝีมือจากทุกสารทิศ ถูกเขาสังหารหมู่ราวกับเกี่ยวหญ้า กระบวนท่าเดียวต่อหนึ่งคน! ต่อให้เป็นเซียน ก็ยังกระบวนท่าเดียวต่อหนึ่งคน! พออยู่ต่อหน้าเขา ข้าแทบไม่มีความกล้าที่จะลงมือด้วยซ้ำ ข้าไม่เคยเห็นวิชาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มาก่อน..."
สืออวี่ฉิงกล่าวเสียงนุ่ม "ผู้อาวุโสต้องดวงแข็งมากแน่ๆ ถึงได้รอดชีวิตมาได้"
น้ำเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาของนางราวกับสามารถปลอบประโลมจิตใจของนั่วเผิง ทำให้อารมณ์ของนั่วเผิงสงบลงได้
นั่วเผิงระงับความหวาดกลัวในใจ ส่ายหน้าพลางกล่าว "ข้าไม่ได้ดวงดี แต่ข้าดวงแข็งต่างหาก พวกที่มีฝีมือเก่งกาจกว่าข้า ฐานะสูงส่งกว่าข้า พรสวรรค์เหนือกว่าข้า ล้วนตกตายด้วยน้ำมือของเขากันหมด จบสิ้นกันไปแล้วไม่ใช่หรือ? แต่ข้ากลับรอดมาได้ รอดมาจนถึงท้ายที่สุด"
พวกเขาก้าวขึ้นสู่แท่นเฟิงฉาน สวี่อิงกลับมาเยือนถิ่นเก่า ในหัวอดไม่ได้ที่จะปรากฏภาพเหตุการณ์ตอนที่จู่หลงเซ่นไหว้คุนหลุน แล้วเงาร่างจำแลงของปรมาจารย์ทั้งหกก็ปรากฏขึ้นบนม่านฟ้า
เสียงของนั่วเผิงลอยเข้าหูเขา "แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ พวกเราสะกดเขาไว้ ตัดเฉือนถ้ำสวรรค์ของเขาออกมา ถ้ำสวรรค์ของเขาคือของดี ทว่าในตอนนั้น ทุกคนกลับไม่ใส่ใจ ไม่มีใครสนใจถ้ำสวรรค์ทั้งหกแห่งนี้เลย พวกเซียนที่ตำแหน่งสูงกว่าพวกเรา เลือกสะพานเทวะของเขา ด่านทั้งสามของเขา สระเหยาฉือของเขา และหอคอยสิบสองชั้นของเขา หึๆ พวกมันแบ่งของวิเศษเหล่านี้กันจนหมดเกลี้ยง..."
หัวใจของสวี่อิงกระตุกวาบ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย "พวกมัน? พวกมันคือใคร?"
นั่วเผิงหัวเราะ "แน่นอนว่าก็ต้องเป็นพวกหน้าโง่เหมือนกับพวกเรานั่นแหละ ไม่สิ พวกมันคือโคตรหน้าโง่! ปีนั้นพวกมันก็ได้รับคำสั่งให้ลงมายังโลกเบื้องล่างเหมือนกับพวกเรา นึกว่าพอกำจัดคนโฉดได้แล้ว จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง แต่คิดไม่ถึงว่าเบื้องบนจะชักบันไดหนีเอาดื้อๆ"
นางหัวเราะลั่นราวกับคนบ้า "ไอ้พวกนายท่านลูกอีตัวในแดนเซียน มันชักบันไดหนี ไม่ยอมให้พวกเรากลับคืนสู่แดนเซียน!"
นางเงยหน้ามองฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ตวาดเสียงกร้าว "ตกลงกันไว้ดิบดีว่า พอจับคนโฉดได้แล้ว จะให้พวกเรากลับแดนเซียน เลื่อนตำแหน่งให้พวกเรา! ไอ้พวกลูกอีตัวกลับไม่ยอมให้พวกเราทะยานขึ้นไป อ้างวิถีสวรรค์บ้าบออะไร อ้างการข้ามทัณฑ์สวรรค์บ้าบออะไร! แค่กๆๆ!"
