สวี่อิงนำ "เคล็ดวิชาอายุวัฒนะแฝงกายหนีหวาน" กลับมายังเขาอู๋วั่ง เขาเข้าไปในดินแดนทะยานขึ้น ขณะที่ฝึกฝนก็ศึกษาเคล็ดวิชาที่นำพาโจวฉีอวิ๋นไปสู่ความรุ่งโรจน์และความตายอย่างเงียบๆ ไปด้วย
เคล็ดวิชานี้เมื่อฝึกฝนจะขับเคลื่อนพลังแห่งขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวาน เพื่อดึงปราณจากทะเลกลาหล นับว่าเป็นวิถีการบำเพ็ญปราณอีกรูปแบบหนึ่ง
ทว่าการหลอมรวมพลังชีวิตหนีหวานเข้าสู่กายเนื้อและวิญญาณ ทำให้กายเนื้อบรรลุถึงกายเซียน และวิญญาณบรรลุถึงวิญญาณเซียน ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง
จุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุดซึ่งนายแห่งวังหนีหวานทิ้งไว้ในเคล็ดวิชานี้ ก็คือวิญญาณเซียนนี่เอง
วิญญาณที่หลอมรวมพลังชีวิตหนีหวานนั้นแข็งแกร่งหาใดเปรียบ ทว่าดีแต่เปลือกนอก
อีกทั้งวิญญาณที่อัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตมากมายปานนี้ ดูราวกับกำลังขุนตัวเองให้เป็นลูกหมูตัวขาวอวบอ้วน ขุนจนอ้วนพีขนาดนี้ ไม่ใช่รอให้คนอื่นมากินหรอกหรือ?
"ปรมาจารย์นั่วแทบทุกคน วิญญาณล้วนไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก"
สวี่อิงครุ่นคิด "พวกเขาเผชิญหน้ากับปรมาจารย์นั่วด้วยกันยังพอทน แต่เมื่อต้องเผชิญกับภูตผีเทพเจ้าแห่งแดนหยิน มักจะทำอะไรไม่ถูก ปรมาจารย์นั่วผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังหลายคน เมื่อเผชิญกับแส้กระดูกขาวตีวิญญาณของพี่น้องตระกูลหนิว กลับทนรับไม่ได้แม้แต่แส้เดียว หลังจากโจวฉีอวิ๋นค้นพบหลุมพรางนี้ ก็เปลี่ยนทิศทางทันที พยายามหลอมวิญญาณของตนให้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน"
สวี่อิงพลิกอ่านบันทึกของโจวฉีอวิ๋น ในบันทึกล้วนเป็นข้อคิดจากการฝึกฝนของโจวฉีอวิ๋น
ในนั้นมีความรู้แจ้งเกี่ยวกับการหลอมวิญญาณของเขา
การที่เขาหลอมรวมหยวนเสินสำเร็จนั้น เป็นเรื่องหลังจากที่สวี่อิงถ่ายทอดคัมภีร์เซียนถัวอวี้และเคล็ดวิชาเสวียนถานเทพหยางเก้าชั้นฟ้าให้เขา ก่อนหน้านั้น เขาพบเศษเสี้ยวเคล็ดวิชาบำเพ็ญปราณบางส่วน อาศัยความรู้แจ้งจากเศษเสี้ยวเหล่านั้น เขาก็สามารถหลอมวิญญาณให้เทียบเท่ากับหยวนเสินได้!
"ใช้เศษเสี้ยวเคล็ดวิชาที่จริงครึ่งเท็จครึ่ง ก็ยังสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นนี้ได้ ช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆ" สวี่อิงอดส่ายหน้าไม่ได้
โจวฉีอวิ๋นบันทึกไว้ในความรู้แจ้งถึงเศษเสี้ยวเคล็ดวิชาที่เขาได้มา มีเพียงเคล็ดลับบางอย่างเกี่ยวกับการฝึกฝนหยวนเสิน หลายจุดก็อธิบายไม่ชัดเจน ซ้ำยังอธิบายว่าหยวนเสินคืออะไรได้คลุมเครือยิ่งนัก!
