ไม่ผิดแน่
กู้สิงกลับมาโด่งดังได้อีกครั้งก็เพราะความตลกขบขัน ตอนนั้นเหมือนเขาจะรับบทเป็นอันธพาลน้อย บทพูดก็คือเอะอะก็พูดว่า “ไอ้เชี่ยเอ๊ย” ทำเอาคนหัวเราะก๊ากกันทั้งอินเทอร์เน็ต
ต่อมา
กู้สิงยังเคยรับบทเป็นผู้ชายเฮงซวยหงซื่อเสียน อันที่จริงนั่นก็ตลกเหมือนกัน แต่แอบเป็นตลกร้ายไปหน่อย
และที่แมสที่สุดก็คือ “นักพรตเพิ่มเงิน” ซึ่งเป็นแนวตลกหน้าตาย ไม่ใช่คอมเมดี้แบบเคร่งครัดตามทฤษฎี แต่กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกยิ่งกว่าหนังตลกเรื่องไหนๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้
ผู้อำนวยการจางก็กลืนความสงสัยที่เกือบจะโพล่งออกไปลงคอ แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “การแสดงประเภทการพูดของเราน่าจะออกมาเป็นแนวไหนล่ะครับ?”
“เป็นบทที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อก่อนหน้านี้ครับ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย”
กู้สิงพูดมั่วซั่วไปเรื่อย แต่เขาก็สามารถเอาบทสำหรับการแสดงประเภทการพูดออกมาได้จริงๆ “บทนี้มีชื่อว่า "คุณชายกับผม" ครับ”
“คุณชายกับผมเหรอ?”
ผู้อำนวยการจางฟังชื่อแล้วนึกไม่ออกเลยว่าเนื้อหาจะเป็นยังไง แต่พอคิดถึงตอนที่กู้สิงอยู่บนเวที "นักแสดงโปรดประจำที่" ดูเหมือนว่าบทที่เขาเอาออกมาจะน่าทึ่งทั้งนั้น เลยตัดสินใจเชื่อใจดูสักตั้ง
“เวลาซ้อมจะทันไหมครับ?”
“ทันครับ ทางเรามีอาจารย์ที่เป็นนักแสดงประเภทการพูดไหมครับ ผมต้องหาคนมารับบทคุณชายหนึ่งคน”
“ได้ครับ…”
ผู้อำนวยการจางรีบส่งรายชื่อและข้อมูลมาให้กู้สิงอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นนักแสดงประเภทการพูดที่สามารถเชิญตัวมาได้ทันที
กู้สิงเลือกไปเลือกมา สุดท้ายก็เลือกคนหนึ่งที่หน้าตาดูธรรมดามากๆ มา
นักแสดงหน้าตาธรรมดาคนนี้ชื่อว่าจ้าวกง เคยขึ้นเวทีรายการพิเศษตรุษจีนมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเล่นละครสั้นตลก แต่ไม่ได้รับเสียงตอบรับอะไร หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ขึ้นเวทีรายการพิเศษตรุษจีนอีกเลย ทว่าฝีมือการแสดงถือว่าไม่เลว มีไหวพริบเอาเรื่องอยู่
ส่วนเหตุผลที่กู้สิงเลือก "คุณชายกับผม" น่ะเหรอ?
เป็นเพราะกู้สิงรู้ดีว่า ตัวเองโด่งดังขึ้นมาได้เพราะมุก “รุ่นเกอ” แฟนคลับส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ชมวัยรุ่น
ผู้ชมวัยรุ่นมักจะได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมประธานจอมเผด็จการค่อนข้างลึกซึ้ง และพอดีว่าเรื่อง "คุณชายกับผม" ก็เล่าถึงคุณชายที่ขี้ขลาดคนหนึ่ง เพื่อให้ได้ธุรกิจของบ้านเถ้าแก่หวังมา เขาจึงจ้างหลงอ้าวเทียน พ่อบ้านจอมเผด็จการมาทำงาน จนก่อให้เกิดเรื่องราวตลกขบขันตามมาเป็นพรวน นับว่าเป็นบทที่ตรงกับรสนิยมของคนหนุ่มสาว
อะไรนะ?
ทำไมไม่เอาผลงานของคุณลุงเปิ่นซานมาเล่นล่ะ?
