ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 88
บทที่ 88 ฮอตเสิร์ชระเบิด ฮาพุ่งทั้งวง! ‘เซี่ยงจื่อ’! ‘พี่สะใภ้เซี่ยงหลิน’!
วินาทีถัดมา กลิ่นเหม็นทะลวงปอดก็อบอวลไปทั่วโพรงปากและปลายลิ้นของเขาทันที หลี่ชางเฟิงรู้สึกว่ากรดในกระเพาะตีขึ้นมาปั่นป่วน ก้มตัวอาเจียนอย่างรุนแรง กลิ่นฉุนแสบจมูกนั้นทำเอาน้ำตาไหลพราก
“อ๊า อ๊วก!!”
“อะไรเนี่ย อะไรมาอุดคอฉัน… อ้วก!”
หลี่ชางเฟิงปาดหน้าหนึ่งที พอเห็นของที่ติดอยู่บนมือ เขาก็ตกใจหน้าถอดสีจนตาแทบถลน หน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เหมือนเห็นอะไรสยองขวัญสุดขีด
หลี่ชางเฟิงไม่ยอมเชื่อ มองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จ้องมองสองมือตัวเองอย่างเคลือบแคลง ไม่ยอมรับ ไม่กล้ารับ…
ครู่ต่อมา ร่างเขาก็เริ่มสั่นเทิ้มหนัก!
“อ๊าาาา!!”
“นี่มันอะไร นี่มันอะไรกัน!”
ใกล้ๆ กันก็มีเสียงกรี๊ดแหลมของเจิ้งเจี่ยดังขึ้น จู่ๆ บนแก้มเธอก็มีอะไรเหนียวเหนอะปะอยู่ พอได้กลิ่นประหลาดนั้น เจิ้งเจี่ยก็เหมือนสติแตก เธอตะกุยหัวรัวๆ เดิมที่เลอะหน้าอยู่ก็ยิ่งถูกถูจนกลายเป็นขยำเละ
เจิ้งเจี่ยที่อารมณ์พังทลายถึงกับมึนเวียนคลื่นไส้ ยืนไม่อยู่ ทรุดนั่งพับแหมะลงกับพื้น!
หลี่ชางเฟิงเห็นสภาพน่าเวทนาของเจิ้งเจี่ย เส้นเลือดฝอยพลันปริ่มเต็มตาขาว ลูกตาแทบจะถลนออกจากเบ้า หน้าตาบิดเกร็งน่ากลัวสุดๆ!
PD หนุ่มหามกล้องถ่ายอยู่ด้านข้าง ภาพอเนจอนาจของสองคนนั้นถูกชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดนับไม่ถ้วนเห็นกันเต็มสองตา!
[เชี่ย!]
[นี่มัน… ขี้?!]
[แอนตี้พะอืดพะอมกันบ้างไหม เลิกปั่นมั่วได้ไหม?!]
[ดูทั้งสีสัน แล้วก็ดูรีแอคชันของสองคนนั้น นี่มันก็ขี้ชัดๆ!]
[ปัญหาคือ ของแบบนี้มาจากไหนล่ะ พี่ชายผมแค่กะพริบตาทีเดียว ไหงอยู่ๆ ถึงได้สาดใส่หน้าเฟิงเฟิงกับเจิ้งเจี่ยล่ะ หรือว่า…]
[เชี่ย โหยวฮั่นปล่อยของบนฟ้าหรือไง?]
[ซวยหล่นจากฟ้าของแท้!]
[ทำไมไม่เป็นเมิ่งจื่ออี้…]
[โอ้พระเจ้า ฉันไม่กล้ามองหน้าทั้งเจิ้งเจี่ยกับเฟิงเฟิงตรงๆ แล้ว อ้วก…]
ชาวเน็ตต่างช็อกกันถ้วนหน้า คอมเมนต์กระสุนในห้องไลฟ์สดระเบิดตูมตามในพริบตา
แม้แต่ PD หนุ่มที่หอบกล้องอยู่ ก็เห็นกับตาว่ามีก้อนวัตถุลึกลับบางอย่างบินจากด้านบน ฟาดแฉะลงพื้นไม่ไกล เขาหน้าเสียทันที รีบปกป้องกล้องไว้ ก่อนจะเหลือบตาเห็นลวี่หมิงกับพวกอยู่ไกลๆ ก็เผลอวิ่งแจ้นไปทางนั้นโดยสัญชาตญาณ
ขณะเดียวกัน ลวี่หมิง นาจา และเร่อปา ต่างก็เบิกตาค้าง
เห็นแล้ว!
