(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 289
บทที่ 289 บ้านหนึ่งหลังในเมืองชั้นเอก แลกเตียงหนึ่งเตียงในเมโย
"เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในประเทศ"
"ซิมการ์ดโทรศัพท์ของคุณ ดูเหมือนจะไม่ได้เปิดบริการโทรระหว่างประเทศ"
สองประโยคนี้ของเฉินหยูทำให้จัสต์โซ่วจ๋วยสมองช็อตไปเลย
ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์ของพ่อแม่ถูกตัดสัญญาณ แต่เพราะไปต่างประเทศเลยรับสัญญาณในประเทศไม่ได้ต่างหาก
ลองนับเวลาดู พ่อแม่ก็อายุห้าสิบกว่าแล้ว
คนแก่สองคนอยู่ดีๆ จะไปต่างประเทศได้ยังไง
ถ้าจำไม่ผิด พ่อแม่จบแค่มัธยมต้นเท่านั้น
เรียนจบก็ถูกส่งไปทำงานที่โรงงานขนม ไม่เคยได้ยินว่าพวกท่านพูดภาษาต่างประเทศได้นี่นา
หรือว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศกับกรุ๊ปทัวร์
คิดๆ ดูแล้วก็เป็นไปได้
อายุห้าสิบกว่า ก็ถึงวัยเกษียณแล้ว
"งั้นผมจะรออีกหนึ่งเดือน"
จัสต์โซ่วจ๋วยเปลี่ยนจากความทุกข์ทรมานก่อนหน้านี้ พูดด้วยความดีใจว่า "ยังไงผมก็เป็นคนจรจัดมาตั้งหลายปีแล้ว รออีกแค่เดือนเดียวจะเป็นไรไป"
เมื่อแน่ใจว่าจะได้เจอพ่อแม่ในเร็วๆ นี้ จัสต์โซ่วจ๋วยก็นอนแผ่บนพื้นหญ้า หัวเราะแหะๆ อย่างโง่งมพลางสูดอากาศแห่ง "อิสรภาพ"
"หมอเฉิน พ่อแม่ผมไปเที่ยวประเทศไหนเหรอครับ?"
เมื่อไม่มีภาระทางใจ บนใบหน้าของจัสต์โซ่วจ๋วยก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขาเตรียมจะถามก่อนว่าพ่อแม่ไปเที่ยวประเทศไหน แล้วค่อยถามเรื่องราวของทั้งสองท่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จะได้ไม่ต้องกลับไปแล้วไม่รู้อะไรเลย
อยากจะกตัญญูก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง
"พวกเขาไปสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้ไปเที่ยวหรอกนะ ไปรักษาตัวต่างหาก"
"หืม!!!"
จัสต์โซ่วจ๋วยลุกพรวดขึ้นมานั่ง พูดด้วยความตกใจว่า "คุณไม่ได้บอกว่ามะเร็งของพ่อผมใกล้จะรักษาหายโดยคลินิกแห่งหนึ่งแล้วเหรอครับ?"
"ทำไมพวกเขาถึงไปหาหมอที่สหรัฐอเมริกาอีกล่ะ?"
เฉินหยูพูดว่า "ผมพูดแบบนั้นจริงๆ แต่ผมไม่เคยพูดนะว่าเขารักษาหายที่คลินิกในประเทศ"
"ต่างประเทศก็มีคลินิกเหรอครับ?"
จัสต์โซ่วจ๋วยทำหน้าสับสน เอามือขยี้หัวตัวเองแรงๆ
ช่วงที่หนีคดีมาหลายปี โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?
ก่อนหน้านี้ พวกเพื่อนชาวเน็ตคิดว่าพ่อของเขารักษาหายโดยแพทย์แผนจีนเก่าแก่ในคลินิก
สำหรับการวิเคราะห์นี้ จัสต์โซ่วจ๋วยก็คิดว่ามีความเป็นไปได้สูง
เพราะยังไงซะ คลินิกก็ไม่มีแม้กระทั่งเครื่องมือตรวจที่ดูเป็นชิ้นเป็นอัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรักษามะเร็งเลย
ก็มีแค่แพทย์แผนจีนเท่านั้นแหละ ที่สามารถรักษามะเร็งได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือ
"ทำไมจะไม่มีล่ะ"
เฉินหยูยักไหล่ พูดว่า "แต่คลินิกนี้ไม่ใช่คลินิกแบบที่คุณคิดหรอกนะ"
"ที่เรียกมันว่าคลินิก เป็นเพราะความเคยชินต่างหาก"
"ชื่อล่าสุดของมันคือเมโยคลินิกอินเตอร์เนชั่นแนล"
"มะเร็งของพ่อคุณ ก็รักษาหายที่นี่แหละ"
จัสต์โซ่วจ๋วยฟังแล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก
รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ
"นี่คือโรงพยาบาลเหรอครับ? ทำไมชื่อแปลกจัง?"