เห็นได้ชัดว่า นี่คือการคาดเดาเกี่ยวกับหยวนเสินของผู้บำเพ็ญปราณที่ยังหลอมหยวนเสินไม่สำเร็จ ไม่ใช่วิถีการฝึกฝนหยวนเสินที่ถูกต้องตามแบบแผน
เพียงอาศัยเศษเสี้ยวเคล็ดวิชาที่ไม่ถูกต้องตามแบบแผนนี้ โจวฉีอวิ๋นกลับมีความสำเร็จถึงเพียงนี้ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก
ในข้อคิดของโจวฉีอวิ๋น สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือการที่เขาผสมผสานถ้ำสวรรค์หนีหวานและระบบการบำเพ็ญปราณเข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์เซียนถัวอวี้หรือเทพหยางเก้าชั้นฟ้า ล้วนเป็นความรู้แจ้งขั้นสูงสุดเกี่ยวกับการบำเพ็ญปราณของผู้บำเพ็ญปราณในยุคโบราณ เคล็ดวิชาทั้งสองนี้ยากที่จะหลอมรวมกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเพิ่มเคล็ดวิชาของระบบการฝึกฝนอีกระบบหนึ่งเข้าไปนอกเหนือจากเคล็ดวิชาทั้งสองนี้
วิธีการที่โจวฉีอวิ๋นใช้ ไม่ได้เป็นอย่างที่สวี่อิงคาดเดาไว้ว่าใช้วิชานั่วเป็นรากฐานและใช้เคล็ดวิชาบำเพ็ญปราณเป็นตัวเสริม เขากลับทำตรงกันข้าม โดยใช้เคล็ดวิชาบำเพ็ญปราณเป็นรากฐานและใช้วิชานั่วเป็นตัวเสริม
ในฐานะเซียนนั่ว การทำเช่นนี้ก็คือการล้มล้างปฏิเสธความสำเร็จในช่วงครึ่งแรกของชีวิตตนเอง ช่างหาได้ยากยิ่ง ต้องใช้สติปัญญาและความกล้าหาญอย่างมหาศาล
"ฝ่าบาทเซิ่งเสินเปิดขุมทรัพย์เร้นลับเจียงกงและอวี้จิง พลังของสองขุมทรัพย์เร้นลับขัดแย้งกัน ฮ่องเต้เซิ่งเสินหมดหนทางแก้ไข ข้ายังเคยเยาะเย้ยว่าเขาเดินผิดทาง ทว่าหนทางนี้ผิดจริงหรือ?"
โจวฉีอวิ๋นเขียนไว้ในข้อคิด "หาเป็นเช่นนั้นไม่ คนทั่วไปล้วนคิดว่าความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์ขัดแย้งกัน หากฝึกฝนปะปนกันย่อมต้องตาย นั่นเป็นเพราะเคล็ดวิชาไม่มีแกนหลักที่จะรวบรวมความลับทั้งหกให้เป็นหนึ่งเดียว จึงเกิดความขัดแย้ง หากสามารถใช้ดินแดนซีอี๋เป็นแกนหลัก รวบรวมทุกระดับขั้นให้เป็นหนึ่งเดียว ความลับทั้งหกก็จะเป็นดั่งดอกและผลบนแกนหลัก ไม่มีสิ่งใดมารบกวนหรือรุกรานได้อีก"
สวี่อิงอ่านข้อคิดของโจวฉีอวิ๋นจบ ก็ปิดหนังสือลงอย่างแรง ครุ่นคิดอยู่นาน จู่ๆ ก็ตะโกนลั่น "ท่านเจ็ด ท่านเจ็ด!"