พวกเขาเห็นเต็มสองตา!!
ทั้งสามคนจ้องเจิ้งเจี่ยกับหลี่ชางเฟิงที่กำลังอาเจียนไม่หยุดด้วยความไม่อยากเชื่อ รูม่านตาหดจนเหลือเป็นจุดดำเล็กๆ เหมือนกำลังเห็นเรื่องพันหนึ่งราตรีก็ไม่ปาน…
ตอนนี้ เจิ้งเจี่ยกับหลี่ชางเฟิงที่เริ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เห็น PD หนุ่มวิ่งหนีไปไกล ก็ไม่ทันคิดจะเช็ดล้าง อดกลั้นความคลื่นไส้แล้วไล่กวด PD หนุ่ม หนีตายมาทางนี้
เร่อปาส่ายมือบ้าคลั่ง: ไม่ๆๆ!
“NO!!” นาจาก็แตกตื่น รีบคว้าลวี่หมิงแล้วเผ่นเหมือนกระต่ายน้อยที่ตระหนกสุดขีด: “พวกคุณอย่าเข้ามานะ!!”
ทั้งสามวิ่งกันไกลลิบ ชีวิตครึ่งค่อนแล้วก็ยังไม่เคยเจอเรื่องเพี้ยนขั้นนี้ ต่อให้เป็นลวี่หมิงที่ชอบเพี้ยนๆ เป็นพักๆ ก็ยังต้องยอมรับว่าไม่เคยเห็นซีนใหญ่ขนาดนี้ พอเห็นสภาพอเนจอนาจของเจิ้งเจี่ยกับหลี่ชางเฟิงตอนนี้ ลวี่หมิงก็ใบหน้าเปื้อนความโล่งอก:
“ผมนึกไม่ถึงเลยว่า ในฮวนเลอกู่เล็กๆ แห่งนี้ จะได้เจอทั้งเซี่ยงจื่อและพี่สะใภ้เซี่ยงหลินพร้อมกัน เลื่องชื่อสมคำร่ำลือ!”
“หุบปาก!” หลี่ชางเฟิงถลึงตา
เจิ้งเจี่ย: “ไอ้สารเลว พูดเพ้ออะไรของแก!!”
แม้ทั้งคู่จะอ้วกจนหมดแรงแล้ว แต่พอเห็นลวี่หมิงยืนเยาะหยันอยู่ข้างๆ แม้จะตายก็ไม่มีวันยอมรับว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลี่ชางเฟิงฝืนทนกลิ่นสาบ โต้ทันควัน: “ไม่รู้ใครปาขนมใส่หน้าฉัน นี่มันเหมือน… ทุเรียน ใช่ ถูกต้อง ทุเรียน!”
“ทุเรียนชีส!” เจิ้งเจี่ยเสริมทันที
“ฉันไม่เชื่อ นั่นแหละขี้!” ลวี่หมิงยืนยันหนักแน่น สีหน้ามั่นคง: “เว้นแต่พวกนายจะดูดนิ้วโชว์ให้ฉันเห็นสักทีพิสูจน์กันไปเลย!”
เร่อปากับนาจาที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดหลุดโลกแบบนี้ ถึงกับไม่กล้ามองตรงๆ
[ฮ่าฮ่าฮ่า!]
[เชี่ย เซี่ยงจื่อกับพี่สะใภ้เซี่ยงหลิน คนที่คิดคำว่า ‘ดาราตกกระแส’ ขึ้นมานี่อัจฉริยะชัดๆ!]
[ฉันอิจฉาความมีพรสวรรค์ของเขา!]
[พี่ชายคนนี้นี่ไม่มีใครทัดเทียมจริงๆ ฮ่าๆๆ!]
