"เปิดตัวได้สวยงามมาก!"
กู้สิงกับเฉินหลิงซูเพิ่งลงจากเวที ผู้อำนวยการจางก็วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นเต้น เพื่อแจ้งข่าวให้ทั้งสองคนทราบว่าตอนนี้กระแสของอิ่นกวงพุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งชั่วคราวแล้ว
เขาชะงักไปเล็กน้อย
ผู้อำนวยการจางบอกข่าวดีกับกู้สิงอีกเรื่อง "อันดับดัชนีศิลปินของอาจารย์กู้เพิ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ห้าสิบสองแล้วครับ ส่วนอันดับดัชนีนักแสดงของอาจารย์เฉินก็เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน!"
"อืม"
อาจเป็นเพราะดัชนีศิลปินของเฉินหลิงซูต่ำกว่ากู้สิงอยู่ไม่น้อย ผู้อำนวยการจางจึงไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนเพราะกลัวจะอึดอัดใจ ท้ายที่สุดแล้วศิลปินก็ค่อนข้างใส่ใจเรื่องการเปรียบเทียบระดับชั้นกันอยู่พอสมควร
แต่ผู้อำนวยการจางคิดมากไปเอง
ความจริงเฉินหลิงซูไม่ได้สนใจเลยว่ากู้สิงจะมีระดับชั้นสูงกว่าตัวเอง เธอแค่แอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับลั่วหนิงหรือแม้แต่กงชิงอี๋อย่างเงียบๆ เท่านั้น!
หลังจากผู้อำนวยการจางจากไป
กู้สิงมองมือของเฉินหลิงซูที่จับมือเขาไว้แน่นแล้วพูดว่า "ตอนนี้ปล่อยได้แล้วมั้งครับ?"
"ไม่อยากปล่อยเลย"
เฉินหลิงซูพูดเสียงเบา
กู้สิงชะงัก นึกไม่ถึงว่าเฉินหลิงซูจะยังไม่ตัดใจ เขาเองก็มีแฟนแล้ว ยังจะมาอ่อยอะไรอยู่อีก
แต่ไม่นานเฉินหลิงซูก็ยอมปล่อยมือ
เพราะกงชิงอี๋เดินเข้ามาเหมือนกับได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
เฉินหลิงซูยังไม่ได้กำเริบเสิบสานถึงขั้นกล้าจับมือกู้สิงแน่นต่อหน้ากงชิงอี๋ ตอนอยู่บนเวทียังพออ้างได้ว่าเป็นเรื่องงาน แต่ถ้าอยู่หลังเวทีล่ะก็ถือว่าไม่รู้จักทำตัวให้เหมาะสมแล้ว
ในทางเดินหลังเวที
กงชิงอี๋ก้าวเดินมาอย่างชดช้อย เธอสวมชุดสไตล์กี่เพ้าสีขาวนวลที่ขับเน้นเรือนร่างอรชร ต่างหูหยกคู่นั้นทอประกายอบอุ่นภายใต้แสงไฟหลังเวที สายตาของเธอกวาดมองระหว่างกู้สิงกับเฉินหลิงซูเบาๆ ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ ว่า
"การแสดงเมื่อกี้สุดยอดไปเลยนะ"
น้ำเสียงของกงชิงอี๋กังวานใส เฉินหลิงซูพยักหน้าทักทาย ปรับสีหน้าเล็กน้อย พยายามปั้นยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติและสง่างาม
"ขอบคุณค่ะ ความจริงฉันเองก็รอคอยการแสดงของพี่ชิงอี๋ในคืนนี้เหมือนกัน"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "ตัวจริง" อย่างกงชิงอี๋ ในใจของเฉินหลิงซูก็รู้สึกลังเลนิดๆ และมีความรู้สึกอยากเอาชนะที่บอกไม่ถูก เธอจึงยืดหลังตรงโดยสัญชาตญาณ
"ของฉันยังอีกนานเลย"
สายตาของกงชิงอี๋กวาดผ่านพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อและนิ้วมือที่งอเข้าหากันเล็กน้อยของเฉินหลิงซู ความเข้าใจทะลุปรุโปร่งวาบขึ้นในส่วนลึกของดวงตาและหายไปอย่างรวดเร็วจนจับไม่ได้ เธอหันไปมองกู้สิงและถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติมาก "แล้วรายการต่อไปของคุณล่ะ?"