หญิงชราผู้นี้กระอักเลือดคำโต ลมหายใจรวยรินลง
สืออวี่ฉิงรีบถลันเข้าไปหา หยิบผลไม้เซียนออกมาหนึ่งผลป้อนให้นางกิน พลางกล่าว "ผู้อาวุโส นี่คือผลไม้ที่ผู้น้อยหาพบตอนอยู่บนเขาคุนหลุน น่าจะพอรักษาอาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสได้บ้าง"
นั่วเผิงสะกดบาดแผลแห่งมรรคไว้ ส่ายหน้ากล่าว "นังหนูนี่จิตใจดีใช้ได้ แต่บาดแผลแห่งมรรคของข้า ไม่ใช่สิ่งที่หญ้าเซียนผลไม้เซียนจะรักษาได้ ปีนั้นเบื้องบนให้พวกเราข้ามทัณฑ์สวรรค์เพื่อทะยานกลับไป มารดามันเถอะ มหาทัณฑ์สวรรค์นั่นดุร้ายปานใด ใครมันจะข้ามผ่านไปได้? เห็นชัดๆ ว่าจงใจหลอกลวงพวกเรา คิดจะฆ่าปิดปาก!"
นางด่าทออยู่นาน คำหยาบคายสารพัดพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ไร้ซึ่งสง่าราศีของปรมาจารย์นั่วโดยสิ้นเชิง ดูราวกับคนหมดอาลัยตายอยากทิ้งตัวลงคลุกฝุ่น
"หึๆ ไอ้พวกที่ตำแหน่งสูงกว่าพวกเรา เลือกด่านทั้งสาม หอคอยสิบสองชั้น สะพานเทวะ นึกว่าตัวเองเลือกได้ดีกว่าพวกเรา แต่พอกลับแดนเซียนไม่ได้ พวกมันก็เริ่มตื่นตระหนก ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าการเลือกถ้ำสวรรค์ต่างหาก คือหนทางที่ดีที่สุด"
หญิงชรานั่วเผิงหัวเราะ "เลือกด่านทั้งสาม เลือกหอคอยสิบสองชั้น เลือกสระเหยาฉือ ล้วนเป็นแค่การเพิ่มพูนพลังเวทเท่านั้น แต่เลือกถ้ำสวรรค์ สามารถหลอมรวมโอสถเซียนเพื่อความเป็นอมตะได้ กว่าพวกมันจะค้นพบจุดนี้ ก็สายไปเสียแล้ว พวกเราหลอมรวมถ้ำสวรรค์ไปแล้ว มีหรือจะยอมมอบให้พวกมัน? ถ้ำสวรรค์นี่ไม่ธรรมดาเลย มันคือถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่ว เป็นวิชาสืบทอดที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว สามารถหลอมรวมโอสถเซียนได้อย่างแท้จริง ทำให้มีอายุยืนยาว ต่อให้เป็นผู้เป็นอมตะก็ยังไม่มีวิชาสืบทอดที่แท้จริงเช่นนี้"
สืออวี่ฉิงยิ้มกล่าว "ผู้อาวุโสทั้งดวงดีทั้งดวงแข็งเจ้าค่ะ"
นั่วเผิงยิ่งมองนางก็ยิ่งถูกชะตา จึงกล่าวว่า "น่าเสียดาย พวกเรามีหกคน แต่ละคนได้ถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วไปแค่คนละแห่ง หากสามารถรวบรวมถ้ำสวรรค์หกปรมาจารย์นั่วแห่งมาไว้ที่คนคนเดียวได้ หึๆ เช่นนั้นก็จะได้ความเป็นอมตะที่แท้จริงมาครอบครองแล้ว"
