(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 338
บทที่ 338 การหางานใหม่ของพนักงานบริษัทใหญ่
คำพูดนี้ของเฉินหยูทำให้บรรยากาศในห้องสตรีมพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
เดิมทีคิดว่าเรื่องราวจะจบลงแล้ว ใครจะไปคิดว่ายังมีภาคต่อ!
"หมายความว่านอกจากครอบครัวสามคนของพวกเขาแล้ว ยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆ ในร้านอีกงั้นเหรอ?"
หัวหน้าทีมกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พร้อมส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อยในที่เกิดเหตุ
เขาขอความช่วยเหลือจากหน่วยสนับสนุนไปพลาง พร้อมกับออกคำสั่งว่าหากไม่มีคำสั่งของเขา ห้ามใครออกจากที่นี่ไปไหนทั้งนั้น
เฉินหยูพยักหน้า "คุณป้าหลายคนที่หิ้วตะกร้าจ่ายตลาดอยู่ทางขวามือนั่นก็คือผู้สมรู้ร่วมคิดของพวกเขาครับ"
"หน้าที่ของพวกเธอคือการยุยงปลุกปั่นสร้างกระแส และขัดขวางผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนของเธอ..."
พูดมาถึงตรงนี้ เฉินหยูก็นึกขึ้นได้ว่าแฟนสาวของ 'กระต่ายน้อยน่ารัก' ได้ออกจากที่เกิดเหตุไปตั้งนานแล้ว
เมื่อเห็นว่าตัวตนของพวกตนถูกเฉินหยูเปิดโปง คุณป้าผู้ผดุงความยุติธรรมที่ก่อนหน้านี้ทำทีเป็นโกรธแค้นแทนก็ทิ้งตะกร้าจ่ายตลาดแล้วสับตีนแตกวิ่งหนีทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบวิ่งตามไป และสกัดจับคุณป้าหลายคนเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
"หมอเฉิน ขอขอบคุณคุณอีกครั้งนะครับ"
หัวหน้าทีมทำวันทยหัตถ์ให้หน้าจอ
สถานการณ์ในที่เกิดเหตุวุ่นวาย เขาไม่มีเวลามาคุยเล่นกับเฉินหยู จึงเลือกที่จะวางสายไป
"ได้ดูฉากรวมพลคนเลวที่ยอดเยี่ยมอีกแล้ว ฟินเลย"
"พวกสิบแปดมงกุฎน่ารังเกียจก็จริง แต่ 'กระต่ายน้อยน่ารัก' ก็ไม่น่าสงสารเหมือนกันแหละ"
"นี่มันหมากัดกันชัดๆ"
"สังคมนี้คนซื่อแม่งน่าสงสารที่สุด ใครเข้าใจตรงกันปรบมือ"
"ตู้เอทีเอ็ม คนรับช่วงต่อ หมาเลีย ยางอะไหล่ สรรพนามสารพัดอย่าง ต้องมีสักคำแหละที่เหมาะกับคนซื่อ"
"ต่อให้เรียกพ่อ ฉันก็ไม่เปย์เงินให้สตรีมเมอร์สาวหรอก"
"หาสตรีมเมอร์สาวสู้ไปคลับดีกว่า นั่นน่ะสิถึงจะเรียกว่ามีจรรยาบรรณวิชาชีพ"
"สรุปการวิดีโอคอลครั้งนี้ การดูฟรีเป็นผลดีต่อความมั่นคงของสังคม ความปรองดองในครอบครัว และสุขภาพของกระเป๋าตังค์"
แม้การวิดีโอคอลจะจบลงแล้ว แต่ความกระตือรือร้นในการพูดคุยของเพื่อนชาวเน็ตก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
พากันแสดงความรู้สึกอย่างล้นหลามจากเหตุการณ์นี้
พวกสิบแปดมงกุฎสมควรได้รับโทษแล้ว 'กระต่ายน้อยน่ารัก' ก็สมควรโดนเหมือนกัน
ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ถึงแม้จะใช้วิธีการต่างกัน แต่ธาตุแท้ก็เหมือนกันหมด
"การวิดีโอคอลครั้งนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ คุณคนไข้ทั้งหลาย ไว้เจอกันคราวหน้านะครับ"
เฉินหยูโบกมือ
เขาปิดสตรีมทันทีโดยไม่รั้งรอเลยแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับที่ผ่านมา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น
เฉินหยูยังคงรัวคีย์บอร์ดอย่างเมามัน สาบานว่าจะต้องเคลียร์เกมคาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอร์ให้ได้ในชีวิตเดียว
โจวเข่อซินทำความสะอาดไปพลาง มองเฉินหยูที่อยู่หลังคอมพิวเตอร์ไปพลาง
เกมตู้อาร์เคดมันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?