ก็เพราะผลงานของคุณลุงเปิ่นซาน กู้สิงในชาติก่อนก๊อปปี้ไปหมดแล้วน่ะสิ
อันที่จริงละครสั้นตลกสุดคลาสสิกพวกนั้น ในรายการพิเศษตรุษจีนทุกปีของชาติก่อน กู้สิงจะก๊อปปี้ออกมาใช้สองสามเรื่อง โดยเฉพาะการแสดงประเภทการพูดต่างๆ ก๊อปปี้ไปก๊อปปี้มาจนแทบไม่มีตัวเลือกเหลือแล้ว เลยทำได้แค่เอาของยุคใหม่มาเล่น อย่างเช่น "คุณชายกับผม" เรื่องนี้แหละ
ซึ่งมาจากรายการวาไรตี้ "การแข่งขันคอมเมดี้ประจำปี ซีซั่น 2"
ตลอดทั้งซีซั่นสอง มีการแสดงหลายชุดที่โด่งดังมาก หนึ่งในการแสดงที่กู้สิงประทับใจที่สุดก็คือเรื่องนี้นี่แหละ รูปแบบของมันคล้ายกับละครสั้นตลก แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกจำเจ มุกหลายๆ มุกค่อนข้างใหม่ โดยพื้นฐานแล้วผู้ชมวัยรุ่นสามารถเก็ตได้
ถ้าจะให้พูดถึงข้อเสียน่ะเหรอ
ก็คือคอมเมดี้แบบนี้ คนรุ่นเก่าจะไม่ค่อยอิน หรือจะบอกว่าไม่เก็ตก็ได้
จะว่าไปแล้ว
ต่อให้เป็นบนโลกก็ตาม นับตั้งแต่เปิ่นซานและนักแสดงมากฝีมือคนอื่นๆ ถอยไปอยู่เบื้องหลัง รายการประเภทการพูดอย่างละครสั้นตลกและครอสทอล์คก็เริ่มซบเซาลง ในแต่ละปีถ้าไม่สรรเสริญผู้หญิงยุคใหม่ที่พึ่งพาตัวเองได้ ก็เป็นพวกเรามาร่วมห่อเกี๊ยวกันเถอะ อาจจะเหลือแค่เสิ่นเถิงและคนอีกหยิบมือเท่านั้นที่ยังมีอะไรให้พอดูได้บ้าง?
“ถ้าอย่างนั้นแค่การแสดงประเภทการพูดอย่างเดียว คงจะไม่พอหรอกมั้งครับ”
ผู้อำนวยการจางพูดอย่างลังเล “หรือเราจะเกาะกระแสเต้นแอโรบิกตามลานกว้างดี เชิญกลุ่มคุณป้าชาวหางโจวขึ้นเวทีมาเต้นเพลง "แอปเปิลลูกน้อย" หรือไม่ก็เพลง "สไตล์พื้นบ้านสุดปัง" ดีไหมครับ?”
กู้สิงบอก “ได้ครับ”
ผู้อำนวยการจางพยักหน้ารัวๆ “เลือกเพลงไหนดีครับ?”
เรื่องเต้นแอโรบิกตามลานกว้างเนี่ย เหมือนจะเคยขึ้นเวทีรายการพิเศษตรุษจีนบนโลกมาแล้วด้วย ดังนั้นกู้สิงจึงไม่เสียเวลาคิดและมีคำตอบในใจทันที “"แอปเปิลลูกน้อยสุดปัง" ครับ”
ผู้อำนวยการจาง “หา?”
เขารู้ว่าสไตล์พื้นบ้านสุดปังคืออะไร แอปเปิลลูกน้อยคืออะไร แต่แอปเปิลลูกน้อยสุดปังนี่มันคืออะไรกันวะ?
“เอาสองเพลงนี้มารวมกันก็พอครับ”
กู้สิงอธิบายส่งๆ ผู้อำนวยการจางก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เรื่องดนตรีรุ่นเกอคือผู้เชี่ยวชาญ ข้อนี้คนทั้งอินเทอร์เน็ตต่างก็ยอมรับ
“ถ้างั้น ก็ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อย ไม่งั้นคุณลองเพิ่มการแสดงมาอีกสักชุดไหมครับ?”
ในเมื่อตัดสินใจฝากความหวังไว้ที่กู้สิงแล้ว แน่นอนว่าต้องให้ตัวหลักอย่างเขา “คนเก่งย่อมต้องเหนื่อยหน่อย” อย่างเต็มที่ ท้ายที่สุดผู้อำนวยการจางก็รู้ดีว่า:
กู้สิงและลั่วหนิงช่วงที่ผ่านมาไลฟ์สดช่วยเกษตรกร กวาดแฟนคลับไปได้ตั้งหลายล้านคน
งานกาล่าที่จะจัดขึ้นครั้งนี้ สามารถโปรโมตล่วงหน้าได้ แถมยังมีรายการแสดงที่เตรียมตัวมาอย่างพิถีพิถัน แฟนคลับที่ดึงดูดมาได้ ดีไม่ดีอาจจะเทียบชั้นกับพวกระดับท็อปได้เลยนะ!
