“ในโลกนี้มีผีจริง ๆ เหรอ?”
“อะไรคือผี นี่มันก็แค่พลังงานเท่านั้นเอง”
“เสี่ยวคุนไม่เคยทำเรื่องเลวร้าย แล้วผีจะมารังควานทำไม?”
“ใครบอกว่าไม่เคยทำเรื่องเลวแล้วจะไม่เจอผี ฉันน่ะลุงเขยของญาติคนที่สามของเพื่อนบ้านทวดของลูกพี่ลูกน้องของฉัน ลูกของเขาเพิ่งอายุ 5 ขวบ ก็เจอผีเหมือนกัน”
“ฉันกลัวผี แต่ผีไม่เคยทำร้ายฉันเลยสักนิด”
“เราที่เป็นผู้สืบทอดในอนาคตไม่กลัวผี”
“ตราบใดที่เชื่อในแสงสว่าง ผีก็ไม่กล้าทำร้ายคุณ”
“แม่บอกว่าถ้าฉันลดน้ำหนักได้จริงๆ ก็เป็นผีแล้ว จากนั้นฉันก็เชื่อว่ามีผีอยู่ในโลก”
ความถี่ในการส่งคอมเมนต์ของผู้ชมในตอนนี้ สูงกว่าครั้งไหนๆในทุกการถ่ายทอดสดที่ผ่านมา
เหตุผลก็ง่ายมาก
มันน่าตื่นเต้นมาก
สิ่งที่เรียกว่าผี ทุกคนเคยได้ยินมา
แต่ที่จริงมีหรือไม่มีนั้น เป็นปัญหาที่ไม่มีใครพูดได้แน่ชัด
แต่ตอนนี้เฉินหยูบอกว่าอาคุนถูกผีรังควาน
มันน่าตื่นเต้นมาก
“คุณหมอเฉิน คุณบอกว่าผมเจอผีแล้ว อย่างน้อยคุณก็ควรบอกผมก่อนว่าทำไมผีถึงรังควานผมใช่ไหม?”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามีรอยบนแขนผม?”
อาคุนพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
พูดอะไรกัน
มนุษย์ไปถึงดวงจันทร์แล้ว มีคนยังบอกว่ามีผีอยู่
ถ้าจริงๆ มีผี ก็น่าจะมีเทพด้วย
ฉางเอ๋ออยู่ไหน? อู่กังอยู่ไหน?
บนดวงจันทร์นอกจากหลุมก็มีแต่หลุม
เฉินหยูจะมาหลอกใครกัน
“ในฐานะหมอมืออาชีพ การมองเห็นปัญหาของคนไข้ในร่างกายมันแปลกไหม?”
เฉินหยูถามกลับ
“ไม่แปลกๆ คุณหมอเฉินพูดอะไรก็ถูก”
“อาคุน ฟังพี่แนะนำ อย่าสงสัยคุณหมอเฉิน”
“คนสองคนที่สงสัยคุณหมอเฉินไปแล้ว คนหนึ่งไปอยู่ที่ยมโลก อีกคนหนึ่ง กำลังจะไปยมโลก”
“น้องคุน รีบขอโทษคุณหมอเฉิน คุณหมอเฉินจะช่วยคุณได้แน่”
“เจอผีไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ รักษาชีวิตให้สำคัญ”
“ไม่อยากเชื่อเลย ตอนนี้ยังมีสตรีมเมอร์ในแพลตฟอร์มนี้ที่ไม่เชื่อคุณหมอเฉิน”
สีหน้าของอาคุนที่ไม่เชื่อชัดเจนมาก
กลัวว่าอาคุนจะสงสัยเฉินหยู แล้วทำให้ตัวเองต้องตาย
เพื่อน ๆ แนะนำให้อาคุนฟังเฉินหยูไว้
แล้วขอให้เฉินหยูช่วยขับไล่ผีให้จบ
เฉินหยูมองที่คอของอาคุนแว๊บหนึ่งแล้วพูดว่า “สาเหตุที่คุณเจอพลังงานนี้ มาจากจี้ที่อยู่บนคอของคุณ”
ได้ยินดังนี้ อาคุนก็ลูบคอตัวเองโดยอัตโนมัติ
เฉินหยูพูดว่า “คุณถอดมันออกมาก่อน”
“แล้วผมจะค่อยๆ อธิบายให้ฟัง”
อาคุนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ปลดกระดุมเสื้อ
อยากเห็นว่าเฉินหยูจะพูดอะไร
เขาถอดพระหยกแกะสลักออกจากคอ
“นี่คือพระเครื่องใช่ไหม?”
“เหมือนว่าจะใช่ ครั้งที่แล้วฉันไปเที่ยวที่สยามก็เห็นร้านขายของแบบนี้”
“พระเครื่องไม่ใช่เครื่องรางนำโชคเหรอ? ทำไมถึงเรียกผีมาได้?”