คลินิกก็คือคลินิก โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล อินเตอร์เนชั่นแนลอะไรนั่นมันคืออะไรกัน?
"พระเจ้าช่วย! พี่ชายคนนี้ พ่อแม่นายไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ขำจะตายอยู่แล้ว ที่แท้ก็คลินิกนี้นี่เอง พวกเขาเก่งเรื่องรักษามะเร็งจริงๆ นั่นแหละ"
"พี่จ๋วย พรุ่งนี้ฉันจะขับรถไปรับพี่มาอยู่บ้านฉันสักเดือน ถึงตอนนั้นก็ให้คุณลุงคุณป้าจ่ายค่าที่พักกับค่าอาหารนิดหน่อยก็พอ"
"พี่ชาย เอ็งดีดลูกคิดรางแก้วจนไฟแลบแล้วมั้ง"
"เขาไม่ใช่นักโทษหนีคดีหรอก น่าจะเป็นคุณชายที่พลัดหลงมากกว่า"
"ช่างเป็นคำว่าคลินิกนี้ไม่ใช่คลินิกแบบที่คุณคิดจริงๆ อาจ๋วย ถ้าบ้านนายไม่มีบ้านในเมืองชั้นเอก ไม่มีญาติรวยๆ อยู่รอบตัว อนาคตนายมีโอกาสครึ่งหนึ่งที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตเลยนะ"
คอมเมนต์จำนวนมากหลั่งไหลขึ้นมาบนหน้าจอ คนในห้องไลฟ์สดหลายคนแทบจะขำกลิ้ง
แม้แต่ผู้ชายท่าทางน่าเกรงขามที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวอยู่นอกจอก็ยังอดหัวเราะออกมาไม่ได้
คอมเมนต์ที่เพื่อนชาวเน็ตส่งมา ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้จัสต์โซ่วจ๋วยเข้าใจว่าพ่อแม่ไปที่ไหน แต่กลับทำให้เขางงหนักกว่าเดิม
"ทุกคนอย่าล้อผมเล่นเลย ผมหนีมาสิบสองปี แทบจะตัดขาดจากสังคมไปแล้ว"
"ก็เพิ่งจะมีโทรศัพท์ใช้เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง ถึงได้รู้ความเปลี่ยนแปลงของสังคมบ้าง"
จัสต์โซ่วจ๋วยรู้ว่าทุกคนกำลังล้อเขาเล่น จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เขาบอกเพื่อนชาวเน็ตไปตามตรงว่าตอนนี้เขางงจริงๆ
เฉินหยูกระแอมในลำคอ พูดว่า "คนไข้ท่านนี้ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังเอง"
"คลินิกเมโยเป็นสถานพยาบาลแบบครบวงจรขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา"
"ติดอันดับหนึ่งของการจัดอันดับโรงพยาบาลระดับโลกอยู่เสมอ"
"เข้าใจหรือยัง?"
"เข้าใจแล้วครับ"
จัสต์โซ่วจ๋วยพยักหน้าโดยสัญชาตญาณ แล้วถามอีกว่า "ในเมื่อมันเป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของโลก ราคาคงแพงมากใช่ไหมครับ?"