"เดี๋ยวก็รู้ครับ ผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดเตรียมตัวสำหรับรายการต่อไปก่อนนะ"
กู้สิงพยักหน้าให้ทั้งสองคน แล้วหันหลังเดินกลับไปยังห้องแต่งตัวของตัวเองด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แผ่นหลังของเขาหายไปตรงหัวมุมทางเดินอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด หรือไม่ก็จงใจเพิกเฉยต่อบรรยากาศแปลกประหลาดที่ไหลเวียนเงียบๆ ระหว่างผู้หญิงสองคนด้านหลัง—
ที่จ้างกงชิงอี๋มาก็เพื่อการนี้นี่แหละ!
เมื่อกู้สิงเดินจากไปไกล มุมหลังเวทีนี้ก็เหลือเพียงกงชิงอี๋กับเฉินหลิงซู อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเงียบสงบลงชั่วขณะ เสียงดนตรีจากที่ไกลๆ และเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบของทีมงานราวกับถูกแผ่นฟิล์มที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้
เฉินหลิงซูรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย กำลังจะหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป
แต่กงชิงอี๋กลับเอ่ยปากขึ้นมา น้ำเสียงยังคงราบเรียบและแฝงไปด้วยความรู้สึกเหมือนชวนคุยเล่น "ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เธอเคยคบกับกู้สิงเหรอ?"
สีหน้าของเฉินหลิงซูเปลี่ยนไป นึกไม่ถึงว่ากงชิงอี๋จะชวนคุยเรื่องนี้
กงชิงอี๋ยิ้มบางๆ สายตาจับจ้องไปที่ริมฝีปากของเฉินหลิงซูที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่า น้ำเสียงดูเหมือนจะอ่อนโยนลง "เพลงที่เธอกับกู้สิงร้องเมื่อกี้ สื่ออารมณ์ได้ดีมากเลยนะ ผู้ชมก็ชอบกันมาก ดูเหมือนว่าพวกเธอจะรู้ใจกันอยู่บ้างเหมือนกัน"
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนเป็นคำชม แต่ในใจของเฉินหลิงซูกลับกระตุกวูบ
เมื่อเดาความหมายของกงชิงอี๋ไม่ออก เฉินหลิงซูจึงทำได้เพียงตอบกลับไปอย่างคลุมเครือ "หลักๆ เป็นเพราะเพลงแต่งมาดีน่ะค่ะ กู้สิงเขามักจะมีไอเดียดีๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานเสมอ"
"ใช่ เขาเป็นคนมีไอเดียตลอดแหละ"
กงชิงอี๋ทวนคำพูดอย่างครุ่นคิด ปลายนิ้วลูบไล้หยกที่ข้างหูเบาๆ สัมผัสเย็นเยียบทำให้แววตาของเธอสงบนิ่งยิ่งขึ้น "คนที่มีความคิด มักจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และรู้ดีว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ โดยเฉพาะในวงการนี้ ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว บางครั้งผลกระทบก็ไม่ได้ตกอยู่แค่ที่ตัวเอง"
หัวใจของเฉินหลิงซูค่อยๆ จมดิ่งลง
คำพูดของกงชิงอี๋ ฟังดูเหมือนกำลังพูดถึงกู้สิง แต่ก็เหมือนกำลังเหน็บแนมเธออยู่ กำลังเตือนให้เธอรู้จักวางตัวงั้นเหรอ?
เป็นเพราะเมื่อกี้เธอจับมือกู้สิงเอาไว้ แล้วกงชิงอี๋เห็นเข้าใช่ไหม?