[เรื่องชีสทุเรียนพี่ชายนี่เอาไม่อยู่ละนะ แม้เจิ้งเจี่ยกับเฟิงเฟิงจะซวยไม่รู้เรื่องก็เถอะ แต่ปากพวกดาราตกกระแสจะต้องแซะกันขนาดนั้นไหม เชี่ย บอกให้ดูดหนึ่งที… โอ๊ย ฮ่าๆๆ ไม่ไหวละ พี่ชายขำไม่หยุดแล้ว!]
[อีกไม่นานได้ตายเพราะขำในห้องไลฟ์สดนี้แน่!]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮึก!]
[จริงแท้ ความสุขของคนเรามักสร้างบนความทุกข์ของคนอื่น]
ชาวเน็ตหัวเราะกันน้ำตาเล็ด
แต่หลี่ชางเฟิงกลับถูกลวี่หมิงยั่วจนเดือดปุด เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ พุ่งพรวดเข้ามาทันที: “ไอ้ดาราตกกระแส ถ้าเอ็งอยากให้กูตาย กูก็ไม่ปล่อยให้เอ็งมีชีวิต กูจะฆ่าให้เรียบ พวกมึงอย่าอยู่ให้รกโลกเลยว่ะ!!”
“อย่าเข้ามานะ!!” ลวี่หมิงคว้าข้อมือเร่อปากับนาจาไว้คนละข้าง แล้วหันหลังเผ่น
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาไม่แคร์ที่จะสู้ตัวต่อตัวกับหลี่ชางเฟิงหรอก แต่เวลานี้ไม่เหมือนเดิม เขาจำต้องหลีกเลี่ยงคมดาบอีกฝ่าย!
เร่อปากับนาจายังได้กลิ่นประหลาดลอยฟุ้งในอากาศ ปกติสองสาวสวยเนี้ยบราวกับนางฟ้า ตอนนี้หน้าตาบิดเบี้ยวจนเสียลุค วิ่งหนีเอาชีวิตรอดแบบไม่เหลือภาพลักษณ์!
พวกเธอกลัวจริงๆ…
ในฐานะดาราหญิงที่กินด้วยหน้าตา ถ้าโดนหลี่ชางเฟิงในสภาพนี้มาโดนตัวแม้แต่นิด ชีวิตนี้พังยับ!
เขาไล่ เธอไล่ พวกเขาพากันหนีตาย…
ชั่วขณะนั้น บนถนนในฮวนเลอกู่ก็เกิดการไล่ล่าสุดระทึก เดิมทีหลี่ชางเฟิงที่ทั้งหอบทั้งคอแห้ง จนเริ่มย่อย “ความอร่อย” ในท้องอยู่แล้วก็คิดจะเลิกไล่ แต่ลวี่หมิงกลับวิ่งหนีไปพลาง ร้องโหวกเหวกขอชีวิตไปพลาง: “เซี่ยงจื่อ อย่าตามมาเลย เซี่ยงจื่อ พี่ชายไม่ได้ไปกวนแกนะ…”
ยิ่งคิดหลี่ชางเฟิงยิ่งเดือด บางทีเพราะถูกกระตุ้นทางจิตใจอย่างหนัก หรือไม่ก็เพราะย่อยชีสทุเรียนแล้วเกิดปฏิกิริยาเคมี เมื่อกี้ยังคำรามว่าจะฆ่าลวี่หมิงให้เรียบอยู่แท้ๆ อยู่ๆ ดวงตาก็กลอกพรื้อ คนทั้งคนเอนวูบไปข้างหนึ่ง แล้วโหม่งหัวลงพุ่มดอกไม้
ส่วนเจิ้งเจี่ย เพราะอับอายจนเหลือทน ไล่ได้ไม่นานก็แอบเข้าห้องน้ำใกล้ๆ ไปกู้คืนความงาม
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!]