หยวนชีกำลังสูดลมหายใจฝึกฝนเคล็ดวิชามังกรอสรพิษตื่นจำศีลอยู่ในดินแดนทะยานขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบเลื้อยมาถาม "อาอิ้ง มีเรื่องอันใด?"
สวี่อิงกล่าว "เก็บหนังสือสองสามม้วนนี้ไว้ หนังสือเหล่านี้คือขุมทรัพย์ ห้ามทำหายเด็ดขาด"
หยวนชีอ้าปาก กลืนหนังสือเหล่านั้นลงไป
ตั้งแต่คอลงมาของเขาล้วนเป็นกระเพาะ ร่างกายยาวแค่ไหน กระเพาะก็ยาวแค่นั้น ซ้ำยังสามารถยืดให้ยาวขึ้นได้อีก ดังนั้นสิ่งของบางอย่างที่สวี่อิงพกพาไม่สะดวก ล้วนถูกเก็บไว้ในกระเพาะของเขา
หยวนชีหลอมกระเพาะลำไส้ของตนให้เป็นของวิเศษมาตั้งนานแล้ว เพื่อใช้เก็บรักษาสิ่งของมีค่า ในอดีตเคล็ดวิชาชักนำสุริยันที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเขา ก็ถูกซ่อนไว้ในกระเพาะเช่นกัน
สวี่อิงกล่าวกับหยวนชีว่า "ท่านเจ็ด โจวฉีอวิ๋นกล่าวว่า การบำเพ็ญปราณเปรียบดั่งต้นไม้ ความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์ก็คือดอกและผลทั้งหกบนต้นไม้ มีเพียงวิธีนี้ ความลับทั้งหกจึงจะไม่ขัดแย้งกัน การเปรียบเปรยนี้ไม่ถูกต้อง ความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์ เทียบเท่ากับแหล่งพลังงานทั้งหกของผู้บำเพ็ญปราณ ที่หล่อเลี้ยงให้กับต้นไม้แห่งการบำเพ็ญปราณ นี่สิถึงจะถูก!"
หยวนชีฟังไม่เข้าใจ เบิกตากว้างจ้องมองอย่างงุนงง เอ่ยอย่างไม่มั่นใจว่า "แล้วมันต่างกันอย่างไร?"
สวี่อิงมองตาเขาอย่างจริงจังยิ่งนัก "ความแตกต่างก็คือ โจวฉีอวิ๋นใช้การบำเพ็ญปราณเป็นสารอาหาร หล่อเลี้ยงความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างพลังแห่งขุมทรัพย์เร้นลับ แต่วิธีของข้า คือใช้ความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์เป็นสารอาหาร เสริมสร้างการบำเพ็ญปราณ"
หยวนชีฟังเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจทั้งหมด จึงเออออไปตามคำพูดของเขา "แล้วจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?"
"ท่านเจ็ดฉลาดนัก!"
สวี่อิงตบมือฉาดใหญ่ชื่นชม เดินวนไปวนมาด้วยความตื่นเต้น "โจวฉีอวิ๋นแก้ปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างเคล็ดวิชาของเขากับการบำเพ็ญปราณได้แล้ว แต่เพราะตัวเองเป็นเซียนนั่ว แม้จะก้าวข้ามขีดจำกัดของวิสัยทัศน์และความรู้ไปได้ แต่ก็ยังส่งผลต่อการตัดสินใจของเขาอยู่ดี! ข้าควรตัดเอาครึ่งแรกของเคล็ดวิชาอายุวัฒนะแฝงกายหนีหวาน มาเชื่อมต่อกับเคล็ดวิชาชักนำไท่อีของข้า!"
หยวนชีได้ยินเขาชมว่าตัวเองฉลาด ก็ยิ่งรู้สึกผิดสังเกต เอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า "อาอิ้ง เจ้าจะเชื่อมต่ออย่างไร?"
"การเชื่อมต่อระบบการฝึกฝนสองระบบที่แตกต่างกัน ฟังดูแล้วต้องซับซ้อนมากแน่ๆ ใช่หรือไม่?"
