(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 254
บทที่ 254 ธุรกิจใหม่ในห้องไลฟ์สด
"เราเลิกอมพะนำกันได้ไหม ฉันไม่ใช่คนอื่นคนไกลซะหน่อย นายก็บอกฉันมาเถอะน่า"
โจวเข่อซินตื๊อเฉินหยูไม่เลิก เธออยากรู้คำตอบใจจะขาด
"ความลับสวรรค์ไม่อาจแพร่งพราย ไว้คราวหน้าเธอจะรู้เอง"
พูดจบ เฉินหยูก็เดินไปริมถนนแล้วโบกรถแท็กซี่
จากโหงวเฮ้งของทั้งสามคน เฉียวไป่ซุ่นจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเจ็ดปี
เหยาหลินสิบห้าปี
ลูกชายคนเล็กของพวกเขาห้าสิบเอ็ดปี
นี่คืออายุขัยปกติของทั้งสามคน หากตอนนี้เฉียวอันนาฆ่าพวกเขา แม้จะแก้แค้นสำเร็จ แต่เธอก็จะแปดเปื้อนผลกรรมจากเรื่องนี้
และสุดท้ายก็จะเดือดร้อนถึงตัวเอง
เมื่อกี้ เฉินหยูกับเฉียวอันนาได้ทำข้อตกลงกันไว้
เหยาหลินกับเฉียวไป่ซุ่นสมควรได้รับกรรม แต่ลูกชายของเหยาหลินไม่ได้ทำอะไรผิด
เขาไม่รู้อะไรเลย
ทั้งไม่รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกชายสายเลือดแท้ๆ ของเฉียวไป่ซุ่น และไม่รู้เรื่องเลวร้ายที่เฉียวไป่ซุ่นกับเหยาหลินเคยทำ
เฉินหยูช่วยเฉียวอันนาแก้แค้น โดยมีข้อแม้ว่าต้องปล่อยเด็กคนนี้ไป
เขาจะนำพลังหยินจำนวนหนึ่งเข้าสู่ร่างกายของเฉียวไป่ซุ่นและเหยาหลิน
เพื่อใช้พลังหยินทำลายอวัยวะภายในของพวกเขา
จากนั้นก็ส่งทั้งคู่ไปโรงพยาบาล และใช้เครื่องมือแพทย์ต่างๆ เพื่อยื้อชีวิตพวกเขาไว้
ฝั่งหนึ่งก็เลี้ยงไข้ต่อชีวิต ส่วนอีกฝั่งก็ปล่อยให้โรคร้ายทรมานพวกเขาทั้งวันทั้งคืน
จนกว่าทั้งสองคนจะหมดอายุขัย
ในอีกหลายปีข้างหน้า แม้ทั้งสองคนจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็จะต้องเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตาย
สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวและการพูด ต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง
แต่ทว่า สติสัมปชัญญะในสมองกลับแจ่มชัด
เฉียวไป่ซุ่นและเหยาหลินทยอยเข้าโรงพยาบาล ด้วยฝีมือของเฉียวอันนา การควบคุมตระกูลเฉียวผ่านพ่อบ้านย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
ส่วนลูกชายของเหยาหลิน เฉินหยูหวังว่าเฉียวอันนาจะปล่อยเขาไป
ทิ้งเงินไว้ให้เขาก้อนหนึ่ง เพื่อให้เขาใช้ชีวิตที่เหลือได้อย่างสงบสุข
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวท้องถิ่นก็มีรายงานพิเศษ
เฉียวไป่ซุ่น มหาเศรษฐีชื่อดังแห่งหางโจวและเหยาหลินผู้เป็นภรรยา ป่วยเป็นโรคประหลาดและต้องเข้ารับการรักษาด่วนที่โรงพยาบาล
ผู้ดูแลกรุ๊ปชั่วคราวคือเฉียวอันนา
หลังจากโจวเข่อซินเลิกงานกลับไป เฉินหยูก็ปิดร้าน รินน้ำเปล่าให้ตัวเองหนึ่งแก้ว แล้วใส่เก๋ากี้ลงไปสองสามเม็ด
เขานั่งลงหลังโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างเชื่องช้า