[นี่เป็นอีพีที่เฟิงเฟิงน่าเกรงขามที่สุด วงการบันเทิงจีนผืนเล็กๆ นี้ ดาราตกกระแสไม่เคยกลัวใคร แต่รอบนี้เขาโดนเฟิงเฟิงไล่จนไม่กล้าสวนกลับ ต่อให้โดนด่าก็ทำได้แค่กล้ำกลืน ไม่กล้าหันไปสู้หน้าเลย…]
[ใครจะกล้า? ไม้ถูพื้นเปื้อนอึ ดุจลิโป้คืนชีพ ไม้ถูพื้นเปื้อนฉี่ ดุจจางเฟยคำราม เชี่ย เฟิงเฟิงกลายร่างเป็นรถบรรทุกระเบิด ต่อให้เป็นไทสันทั้งเน็ตเจอเข้ายังต้องหลบคม!]
[คอมเมนต์บนสุดคืออัจฉริยะ ฉันจะขำตายอยู่แล้ว!]
ท่ามกลางเสียงหัวเราะครืนไม่ขาดสาย บนไวกิ้ง โหยวฮั่นกับเมิ่งจื่ออี้ก็กรี๊ดลั่นด้วยความหวาดผวาตลอดทาง เสียงกรีดร้องสุดขีดของทั้งคู่สะท้อนก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือฮวนเลอกู่
สองคนเหมือนโดนทรมานหนัก แต่โฟกัสของชาวเน็ตตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่พวกเขาอีกแล้ว เพราะเจิ้งเจี่ยกับหลี่ชางเฟิงที่โดนลูกหลงนั้นอาการยิ่งสาหัสกว่า พวกสายเอ็นจอยพากันบอกว่าทั้งชีวิตไม่เคยเห็นฉากใหญ่ขนาดนี้ คอมเมนต์กระสุนวุ่นวายไปหมด ขณะที่บางส่วนของผึ้งและหูเล็กก็พังทลายกลางห้องไลฟ์สด ด่ากระจาย
เมื่อเห็นไอดอลบ้านตัวเองเจอเรื่องน่าอับอายขนาดนั้นกับตา พวกเขาถึงกับมองต่อไม่ลง…
ไอดอลที่ชอบมาหลายปีจู่ๆ ก็เกิดคดีฉาวดินถล่มวงการ แถมยังได้ฉายาเพิ่มว่า “เซี่ยงจื่อ” กับ “พี่สะใภ้เซี่ยงหลิน” พวกเขาเกลียดดาราตกกระแส แต่ยิ่งเกลียดไอดอลบ้านตัวเองที่ทำให้พวกเขาอับอายบนอินเทอร์เน็ต!
ชั่วเวลาไม่นาน ก็มีแฟนคลับนับไม่ถ้วนประกาศเลิกติดตามแล้วหันกลับมาเหยียบซ้ำ
#เซี่ยงจื่อกับพี่สะใภ้เซี่ยงหลิน!#
#เจิ้งเจี่ยพังแล้ว!#
#ไม่อยากเชื่อสายตา เฟิงเฟิงก็พังเหมือนกัน!#
#อุบัติเหตุไลฟ์สดครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีนถือกำเนิด!#
#โลกก็แค่คณะงิ้วฉาบฉวยขนาดมหึมา! คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าวินาทีหน้าจะเกิดอะไร…#
#คอลัมน์วาไรตี้ที่เทพเอฟเฟกต์รายการโปรดปราน รันนิ่งแมนมักจะปล่อยหมัดหนักใส่คนดูแบบไม่ให้ตั้งตัว!#
#ดาราตกกระแสควงแขนเร่อปา-นาจา สามคนพากันหนีหัวซุกหัวซุน เคมีโคตรจิ้น!#
#……#
ในเวลาเดียวกัน
ชุดคำค้นมากมายพุ่งขึ้นฮอตเสิร์ชอย่างรวดเร็ว!
“โชคดีที่เธอมองการณ์ไกล…” เร่อปาหน้าซีดเผือด ใจยังเต้นไม่หาย ตบอกแผ่วๆ “ถ้าไม่เตือนเรา เราสองคนคงไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นดูอยู่กับเขาแล้ว”
แค่นึกภาพ สองสาวก็ขนลุกวาบ
นาจาหน้าตาโล่งอก “เธอช่วยพวกเราไว้จริงๆ!”