สวี่อิงหัวเราะฮ่าๆ "ทว่า เพียงแค่นำพลังชีวิตจากทะเลกลาหลที่ตกได้จากถ้ำสวรรค์หนีหวาน มาถือเป็นแก่นปราณสุริยันที่เราชักนำมาในตอนฝึกฝน ถือเป็นปราณฟ้าดิน เท่านี้ก็ไม่ต้องสนใจว่าจะเชื่อมต่ออย่างไรแล้วไม่ใช่หรือ? ท่านเจ็ด ท่านว่ามีเหตุผลหรือไม่?"
หยวนชีฟังจนตาเบิกโพลง สมองไม่รู้ลอยไปถึงไหนแล้ว
งูยักษ์ยื่นปลายหางออกมาลูบหัวสวี่อิง ยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจพลางให้กำลังใจ "อาอิ้ง ในเมื่อเจ้าหาหนทางแก้ไขได้แล้ว ก็จงลงมือทำอย่างกล้าหาญเถิด!"
"อืม!"
สวี่อิงพยักหน้าหนักแน่น ไปทดลองรวบรวมขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวานให้เป็นหนึ่งเดียว
สองพี่น้องหนิวเจิ้นและหนิวกานเห็นดังนั้น ก็เลื่อมใสหยวนชีจนแทบจะกราบกราน หนิวกานกล่าวว่า "อาจารย์ของพวกเรามีความรู้ระดับฟ้าดิน แต่คนที่มีความรู้มากมายเช่นนี้ เมื่อเจอเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้ ก็ยังต้องขอคำปรึกษาจากท่านเจ็ด"
หนิวเจิ้นทอดถอนใจ "ท่านเจ็ดช่างล้ำลึกสุดหยั่งคาดจริงๆ"
หยวนชีบ่นอุบอิบในใจ 'ข้าก็แค่เออออไปตามความคิดของอาอิ้ง พูดจาตามน้ำไปไม่กี่ประโยคเท่านั้น อาอิ้งคงไม่ฝึกฝนตามวิธีนี้จริงๆ หรอกนะ? หากฝึกฝนแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา...'
เขากะพริบตา 'ดูเหมือนว่าก็เป็นปัญหาของอาอิ้งเอง เขาฉลาดออกปานนี้ ย่อมต้องแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว จริงสิ ข้าควรจะเปิดขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวานของตัวเองบ้างหรือยังนะ?'
หัวใจเขาเต้นรัว ตั้งแต่ไปตามหาขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวานที่ถ้ำฉินเหยียน แต่กลับถูกสัตว์ประหลาดใต้ดินโจมตี เขาก็ไม่เคยคิดเรื่องวิธีเปิดขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวานของตัวเองอีกเลย
แต่ตอนนี้ สวี่อิงกำลังจะแก้ปัญหาการรวบรวมขุมทรัพย์เร้นลับและการบำเพ็ญปราณให้เป็นหนึ่งเดียวได้แล้ว เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า 'เผ่าปีศาจของข้าก็มีความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์เช่นกัน เช่นนั้นย่อมสามารถรวบรวมการบำเพ็ญปราณและขุมทรัพย์เร้นลับให้เป็นหนึ่งเดียวได้ ข้าเปิดหนีหวานในตอนนี้ ช่างประจวบเหมาะพอดี! เวลานี้ คือโอกาสอันดีในการฟื้นฟูเผ่าปีศาจของข้า!'
เขาฮึกเหิมขึ้นมาทันที ขับเคลื่อนสัมผัสเทวะเข้าสู่ดินแดนซีอี๋ สัมผัสเทวะมุ่งหน้าขึ้นไปตลอดทาง เพียงครู่เดียวก็มาถึงทะเลกลาหลในสมอง พบที่ตั้งของหนีหวานกลาหลของตน
หยวนชีชะงักงัน เห็นเพียงข้างๆ หนีหวานกลาหลของตน มีระฆังใบใหญ่ลอยเคว้งคว้าง ลอยขึ้นลงไม่หยุดนิ่ง
"ระฆังชั้นต่ำ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด?"
