"นายท่านฝูไม่ร้องนะครับ! นายท่านฝูเด็กดี!"
ตู้หย่งเซี่ยวใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยเช็ดหางตาให้หลิวฝู
อนุภรรยาทั้งสี่ของหลิวฝูถูกคำว่า "ฝังทั้งเป็น" ของตู้หย่งเซี่ยวขู่จนหน้าซีดเผือดไปนานแล้ว ไม่กล้าอยู่ต่อ พากันวิ่งหนีเข้าไปในบ้านหมด
หลิวฝูพยายามออกแรงร้องไห้อยู่สองสามเสียง อาการอัมพาตครึ่งซีกทำให้เขาสูญเสียสิทธิ์ที่จะร้องไห้โฮออกมาจนหมดสิ้น
จนใจ หลังจากที่ตู้หย่งเซี่ยวช่วยเช็ดน้ำตาให้ หลิวฝูถึงได้สงบสติอารมณ์ลง ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาบีบคั้นรอยยิ้มออกมาสายหนึ่ง "แกไอ้ไอ้...ไอ้เด็กแสบ กลับมาแล้วเหรอ"
"ครับ ผมกลับมาแล้ว! เสียดายที่พี่เหอกลับมาไม่ได้! คุณอย่าเพิ่งใจร้อนนะ ผมจะอธิบายให้ฟัง" ตู้หย่งเซี่ยวรู้ดีว่า หลิวฝูคอยเป็นห่วงหลิวเหอมาตลอด หวังว่าหลิวเหอจะได้ดิบได้ดี กลับมาสืบทอดกิจการของเขา
สาเหตุที่ครั้งนี้หลิวฝูยอมให้หลิวเหอตามตู้หย่งเซี่ยวไปเรียนที่สกอตแลนด์ยาร์ด ก็เพราะหวังว่าหลิวเหอจะเปลี่ยนนิสัยลูกล้างลูกผลาญ ชุบตัวมาได้บ้างพองาม พอกลับมาเขาจะได้หน้าด้านช่วยดันให้เลื่อนขั้นได้
"พี่เหอบอกผมว่า เขารู้ว่าคุณดีกับเขา อยากให้เขาได้ดี มีคุณคอยช่วยจะได้ผงาดในวงการตำรวจ!" ตู้หย่งเซี่ยวใคร่ครวญคำพูด นั่งยองๆ นานไปขาสองข้างก็อดไม่ได้ที่จะเมื่อยล้า หวงอิงเห็นดังนั้นจึงรีบยกเก้าอี้มาให้เขานั่ง
"แต่คุณก็รู้ว่านิสัยของพี่เหอเป็นยังไง เขาไม่ชอบถูกควบคุม ไม่ชอบการผูกมัด แล้วหน่วยตำรวจก็เป็นหน่วยงานที่มีระเบียบวินัย มันไม่เหมาะกับเขาจริงๆ ครับ"
หลิวฝูตื่นเต้นขึ้นมา ดูเหมือนจะเดาออกว่าตู้หย่งเซี่ยวจะพูดอะไร เขาเบี้ยวปากพูด "ความหมะหมายของแกคือ...เขามะมะ ไม่ยอมเหรอ"
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า "เขาไม่ชอบเป็นตำรวจตั้งแต่แรกแล้วครับ แต่เขาก็ไม่อยากขัดใจคุณ ก็เลยเลือกที่จะเป็นนักสืบอยู่ข้างกายคุณ"
"ระหรือว่า ฉันทำผิด" หลิวฝูขยับปาก พูดอย่างอู้อี้ฟังไม่ชัด "ฉันดีกับเขามา ตลอดเลยนะ..."
"ก็เพราะคุณดีกับเขามากไป เขาก็เลยกดดันหนัก หลายครั้ง หลายเรื่องเขาก็ไม่กล้าบอกคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่เขาไม่กล้าบอกคุณว่าเขาไม่ชอบเป็นตำรวจ!" ตู้หย่งเซี่ยวอธิบาย "ครั้งนี้เขาหางานที่เหมาะกับตัวเองเจอที่ลอนดอน เป็นบริษัทยา ชื่อว่าบริษัทยาฟีนิกซ์..."
หลิวฝูเพิ่งจะอ้าปาก ในใจคิดว่า บริษัทยาแห่งหนึ่งจะก้าวหน้าไปได้สักแค่ไหนเชียว
ตู้หย่งเซี่ยวพูดต่อ "ตอนนี้เขารับตำแหน่งผู้รับผิดชอบหลักของบริษัทยานั้น อ้อ บริษัทยานั้นกำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอังกฤษและอเมริกาในอีกไม่ช้า ประเมินเบื้องต้น มูลค่าตลาดรวมในอนาคตน่าจะประมาณพันล้าน เอ่อ ดอลลาร์ครับ!"