ความรู้สึกน้อยใจ ไม่ยอมแพ้ และความขุ่นเคืองเล็กน้อยผสมปนเปกันตีตื้นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาของกงชิงอี๋ที่ราวกับจะมองทะลุปรุโปร่งไปซะทุกอย่าง น้ำเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว "พี่ชิงอี๋พูดถูกค่ะ แต่ฉันคิดว่าเรื่องของความรู้สึก บางครั้งมันก็ห้ามกันไม่ได้ คนเราไม่สามารถมีเหตุผลได้ตลอดเวลาหรอกนะคะ"
คำพูดนี้ดูเหมือนจะท้าทายอยู่บ้าง พอพูดจบเฉินหลิงซูก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย
เธอวู่วามเกินไปหรือเปล่า อีกฝ่ายคือกงชิงอี๋ แฟนคนปัจจุบันของกู้สิงเชียวนะ!
ผิดคาดที่กงชิงอี๋ไม่ได้โกรธเคือง แม้แต่คิ้วก็ไม่ขมวดเลยสักนิด เธอเพียงแค่มองเฉินหลิงซูเงียบๆ สายตานั้นสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น แต่กลับทำให้เฉินหลิงซูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่กำลังทำเป็นเก่งต่อหน้าผู้ใหญ่ ความคิดทั้งหมดถูกมองออกจนทะลุปรุโปร่ง
"ที่เธอพูดมาก็มีเหตุผล"
กงชิงอี๋พูดช้าๆ น้ำเสียงถึงขั้นอ่อนโยนกว่าเมื่อครู่ด้วยซ้ำ "แต่ตอนนี้กู้สิงอยู่ในจุดที่ดีมาก หน้าที่การงานกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ในฐานะเพื่อน เธอเองก็ควรสนับสนุนเขาให้มาก ให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร้กังวล เธอว่าจริงไหมล่ะ?"
เพื่อน?
หน้าที่การงาน?
หัวใจของเฉินหลิงซูเหมือนถูกเข็มทิ่ม เธออ้าปากอยากจะเถียงแต่ก็พบว่าไม่รู้จะพูดอะไร
หรือจะให้บอกว่าตอนนี้ฉันแค่อยากจะแย่งกู้สิงกลับมาจากมือเธองั้นเหรอ?
เฉินหลิงซูไม่ใช่คนดื้อรั้นเอาแต่ใจแบบนั้น ถึงแม้เธอจะยังอาลัยอาวรณ์กู้สิงมาก แต่ความคาดหวังในใจลึกๆ ของเธอคือการที่เขาเป็นฝ่ายบอกเลิกกับกงชิงอี๋เองต่างหาก
"ขอโทษนะคะ ฉันต้องไปเตรียมตัวสำหรับรายการช่วงหลังแล้ว"
ในที่สุดเฉินหลิงซูก็พ่ายแพ้ เธอเบือนหน้าหนีอย่างทุลักทุเล น้ำเสียงแผ่วเบาลง ดูเหมือนเธอจะทำใจแย่งผู้ชายจากกงชิงอี๋ตรงๆ ได้ยากเหลือเกิน
"สู้ๆ นะ"
กงชิงอี๋พยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงงดงามเหมาะสม ราวกับว่าบทสนทนาที่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"ลาก่อนค่ะ"
เฉินหลิงซูแทบจะวิ่งหนีออกจากมุมนั้น จนกระทั่งเดินไปถึงที่ที่ไม่มีคน เธอถึงได้พิงกำแพงอันเย็นเฉียบแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ ในใจสับสนวุ่นวายไปหมด
ขณะที่จุดเดิม
รอยยิ้มบนใบหน้าของกงชิงอี๋ค่อยๆ จางหายไป เธอมองไปทางที่เฉินหลิงซูเดินจากไปแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
"อินกับบทขึ้นมาเหรอครับ?"
