วันรุ่งขึ้น ราคาหุ้นของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น +1.5% ทำให้ชาวหุ้นจำนวนไม่น้อยตาลุกวาว เปิดกระโดดสูงขนาดนี้ ดูเหมือนว่าหลังจากปรับฐานมากว่าหนึ่งเดือน จะเริ่มพุ่งทะยานสู่แนวต้านสำคัญที่ 10,000 หยวนอีกครั้งแล้วสินะ...
รายงานไตรมาสแรกของเทียนเซิ่งแคปปิตอลโดดเด่นมาก เหนือความคาดหมายของตลาดอีกครั้ง ตลาดโดยทั่วไปไม่คาดคิดเลยว่าราคาของสินทรัพย์ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเพียงแค่ในไตรมาสแรกจะพุ่งขึ้นถึง 7.66 หมื่นล้านหยวน
ต้องรู้ไว้ว่า หากแปลงเป็นเงินสดโดยตรง เท่ากับว่างบกำไรสุทธิในไตรมาสแรกของเทียนเซิ่งแคปปิตอลจะไม่ใช่แค่กว่า 600 ล้าน แต่จะมีกำไรสุทธิทะลุ 7 หมื่นล้านหยวนเลยทีเดียว
การที่ไม่ได้แปลงเป็นเงินสด คำตอบที่ตลาดเห็นก็คือลู่หมิงมองว่าในอนาคตมันจะยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมขายทำกำไร
แต่หลังจากเปิดตลาด เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็ดิ่งลงทันที ช่วงเช้าไม่มีแม้แต่การขยับขึ้นเป็นพิธี เปิดมาก็ร่วงเลย รายงานไตรมาสแรกที่ออกมาดีขนาดนี้ ดูเหมือนจะไม่มีผลบ้าอะไรกับราคาหุ้นเลย
……
เทียนเซิ่งแคปปิตอลเปิดสูงแล้วลงต่ำในวันนั้น ตอนปิดตลาดยังร่วงลงไป -0.89% รายงานไตรมาสแรกที่เหนือความคาดหมายกลับไม่มีผลใด ๆ ต่อราคาหุ้นเลย ทำเอานักลงทุนวงกว้างถึงกับพูดไม่ออก โดยเฉพาะชาวหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์หรือนักลงทุน ETF กลุ่มหลักทรัพย์
แม้พวกเขาจะไม่มีเงินซื้อหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ แต่ตอนนี้กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์โดยพื้นฐานแล้วต้องคอยดูสีหน้าของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์
ต้องบอกเลยว่า ตอนนี้เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์คือแกนหลักที่คอยถ่วงน้ำหนักให้กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์อย่างแท้จริง อย่างน้อยก็ทำให้นักลงทุนที่ซื้อ ETF กลุ่มหลักทรัพย์ไม่ขาดทุน ในขณะที่หุ้นหลักทรัพย์รายตัวโดยรวมยังคงมีแนวโน้มการลงต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมไม่ได้ร่วงหนัก นักลงทุน ETF กลุ่มหลักทรัพย์ไม่ได้กำไรแต่ก็ไม่ได้ขาดทุน
ในตลาดหุ้น A-Share นักลงทุนแค่ไม่ขาดทุนก็ถือว่านำหน้าคนในตลาดไปกว่า 70% แล้ว
เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ยังคงรักษาแนวโน้มการขึ้นต่อเนื่อง ขอแค่หุ้นรายตัวอื่น ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ออกแรงสักหน่อย กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ก็สามารถฟื้นตัวได้
รายย่อยในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์มีเยอะมาก เพราะใคร ๆ ก็ชอบซื้อหุ้นหลักทรัพย์ ชอบตลาดกระทิงกันทั้งนั้น ตลาดกระทิงเริ่ม หุ้นหลักทรัพย์ต้องมาก่อนไง ตอนนี้ติดดอยกันงอมแงม แถมยังไม่มีใครอยากตัดใจขายยอมขาดทุน ต่างก็ทนถือกันต่อไป กองทุนหลักจึงไม่มีความอยากจะดันราคาขึ้นเลยแม้แต่น้อย
กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ตอนนี้แทบไม่มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เอาไว้ใช้ปรับสมดุลตลาดรวมเท่านั้น ตลาดรวมร่วงหนักเกินไปก็ดึงหุ้นหลักทรัพย์ขึ้นมาพยุงดัชนี พอดัชนีนิ่งแล้วจะเป็นยังไงก็ปล่อยไปตามนั้น
การปรากฏตัวของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ทำให้กองทุนหลักที่คอยพยุงตลาดประหยัดเงินได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องไปดันราคาหุ้นหลักทรัพย์รายตัวที่มีคนติดดอยอยู่เพียบ แค่ดันเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ตัวเดียวก็สามารถขับเคลื่อนกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ได้ เรียกได้ว่าใช้แรงเพียงน้อยนิดแต่ได้ผลลัพธ์มหาศาล
ตอนนี้หุ้นรายตัวอื่น ๆ ภายในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ได้เกิดปฏิกิริยากระดานหกกับเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์แล้ว หุ้นหลักทรัพย์ร่วง ก็ดันเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ขึ้น สามารถพยุงดัชนีได้อย่างง่ายดาย หากกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ขยับตัวพร้อมกัน กองทุนหลักก็เทขายเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ลากทุกคนลงน้ำได้อย่างสบาย ๆ นี่มันของวิเศษชัด ๆ
แต่ก็นั่นแหละ ถึงของวิเศษจะดี แต่กองทุนหลักก็ไม่หยิบมาใช้ง่าย ๆ การไม่ใช้คือประโยชน์สูงสุด เพราะพวกเขาก็มีความกังวลแฝงอยู่เช่นกัน
นั่นก็คือเงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ นั่นก็คือนักลงทุนต่างชาติ
ไม่รู้ว่าต่างชาติผีเข้าหรืออย่างไร ครบรอบหนึ่งปีที่เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เข้าจดทะเบียนทางอ้อม ต่างชาติกว้านซื้อในตลาดรองอย่างบ้าคลั่งมาเกือบตลอดทั้งปี ราวกับมีกระสุนไม่จำกัด มียอดซื้อสุทธิเฉลี่ยวันละ 120 ล้านหยวน มูลค่าการถือครองสะสมทะลุ 5 หมื่นล้านหยวน ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาได้ซื้อหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในตลาดรองไปแล้ว 2.256 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.82% ของหุ้นทั้งหมด
เป็นเรื่องจริงที่ว่าขอแค่กล้าเทขาย ต่างชาติก็กล้ารับ มีแต่ซื้อ ซื้อ ซื้อ
ต่างชาติยังมีการเทรดแบบ T หรืออะไรทำนองนั้นในหุ้นตัวอื่น มีซื้อเข้าแล้วทิ้งช่วงสักพักก็ขายออก แต่สำหรับเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์กลับแทบจะซื้ออย่างเดียวไม่ค่อยขายเลย
ดูเหมือนจะมองอนาคตของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไว้ดีมาก
ด้วยเหตุนี้ กองทุนหลักของทีมชาติจึงค่อนข้างระมัดระวังในการดำเนินการกับเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ ท่าทีแบบนี้ของต่างชาติไม่ว่าจะมองยังไงก็มีปัญหา
แต่ชาวหุ้นไม่สนเรื่องพวกนี้หรอก เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เพิ่งเผยแพร่รายงานไตรมาสแรกที่ผลประกอบการทะลุเป้าไปเมื่อวาน ผลคือวันนี้กลับทำตัวห่วยแตก พวกเขาจึงเปิดฉากด่าทอทันที ไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นอี้เกอหรือไม่ ไม่สนว่าคุณจะเก่งกาจแค่ไหน ทำให้ฉันขาดทุนก็ต้องโดนด่าอยู่ดี
……
ในกรุ๊ปวีแชตของเหล่าหยางสายวีไอ ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13:46 น. เหล่าหยางสายวีไอส่งข้อความมา
เหล่าหยาง: "ที่ขายไปแถว ๆ 9,900 หยวน ตอนนี้สามารถตั้งรอรับกลับมาที่ราคาต่ำกว่า 9,300 หยวนได้แล้ว ผมรับกลับมาหมดแล้วแถมยังเพิ่มอีก 5 ล็อต ปัจจุบันถือครองทั้งหมด 45 ล็อต มูลค่าการถือครองประมาณ 42 ล้าน พอร์ตเจ็ดส่วน ไม่มีเงินกู้ยืม"
สมาชิกในกรุ๊ป: "ตั้งรอ 9,300 แมตช์แล้ว"
สมาชิกในกรุ๊ป: "ลุยเลย!"
