หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 116
บทที่ 116 ซางเหอ จบสิ้น! OVER!
เฉินโม่มองดูคอมเมนต์ด่าซางเหอพวกนี้ ดูท่าจะเป็นเสียงบ่นจากเหล่าพนักงานที่ทำงานหนักและถูกกดขี่
“พวกคุณเคยเจอบริษัทที่เก็บสถิติเวลาทำงานไหม? แล้วทั้งๆ ที่แผนกที่ทำงานเฉลี่ยวันละ 11 ชั่วโมงกลับติดท้ายตารางของที่นี่ ถามหน่อย พวกคุณไม่กลัวกันบ้างเหรอ! #ซางเหอเทคโนโลยี#”
“ต้นเดือนที่แล้วซางเหอเพิ่งมีผู้จัดการเทคนิคคนใหม่ที่ไร้ความสามารถลงมา ไม่รู้อะไรสักอย่างแต่ชอบชี้นิ้วสั่ง นี่คือวันที่สามสิบสามแล้วที่คิดถึงพี่เชา”
“ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสมาวางอยู่ตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันพ้นจากทะเลทุกข์ แต่ฉันไม่รู้จักรักษา ตอนนี้นึกแล้วเสียใจสุดๆ ถ้าฟ้าได้โปรดให้โอกาสอีกครั้ง”
“ผมนี่งงจริง ทำไมงานมันเยอะขนาดนั้น ทำไม่เคยเสร็จ ทำยังไงก็ไม่เสร็จ ผมว่าอย่าเรียกซางเหอเลย เรียก ‘ชางเหอ’ ดีกว่า เจ็บจนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ! #ซางเหอ#”
เฉินโม่จัดการคอมเมนต์เหล่านี้ทีละอัน เพิ่มการมองเห็นให้หมด แล้วตั้งค่าให้สุ่มไปโผล่ในตำแหน่งด้านหน้าหน่อย
เดิมทีตั้งใจจะปิดคอมพิวเตอร์ แต่ดันสะดุดตาเข้ากับโพสต์สดๆ เกี่ยวกับซางเหอ อ่านแล้วของขึ้น!
「วันนี้เพิ่งได้ offer ของซางเหอเทคโนโลยี แต่พอเห็นรีวิวในฟอรั่มแล้ว ผมเริ่มลังเลว่าจะไปดีไหม ขอคำแนะนำหน่อยได้ไหมครับ?」
ด้วยใจคิดว่าได้ช่วยสักคนก็ดีสักคน เฉินโม่ก็รัวแป้นพิมพ์เปาะแปะ “นายคิดว่าบัญชีดำบริษัทในจือเหยียนมีไว้เล่นๆ เหรอ? ในฐานะคนที่หนีจากทะเลทุกข์ของซางเหอมาแล้ว แนะนำเลยว่า ถ้ายังมีทางเลือกอื่น อย่าไป ยกเว้นว่านายเตรียมใจไปขายแรงจนหมดตัวแล้ว”
ไม่นานก็มีคอมเมนต์ตามมาอีกหลายข้อความ
“คอมเมนต์ข้างบนว่าได้ถูกต้องเลยนะพี่ เจ้าของกระทู้ อย่าคิดสั้นกระโดดลงกองไฟเชียว”
“ไม่ต้องเข้าใจก็รู้สึกว่าโหด พอมาฟอรั่มจือเหยียนทีไร สามคติชีวิตถูกรีเซ็ตตลอด วงการงานนี่มันมืดมนจริงๆ ฉันจะกลับไปเรียนต่อแล้ว”
บังเอิญเจ้าของกระทู้ยังออนไลน์อยู่ จึงตอบกลับว่า: “เอ่อ พออ่านความเห็นของทุกคนแล้ว ผมว่ายังหาทางเลือกอื่นดูก่อนดีกว่าครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ~ เกือบตกหลุมไปแล้วนะเนี่ย [คำนับ]”
เฉินโม่ที่เหมือนได้สร้างบุญไว้เจ็ดชั้น ในที่สุดก็ปิดคอมพิวเตอร์นอนได้อย่างสบายใจ