“ฉันไม่คิดเลยว่า โหยวฮั่นจะบ้าคลั่งได้ขนาดนี้…” ลวี่หมิงอุทาน
เขาเคยเห็นโพสต์ของชาวเน็ตมามาก ส่วนใหญ่ก็แค่มีคนตกใจอ้วก หนักหน่อยก็ฉี่แตก แต่จะให้กลายเป็นอุจจาระจนเป็นข่าวช็อกแบบนี้ เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน น่าขนลุกสุดๆ!
ลวี่หมิงมองไวกิ้งที่เริ่มชะลอจนจะหยุด แล้วก็คิดจะพาสองสาวไปส่องข่าวฉาวต่อ
หลี่ชางเฟิงที่เป็นลม ถูกพนักงานพาไปล้างตัว ภายในห้องน้ำเดียวกัน เสียงขย้อนแว่วสลับกันรัวๆ ราวกับซิมโฟนีจังหวะจัดจ้าน
ลวี่หมิงยืนฟังอยู่ข้างนอก อยู่ๆ ก็อินขึ้นมา
“พวกเรา อ้วกใส่กันแบบหันหลังชน!”
“ชื่อเสียง ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไร้รูป!”
“ภาพลักษณ์ไม่ทันกู้หน้า ถูกฝังกลางมุกล้อเล่นที่โบยบิน!”
เร่อปา: “???”
นาจา: “???”
สองสาวลืมตาโพลง มองลวี่หมิงที่จู่ๆ ก็เปล่งเสียงขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ แนวร้องของเขาเป็นเอกลักษณ์ ทำนองท่อนนั้นก็ติดหูเอาเรื่อง เพียงแต่ความหมายที่สื่อ…ยากจะรีวิว
“CNM ไอ้ดาราตกกระแส โอ้ก… ข้าจะเอาชีวิตเอ็ง รอดู!”
“ไอ้ดาราตกกระแส ไสหัวไป!!!”
“โอ้ก!”
ข้างในดังขึ้นทั้งเสียงชายหญิงที่เดือดดาลด่ากราด แต่เพราะคลื่นไส้ เสียงทั้งคู่เลยสั่นๆ เหมือนเอาเสียงขย้อนมาคั่นประโยค…
“เราหันหลังชนกันอาเจียน!”
“คำหยาบวนไปวนมาให้วุ่น ก็แค่อยากให้ฉันรู้ ก็แค่อยากให้ฉันรู้ คำเตือนของเสียง~”
“สัส!!” หลี่ชางเฟิงหน้าดำเป็นถ่าน ทะเล่อทะล่าออกมาจากห้องน้ำ ในมือถึงกับกวัดแกว่งไม้ถูพื้นเปื้อนของบางอย่างพุ่งใส่ลวี่หมิง “ไอ้ปากหมา มึงตาย!”
เจิ้งเจี่ยที่ก็ถูกทำให้ขยะแขยงจนแน่นอกคันยิบๆ เหมือนมีมดไต่ ก็พรวดออกมาด้วย ไม่รู้ด้วยอารมณ์ไหน เธอก็ถือไม้ถูพื้นอีกอัน ไล่เร่อปากับนาจา หวังฉุดสองนางจิ้งจอกที่มาฉกผู้ชายของตัวเองให้ตกน้ำไปด้วย…
“ไปเร็ว!”
ลวี่หมิงฉุดสองสาว วิ่งหนีตาย
PD หนุ่มเห็นสภาพถึงกับยกกล้องไม่อยู่ “ผมเป็นฝ่ายเดียวกัน ผมเป็นมิตร ผมไม่เกี่ยวอะไรทั้งนั้นนะ!!”
โชคดีที่ในสายตาของหลี่ชางเฟิงกับเจิ้งเจี่ย มีแต่ลวี่หมิง
ชั่วพริบตา ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากไล่ล่ากันอีกระลอก เอฟเฟกต์รายการระเบิดสุดๆ!
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!]
[ปากไอ้ดาราตกกระแสนี่มันร้ายจริง!]
[ว่าไปว่ามา นี่แหละพรสวรรค์ของอัจฉริยะทางดนตรี? แกล้งเฟิงเฟิงกับเจิ้งเจี่ยยังสามารถด้นทำนองเพราะๆ ได้สดๆ ถ้าเอาเนื้อไปเขียนใหม่ อาจกลายเป็นเพลงดีอีกเพลงเลย]
[จริงด้วย!]