สมาชิกในกรุ๊ป: "ครูหยางครับ ปรับฐานเสร็จหรือยังครับ?"
เหล่าหยาง: "ราคาหุ้นเทียนเซิ่งทำนิวโลว์อีกแล้วในวันนี้ โดยพื้นฐานคือกินอัตราการเพิ่มขึ้นของเดือนที่แล้วไปจนหมด แต่พอกดลงมาถึงระดับ 9,279 ก็ออกข้างมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว และระดับนี้ก็พอดีกับก้นกรอบการแกว่งตัวของเดือนกุมภาพันธ์ที่ 9,260 ซึ่งตรงตามที่ผมคาดไว้ แสดงว่ามีแนวรับที่แข็งแกร่ง"
เหล่าหยาง: "อย่างมากก็ร่วงอีกประมาณ 50 หยวน แต่ผมไม่รอแล้ว ลุยเลย ราคาในอุดมคติไม่มีวันซื้อได้หรอก ใกล้เคียงแล้วก็ลุยได้เลย แถมเมื่ออ้างอิงจากแนวโน้มในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา การปรับฐานระดับกราฟเดือนของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์โดยพื้นฐานแล้วจะแกว่งตัวอยู่ประมาณหนึ่งเดือนก็จะเกิดการทะลุแนวต้าน ยิ่งใช้เวลาปรับฐานนานเท่าไหร่ ความสูงของการทะลุก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น"
สมาชิกในกรุ๊ป: "ลุยเลยก็จบเรื่อง!"
สมาชิกในกรุ๊ป: "พี่น้องทั้งหลายอย่าลืมเรื่องนัดกินข้าวกันนะ!"
……
ปลายเดือน ณ เมืองแห่งหนึ่งในประเทศ ภายในห้องวีไอพีขนาดใหญ่ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง คน 26 คนนั่งอยู่รอบโต๊ะอาหารขนาดใหญ่สำหรับสามสิบคน นั่นคืองานเลี้ยงออฟไลน์ของเหล่าหยางสายวีไอกับเพื่อนนักลงทุน 25 คนที่เขาพาเทรดมาอย่างยาวนาน
พวกเขารู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต เหล่าหยางเป็นสายลงทุนแบบเน้นคุณค่าระยะยาว เขาพาคน 25 คนนี้เทรดมาเกือบสองปีแล้ว จุดประสงค์หลักที่พาพวกเขาเทรดไม่ใช่เพื่อหาเงิน แต่เป็นเพราะการลงทุนคือเรื่องที่โดดเดี่ยวและทรมานจริง ๆ โดยเฉพาะการลงทุนแบบวีไอ
ดังนั้นจึงมี 25 คนนี้ เหล่าหยางไม่คิดจะเพิ่มจำนวนสมาชิก เขาจะพาแค่ 25 คนนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อให้จำนวนสมาชิกลดลงก็จะไม่รับคนใหม่เพิ่ม
แต่การพาพวกเขาเทรดก็ไม่ได้ไร้ผลประโยชน์ เหล่าหยางหักเปอร์เซ็นต์จากกำไรของทุกคนเช่นกัน ซึ่งนับเป็นความมั่งคั่งที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ถือเป็นกองทุนส่วนบุคคลขนาดย่อม ๆ
คนทั้ง 25 คนนี้ก่อนเข้าร่วมกลุ่มล้วนเป็นชนชั้นกลางที่มีทรัพย์สินระดับล้านขึ้นไป สามารถควักเงินหลายล้านมาลงทุนได้ คนที่รวยหน่อยก็มีทรัพย์สินหลักสิบล้าน
ในชีวิตจริงพวกเขาถือเป็นผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเถ้าแก่รายย่อยอะไรทำนองนั้น พอหาเงินได้และมีเงินเก็บในมือหลายล้าน ก็มักจะอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษามูลค่าเงินไว้ มีคนประเภทหนึ่งที่มีช่องทางลงทุนน้อย พอมีเงินก็เลยซื้อบ้านแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก กลับกลายเป็นว่านอนกินกำไรสบาย ๆ ไปตลอดทาง
ส่วนบางคนที่รวยขึ้นมาแล้วเลือกเข้าตลาดหุ้น สุดท้ายก็ขาดทุนจนโง่หัวทิ่ม ตลาดจ้องจะฟันเถ้าแก่รายย่อยพวกนี้แหละ มีทรัพย์สินระดับหนึ่งและเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตจริงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในตลาดทุนก็หนีไม่พ้นชะตากรรมการเป็นเม่าอยู่ดี