คืนนั้น เฉินโม่ฝันว่า เง็กเซียนฮ่องเต้ยกให้เขาขึ้นแทนซุนหงอคงเป็นคนเลี้ยงม้าสวรรค์คนใหม่ แล้วเขาก็ปล่อยม้าสวรรค์หนีหมด โดนทหารสวรรค์ไล่ล่าซะยับ
เช้าวันหนึ่งถัดมา ห้องทำงานผู้จัดการทั่วไปของซางเหอเทคโนโลยี
“ทางนี้ก็มีหลายคนโวยจะลาออก อีกทางก็รับคนไม่ได้ แล้วนายกินหญ้าอยู่เหรอ?” หวังเต๋อฟาฟังรายงานจบก็ตาขวางใส่ผู้จัดการจาง ฝ่ายบุคคล
ผู้จัดการจางกัดฟันตอบ “ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร รู้สึกเหมือนบริษัทเราโดนสาปเลยครับ คุยกันในเว็บสมัครงานนัดเวลาสัมภาษณ์กันดีๆ อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนใจไม่มาแบบไม่มีเหตุผล หลายครั้งแล้วครับ แล้วก็มีพนักงานที่ทำงานอยู่ดีๆ อยากยื่นลาออกกันหลายคน ถึงขั้นยอมไม่เอาค่าชดเชยเพื่อจะได้ออกให้ได้ด้วยซ้ำ”
“หรือว่าโอทีหนักไป?”
ผู้จัดการจางคิดแป๊บ “ก็พอๆ กับเดิมนะครับ สามทุ่มสี่ทุ่ม ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร”
“ฉันไม่สน นายไปสืบมา บ่ายนี้ฉันต้องได้ข้อสรุปกับแนวทางแก้! ไป!” หวังเต๋อฟาออกคำสั่งหักดิบไม่ฟังข้อแก้ตัว
ผู้จัดการจางทำหน้ามุ่ยเดินออกจากห้องผู้จัดการใหญ่ ใจในก็แผดเสียงด่า “ให้ฉันไปสืบบ้าบออะไรวะ!”
ผลคือพอลงมือสืบ ก็ได้ข้อมูลงามๆ มาจากปากพนักงานที่กำลังจะลาออก ฟอรั่มจือเหยียน!
ผู้จัดการจางกลับมาที่โต๊ะ เปิดฟอรั่มจือเหยียน ก่อนอื่นเข้าไปดูบัญชีดำบริษัท เห็นชื่อซางเหอเทคโนโลยีดำปี๋เป็นเงาอยู่ในบัญชีดำ
กดเข้าไปทันที ไล่อ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับซางเหอ
บางเรื่องพอไม่เอาขึ้นตาชั่งก็ดูเล็กน้อยจนมองข้าม แต่พอชั่งเมื่อไหร่ หนักเป็นพันชั่งเอาไม่อยู่
มองดูทั้งหน้าจอเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถล่มทลายจากทุกทิศทางใส่ซางเหอ
ผู้จัดการจางหน้ามืดวูบ แทบหงายหลัง
ทุกอย่างในตอนนี้ก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว
และปฏิกิริยาแรกของเขาคือ ในที่สุดก็มีข้ออ้างไปตอบผู้บริหารได้เสียที จากนั้นก็ผุดความคิดอยากลาออก นี่มันจะทำต่อยังไงไหว? จะทำบ้าอะไรกันต่อ?
ไม่ไหวแล้ว ต้องหาคนมาช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดหน่อย ทรมานเกินไปแล้ว
ผู้จัดการจางรีบวิ่งกลับไปที่ห้องผู้จัดการใหญ่
“ผู้จัดการ เรื่องใหญ่แล้ว~ คุณรีบดูนี่หน่อยครับ”
“ดูอะไร?”