เสียงหยอกล้อของกู้สิงดังมาจากด้านหลัง ที่แท้เขาก็ยังไม่ได้จากไปจริงๆ แต่แอบสังเกตการณ์ว่ากงชิงอี๋กับเฉินหลิงซูคุยอะไรกัน
ผลปรากฏว่านึกไม่ถึงเลย กงชิงอี๋ถึงกับพูดสั่งสอนเฉินหลิงซูไปฉากใหญ่!
นี่เป็นสิ่งที่กู้สิงคาดไม่ถึงจริงๆ เพราะเขาไม่ได้ขอให้กงชิงอี๋ทำแบบนี้เสียหน่อย "ทำไมถึงได้ด้นสดซะล่ะครับ?"
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการหรอกเหรอ?"
กงชิงอี๋ถามกลับ สายตาจ้องมองใบหน้าของกู้สิงราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่าง "หรือว่าเกมคู่รักนี้ คุณอยากจะแกล้งเล่นกับฉันไปเรื่อยๆ?"
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ยังไงผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเฉินหลิงซูตลอดอยู่แล้ว"
กู้สิงย่อมไม่รู้ว่ากงชิงอี๋สงสัยว่าเขาใช้ข้ออ้างเรื่องแกล้งเป็นแฟนมาจีบเธอหรือเปล่า ถ้าเขารู้เรื่องนี้ล่ะก็ อย่างน้อยต้องด่าว่า "ผู้หญิงหลงตัวเอง" ไปสักประโยคแน่ๆ
และในตอนนั้นเอง
เสียงฮือฮาจากหน้าเวทีก็ดังกระหึ่มขึ้น แสงไฟเปลี่ยนสี จางเฉวียนไท่กระโดดขึ้นเวทีด้วยความกระตือรือร้นและโบกมือให้ผู้ชมอย่างสุดกำลัง...
บนเวยป๋อ
ผู้ชมที่กำลังดูรายการอยู่ต่างพากันงุนงง นึกไม่ถึงว่าทางอิ่นกวงจะให้กู้สิงและเฉินหลิงซูรับหน้าที่เปิดรายการก็ว่าไปอย่าง แต่ทำไมซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆ อย่างจางเฉวียนไท่ ถึงได้ขึ้นแสดงเป็นคิวที่สี่วะเนี่ย!?
เอาเถอะ
เกี่ยวกับปัญหานี้ อย่าว่าแต่ชาวเน็ตจะงงเลย จางเฉวียนไท่เองก็งงเหมือนกัน ศิลปินระดับท็อปที่สำคัญอย่างเขา ไม่ใช่ว่าควรจะเอาไว้คิวหลังๆ หรอกเหรอ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนถูกอิ่นกวงจับมาแสดงแบบลวกๆ เลยล่ะ?
บ้าเอ๊ย!
ถ้าไม่มีคนระดับฉันคอยดึงเรตติ้งปิดท้าย พวกนายจะเล่นอะไรกันต่อ หรือว่าจะหวังพึ่งกู้สิงแบกเรตติ้งเอาไว้ทั้งหมด?
แต่จางเฉวียนไท่ก็ต่อต้านจังหวะนี้ไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วสัญญาที่เขาเซ็นไว้ก็ระบุว่าลำดับการแสดงต้องเป็นไปตามการจัดสรรของอิ่นกวง
แต่จะว่าไปแล้ว
การที่จางเฉวียนไท่ขึ้นแสดงเป็นคนที่สี่ก็มีข้อดีเหมือนกัน นั่นคือช่วยดึงความอดทนและความคาดหวังของผู้ชมที่สะสมมาตั้งแต่รายการแรก แต่ถูกบั่นทอนไปกับสองรายการที่แสนจะธรรมดาก่อนหน้านี้ ให้กลับมาลุกโชนได้อีกครั้ง!
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!"
"อิ่นกวงเล่นนอกตำราจริงๆ ด้วย!"
"อีกสามแพลตฟอร์มยังไม่ได้ปล่อยศิลปินระดับบิ๊กเนมออกมาเลย แต่อิ่นกวงกลับให้จางเฉวียนไท่ขึ้นเวทีซะแล้ว!"