[คนที่มีพรสวรรค์ของแท้ ต่อให้ด่าคนยังด่าผ่านการแต่งเพลง แบบนี้แหละระดับของผู้เข้าแข่งขันสายพรสวรรค์ ใช้เวลาทั้งชีวิตก็เลียนแบบไม่ได้!]
[คำเตือนของเสียง นี่แซะกันอยู่เหรอ? แซะบ้าอะไรล่ะ นี่มันเอาสกิลใหญ่กดหน้าเลยต่างหาก!]
[ถ้าฉันเป็นเฟิงเฟิงหรือเจิ้งเจี่ย ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องลากไอ้ดาราตกกระแสไปด้วย!]
ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยสนใจทำนองที่ลวี่หมิงด้นสด นักร้องในวงการเพลงบางคนอย่างเติ้งจื่อฉีถึงกับกลั้นขำไม่อยู่ ระหว่างที่หัวเราะก็เผลอย้อนนึกถึงทำนองท่อนเนื้อร้องของลวี่หมิง แล้วก็ยิ่งทึ่งในพรสวรรค์ของเขาจนถึงขั้นตะลึง เพราะที่ชาวเน็ตพูดไม่ผิดเลย ทำนองนั้นติดหูมาก แค่เปลี่ยนเนื้อร้องเสียใหม่ ก็มีลุ้นกลายเป็นงานดีได้เต็มๆ!
……
ไวกิ้งในที่สุดก็หยุดแล้ว
เมิ่งจื่ออี้ลงมาจากเครื่อง เล่นเอามึนหัวตาลาย เดินยังโงนเงนแทบจะล้ม หน้าขาวซีดเกาะราวแน่น ยืนพักหายใจอยู่พักใหญ่กว่าความรู้สึกถึงจะค่อยๆ สงบลง พอเริ่มดีขึ้น ขนตายาวๆ ก็ขยับพรึบพรับ แววตาสวยใสฉายประกายฉลาดเฉียบ
“พวกเรา ลืมอะไรไปหรือเปล่า?”
เธอหันกลับไปมองคู่หู แต่เห็นอีกฝ่ายตาเหม่อลอย ถึงแม้เบาะนิรภัยจะเปิดแล้ว โหยวฮั่นก็ยังไม่ลงมา ยังนั่งงงๆ เบลอๆ อยู่ที่เดิม
“เฮ้ คุณประธานจอมเผด็จการ พูดอะไรหน่อยสิ?”
“หรือว่าจะตกใจจนสมองช็อตไปแล้ว!”
“คุณนี่…”
เมิ่งจื่ออี้กำลังจะเดินเข้าไปแซวคุณประธานจอมเผด็จการสักสองคำ อยู่ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นฉุน เธอยกนิ้วเรียวขาวปิดจมูกโดยอัตโนมัติ สายตาก็ก้มลงไปมอง แล้วก็เห็นตรงกางเกงของโหยวฮั่นชุ่มเปียกเป็นปื้น แถมยังปะปนด้วยสีสันบางอย่างที่…ไม่ธรรมดา
ดวงตาสวยของเมิ่งจื่ออี้เบิกกว้าง นึกไม่ถึง “นี่อย่าบอกนะว่า…”
“หุบปาก! ไปซะ เดี๋ยวนี้!” โหยวฮั่นเหมือนสติกลับมาแล้ว ชี้หน้าเมิ่งจื่ออี้เร่งเสียงดัง พอเห็นสายตาที่เธอมองมาดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งร้อนรนจนขากระตุกถี่ มือไม้เก้งก้างทำท่าขู่ไล่ให้เธอไปให้พ้น “ไสหัวไป!!”
อาจารย์เสี่ยวเมิ่งจ้องนิ่งไปที่คราบเหลืองจางๆ นั้น เธอเดาออกแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเชื่อ เมื่อกลิ่นเหม็นกระจายไปทั่ว ความรู้สึกกระแทกจิตใจเด็กสาวของเธออย่างรุนแรง เธอสะบัดหน้าวิ่งหนีเตลิด!