“ผมส่งลิงก์ให้คุณแล้ว กดเข้าไปดูเลยครับ” ผู้จัดการจางพูดจบ ก็ถอยไปด้านหลัง แทบจะไปยืนติดกำแพงกลายเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังแล้ว
ไม่เกินคาด ผ่านไปไม่กี่นาที
เพล้ง! เสียงแก้วชนพื้นดังสนั่น
“นี่มันใส่ร้ายปั้นน้ำเป็นตัว ชัดๆ ทำลายชื่อเสียงกันชัดๆ!” หวังเต๋อฟาเดือดจนคุมไม่อยู่ รู้สึกขมับเต้นตุบๆ
“เสี่ยวจาง นายถอยไปไกลขนาดนั้นทำไม? เข้ามานี่”
ฉันกลัวโดนคุณต่อยตายสิ แถมยังกลัวกว่านั้นคือไม่เข้าข่ายการบาดเจ็บจากการทำงานอีกต่างหาก
ผู้จัดการจางย่องๆ เข้ามาหาหวังเต๋อฟาอย่างหวาดๆ
“งั้น เอางี้ คุณพาคนจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลทั้งหมดไปตรวจแบบสายฟ้าแลบ เดี๋ยวนี้! เช็กประวัติการท่องเว็บในคอมพิวเตอร์ของพนักงานทุกคน ดูว่ามีใครเข้าเว็บขยะนี่บ้าง จากนั้นส่งรายชื่อมาให้ผม”
“คุณหวัง ทำแบบนี้มันกระทบภาพลักษณ์ไม่ค่อยดีนะครับ?”
“หืม? หรือว่าคุณกำลังสอนผมทำงาน? บอกให้ไปก็ไป!”
ถัดมาในซางเหอเทคโนโลยีก็ปั่นป่วนอลหม่านกันยกบริษัท เดิมทีพนักงานส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักฟอรั่มจือเหยียน คราวนี้รู้กันถ้วนหน้าไปเลยว่ามีฟอรั่มนี้อยู่
แต่การตรวจแบบจู่โจมครั้งนี้ก็ได้ผลเหมือนกันนะ ดันจับได้จริงๆ อยู่หลายราย
ท้ายที่สุด หวังเต๋อฟาก็ประกาศเรียกชื่อด่าเพื่อนร่วมงานที่เข้าเว็บฟอรั่มต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท พร้อมหักโบนัสผลงานประจำเดือน และออกคำขาด ครั้งต่อไปถ้าพบว่าใครไปใส่ร้ายป้ายสีทำลายบริษัทในฟอรั่มจือเหยียน จะไล่ออกทันที ไม่มีผ่อนผัน!
บรรยากาศในซางเหอเทคโนโลยีกลายเป็นลมพายุพัดโหมกระหน่ำ ทุกคนอยู่ในภาวะหวาดระแวง
วันถัดมา ที่เดิม เสียงเดิม เพล้ง*2 เพียงแต่คราวนี้หวังเต๋อฟาปาแก้วชาที่รักที่สุดของตัวเองแตก
เพราะไม่รู้ทำไม เมื่อคืนบนฟอรั่มจือเหยียน โพสต์แฉด้านลบของซางเหอระเบิดเถิดเทิง ทำลายสถิติทุกอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในซางเหอตอนกลางวันอย่างมีสีสัน และถูกแพร่กระจายไปทั้งฟอรั่มจือเหยียน
ทั้งอะไรนะ เจ้านายละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ส่งพวกฝ่ายบุคคลที่ทำตัวไม่เหมือนคนไปไล่เช็กคอมพนักงานทีละคน ฯลฯ
ด้วยความที่ฟอรั่มจือเหยียนเป็นการโพสต์แบบนิรนาม หวังเต๋อฟาตามหาตัวจริงไม่ได้ ตอนนี้ได้แค่เดือดดาลอย่างหมดหนทาง ซากแก้วชาที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นก็คือหลักฐานชั้นดี!
หวังเต๋อฟาหันไปสั่งผู้จัดการจางที่ยืนตัวสั่นอยู่ริมกำแพงว่า
“ฉันไม่สนว่านายจะใช้วิธีไหน ไปจัดการปิดฟอรั่มจือ...เหยียนอะไรนั่นให้ฉันเดี๋ยวนี้!” หวังเต๋อฟาสะบัดมือใหญ่ทันที
เชี่ย คุณคิดว่าฉันเป็นตัวอะไร? เรียกมาก็มา บอกไปก็ไป ไว้ใช้ทำงานสกปรกอย่างคนรับใช้หรือไง?
ผู้จัดการจางชี้ไปที่เว็บบนคอม แล้วก็ชี้หน้าตัวเอง สีหน้าบริสุทธิ์ใจสุดชีวิต “หา? ปิดฟอรั่มจือเหยียน? ให้ผม?”