"ค่อนข้างแพงนิดหน่อย"
เฉินหยูยิ้มเจื่อน
"ไม่ใช่แค่นิดหน่อย แต่แพงหูฉี่เลยล่ะ"
"ถึงคลินิกเมโยจะเป็นโรงพยาบาลที่ไม่แสวงหาผลกำไร แต่เขาก็เก็บเงินเป็นดอลลาร์ คนสหรัฐอเมริกามีประกันสุขภาพเบิกได้ แต่ชาวต่างชาติไปรักษาก็ไม่ถูกเลยนะ"
"จัดว่าเป็นผู้กำหนดมาตรฐานและแนวทางของโรงพยาบาลเลยล่ะ"
"รุ่นพี่ฉันเป็นมะเร็ง พกเงินไปสามแสนเพื่อรักษาที่เมโย แค่ค่าตรวจก็ผลาญเงินที่เธอพกไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว"
"ถูกต้อง นี่แหละอันดับหนึ่งของโลก แพงก็แพงจริงๆ นั่นแหละ แต่เทคโนโลยีและงานวิจัยของเขาก็ไร้ที่ติจริงๆ"
"พูดมาตั้งเยอะ สรุปสั้นๆ ประโยคเดียวคือ ปฏิบัติต่อลูกค้าดุจพระเจ้า และจัดการทุกความต้องการของลูกค้า"
"เข็มสิบสามประตูนรกยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ"
"เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ : คลินิกเมโยมีแพทย์ฝังเข็มด้วยนะ"
"ก็แค่จัดอันดับปลอมๆ ขึ้นมาเอง ตั้งใจทำการตลาดดูดเงิน สิ่งเดียวที่เชื่อถือได้ก็คือแพทย์แผนจีนของบรรพบุรุษเท่านั้นแหละ"
"พูดก็พูดเถอะ สถานที่แห่งนี้ขอแค่มีเงิน ก็สามารถซื้อบริการทางการแพทย์ทุกอย่างที่มนุษย์ในปัจจุบันสามารถทำได้"
เพื่อนชาวเน็ตจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และทำงานในวงการแพทย์ ต่างก็แนะนำประวัติและจุดเด่นต่างๆ ของคลินิกเมโยอย่างละเอียด
จัสต์โซ่วจ๋วยมองจนตาค้าง พึมพำกับตัวเองว่า "นี่คือคลินิกเหรอ?"
เฉินหยูยิ้มพูดว่า "มันพัฒนามาจากคลินิกเอกชนจริงๆ นั่นแหละ"
"ดังนั้นหลายคนเลยชินกับการเรียกชื่อเก่าของมัน"
จัสต์โซ่วจ๋วยถามต่อว่า "หมอเฉิน ผมเห็นเพื่อนชาวเน็ตหลายคนบอกว่าคลินิกนี้ ไม่สิ โรงพยาบาลนี้ค่ารักษาแพงมหาโหด"
"พ่อกับแม่ผมก็เป็นแค่คนธรรมดา จะเอาเงินที่ไหนไปหาหมอที่นี่ล่ะครับ?"
"บ้านของครอบครัวผมก็เป็นบ้านสวัสดิการที่หน่วยงานแจกให้ ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรเลย"
พอได้ยินคำถามนี้ พวกเพื่อนชาวเน็ตก็ตาสว่างขึ้นมาทันที
ไม่สนแล้วว่าจะเถียงกันเรื่องแพทย์แผนจีนหรือแพทย์แผนปัจจุบันใครเก่งกว่ากัน แต่หันมาเดากันว่าพ่อแม่ของจัสต์โซ่วจ๋วยเอาเงินที่ไหนไปคลินิกเมโย
บ้านหนึ่งหลังในเมืองชั้นเอก แลกเตียงหนึ่งเตียงในเมโย
ถ้าอยากรักษามะเร็งให้หายที่เมโย อย่างน้อยก็ต้องขายบ้านในเมืองชั้นเอกสักหลัง
"ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละ"
เฉินหยูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "คุณเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองฆ่าคน เลยเริ่มการเดินทางหลบหนีตลอดสิบสองปี ทำให้ตัวเองมีสภาพไม่เป็นผู้เป็นคน"
"เส้นทางชีวิตสิบสองปีของพ่อแม่คุณ ก็เปลี่ยนไปเพราะคุณเหมือนกัน"
"จากคนงานธรรมดาสองคน กลายมาเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน"
"ทรัพย์สินตอนนี้ น่าจะประมาณสองพันกว่าล้านได้มั้ง"
"และในอนาคตอาจจะมีมากกว่านี้อีก"
"แค่กๆๆ..."
จัสต์โซ่วจ๋วยไอมิหยุด แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย
พ่อแม่ที่ไม่ได้เจอกันมาสิบสองปี ตอนนี้กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว
มีทรัพย์สินสองพันล้าน แถมต่อไปจะรวยขึ้นอีก
เฉินหยูคงไม่ได้กำลังล้อเขาเล่นใช่ไหม?
ตกลงว่าพ่อแม่ทำธุรกิจอะไรกันแน่ ถึงหาเงินได้มากมายขนาดนี้ในช่วงสิบกว่าปี?