ลองคำนวณเวลาดูแล้ว นับตั้งแต่ไลฟ์สดครั้งล่าสุด ก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้ว
ไม่ได้เจอกับเหล่าคนไข้มานาน เฉินหยูคิดถึงผลบุญและโชคชะตาที่พวกเขานำมาให้เหลือเกิน
เฉินหยูจิบน้ำเก๋ากี้อย่างสบายอารมณ์ เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วพิมพ์บัญชีและรหัสผ่านอย่างคล่องแคล่ว
"ให้ตายสิ ตอนนี้ฉันดังขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
พอเริ่มไลฟ์สด เฉินหยูก็ตกใจซะเอง
เพิ่งจะเริ่มไลฟ์สด ในห้องก็มีชาวเน็ตมากถึงหลายแสนคนแล้ว
ทุกครั้งที่รีเฟรช จำนวนก็จะเพิ่มขึ้นอีกสองสามแสนคน
มีทั้งคนที่ประหลาดใจและคนที่กลุ้มใจ
เมื่อเฉินหยูออนไลน์ ห้องไลฟ์สดของสตรีมเมอร์คนอื่นๆ ก็วุ่นวายไปหมด
ชาวเน็ตจำนวนมากพากันแห่ออกมา
ก่อนจะออกจากห้องไลฟ์สด คนที่ยังทักทายสตรีมเมอร์ได้ถือว่าเป็นแฟนคลับตัวยงเลยทีเดียว
สตรีมเมอร์ที่ไลฟ์สดเวลาเดียวกันต่างก็โอดครวญ
เฉินหยูไม่เคยมีเวลาออนไลน์ที่แน่นอน ห้องไลฟ์สดของเขาก็เหมือนกับหลุมดำ
ทันทีที่เขาเริ่มไลฟ์สด จำนวนคนในห้องไลฟ์สดอื่นๆ ก็จะลดฮวบลงอย่างกับหน้าผา
ทุกคนแห่มาที่ห้องของเฉินหยูกันหมด
คอมเมนต์มากมายหลั่งไหลเข้ามาบนหน้าจอ
คำถามสารพัดรูปแบบเต็มไปหมด
เฉินหยูขี้เกียจตอบทีละคำถาม เลยเข้าสู่ช่วงสุ่มแจกอั่งเปาโดยตรง
ผู้โชคดีทั้งสามคนเพิ่งจะออกเตาร้อนๆ
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ขอเชิญคนไข้ท่านแรกวิดีโอคอลมาครับ"
วินาทีต่อมา ใบหน้าของชายวัยกลางคนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ฉากหลังของชายวัยกลางคนดูเหมือนจะเป็นเต็นท์
ชาวเน็ตหลายคนถึงกับได้ยินเสียงลมพัดอื้ออึงอย่างชัดเจน
ชาวเน็ตที่ใช้ชื่อว่า 'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน "หมอเฉิน กฎทุกอย่างผมเข้าใจดีครับ เงินหนึ่งหมื่นหยวนเดี๋ยวผมโอนให้ทันทีเลย"
"ปู่ของผมหายตัวไปหลายวันแล้ว ขอร้องล่ะครับช่วยผมตามหาท่านที"
ได้ยินแบบนี้ ชาวเน็ตก็สนุกกันใหญ่
รู้จักจ่ายเงินก่อนแล้วค่อยถามเรื่องราว แบบนี้ต้องเป็นแฟนคลับเก่าแก่แน่ๆ
ขอบเขตธุรกิจของเฉินหยู ตอนนี้ชักจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ไม่เพียงแต่รักษาโรคทางจิตเวชเท่านั้น
ยังรับผิดชอบผดุงความยุติธรรมและตามหาเด็กที่ถูกลักพาตัวอีกด้วย
ตอนนี้ ยังขยายไปถึงการตามหาคนแก่ที่หลงทาง
ต่อไป นี่คงถึงคิวไลฟ์สดจับผีแล้วใช่ไหม?
เฉินหยูทำหน้าแปลกๆ แล้วพูดว่า "คนไข้ท่านนี้ คุณหยิบมือถือออกมา เข้าเว็บจองตั๋ว แล้วจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศตามคำแนะนำของผมก่อนเลยครับ"
เฉินหยูตอบไม่ตรงคำถาม ชาวเน็ตและ 'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' ต่างก็ชะงักไปตามๆ กัน
"หมอเฉิน ผมถามว่าปู่ไปไหน แล้วคุณให้ผมหยิบมือถือมาจองตั๋วทำไมครับ?"