หยวนชีโกรธจัด พุ่งเข้าไป สัมผัสเทวะตะลุมบอนกับระฆังใหญ่นั้น ร้องตะโกนว่า "ข้าก็ว่าช่วงนี้ข้ามักจะรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังไป ที่แท้ก็เป็นฝีมือเจ้า! เจ้าขโมยปราณโลหิตของข้า!"
"เจ้าใส่ร้ายข้า! ข้าดูดไปแค่คำสองคำทุกครั้ง ไม่เกินสองส่วน!"
"เจ้าดูดอาอิ้งแล้วยังมาดูดข้าอีก! ระฆังชั้นต่ำ เจ้าตั้งใจจะพกตาทวดสองคนติดตัวหรืออย่างไร?"
"ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เจ้าก็พกตาทวดติดตัว เกาะอาอิ้งกินอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ?"
...
ระฆังใหญ่ถูกตีจนกระเด็นออกจากสมองของหยวนชี งูยักษ์ยังคงไม่ยอมเลิกรา ร่างงูอันใหญ่โตม้วนระฆังใหญ่ ทุบลงบนพื้นจนเกิดเสียงดังกังวาน
เขาปลุกสายเลือดบรรพกาลขึ้นมาแล้ว ทั้งยังฝึกฝนเคล็ดวิชาแท้งูปา มังกรงูตื่นจำศีล มีรูปลักษณ์แห่งมรรคแล้ว พลังทั่วร่างนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งไร้ขอบเขต!
ต่อให้เป็นระฆังใหญ่ ก็ยังถูกทุบจนเจ็บปวด จึงไม่ทนอีกต่อไป ส่งเสียงหวีดหวิวขยายใหญ่ขึ้น ถ่างร่างงูออก กดหัวโตๆ ของหยวนชีแล้วทุบลงบนพื้น หนึ่งที สองที ทุบจนเกิดเสียงดังปึงปัง!
สองพี่น้องหนิวเจิ้นหนิวกานซ่อนตัวอยู่ตรงมุมหนึ่งในดินแดนทะยานขึ้น ตัวสั่นงันงก
"ท่านเจ็ดจะถูกฆ่าตายหรือไม่?" สองพี่น้องวัวสบตากัน ใจตรงกัน "ทำไมอาจารย์ยังไม่ห้ามอีก?"
"ท่านระฆังไว้ชีวิตด้วย!" หยวนชีถูกกระแทกจนหัวปูดหัวโน ร้องเสียงหลง
"ท่านเจ็ดใจกว้าง!" วัวทั้งสองถอนหายใจโล่งอก เอ่ยชมพร้อมกัน
หนึ่งงูหนึ่งระฆังกลับมาคืนดีกันอย่างรวดเร็ว
หยวนชีขอคำชี้แนะจากระฆังใหญ่เรื่องวิธีเปิดขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวาน ระฆังใหญ่ก็ไม่หวงวิชา กล่าวว่า "การเปิดหนีหวานมีสองวิธี หนึ่งคือเชิญยอดฝีมือมาช่วยเปิด วิธีนี้มีภัยแฝง ถ้ำสวรรค์หนีหวานของเจ้าจะถูกผู้อื่นควบคุมได้ง่าย สองคือรวบรวมพลังแห่งรูปลักษณ์แห่งมรรคด้วยตนเอง แปลงเป็นอิทธิฤทธิ์ พังทะลายหนีหวาน เปิดถ้ำสวรรค์"
มันเล่าขั้นตอนที่สวี่อิงเปิดหนีหวานให้ฟังรอบหนึ่ง หยวนชีก็จะทดลองทำทันที "ข้าหลอมรูปลักษณ์แห่งมรรคมังกรงู ตัวข้าก็เป็นรูปลักษณ์แห่งมรรค สามารถเปิดหนีหวานได้ด้วยตัวเอง!"