"ทำได้สวย!"
"ชอบความไม่อ้อมค้อมแบบนี้แหละ รู้ว่าผู้ชมอย่างเราอยากดูอะไร ก็จัดมาให้เลย!"
"ที่อยากดูก็คือตัวท็อปนี่แหละ!"
"พวกดาราปลายแถวนั่นมีอะไรน่าดูนักหนา?"
"พูดตามตรงนะ ระดับการร้องเต้นของจางเฉวียนไท่นี่ค่อนข้างแย่เลยล่ะ เขาเหมาะกับการแสดงมากกว่าจริงๆ ทักษะการร้องเพลงถือว่าธรรมดามาก"
"..."
ระหว่างที่ชาวเน็ตกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น กระแสของอิ่นกวงที่เกือบจะถูกอีกสามแพลตฟอร์มใหญ่ไล่ตามทัน ก็กลับมาทวงบัลลังก์อันดับหนึ่งได้อีกครั้ง!
อีกสามแพลตฟอร์มใหญ่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ทำไมอิ่นกวงถึงส่งจางเฉวียนไท่ขึ้นมาดื้อๆ เลยล่ะ?
อุตส่าห์จะไล่ตามกระแสได้ทันอยู่แล้วแท้ๆ แต่อิ่นกวงกลับจัดให้จางเฉวียนไท่ขึ้นเวทีซะงั้น นี่มันไอเดียของคนฉลาดคนไหนวะเนี่ย!!!
"ฮัดชิ้ว"
กู้สิงจามออกมา
กงชิงอี๋อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง "คุณไม่ได้เป็นหวัดใช่ไหม ช่วงนี้ตอนกลางคืนอากาศค่อนข้างเย็นนะ"
"ไม่เป็นไรครับ"
กู้สิงขยี้จมูก
กงชิงอี๋มองไปทางเวทีแล้วหัวเราะ "มั่วซั่วจริงๆ เลยนะ ถึงกับให้จางเฉวียนไท่ขึ้นเวทีแบบนี้ ลำดับแปลกประหลาดมาก..."
"คำแนะนำของผมเองแหละ"
กู้สิงเอ่ยปาก "เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้ อิ่นกวงจำเป็นต้องหยิบเอาสิ่งที่ผู้ชมสนใจจริงๆ ออกมาโชว์เป็นพักๆ"
"แล้วหลังจากนี้ล่ะ?"
กงชิงอี๋รู้ธรรมเนียมปฏิบัติของงานกาล่าดี ศิลปินเบอร์ใหญ่ล้วนแต่ขึ้นแสดงช่วงกลางๆ หรือแม้แต่ช่วงท้าย ไม่มีใครเล่นแบบนี้ตั้งแต่ครึ่งแรกหรอก
"หลังจากนี้เหรอ"
กู้สิงมองกงชิงอี๋แล้วยิ้ม "หลังจากนี้ก็ยังมีพวกเราอยู่ไม่ใช่เหรอครับ?"
พวกเรา?
หัวใจของกงชิงอี๋กระตุกวูบ รู้สึกเหมือนคำพูดของกู้สิงมีความนัยแฝงอยู่ เธอไอกระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า "แค่พวกเราก็คงไม่พอหรอกมั้ง..."
"ไม่เชื่อผมเหรอ?"
กู้สิงขยิบตาให้กงชิงอี๋เบาๆ "มีพวกเราอยู่ อิ่นกวงคืนนี้ไม่มีทางกร่อยแน่นอนครับ"
ความจริงกู้สิงอยากจะพูดว่า "มีผมอยู่" ต่างหาก
แต่คำพูดนี้มันดูโอหังเกินไปและดูอีคิวต่ำ เขาจึงเปลี่ยนเป็นคำว่า "พวกเรา" แทน การพูดแบบคนอีคิวสูงก็เรียบง่ายไร้การปรุงแต่งเช่นนี้แล