"หรือว่าจะให้ผมไปหาเอง แต่ตอนนี้ผมปลีกตัวไปไม่ได้หรอกนะครับ"
ได้ยินแบบนี้ คอมเมนต์ชุดใหญ่ก็ถาโถมเข้ามา
"ปู่หายไปทั้งคน ดันบอกว่าไม่มีเวลาไปหา ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกกตัญญูบนเน็ตชัดๆ"
"หมอเฉินบอกให้เขาจองตั๋วกลับประเทศ แสดงว่าเขาอยู่ต่างประเทศ อาจจะมีธุระอะไรที่ทำให้กลับมาตอนนี้ไม่ได้มั้ง"
"ว่าแต่ยุคนี้ คงไม่มีใครลักพาตัวคนแก่หรอกมั้ง?"
"คนแก่อาจจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ได้นะ คนแก่บ้านฉันก็เป็นแบบนี้ ชอบเดินออกไปเองบ่อยๆ"
"บ้านฉันก็เหมือนกัน ต้องไปรับที่โรงพักทุกที"
เมื่อเห็นคอมเมนต์หลายข้อความต่อว่าตัวเองว่าอกตัญญู 'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' ก็รีบอธิบาย
เขากำลังเข้าร่วมโปรเจกต์ความร่วมมือในต่างประเทศ โดยเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของทางฝั่งประเทศตัวเอง
โปรเจกต์กำลังถึงช่วงสำคัญ ถ้าจู่ๆ ก็ปลีกตัวไป จะทำให้งานล่าช้าไปมาก
ลำพังแค่ค่าปรับผิดสัญญา ก็เป็นตัวเลขมหาศาลแล้ว
พ่อแม่ของ 'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ตั้งแต่เขายังเด็ก
ปู่เลี้ยงเขามาด้วยการเปิดโรงน้ำชา
หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาก็เข้าทำงานในบริษัทวิจัยและพัฒนาแห่งหนึ่ง
กว่าครึ่งปีที่แล้ว เขาถูกส่งตัวไปทำงานที่ต่างประเทศ
ทุกสัปดาห์ เขาจะโทรศัพท์ไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับปู่
เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาติดต่อปู่ แต่โทรยังไงก็ไม่ติด
โทรไปทั้งวันก็ไม่มีใครรับสาย ด้วยความกังวลว่าปู่จะเป็นอะไรไป เขาจึงรีบติดต่อเพื่อนร่วมงานในประเทศให้ไปดูสถานการณ์
เพื่อนร่วมงานบอกว่า ที่บ้านไม่มีคนอยู่ โรงน้ำชาที่ปู่ทำก็ไม่ได้เปิดมาหลายวันแล้ว
'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' ไม่กังวลว่าปู่จะถูกลักพาตัว
แต่กลัวว่าปู่จะเป็นโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุมากกว่า
หรือที่ชาวเน็ตเรียกว่าโรคอัลไซเมอร์นั่นแหละ
ก่อนจะไปต่างประเทศ เขาก็สังเกตเห็นว่าปู่มีอาการแปลกๆ
ชอบหลงๆ ลืมๆ อยู่บ่อยครั้ง
ตอนนี้มาลองคิดดูแล้ว มันน่าจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคอัลไซเมอร์
ฝั่งหนึ่งเขาก็โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องที่ ส่วนอีกฝั่งก็โพสต์ประกาศตามหาคนตามเว็บบอร์ดชื่อดังในท้องถิ่น
ไม่กี่นาทีก่อน การแจ้งเตือนจากแพลตฟอร์มหูอวี๋ก็เตือนเขาว่าเฉินหยูเริ่มไลฟ์สดแล้ว
ด้วยความคิดที่อยากจะลองเสี่ยงดวงดู เขาจึงตัดสินใจเข้ามาเผื่อจะโชคดี
ไม่คิดเลยว่าจะได้เป็นชาวเน็ตคนแรกที่ได้วิดีโอคอล
'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' โอนเงินหนึ่งหมื่นหยวนให้เฉินหยู
แล้วขอร้องเฉินหยูซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ช่วยตามหาปู่
เฉินหยูถอนหายใจแล้วพูดว่า "ประเทศที่คุณอยู่ตอนนี้เป็นช่วงเช้า ตอนกลางคืนจะมีเที่ยวบินบินตรงกลับประเทศ"
"ประมาณเที่ยงพรุ่งนี้ คุณก็จะถึงเมืองบ้านเกิดของคุณ"
"ลงเครื่องปุ๊บ ให้รีบไปที่โรงพยาบาลที่สามในเมืองข้างๆ ทันที"
"ถ้าไปถึงก่อนห้าโมงเย็น คุณยังจะได้เห็นหน้าปู่ของคุณเป็นครั้งสุดท้าย"
'ผู้ชนะชีวิตที่มีทั้งแมวและหมา' ราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง สมองขาวโพลนไปหมด