ระฆังใหญ่กล่าว "สัตว์ประหลาดที่ปลุกสายเลือดบรรพกาลขึ้นมาได้เช่นเจ้า ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนวิถีผู้บำเพ็ญปราณอันใดเลย และไม่จำเป็นต้องฝึกฝนวิชานั่วด้วย เจ้าเพียงแค่พัฒนาพลังสายเลือดอย่างต่อเนื่อง ยกระดับความบริสุทธิ์ของสายเลือดอย่างต่อเนื่อง ดึงจุดเด่นของเผ่าพันธุ์ออกมา ก็สามารถเติบโตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลที่ไร้เทียมทานได้แล้ว! ไยต้องพยายามปานนี้ด้วย?"
หยวนชีหัวเราะฮ่าๆ "เช่นนั้นมันต่างอะไรกับการกินไปวันๆ รอความตายเล่า? ข้าจะมีความมุ่งมั่นบ้างไม่ได้หรือ? ท่านระฆัง ท่านเคยเห็นสัตว์ประหลาดบรรพกาลที่ขี่กระบี่บินได้หรือไม่?"
ระฆังใหญ่เอ่ยชม "เดิมทีข้าก็ไม่ค่อยมองเจ้าในแง่ดีนัก นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะฝึกฝนเคล็ดวิชาขี่กระบี่สำเร็จจริงๆ เอาล่ะ อาอิ้งกำลังครุ่นคิดหาวิธีรวบรวมสองระบบการฝึกฝนให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีเวลามาช่วยเจ้า ข้าจะช่วยคุ้มกันให้เจ้า ช่วยเจ้าเปิดขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวาน! ในอนาคต เจ้าหนิวหยวนชีผู้นี้ก็คือปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าปีศาจที่ยืนหยัดอย่างสง่างาม!"
หยวนชีถูกคำพูดของมันปลุกปั่นจนเลือดเดือดพล่าน แทบอยากจะม้วนลิ้นตวัดไปมาสักสิบแปดตลบ ร้องตะโกนระบายความในใจออกมา ทว่าจู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ 'หากข้ากลายเป็นปรมาจารย์แห่งเผ่าปีศาจที่มีชื่อเสียงจารึกในประวัติศาสตร์ สืบทอดอดีตเบิกทางอนาคต สร้างยุคสมัยใหม่ของเผ่าปีศาจจริงๆ ปีศาจรุ่นหลังพอได้ยินชื่อข้า ก็ยกนิ้วโป้งให้ เอ่ยชมว่าปรมาจารย์ของเผ่าปีศาจวัวเก่งกาจ ข้ามิถูกกวนจนอกแตกตายหรอกหรือ?'
เขาอดลังเลไม่ได้ หรือจะฉวยโอกาสที่ยังไม่มีชื่อเสียงจารึกในประวัติศาสตร์ เปลี่ยนแซ่หนิวทิ้งเสีย?