หญิงชราหวนนึกถึงปีนั้น "พวกเราต่างก็คิดเช่นนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะขัดแย้งกัน ทุกคนล้วนอยากกำจัดคนอื่น เพื่อฮุบลี้ลับทั้งหกของเขาไว้คนเดียว ทว่าพวกเราไม่มีใครมั่นใจว่าจะกำจัดคนอื่นได้ เพื่อให้รอดชีวิตไปจนถึงท้ายที่สุด จึงทำได้เพียงร่วมมือกัน ใช้ชื่อของปรมาจารย์นั่วเก็บเกี่ยวผู้คนในใต้หล้า"
นางแสยะยิ้ม กล่าวว่า "พวกเราเพียงแค่ถ่ายทอดวิชานั่วให้กับเหล่าฮ่องเต้และขุนนางผู้ติดตามที่มาเซ่นไหว้บรรพชนที่คุนหลุน แล้วพวกเขาก็จะนำวิชานั่วไปเผยแพร่ต่อ วิชานั่วที่พวกเราถ่ายทอดให้ แท้จริงแล้วเป็นของดี เป็นวิชานั่วของผู้เป็นอมตะ ไม่ได้ถ่ายทอดของปลอมให้หรอกนะ คิดจะเก็บเกี่ยวผู้คนในใต้หล้า ก็ต้องใจกว้างสักหน่อย แต่พอพวกเขานำไปเผยแพร่ต่อ ก็ดันมีคนไปตุกติกกับมัน"
นางหัวเราะอย่างเบิกบานใจ กล่าวว่า "เจ้ามัวแต่จดจ่อกับโอสถเซียนในมือคนอื่น คนอื่นเขาก็จดจ่อกับชีวิตของเจ้า เหตุผลมันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ พวกเราบอกพวกเขาว่า ในมือพวกเรามียาเซียนที่ช่วยให้ทะยานเป็นเซียนได้ พวกเขาก็จะกลับมาที่นี่ เพื่อขอยาเซียนจากพวกเรา จากนั้นพอกินยาเซียนของพวกเราเข้าไป พวกเขาก็จะกลายมาเป็นยาเซียนต่ออายุขัยให้กับพวกเราเอง"
สืออวี่ฉิงประจบประแจง "ผู้อาวุโสเพียงแค่โอนอ่อนตามใจคน ใจคนก็คือวิถีสวรรค์เจ้าค่ะ"
นั่วเผิงหยุดฝีเท้า มองดูแท่นบูชาโบราณแห่งนี้ สี่พันปีก่อน จู่หลงก็อยู่ที่นี่ เซ่นไหว้เด็กหนุ่มคนนั้นให้กับพวกนาง
"ปีนั้นตอนที่ฮ่องเต้หน้าโง่เซ่นไหว้เด็กหนุ่มคนนั้นให้พวกเรา พวกเราจำได้ทันที ว่าเป็นเขา คนที่ข้ามทัณฑ์สวรรค์มาแล้วเจ็ดครั้งผู้นั้น"
นั่วเผิงถอนหายใจ กล่าวว่า "เขายังมีชีวิตอยู่ พวกเราตัดตบะทั้งหมดของเขาไปแล้ว แต่เขากลับยังมีชีวิตอยู่ พวกเราทุกคนล้วนอยากได้ตัวเขา เรารู้ว่า มีเพียงได้ตัวเขามาเท่านั้น ถึงจะสามารถเอาชนะไอ้แก่ตาเฒ่าอีกห้าคน แย่งชิงถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วบนตัวพวกมันมาได้ น่าเสียดาย ที่พวกเราโลภมากเกินไป ต่างก็อยากครอบครองไว้เพียงผู้เดียว..."
นางส่ายหน้า
ทันใดนั้น นั่วเผิงก็ตระหนักได้ หันไปตวาดใส่สวี่อิงอย่างดุร้าย "ไอ้เด็กบ้า ข้าคุยกับเมียเจ้า ใครใช้ให้เจ้าหยุดเดินด้วยฮะ? ยังไม่รีบเปิดหอตำหนักแห่งนี้อีก!"