ยังไม่ทันไปไกล ก็เห็นลวี่หมิงกับสาวสองคนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตรงมาทางนี้ เมิ่งจื่ออี้กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็เห็นสองคนนั้นด้านหลังมีคนถือไม้ถูพื้นคนละอันไล่ฟาดมาอย่างบ้าคลั่ง เมิ่งจื่ออี้ถึงกับหน้าถอดสี “พี่ท็อปสตาร์ อย่าเข้ามานะ!!”
ทั้งสามคนพุ่งขึ้นทางเดินไปแล้ว เมิ่งจื่ออี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากรีบคว้าตัวลวี่หมิงหันกลับวิ่ง เมื่อเห็นหลี่ชางเฟิงกับเจิ้งเจี่ยเหมือนสติหลุด
โหยวฮั่นเห็นเมิ่งจื่ออี้ไปแล้ว เพิ่งจะกระโดดลงจากเบาะ ยังไม่ทันดูสภาพอนาถของตัวเอง ก็เห็นคนที่ไม่อยากเจอที่สุดโผล่มาในสายตา ต่อจากนั้นเมิ่งจื่ออี้ก็ตกใจลนลานวิ่งกลับมาอีก
โหยวฮั่น: “!!!”
สีหน้าของเขาชะงักค้างทันที
บ้าชะมัด!
ผู้หญิงจอมสารเลวคนนี้ กล้าพาดาราตกกระแสมาดูด้วย แถมยังมีเร่อปาที่ตัวเองแอบชอบ!
เขารีบกุมเป้ากางเกงด้วยความอับอาย ตะโกนด่า “ไอ้ดาราตกกระแส มาแถวนี้ทำไม ไสหัวไปซะ ฉันไม่อยากเห็นพวกแก!”
ลวี่หมิงไม่พูดอะไร แค่พาสาวสองคนวิ่งวนอ้อมรอบเครื่องไวกิ้งสักรอบ เมิ่งจื่ออี้เองก็ไม่แม้แต่จะชายตามองโหยวฮั่นที่ตอนนี้สภาพน่าเกลียด เธอตั้งใจหลบไป ไปรวมฝีเท้ากับกลุ่มของลวี่หมิงแทน
โหยวฮั่นยังงงๆ อยู่ ก็เห็นหลี่ชางเฟิงกับเจิ้งเจี่ยถือไม้ถูพื้นไล่ฆ่ามา
เขาเข้าใจทันที
“ดาราตกกระแสอยู่ข้างหลัง อยู่ตรงนั้น!” โหยวฮั่นดีใจสุดขีด ชี้ไปทางด้านหลัง
หลี่ชางเฟิงกับเจิ้งเจี่ยเดิมทีก็กะจะไปเก็บดาราตกกระแสก่อนเพื่อเอาคืน แต่พอเห็นโหยวฮั่น สีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนทันที พวกเขาตกอับมาถึงขั้นนี้ ดาราตกกระแสเป็นแค่ชนวน จุดที่ทำให้พังพินาศจริงๆ คือไอ้โหยวฮั่นสารเลวนี่ต่างหาก!
คิดได้ดังนั้น เจิ้งเจี่ยก็แบกไม้ถูพื้นขึ้นมา เหมือนตอนแกว่งค้อนยักษ์เมื่อครู่ สีหน้าบูดเกร็งกัดฟันแน่น เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ฟาดโป๊กใส่หน้าผากของโหยวฮั่นอย่างจัง
โหยวฮั่น: “???”
เขาตาลายดาวระยิบระยับ สมองมึนงงไปทั้งตัวทันที
หลี่ชางเฟิงตามมาติดๆ เหวี่ยงไม้ถูพื้นที่เปื้อนปัสสาวะฟาดใส่หน้าโหยวฮั่น แล้วออกแรงถูขยี้ พลางทำหน้าดุเหี้ยม “ไอ้เวรเอ๊ย ความเสียหายที่มึงก่อให้กู ต่อให้ฆ่าให้เรียบก็ชดใช้ไม่พอ!”