ระฆังใหญ่เร่งเร้า หยวนชีจึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน พวกเขาก็ช่างกล้าเทียมฟ้า ไม่มีสวี่อิงคอยชี้แนะ ก็เริ่มฝืนเปิดขุมทรัพย์เร้นลับหนีหวาน
สวี่อิงเรียบเรียงวิถีการโคจรของเคล็ดวิชาชักนำไท่อีรอบหนึ่ง แล้วเรียบเรียงเคล็ดวิชาอายุวัฒนะแฝงกายหนีหวานอีกรอบ ตัดส่วนที่เป็นถ้ำสวรรค์ออก นำเคล็ดวิชาทั้งสองมารวมเป็นหนึ่งเดียว อนุมานซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาดใหญ่หลวง จึงเริ่มทดลองโคจรเคล็ดวิชา
การขับเคลื่อนเคล็ดวิชาชักนำไท่อีในครั้งนี้ ดินแดนซีอี๋ในกายพลันมีแม่น้ำสวรรค์ไหลเชี่ยว ชะล้างภูผาและแม่น้ำใหญ่ มีเสียงฟ้าร้องแว่วมาในกาย สุริยันโคจร
ทันใดนั้นก็มีปราณวิญญาณฟ้าดินจากดินแดนทะยานขึ้นภายนอกสวรรค์หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หล่อเลี้ยงกายเนื้อและวิญญาณ ทั้งยังมีปราณอายุวัฒนะจากถ้ำสวรรค์หนีหวานไหลปะปนเข้ามา ซึมซาบเข้าสู่อวัยวะภายในทั้งห้าและหก เส้นผม ผิวหนัง กระดูกและไขกระดูก ไปจนถึงสามจิตเจ็ดวิญญาณพร้อมกับปราณวิญญาณฟ้าดิน ไม่มีส่วนใดที่ไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจนทะลุปรุโปร่ง!
"ที่แท้นี่สิถึงจะเป็นเคล็ดวิชาอายุวัฒนะที่แท้จริง!"
สวี่อิงทอดถอนใจ หางตาอดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาใสๆ สองสายไหลริน เอ่ยเสียงแผ่วเบา "หากปรมาจารย์โจวตระหนักรู้ถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนผ่านด่านเคราะห์ และก็คงไม่ถูกนายแห่งวังหนีหวานฉวยโอกาส"
กายเนื้อและวิญญาณของเขายกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปราณอายุวัฒนะหลอมรวมเข้าสู่กายเนื้อและวิญญาณ รู้สึกเพียงว่าเบญจธาตุครบถ้วน หยินหยางกลมกลืน เป็นตายกระจ่างแจ้ง อายุขัยก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องด้วยความตกใจของระฆังใหญ่ก็ดังมา "อาอิ้ง! อาอิ้ง! ท่านเจ็ดเกิดเรื่องแล้ว!"
สวี่อิงรีบหยุด เสียงของระฆังใหญ่ดังมาจากสมองของหยวนชี ร้องว่า "ท่านเจ็ดเปิดหนีหวาน พลังกระบวนท่าไม่พอ ความแม่นยำไม่พอ เบี่ยงไปนิดหน่อย ถ้ำสวรรค์เปิดได้ครึ่งเดียว มีแนวโน้มว่าจะพังทลาย ข้ากำลังช่วยเขาสะกดการตีกลับของปราณกลาหลอยู่!"
สวี่อิงรีบยื่นมือชี้ไปที่หว่างคิ้วตัวเอง วิญญาณออกจากร่าง บินเข้าไปในท้ายทอยของงูยักษ์ มุดเข้าสู่สมองของหยวนชี
เห็นเพียงที่นี่วุ่นวายไปหมด ทะเลกลาหลคลื่นลมปั่นป่วน ปราณกลาหลราวกับหมู่เมฆ ลอยล่องอยู่เหนือผืนทะเล
ถ้ำสวรรค์สายหนึ่งดั่งมังกรยืดเหยียดร่างกาย สอดแทรกเข้าไปในทะเลกลาหล สั่นสะเทือนไปมา ไม่สามารถตั้งมั่นได้
นั่นก็คือถ้ำสวรรค์ที่หยวนชีฝืนเปิดออก!
ขนาดของถ้ำสวรรค์แห่งนี้ เล็กกว่าถ้ำสวรรค์หนีหวานปกติมาก
ถ้ำสวรรค์แห่งนี้อาจถูกความกลาหลกลืนกินได้ทุกเมื่อ ไม่สามารถรักษาสมดุลไว้ได้ หากถ้ำสวรรค์ถูกกลืนกิน หนีหวานถูกทำลาย ผลลัพธ์ที่เบาที่สุดก็คือสมองสับสนกลายเป็นคนบ้าใบ้!
หากร้ายแรงหน่อย หัวอาจจะหายไปเลยก็ได้!