สวี่อิงเดินเข้าไป ผลักประตูหอเซียนอู๋จี๋ออก กลิ่นอายอันไพศาลและเลือนรางขุมหนึ่งในหอเซียนก็พัดโชยมาปะทะหน้า
ภายในหอตำหนักแห่งนี้มีห้องหนังสืออยู่ห้องหนึ่ง ในห้องหนังสือประดิษฐานม้วนภาพม้วนหนึ่ง น่าจะเป็นแผนภูมิอู๋จี๋
สวี่อิงหยิบธูปออกมาหลายดอกแล้วจุดไฟ หันไปกล่าวกับนั่วเผิง "ผู้อาวุโส หากต้องการขอให้แผนภูมิเซียนอู๋จี๋ช่วยจัดการธุระให้ รบกวนจุดธูปบูชาแผนภูมิเซียนด้วย แผนภูมิเซียนถึงจะช่วยผู้อาวุโสติดต่อกับแดนเซียนได้"
นั่วเผิงทำเป็นมองไม่เห็นธูปในมือเขา นางแค่นหัวเราะ "ข้าเฒ่าแต่เดิมก็เป็นเซียน เป็นคนคุ้นเคยกับเซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋ เจอหน้าเขายังไม่ต้องกราบไหว้ แล้วมีเหตุผลอันใดที่ข้าจะต้องจุดธูปบูชาแผนภูมิเซียนของเขาด้วย?"
นางเดินเข้าไปหา ตวาดว่า "แผนภูมิเซียน จงตื่นขึ้น!"
ม้วนภาพม้วนนั้นพลันกางออก ในภาพว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด เป็นเพียงกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง ทว่ากลับมีความผันผวนของสัมผัสเทวะดังขึ้น "ที่แท้ก็เทพธิดาเผิงเยียน ขอคารวะ ขอคารวะ!" กล่าวจบ ในภาพก็ปรากฏร่างของเด็กน้อยคนหนึ่ง ทำความเคารพนั่วเผิง
นั่วเผิงกล่าว "ไม่ต้องมากพิธี เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ว่าข้าเฒ่าต้องการพบเขา"
แผนภูมิเซียนไม่กล้าชักช้า ผ่านไปครู่หนึ่ง ภาพในแผนภูมิเซียนก็เปลี่ยนไป ปรากฏเป็นเกาะเซียนแห่งหนึ่ง มีตำหนักหยกหอแก้ว หรูหราอลังการเหนือธรรมดา
เซียนชราผมขาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นในแผนภูมิเซียน มองมาที่นั่วเผิงด้วยความประหลาดใจ พลางกล่าว "เทพธิดาเผิงเยียนในปีนั้น วันนี้กลับกลายเป็นหญิงชราไปเสียแล้ว สหายเต๋าเผิงเยียน เจ้าไม่ได้อยู่บนคุนหลุนหรอกหรือ? เหตุใดถึงมีเวลาว่างมาเยือนสำนักอู๋จี๋ของข้าได้?"
นั่วเผิงกล่าว "คุนหลุนถูกคนถล่มราบเป็นหน้ากลองแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังถูกตามล่าสังหาร บาดเจ็บสาหัส จนตรอกไร้หนทางแล้ว โชคดีที่ยังมีผู้สืบทอดของเจ้าอยู่บนเขา มิฉะนั้นข้าคงหาเจ้าไม่พบง่ายๆ แน่..."
เซียนชราผมขาวก็คือเซียนผู้อาวุโสอู๋จี๋ ได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง "สำนักอู๋จี๋ของข้าถูกฆ่าล้างสำนักไปแล้ว จะยังมีผู้สืบทอดที่ไหนอีก?"
นั่วเผิงประหลาดใจ "ก็กู้เฟยอวี่..."
นางหันขวับกลับมา ก็เห็นใบหน้าของสวี่อิงแปรเปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าที่ทำให้นางหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
ยอดเขาสำริดลูกหนึ่งพุ่งทะยานเข้าใส่หน้า สั่นพ้องกับบาดแผลทั่วร่างของนาง บาดแผลแห่งมรรคฉีกทึ้งร่างของนางในชั่วพริบตา นั่นคือวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้นนางสิ้นหวัง!