“พูดอะไรไร้สาระ ถ้าไม่ใช่นาย จะให้ฉันไปเองหรือไง!”
ถึงฉันจะปิดจือเหยียนได้จริง คราวหน้าจะไม่ให้ฉันแบกระเบิดไประเบิดเพนตากอนเลยล่ะ?
เมื่อวานฉันโดนด่าหมาต่อหน้าแบบไม่อายฟ้าดิน กว่าจะเคลียร์งานตรวจคอมอันอุกอาจน่าประณามเสร็จ คราวนี้ให้ทำที่โหดกว่าเดิม ฉันก็ไม่ใช่แฮ็กเกอร์นะ จะให้กดดันจนฉันตาย คุณถึงจะพอใจหรือไง?
ความอดทนของเขาก็ขาดผึงลงทันที!
ผู้จัดการจางมองทะลุธาตุแท้ของหวังเต๋อฟา แล้วก็มองทะลุตัวเองด้วย ว่าจะฝืนให้ตัวเองตายเพื่องานไปทำไม
เขาเดินไปยืนต่อหน้าหวังเต๋อฟาอย่างไม่แยแส ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ อย่างผิดปกติ แล้วถอนหายใจ “เหล่าหวัง ฉันช่วยนายได้เท่านี้ล่ะนะ ต่อไปเอาตัวรอดเองก็แล้วกัน”
พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไปเลย
ท่าทีผิดสังเกตของเสี่ยวจางทำให้หวังเต๋อฟาชะงักไปชั่วขณะ พอประตูปิดลงถึงได้สติ “เฮ้ย นายจะไปไหน? คำสั่งฉันก็ไม่ฟัง แบบนี้ไม่อยากทำแล้วใช่ไหม?”
หวังเต๋อฟาตกใจ รีบไล่ตามออกไป แต่ลืมไปว่ามีเศษแก้วชาบนพื้น “โอ๊ย เชี่ย เท้าฉัน… เร็ว เรียกรถพยาบาลที~~~ มีใครอยู่ไหม~~~”
ผู้จัดการจางที่ตาสว่างแล้วเมินเสียงโหยหวนด้านหลัง กลับไปที่โต๊ะคิดครู่หนึ่ง อยู่ซางเหอมาตั้งหลายปี เรื่องฉาวของหวังเต๋อฟามีอะไรบ้างที่ฉันไม่มีอยู่ในมือ ไหนๆ ก็จะลาออกแล้ว แฉให้หนักๆ สักครั้งก็แล้วกัน
ช่างแม่ง ใครจะสนใจอะไรก็ช่าง!
ก่อนหน้านี้เขาทุ่มเทให้หวังเต๋อฟายิ่งกว่ากับแม่ของตัวเองอีก พอกันที กูไม่รับใช้แล้ว!
กูเหนื่อยแล้ว ล่มสลายไปให้มันรู้แล้วรู้รอด!
คืนนั้น บนฟอรั่มจือเหยียน โพสต์แฉเกี่ยวกับซางเหอเทคโนโลยีเดือดระอุขึ้นเรื่อยๆ เรื่องทำโอที กดขี่แรงงานน่ะ ของจิ๊บๆ
“เจ้านายซางเหอเลี้ยงดูเมียน้อยอายุน้อยกว่าราว 20 ปี นอกใจภรรยาในระหว่างสมรส”
“ซางเหอเทคโนโลยีมีพฤติการณ์ต้องสงสัยเลี่ยงภาษี ยินดีต้อนรับทุกท่านไปแจ้งความที่สำนักงานสรรพากรประจำพื้นที่ วิธีแจ้งโดยละเอียดดังนี้: xxxx รับรองแจ้งปุ๊บเข้าเป้าปั๊บ”
“ภายใต้ชื่อซีกวง ซอฟต์แวร์ออกล่อลวงต้มตุ๋น ซางเหอดำเนินงานแบบนี้แหละ”
“หนึ่งในเล่ห์กลรับสมัครของซางเหอ: ก่อนเข้าทำงานสัญญา 30K แต่พอเริ่มงานจริง เงินเข้ามือไม่ถึง 15K หลุมพรางข้างในคุณรู้หรือยัง?”