สวี่อิงตั้งสติ สังเกตรอบด้าน เห็นเพียงระฆังใหญ่กำลังสะกดความผิดปกติของถ้ำสวรรค์แห่งนี้ ต่อต้านทะเลกลาหล เพื่อไม่ให้ถ้ำสวรรค์ถูกความกลาหลกลืนกิน
ทว่าต่อให้มันเป็นของวิเศษที่ทรงพลังหาใดเปรียบ ก็ยากที่จะต่อกรกับพลังของทะเลกลาหลได้นานนัก อีกไม่นาน มันก็จะถูกทะเลกลาหลทำลายเช่นกัน!
ข้างกายระฆังใหญ่ บนทะเลกลาหลยังมีหนีหวานกลาหลอยู่อีกครึ่งหนึ่ง คิดว่าอิทธิฤทธิ์ของหยวนชีคงมีพลังไม่พอ เปิดหนีหวานกลาหลได้เพียงครึ่งเดียว กลายเป็นถ้ำสวรรค์ครึ่งแห่ง จึงทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้
"หยวนชี! ฟังข้า รวบรวมสัมผัสเทวะ!"
สวี่อิงตะโกนลั่น "ข้าจะช่วยเจ้า เปิดหนีหวานอีกครึ่งที่เหลือ!"
หยวนชีเพราะเปิดหนีหวานไม่สำเร็จ สัมผัสเทวะจึงแตกซ่าน สะลึมสะลือ ฟังคำพูดของเขาไม่ชัดเจน สวี่อิงขมวดคิ้ว ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด วิญญาณบินออกไป กลับคืนสู่กายเนื้อ
เขาปลุกเร้าปราณต้นกำเนิดทั้งหมด ตะโกนลั่น "ขับ!"
หยวนชีลอยขึ้นกลางอากาศ งูยักษ์ตัวนี้ถูกเขาใช้พลังเวทอันมหาศาล บังคับให้ลอยตัวขึ้นกลางอากาศอย่างดื้อๆ!
สวี่อิงขับเคลื่อนแปดเสียงแห่งการบ่มเพาะปฐมกำเนิด เสียงแห่งมรรคในกายสั่นสะเทือน เสียงแห่งมรรคในกายหยวนชีก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย ร่ายแปดเสียงแห่งการบ่มเพาะปฐมกำเนิดออกมาพร้อมกับเขาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้!
สวี่อิงขับเคลื่อนเคล็ดวิชามังกรอสรพิษตื่นจำศีล ร่างกายของหยวนชีก็ขับเคลื่อนเคล็ดวิชามังกรอสรพิษตื่นจำศีลตามไปด้วย!
สวี่อิงชี้นิ้วไปยังหว่างคิ้วของงูยักษ์ หางของหยวนชีก็ชี้ไปยังหว่างคิ้วของตัวเองเช่นกัน!
หนึ่งคนหนึ่งงู อิทธิฤทธิ์พุ่งทะยาน มาจากนอกสวรรค์ของทะเลกลาหล มังกรและงูผสานการโจมตี ชี้ลงบนหนีหวานกลาหลครึ่งนั้นอย่างแรง!
ตู้ม!
แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงดังมา ถ้ำสวรรค์แห่งที่สองเปิดออกอย่างกึกก้อง ราวกับงูยักษ์ตัวหนึ่งที่กวนทะเลกลาหล สอดแทรกเข้าไปในทะเล ก่อคลื่นลมปั่นป่วน!
ถ้ำสวรรค์แห่งนี้ตอบสนองกับถ้ำสวรรค์แห่งแรกอย่างรวดเร็ว พัวพันซึ่งกันและกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง รูปร่างราวกับมังกรและงูพัวพันกัน ตกปราณอายุวัฒนะจากทะเลกลาหลได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
ระฆังใหญ่ชะงักไป "งูโง่ได้โชคจากเคราะห์เสียแล้ว..."