หลายคนที่เคยไปเที่ยวสยามจำได้
ของนี้คือพระเครื่อง
พระเครื่องเป็นเครื่องรางเฉพาะของสยาม
วัสดุมีหลายแบบ
มีการแกะสลักรูปพระที่ต่างกัน และผ่านการเสริมพลังด้วยธูปจากวัดสามารถนำโชคลาภ ความรัก และความสำเร็จมาให้ผู้สวมใส่
ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาที่ดีหรือมีความเชื่อจริง
พระเครื่องก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวสยามสิบคน
มีอย่างน้อยสามสี่คนที่จะไปซื้อพระเครื่อง
“ทุกคนพูดถูก ฉันก็เพราะอยากรู้ จึงซื้อพระเครื่องที่วัดในสยามเมื่อหลายปีก่อน มาเป็นเครื่องรางคุ้มครอง”
เมื่อหลายปีก่อน อาคุนและแฟนไปเที่ยวที่สยาม
ได้ยินจากคนท้องถิ่นว่ามีวัดหนึ่งขายพระเครื่องที่มีพลังมาก
ด้วยความอยากรู้ ทั้งสองก็ไปดู
เห็นคนซื้อมาก ราคาก็ไม่แพง
อาคุนก็เลยซื้อมาอันหนึ่ง
“เมื่อกี้ผมไปหาข้อมูลมา บางวัดในสยามที่มีเจตนาไม่ดีจะใช้กระดูกคนทำพระเครื่อง”
“น้องคุนโดนผีรังควาน น่าจะเพราะพระเครื่องที่เขามีก็ทำจากกระดูกคน ผีที่ตายจึงตามรังควาน”
ข้อความพิเศษที่ลอยผ่านหน้าจอสองข้อความ
เกิดคลื่นความสงสัยมากมาย
ผู้ชมหลายคนก็ตามไปหาข้อมูลดู
จริงๆ ไม่ค้นไม่รู้ ค้นแล้วตกใจ
เรื่องของพระเครื่องลึกซึ้งมาก
สยามไม่ใช่แค่มีชื่อเสียงในเรื่องการทำศัลยกรรม
การท่องเที่ยวก็มีชื่อเสียงเช่นกัน
ทุกปีมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนไปเที่ยวสยาม
จำนวนพระเครื่องที่ขายไปยิ่งใหญ่
เพราะพระเครื่องที่แท้จริงต้องได้รับการเสริมพลังด้วยธูปในวัดเป็นเวลา 49 วัน
จึงทำให้สินค้าขาดตลาดเป็นบางครั้ง
เหมือนที่ผู้ชมคนนั้นพูด
เพื่อหาเงินมากขึ้น มีการใช้วิธีการแปลกประหลาดเกิดขึ้น
บางวัดใช้กระดูกคนแทนหยกในการทำพระเครื่อง
ลดต้นทุนและยังไม่ต้องผ่านการเสริมพลังด้วยธูป
มีนักเวทย์บางคนก็อยากหาเงินจากนี้
ใช้วิธีการที่ไม่น่าเชื่อในการทำพระเครื่องที่บอกว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์
ของทั้งหมดที่กล่าวมาไม่เพียงแต่ไม่ได้นำโชคลาภมา
แต่เมื่อสวมใส่ จะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมา
ผู้ชมมั่นใจว่า พระเครื่องที่อาคุนซื้อมานี้ไม่ใช่ของแท้แน่นอน
“คุณหมอเฉินคุณจะบอกว่าพระเครื่องที่ผมสวมมีปัญหา?”
อาคุนที่ถูกผู้ชมพูดเรื่องนี้ จนกลัวหน่อย ๆ แล้ว
เสียงเริ่มสั่น
เฉินหยูพยักหน้าและพูดว่า “พระเครื่องที่คุณสวมมีปัญหาจริงๆ”
“หาที่จุดเทียน แล้วเอามันไปที่เหนือเปลวเทียนครึ่งเซนติเมตร”
อาคุนวิ่งไปที่ร้านเล็ก ๆ ข้างบ้าน ซื้อเทียนสีแดงมา
กลับมาที่คอมพิวเตอร์ อาคุนจุดเทียน
แล้วยกพระเครื่องขึ้นไปที่เปลวเทียนอย่างระมัดระวัง
ในวินาทีถัดมา ควันดำก็ออกมาจากพระเครื่อง
ในบ้านของอาคุนมีเสียงกรีดร้องแหลมๆ ออกมา
“ทุกคนได้ยินไหม?”
“เหมือนจะเป็นเสียงทารกร้อง”
“ในโลกนี้มีผีจริง ๆ เหรอ!!!”
“ถึงจะอยู่หลังจอ แต่ทำไมรู้สึกกลัวเหมือนอยู่ตรงนั้นเลย?”
“ไม่ใช่แค่คุณที่กลัว ฉันขนลุกไปหมดแล้ว”
“เสี่ยวคุนคุณเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรก็พูดอะไรหน่อย อย่าทำให้เราตกใจสิ”
ควันดำพร้อมกับเสียงกรีดร้อง ทำเอาผู้ชมหลายคนกลัวไปตามๆ กัน
ทั้ง ๆ ที่
ห่างกันไกล แต่ก็รู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
ผู้ชมยังแค่ดูอยู่หลังจอ
อาคุนที่อยู่ตรงนั้นกลัวจนเกือบจะฉี่ราด
พระเครื่องหลุดมือร่วงลงพื้น ใบหน้าซีดเผือดเหมือนศพ
โว้ย โลกนี้มีผีจริง ๆ
“คุณหมอเฉินช่วยด้วย ทำยังไงถึงจะขับไล่ผีนี้ไปได้?”
ใบหน้าของอาคุนที่มีลักษณะเหมือนเด็กเต็มไปด้วยความหวาดกลัว วิตก และกระวนกระวาย
ไม่สนใจว่าเฉินหยูจะเป็นหมอจิตวิทยาหรือเป็นนักไล่ผี
ขอแค่ช่วยชีวิตได้ก็พอ
“การขับไล่ผีไม่ยาก แต่จะรักษาแค่ชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร”
เฉินหยูพูดช้าๆ
“คุณมีความผูกพันลึกซึ้งกับพลังงานนี้”
“ถ้าไม่แก้ไขต้นเหตุ ก็จะเจอปัญหาแบบนี้อีกครั้งแล้วครั้งเล่า”
“และในไม่ช้า ชีวิตของคุณก็จะไม่เป็นของคุณอีกต่อไป”