ตัวเธอเองควรจะโหลดโปรแกรมจำลองเกมอาร์เคดมาเล่นบ้างดีไหมนะ
"ขอโทษนะครับ หมอเฉินอยู่... คุณคือพี่โจวเหรอ?"
ในตอนนั้นเอง ก็มีคนเดินเข้ามาในร้าน
"อ้าว คุณคือ 'ขโมยเวลาว่างครึ่งวัน' ไม่ใช่เหรอคะ"
โจวเข่อซินจำคนที่มาเยือนได้ในทันที
"ผมเองครับ บังเอิญจัง ไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณที่นี่"
ผู้มาเยือนเป็นชายวัยสามสิบกว่าๆ แต่งกายด้วยชุดย้อนยุค
บนศีรษะรวบผมยาว สวมรองเท้าผ้า และสวมชุดคลุมยาวพลิ้วไหว
"พี่เสียน นี่คุณมาขอให้หมอเฉินช่วยเหรอคะ?"
โจวเข่อซินถามด้วยความอยากรู้
"เฮ้อ"
ชายที่โจวเข่อซินเรียกว่า 'ขโมยเวลาว่างครึ่งวัน' ถอนหายใจออกมา
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุย เฉินหยูก็กดปุ่มหยุดเกมชั่วคราว แล้วเงยหน้าขึ้นมองชายที่เดินเข้ามา
บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มแปลกประหลาด
"คุณคนไข้เชิญนั่งครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมครับ"
เฉินหยูลุกขึ้นยืน พร้อมส่งสัญญาณให้โจวเข่อซินรินน้ำชามาให้แก้วหนึ่ง
"สวัสดีครับหมอเฉิน ผมชื่อหูเลี่ยง เป็นสตรีมเมอร์ของแพลตฟอร์มเหมือนกับคุณและพี่โจวครับ"
"ที่มารบกวนครั้งนี้ เพราะผมหมดหนทางแล้วจริงๆ ได้โปรดช่วยผมด้วยนะครับ"
'ขโมยเวลาว่างครึ่งวัน' นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าขมขื่น
เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา มันเกินกว่าความเข้าใจปกติของเขาไปแล้ว
ถ้าเฉินหยูเองก็ไม่มีวิธีจัดการ เกรงว่าคงทำได้แค่ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว
ไม่นาน โจวเข่อซินก็วางแก้วน้ำชาที่ยังมีควันลอยกรุ่นลงตรงหน้าหูเลี่ยง
เธอเป็นฝ่ายแนะนำตัวตนของหูเลี่ยงให้เฉินหยูรู้จัก
อย่างที่หูเลี่ยงได้บอกไปก่อนหน้านี้ เขาและเฉินหยู รวมถึงโจวเข่อซิน ต่างก็เป็นสตรีมเมอร์ของแพลตฟอร์มหูอวี๋
แถมยังเป็นสตรีมเมอร์รายใหญ่อีกด้วย
สิ่งที่ต่างออกไปคือ เฉินหยูเป็นสตรีมเมอร์สายจิตวิทยา โจวเข่อซินเป็นสตรีมเมอร์สายไลฟ์สไตล์
ส่วนแนวทางการสตรีมของหูเลี่ยงนั้นค่อนข้างพิเศษ
สตรีมเมอร์แนวสันโดษ
สิ่งที่เรียกว่าสตรีมเมอร์แนวสันโดษ เป็นประเภทของสตรีมเมอร์ที่เพิ่งได้รับความนิยมในช่วงสองปีที่ผ่านมา
ตามชื่อเลย สตรีมเมอร์แนวสันโดษจะใช้การใช้ชีวิตสันโดษในชนบทเป็นจุดขาย
พาเพื่อนชาวเน็ตไปสัมผัสกับทิวทัศน์ธรรมชาติ ความงามของชนบท และอาหารพื้นบ้านต่างๆ
ปกติก็จะปลูกดอกไม้ ปลูกผัก
ยามว่างก็ลงแม่น้ำจับปลา ขึ้นเขาหาฟืน
เฉินหยูพยักหน้าแล้วพูดว่า "หมายความว่า คุณใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมาตลอด ที่คุณมาหาผมครั้งนี้ เรื่องราวก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของคุณใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับๆ!"
หูเลี่ยงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร
มีความหวังแล้ว มีความหวังแล้ว
หูเลี่ยงมองไปรอบๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามาก "หมอเฉินครับ ผมอาจจะซื้อบ้านผีสิงมาน่ะครับ"
"ตั้งแต่ย้ายเข้าไป ผมก็ไม่เคยได้พักผ่อนอย่างสงบเลยแม้แต่วินาทีเดียว"
"ไม่ใช่แค่ผมนะครับ แฟนผมยิ่งโดนรังควานหนักกว่าอีก จนแทบจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ อยู่แล้ว"
"บ้านผีสิง?!"
โจวเข่อซินอุทานด้วยความตกตะลึง
หูเลี่ยงไม่คิดว่าพูดเบาขนาดนี้แล้วโจวเข่อซินยังจะได้ยิน ชั่วขณะหนึ่งเขาจึงไม่รู้ว่าควรจะเล่าต่อดีหรือไม่
เฉินหยูพูดเรียบๆ "คุณเล่าต่อเถอะครับ เธอเป็นพยาบาลของที่นี่ ถือเป็นคนในวงการ ไม่เป็นไรหรอกครับ"
"มิน่าล่ะพี่โจวถึงมาอยู่ที่นี่"
หูเลี่ยงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในเมื่อเป็นคนในวงการ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
หูเลี่ยงและแฟนสาว ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในหางโจว
เมื่อสองปีกว่าก่อนตอนตรวจสุขภาพ ทั้งสองคนต่างก็ตรวจพบว่าเป็นโรคจากการทำงาน
เมื่อคิดดูว่าทำงานมาหลายปี เก็บเงินไม่ได้เท่าไหร่ กลับได้โรคจากการทำงานมาเพียบ
ขืนทำต่อไป เกรงว่าโรคจากการทำงานคงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ประกอบกับทั้งสองคนอายุสามสิบต้นๆ กันหมดแล้ว อีกสองปีข้างหน้า มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกเลย์ออฟ
หลังจากปรึกษาหารือกัน ทั้งสองจึงตัดสินใจลาออกพร้อมกัน
หาที่ที่มีธรรมชาติสวยงามเพื่อพักฟื้นร่างกาย ถือโอกาสคิดไปด้วยว่าต่อไปควรจะทำอะไรดี
ในช่วงพักฟื้น ทั้งสองคนได้ถ่ายคลิปวิดีโอสั้นๆ เกี่ยวกับทิวทัศน์ชนบทแล้วโพสต์ลงในโมเมนต์วีแชท
ต่อมามีเพื่อนคนหนึ่งนำไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
ทั้งสองคนจึงตัดสินใจมาทำสตรีมเมอร์แนวสันโดษซะเลย
ถ่ายทำเกี่ยวกับความงามของชนบทและอาหารพื้นบ้านโดยเฉพาะ
เมื่อไม่นานมานี้ บ้านพักในชนบทที่พวกเขาเช่าอยู่กำลังจะถูกรื้อถอน
เพื่อที่จะเป็นสตรีมเมอร์แนวสันโดษต่อไป ทั้งสองคนจึงนำเงินเก็บส่วนใหญ่ออกมา และขายบ้านในเมืองทิ้ง
แล้วซื้อบ้านเก่าแก่ราคาแพงลิ่วหลังหนึ่งผ่านนายหน้า
หางโจวเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ
มีชื่อเสียงในฐานะดินแดนที่สวยงามทางตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางของแคว้นอู๋ทั้งสาม
บ้านใหม่ของหูเลี่ยงสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง มีกลิ่นอายของเมืองริมน้ำเจียงหนานอย่างเต็มเปี่ยม
ใครจะไปคิดว่าหลังจากซื้อบ้านได้ไม่นาน ก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในบ้าน
"หมอเฉินครับ สถานการณ์คร่าวๆ ก็เป็นแบบนี้ รบกวนคุณช่วยดูให้ผมหน่อยนะครับ ว่าบ้านหลังนี้มันมีอะไรไม่สะอาดจริงๆ หรือเปล่า"
หลังจากเล่าที่มาที่ไปของบ้านจบ หูเลี่ยงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วหารูปถ่ายภายนอกของบ้านรูปหนึ่ง
"สวยจัง... เอ๊ะ!"
โจวเข่อซินชะโงกหน้าเข้ามาดู
เดิมทีคิดจะบอกว่าสวยมาก แต่จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สถานการณ์บ้านของคุณผมพอจะเข้าใจคร่าวๆ แล้วครับ การจะแก้ปัญหาของคุณได้ จำเป็นต้องลงพื้นที่ไปดูสักหน่อย"
"ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหมครับ?"
"สะดวกครับๆ"
เมื่อรู้ว่าเฉินหยูจะไปดูด้วยตัวเอง หูเลี่ยงก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
เขาขับรถมา เฉินหยูสามารถออกเดินทางได้ทุกเมื่อ