“ผมขอคิดดูก่อนนะ”
กู้สิงคิดไปพลาง มองดูรายชื่อการแสดงในมือไปพลาง ทันใดนั้น เขาก็เห็นว่าหนึ่งในการแสดงคือการขึ้นเวทีของทีมงานกองถ่ายไซอิ๋ว อิ่นกวงนี่ก็มีของอยู่เหมือนกันแฮะ ถึงกับเชิญทีมงานกองถ่ายไซอิ๋วมาได้ทั้งกอง...
ชั่วพริบตานั้น
กู้สิงนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ตัวเองป่วยในชาติก่อน กำลังอยู่ในช่วงเตรียมถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่อง "ไซอิ๋ว" พอดี
ผลก็คือถ่ายทำไปได้ครึ่งเรื่อง กู้สิงก็ต้องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นละครเรื่องนี้ถ่ายทำออกมาเป็นยังไงเขาก็ไม่ได้สนใจอีก โชคดีที่ตอนจบออกมาดี ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมระดับชาติ
เพียงแต่ว่า...
เพลงประกอบละครเรื่องนี้ แม้กู้สิงจะแต่งเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนที่ยังไม่เสร็จ บางทีเขาอาจจะใช้โอกาสนี้เอามันออกมาก็ได้?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
กู้สิงจึงถามว่า “ทีมงานกองถ่าย "ไซอิ๋ว" นี้ จะมากันทุกคนเลยหรือเปล่าครับ?”
ผู้อำนวยการจางส่ายหน้า “นักแสดงที่รับบทพระถังซัมจั๋งเราเชิญมาไม่ได้ครับ ตอนนี้เขาออกจากวงการไปแล้ว”
“ออกจากวงการ?”
กู้สิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่เป็นปัญหาครับ มอบหมายนักแสดงจากกองถ่ายให้ผม ผมจะจัดรายการแสดงให้เอง”
ผู้อำนวยการจางมองกู้สิงอย่างแคลงใจ “เป็นการแสดงประเภทการพูดเหมือนกันเหรอครับ?”
กู้สิงพยักหน้า เขานึกถึงทีมซื่อชื่อถงถังในรายการ "ค่ำคืนมหัศจรรย์ของคนชอบสร้างเสียงหัวเราะ" ที่เคยแสดงคอมเมดี้เกี่ยวกับไซอิ๋ว
ชื่อเรื่องว่า "แปดสิบเอ็ดวิบากกรรม"
การแสดงชุดนี้ใช้เวลาทั้งหมดสิบแปดนาที สามารถประคองงานกาล่านี้ได้สบายๆ แม้ว่าตามหลักแล้วการแสดงประเภทการพูดไม่ควรจะยาวขนาดนี้ แต่อย่างไรเสียอิ่นกวงก็เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายโดยรวมก็อยู่ในวัยหนุ่มสาว ทุกคนน่าจะเก็ตเรื่องราวนี้ได้
“ตกลงครับ...”
แม้ว่าผู้อำนวยการจางจะรู้ว่ากู้สิงอาจจะมีของในด้านการแสดงประเภทการพูดอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในความสามารถทางดนตรีของเขามากกว่า
ด้วยเหตุนี้
ผู้อำนวยการจางจึงพูดอย่างไม่ค่อยวางใจนักว่า “บทของการแสดงประเภทการพูด อาจารย์กู้ต้องรีบเขียนให้เสร็จโดยเร็วนะครับ”
“ครับ”
กู้สิงบอก “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับไปเขียนก่อนนะครับ”
เขียนบทเสร็จ กู้สิงก็ต้องเริ่มหาคนมาซ้อม งานกาล่าเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันก็จะเปิดฉากแล้ว เวลายังคงบีบรัดมาก
“ได้ครับ”
ผู้อำนวยการจางคิดในใจว่า ถ้าระแวงก็ไม่ใช้ ถ้าใช้ก็ไม่ระแวง กู้สิงสามารถอาศัยแค่การไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ ก็สามารถติดฮอตเสิร์ชได้อย่างต่อเนื่อง ในเมื่อตัวเองเชิญเขามาเป็นตัวหลักในงานกาล่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็ย่อมต้องเชื่อมั่นในความสามารถของเขา
การแสดงประเภทการพูดก็การแสดงประเภทการพูดเถอะ
ตราบใดที่ไม่ใช่เนื้อหาอ่อนไหวจนไม่ผ่านการตรวจสอบ ผู้อำนวยการจางก็ตั้งใจจะเปิดไฟเขียวให้กู้สิงตลอดทาง ปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการไปเลยก็แล้วกัน ถึงจะเห็นแก่ความเร็วในการพุ่งพรวดของดัชนีศิลปินราวกับติดจรวดนับตั้งแต่เขากลับมาโด่งดังอีกครั้งก็เถอะ...
เขาเองก็อยากจะดูเหมือนกัน ว่าสุดท้ายแล้วกู้สิงจะสร้างสรรค์อะไรออกมาได้บ้าง!