“พวกคุณจะทำอะไรน่ะ ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เข้าใจผิด… เข้าใจผิดแล้ว…” โหยวฮั่นร้อนรนยกมือปัดป้อง สุดท้ายถูกกดล้มติดพื้น ดิ้นสุดแรง
หางตาเขาเหลือบไปเห็นลวี่หมิงกับอีกสี่คนวิ่งวนหนึ่งรอบแล้วแอบย่องออกไปทางทางเข้า โหยวฮั่นพลันเดือดดาลตะโกนด่า “ไอ้ดาราตกกระแส! ต้องเป็นฝีมือแกแน่ๆ!”
“ดาราตกกระแสอยู่ตรงนั้น ดาราตกกระแสจะหนีแล้ว จับมันไว้เร็ว!”
“ศัตรูร่วมกันของพวกเราควรเป็นไอ้ดาราตกกระแสนั่นต่างหาก!”
หลี่ชางเฟิงขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าดุดัน “เมื่อก่อนใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว!”
“แกทำลายฉัน!” เจิ้งเจี่ยยิ่งแค้นจนอยากเฉือนโหยวฮั่นเป็นพันชิ้น
ชั่วพริบตาเดียว สถานการณ์ก็วุ่นวายเละเป็นโจ๊ก!
ลวี่หมิงยืนอยู่ไกลๆ พึมพำขึ้นว่า “ความเสื่อมถอยที่แท้จริง มักเริ่มจากการแตกสลายจากภายใน…”
“พี่ชาย ทำไมจู่ๆ ก็พูดลึกซึ้งขนาดนี้ล่ะ”
“ไม่เข้าใจ”
“ศัตรูสามคนของพี่กลับหันมาตีกันเองได้ พี่ทำได้ยังไงกัน?”
สาวทั้งสามมองลวี่หมิงตาแป๋ว หน้าตาสวยกันคนละแบบ ออร่าก็ต่างกันไป ภาพถูกสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ ทำเอาเด็กน้อยคอมเมนต์กระสุนอิจฉากันระงม
“ไม่ใช่พี่ชายทำหรอก เป็นคู่หูของเธอต่างหาก”
“เขา?” เมิ่งจื่ออี้งงไปชั่วครู่ แต่พอนึกถึงภาพที่ตัวเองเห็นก่อนหน้านั้น ความคิดก็แล่นปรู๊ดขึ้นมา ทันใดนั้นในหัวก็ผุดข้อสันนิษฐานอุกอาจขึ้นมา เธอเงยหน้ามองลวี่หมิงอย่างไม่อยากเชื่อ ขอคำยืนยัน “อย่าบอกนะว่า…”
“ใช่ เดาได้ถูกต้องเลย!”
“เขานั่นแหละ เอ่อ… พุ่งไปโดนตัวพวกเขาเหรอ?” เมิ่งจื่ออี้เบิกตามโตราวกับตากวาง แค่นึกถึงคำหยาบคายนั้นก็พูดไม่ลงปาก
ลวี่หมิงพยักหน้า “ใช่ ของอย่างว่านั่นแหละ ตอนนั้นฉันเห็นชัดเลย ‘แปะ’ เข้าเต็มหน้า ถ้าเป็นอย่างอื่นล่ะก็ คงโดนฟาดตายไปแล้ว!”
“ข่าวดี คือไม่ถึงตาย ข่าวร้าย อัปยศยิ่งกว่าตาย!”
เมิ่งจื่ออี้ตัวสั่นฮวบๆ ขยับทีไร ยอดอกอิ่มนุ่มก็ไหวระริก “‘แปะ’? ไม่น่าจะเป็น ‘พรั่งพรู’ มากกว่าหรือ?”
“‘ของอย่างว่า’ ที่เธอว่า กับ ‘ของอย่างว่า’ ที่ฉันว่า มันอันเดียวกันไหม?”
“ยิ่งกว่า ‘อย่างว่า’ ที่เธอคิดไปอีกขั้น!” ลวี่หมิงพยักหน้าหนักแน่น
เมิ่งจื่ออี้ถึงกับไม่เชื่อหู เหมือนได้ฟังเรื่องผีที่น่ากลัวสุดๆ คนทั้งคนยืนอึ้งงงไปเลย