"แค่กๆๆ!" หลิวฝูฟังจบก็เกิดอาการตื่นเต้น ร่างกายเริ่มกระตุกขึ้นมา
โชคดีที่ตู้หย่งเซี่ยวไม่ได้บอกอีกฝ่ายว่า ลูกพี่ใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังบริษัทยาแห่งนี้ก็คือเขาตู้หย่งเซี่ยว ไม่อย่างนั้นหลิวฝูคงได้ตายสนิทคาที่
หลิวฝูมีลูกสืบสกุลไม่ได้ จึงเห็นหลิวเหอเป็นลูกชายแท้ๆ มาตลอด เขาฝันอยากให้หลิวเหอได้ดี แม้หลิวเหอจะเหลวแหลก จะขยะแค่ไหน เขาก็ยังคงมีความหวังลมๆ แล้งๆ กับหลิวเหออยู่สายหนึ่ง
แต่คิดไม่ถึงว่า วันนี้เขาจะได้ยินว่าหลิวเหอผู้เป็นหลานชายกลายเป็นประธานบริษัทระดับร้อยล้าน?!
ความตื่นเต้นจากข่าวนี้มันมากเกินไปสำหรับเขา เรียกได้ว่าเป็นการโจมตีแบบรอบทิศทางสามมิติ! ทำเอาเขาตื่นเต้นจนแทบจะทำให้หลอดเลือดในสมองแตก
จวงติ้งเสียนกับหวงอิงที่ตามอยู่ด้านหลังตู้หย่งเซี่ยวเองก็ตกใจกับข่าวที่ตู้หย่งเซี่ยวพูดออกมาเช่นกัน
ประธานบริษัทที่มีมูลค่าพันล้านในอนาคตงั้นเหรอ?
หลิวเหอคนนี้ไปทำอะไรมา?
ถึงได้ฝืนลิขิตสวรรค์ขนาดนี้?
พวกเขาจะไปรู้ได้ยังไงว่า คนที่ฝืนลิขิตสวรรค์จริงๆ ไม่ใช่หลิวเหอ แต่เป็นตู้หย่งเซี่ยว ลูกพี่ใหญ่คนดีที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาต่างหาก!
"แกแกแก..." หลิวฝูพึมพำอยู่นาน มองไปที่ตู้หย่งเซี่ยว "แกไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม"
"ผมจะหลอกคุณไปทำไมล่ะ เอางี้ดีไหม พี่เหอกำลังจะไปทำงานเจรจาที่อเมริกาในอีกไม่ช้า คุณเองก็ไปสักรอบดีกว่า ได้ยินมาว่าเทคโนโลยีรักษาโรคหลอดเลือดสมองที่นั่นดีมากเลยนะ..."
หลิวฝูยิ้มแล้ว ปากเบี้ยวๆ ดูน่าเกลียดไปบ้าง แต่กำลังยิ้มอยู่จริงๆ "ไอ้...ไอ้เด็กแสบ ฉันจะฟัง...ฟังแก!"
พูดจบ รอยยิ้มของหลิวฝูก็หายไป เขามองตู้หย่งเซี่ยว พยายามยื่นมือออกไปจับมือของตู้หย่งเซี่ยว
ตู้หย่งเซี่ยวเห็นดังนั้นจึงเป็นฝ่ายเอื้อมไปจับมือเขาไว้
"ขอ...ขอโทษนะ!" หลิวฝูพูด
ประโยคนี้มีความหมายแฝงอยู่มากมาย
ตู้หย่งเซี่ยวเข้าใจดีทั้งหมด
หลิวฝูไม่สามารถทนอยู่ได้จนถึงตอนที่ตู้หย่งเซี่ยวกลับมา ไม่สามารถรักษาตำแหน่งสารวัตรใหญ่จีนเอาไว้ได้ และสุดท้ายก็ถูกเหลยลั่วชุบมือเปิบไป
เขาไม่สามารถช่วยเหลือตู้หย่งเซี่ยวได้ และไม่สามารถช่วยเหลือพวกพี่น้องของตู้หย่งเซี่ยวได้เช่นกัน
ดังนั้นเขาจึงรู้สึกผิด
"พักผ่อนให้สบาย ผมจะช่วยคุณซื้อตั๋วเครื่องบินเอง!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืน เขามองไปที่หลิวฝู "อาเหอกำลังรอคุณอยู่ที่อเมริกา!"
...
จวงติ้งเสียนขับรถไปพลาง เต็มไปด้วยความสงสัยในใจ
หลิวเหอกลายเป็นประธานบริษัทยา และบริษัทยานั้นอาจมีมูลค่าถึงหนึ่งพันล้านในอนาคต เป็นไปได้หรือ
จวงติ้งเสียนคาดเดาว่า บางทีสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงคำพูดที่ตู้หย่งเซี่ยวใช้ปลอบใจหลิวฝู หากมีเรื่องดีๆ แบบนั้นจริง พี่เซี่ยวคงลงมือทำเองไปแล้ว จะถึงตาคนล้างผลาญอย่างหลิวเหอได้อย่างไร
หวงอิงก็คิดเช่นเดียวกัน เธอเห็นว่านั่นเป็นเพียงคำพูดที่ตู้หย่งเซี่ยวกล่าวเพื่อปลอบใจหลิวฝูเท่านั้น
แต่ตอนนี้หลิวฝูก็น่าสงสารเหลือเกิน อดีตสารวัตรใหญ่จีนผู้เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร บัดนี้กลับเป็นอัมพาตครึ่งซีก ภรรยามองว่าเป็นขยะ แม้แต่คนรับใช้ก็ยังรังเกียจเขา
'บางทีอาจจะเป็นอย่างที่พี่เซี่ยวพูด การที่หลิวฝูไปรักษาตัวที่อเมริกาคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างน้อยคนที่นั่นก็ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครรู้ถึงประวัติความยิ่งใหญ่ในอดีตของเขา เขาเป็นเพียงชายชราที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกซึ่งเปรียบเสมือนไม้ใกล้ฝั่งเท่านั้น'
หวงอิงคิดในใจ
"พี่เซี่ยว ตอนนี้เราจะไปไหนครับ" จวงติ้งเสียนมองผ่านกระจกมองหลัง เหลือบมองตู้หย่งเซี่ยวที่พิงพนักพิงแล้วเริ่มหลับตาพักผ่อนอีกครั้งแล้วเอ่ยถาม
เขาคิดว่าครั้งนี้ตู้หย่งเซี่ยวคงจะบอกว่ากลับบ้านเสียที
"ไปคฤหาสน์เหลยลั่ว!" ตู้หย่งเซี่ยวกล่าวทั้งที่ยังหลับตาอยู่
"เอ๊ะ?" จวงติ้งเสียนชะงักไปครู่หนึ่ง "ครับ!"
พวงมาลัยรถหมุนวน เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าสู่ถนนเขากลาง
...
ในฐานะสารวัตรใหญ่จีนคนปัจจุบัน เหลยลั่วมีความฝันมาเนิ่นนาน นั่นคือการย้ายบ้านจากเฉียนสุ่ยวานไปอยู่บนยอดเขากลาง
หมอดูเคยบอกเขาว่า ดวงชะตาในชาตินี้ของเขาคือ 'มังกรน้ำตื้น'
หากอาศัยอยู่ที่เฉียนสุ่ยวาน ชั่วชีวิตนี้ก็จะเป็นได้แค่มังกรน้ำตื้น การจะรอคอยจังหวะพลิกผันให้กลายเป็นมังกรผงาดฟ้า ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝัน
แต่เหลยลั่วไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา!
เขาต้องการฝืนลิขิตสวรรค์!
ใครบอกว่ามังกรน้ำตื้นไม่สามารถกลายเป็นมังกรทะยานฟ้าได้
เขาจะทำมันให้ทุกคนได้เห็น
ดังนั้นตั้งแต่วินาทีที่เขาได้เป็นสารวัตรใหญ่จีน เขาก็ย้ายบ้านมาอยู่ที่ยอดเขากลางแห่งนี้
ยอดเขากลาง!
ย่านคนรวยของฮ่องกง!
ผู้ที่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ หากไม่ร่ำรวยก็ต้องมีอำนาจบารมี ล้วนแล้วแต่เป็นยอดคนทั้งสิ้น!
พวกเจ้าสัวฝรั่งนั้นไม่ต้องพูดถึง ในบรรดาคนจีน อย่างลูกพี่ฮั่ว เส้าต้าเหิง ราชาเรือเปา และซาต่านถง เป็นต้น มีใครบ้างที่ไม่ใช่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สะท้านฟ้า
เหลยลั่วตั้งใจจะอาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อซึมซับ 'บารมี' ของคนเหล่านี้ ต่อให้ตัวเองยังไม่สามารถกลายเป็นมังกรได้ ก็ต้องหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในคราวเดียว
เมื่อเทียบกับคฤหาสน์หรูที่เฉียนสุ่ยวาน วิลล่าบนถนนวิกตอเรียพีคแห่งนี้เล็กกว่ามาก แต่เหลยลั่วกลับอาศัยอยู่อย่างมีความสุข
ภรรยาอย่างไป๋เยวี่ยฉางเป็นผู้หญิงที่ดี แม้จะขี้หึง ไม่ยอมให้เหลยลั่วไปข้องแวะกับผู้หญิงคนอื่น แต่เธอก็จัดการเรื่องในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้วิลล่าหลังเล็กๆ เป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเที่ยงวันนี้ เมื่อพ่อตาอย่างป๋ายฟั่นอวี๋แวะมา ครอบครัวก็ยิ่งได้ทานอาหารร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เต็มไปด้วยความอบอุ่นชื่นมื่น
ทว่าในเวลานั้นเอง ครอบครัวตระกูลเหลยที่กำลังมีความสุขกลับต้องต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้หนึ่ง ซึ่งเขาก็คือตู้หย่งเซี่ยวนั่นเอง