นอกใจ อาชญากรรม เล่ห์เหลี่ยม เบื้องลึก พอคีย์เวิร์ดพวกนี้โผล่มา กระแสก็พุ่งขึ้นทันที ในหน้าค้นหาของจือเหยียน ชาร์ตคำค้นร้อนสิบอันดับแรก ซางเหอกวาดไปหกรายการ ดึงดูดสายเผือกเข้ามาเพียบ
ซางเหอเทคโนโลยีพุ่งขึ้นครองอันดับหนึ่งบัญชีดำของบริษัทในจือเหยียน แบบไร้คู่เทียบ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา สื่อมวลชนรายงานว่า:
“เมื่อไม่นานนี้ บริษัทซางเหอเทคโนโลยี จำกัด ต้องสงสัยว่ามีการเลี่ยงภาษี ผู้จัดการใหญ่ นายหวัง ถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญตัวไปสอบสวน ก่อนหน้านี้ซางเหอเทคโนโลยีก็เคยมีประวัติ ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากสถานการณ์ร้ายแรง วงเงินจำนวนมากและมีคดีตัวอย่างมาก่อน จะถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปแต่ไม่เกินเจ็ดปี และปรับตามสมควร”
ต่อมาซางเหอก็ประกาศหยุดกิจการเพื่อปรับปรุง ทั้งอดีตพนักงานและพนักงานที่ยังทำงานอยู่ล้วนแสดงท่าทีดีใจกันถ้วนหน้า ต้องบอกว่าเป็นภาพแปลกตาจริงๆ
ท้ายที่สุด เมื่ออยู่ชนชั้นเดียวกัน เหล่าชาวเน็ตจือเหยียนก็ต่างร่วมยินดี อวยพรให้กันยกใหญ่
แม้ซางเหอเทคโนโลยีจะล้มไปแล้ว แต่บริษัทอื่นๆ ในบัญชีดำของจือเหยียนยังอยู่ ทุกเจ้าพอเห็นท่าไม่ดีก็พากันตัวสั่นงันงก
บริษัทยักษ์ๆ ยังไหว มีท่าทีแบบ “ลมพัดทิศไหนก็ไม่สะทกสะท้าน”
แต่บริษัทย่อยที่ติดโผหลายเจ้าทนไม่ไหวแล้ว ทีมนักประชาสัมพันธ์ของบริษัทเหล่านี้จึงเริ่มเคลื่อนไหว พร้อมกันเข้าไปฝากข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไว้ที่ฟอรั่มจือเหยียน ทำประชาสัมพันธ์ภาวะวิกฤต
มีทั้งชวนคุยเรื่องความร่วมมือ ขอช่องทางติดต่อ บอกว่าพูดคุยกันดีๆ ได้ เงื่อนไขคุยกันได้ หลากหลายรูปแบบ
เฉินโม่อ่านคอมเมนต์ของแต่ละบริษัทจบ กลิ่นอาย “คุกเข่าประจบ” ลอยมาเต็มๆ แล้วก็ตอบปฏิเสธด้วยเทมเพลตเดียวกันทั้งหมดว่า:
“เอาเวลาและพลังงานนี้ไปใส่กับการบริหารบริษัท แก้ปัญหาที่พนักงานสะท้อนมาจะมีประโยชน์กว่าสิ่งไหนทั้งนั้น”
วิธีแก้ปัญหาของพวกนี้ตอนนี้มันก็ผิดแล้ว แก้ปัญหาไม่ได้ก็จะไปกำจัดคนที่หยิบยกปัญหาขึ้นมา ตอนนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ใช่แค่จะจัดการคนที่เสนอปัญหา แม้แต่แพลตฟอร์มที่เผยแพร่ก็อยากจะหาทาง “เคลียร์” ให้ได้
ฉันไม่เดือดร้อนต้องง้อเศษเงินกระจอกๆ ของพวกแกหรอก จะดูถูกกันไปถึงไหน?
ราชวงศ์ซ่ง หยวน หมิง ชิง ล่วงมาแล้ว บัดนี้ซางเหอก็สิ้นท่า!