ทว่าทั้ง 25 คนนี้ได้พบกับเหล่าหยางสายวีไอในช่วงตลาดกระทิงปี 2015 ถือเป็นชนชั้นกลางจำนวนน้อยนิดที่ไม่ถูกกวาดล้างไปในวิกฤตหุ้นครั้งนั้น แม้เหล่าหยางจะไม่ได้พาพวกเขาหนีตายบนยอดดอย 5178 ได้อย่างแม่นยำ แต่ก็พาพวกเขาถอนตัวออกที่ 4700 จุดได้ แม้กำไรจะหดหายไปบ้าง แต่ยังไงก็ถือว่าได้กำไรก้อนโตออกมาอยู่ดี
ต้องรู้ไว้ว่าวิกฤตหุ้นเมื่อปีก่อนนู้นทำเงินระเหยไปถึง 21 ล้านล้านหยวนเลยนะ นักลงทุนตั้งเท่าไหร่ที่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว พอเอามาเทียบกันก็เห็นความต่างทันที
เวลาสองปี ทุกคนกลายเป็นเพื่อนกัน นี่เป็นงานเลี้ยงออฟไลน์ครั้งที่สามแล้ว บางคนถึงกับบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองที่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงโดยเฉพาะ
ที่โต๊ะอาหารในห้องวีไอพีขนาดใหญ่ เหล่าหยางนั่งอยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน ทุกคนยังคงเคารพและยอมรับในตัวเขามาก โต ๆ กันแล้วย่อมไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
แม้แต่พี่ชายคนที่ทำต้นทุนจากการเทรดแบบ T ไปถึง 8,000 หยวนคนนั้น ตอนนี้ก็ยังตามเหล่าหยางจนทำต้นทุนลงมาเหลือ 6,200 หยวนแล้ว ผ่านไปปีกว่า ทัศนคติการลงทุนของพี่แปดพันก็เติบโตขึ้นมาก
ตอนนี้ทุกคนเรียกเขาว่าพี่แปดพัน ซึ่งพี่ชายคนนี้ก็ยอมรับฉายานี้แต่โดยดี
"เหล่าหยาง คุณค้นพบเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์แล้วตัดสินใจให้หุ้นเน้นคุณค่าแกนหลักในอนาคตมีเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เป็นตัวหลักได้ยังไง? แค่สงสัยเฉย ๆ น่ะ" คนพูดก็คือพี่แปดพัน พูดจบก็คีบกับข้าวเข้าปาก
ทุกคนต่างหันไปมองเหล่าหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฝ่ายหลังจึงพูดขึ้น "ตอนที่ลู่หมิงสร้างตำนานกำไรหมื่นเท่าในสามเดือนจนเป็นข่าว ผมบังเอิญเห็นเข้าพอดี ก็เลยสนใจและติดตามดูมาตลอด จะว่าไปที่พลาดกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งไปก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน อัตราผลตอบแทนมันมหัศจรรย์เกินไป หลังจากนั้นผมก็ติดตามสังเกตการณ์มาเรื่อย ๆ ถึงขนาดเอาใบเสร็จการซื้อขายที่เขาเคยโพสต์ลงเน็ตในยุคแรก ๆ ไปเทียบกับประวัติการซื้อขายของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแบบทีละรายการเพื่อศึกษาเลยนะ"
เหล่าหยางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หลังจากติดตามศึกษามานานถึงครึ่งปี ผมก็ตระหนักได้ว่าตลาดทุนในประเทศมีสุดยอดนักเทรดระดับท็อปที่เก่งกาจโผล่มาแล้ว โดยเฉพาะการแย่งชิงหุ้นอันเทียนไปจนถึงตอนที่สถาบันใหญ่หลายแห่งเทหน้าตักเดิมพันกับลู่หมิง พอมีข่าวลือว่าเทียนเซิ่งแคปปิตอลจะเข้าจดทะเบียนทางอ้อม ความคิดในหัวผมก็คือ... ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องซื้อหุ้นของบริษัทนี้ให้ได้ ถ้าไม่ได้ซื้อหุ้นของบริษัทนี้ ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการลงทุนแบบวีไอของผม!"







