ผมยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อยอดโดเนท แต่ลูกพี่ดันเปย์สู้ตายแบบไม่มีกั๊ก · khram
ตอนที่ 169
บทที่ 169 ทำไมถึงไม่แต่งล่ะ? แต่งสิ! ต้องแต่งให้ลูกพี่อยู่แล้ว!
ค่าฉีกสัญญา...สิบเท่า?!
นั่นมันตั้งหนึ่งล้านเลยไม่ใช่หรือไง?!
ไป๋เทากรีดร้องเสียงหลง เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก!
ต้องรู้ไว้ว่า...วงการตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี...
หาเงินมันยากลำบาก
ถึงแม้ว่าปีที่แล้วเขาเพิ่งจะได้รับการประเมินให้เป็นโปรดิวเซอร์เพลงระดับเหรียญทอง...
แต่พูดตามตรง เพลงที่ขายได้ในหนึ่งปีรวมกับค่าลิขสิทธิ์ อย่างเก่งก็แค่ล้านกว่าบาทนิดๆ
ถ้าต้องจ่ายหนึ่งล้านนี้ออกไป...
เขาไม่ต้องทำงานเหนื่อยเปล่าไปทั้งปีเลยหรือไง?!
ในชั่วพริบตา
ไป๋เทารู้สึกเพียงว่าหน้ามืดตาลาย เสียใจจนแทบบ้า!
รู้อย่างนี้ไม่น่าไปอวดเก่งเลย!!!
ตอนที่กลุ่มบริษัทเทียนจีชีวภาพติดต่อเขามา...
เขาแค่อารมณ์ชั่ววูบก็เลยวางมาดไปหน่อย
แต่คำพูดนั้นว่ายังไงนะ?
ตอนนั้นกร่างแค่ไหน...ตอนนี้ไป๋เทาก็เสียใจมากแค่นั้น!
【ไป๋เทา (เหงื่อแตกพลั่ก): "ประธาน...ประธานเสิ่นครับ ท่านดูสิ เรื่องนี้มันจะไม่..."】
【อ่อนโยนรู้ใจฉัน (เย็นชา): "เดี๋ยวฝ่ายกฎหมายของบริษัทจะติดต่อไปหาคุณ"】
พี่สาวเซี่ยงไฮ้ขี้เกียจพูดพร่ำทำเพลง
ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวแล้วก็ไม่สนใจหมอนี่อีกเลย
สำหรับเธอ คนกระจอกๆ อย่างไป๋เทาไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการเองด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายสามารถช่วยเจียงเฟิงได้ล่ะก็...
ยังอยากจะได้ช่องทางการติดต่อส่วนตัวของเธออีกงั้นเหรอ?
ตลกชะมัด!
ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเถอะ...
ตอนนี้น้องชายของตัวเองร้องเพลง "แดนไร้ผู้คน" แค่เพลงเดียวก็ทำเอาตะลึงกันไปทั้งไลฟ์
สำหรับเพลงในครั้งนี้
แม้พี่สาวเซี่ยงไฮ้จะไม่รู้ว่าเจียงเฟิงมั่นใจแค่ไหน...
แต่ไอ้คนที่ชื่อไป๋เทาคนนี้ไม่มีเพลงแน่นอน!
ในเมื่อเป็นแบบนี้จะเก็บหมอนี่ไว้ทำไมอีกล่ะ?
มีแต่จะทำให้สะอิดสะเอียนเปล่าๆ...
…
ในห้องไลฟ์
เมื่อแก๊งอินจัดอย่างลมปราณโลหิตและซุนเฉินยังคงออกแรงอย่างต่อเนื่อง
ลูกพี่ไดตี้ก็จมดิ่งไปกับความรู้สึกนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ!
ลูกพี่นั้นซาบซึ้งใจสุดๆ ไปเลย!
หลายปีมานี้!
มีแต่คนอื่นที่ต้องการเขามาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาใส่ใจเขา และดันเป็นในห้องไลฟ์เนี่ยนะ!
เรื่องนี้พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก!
แต่ความจริงมันเป็นแบบนี้แหละ!
ลมปราณโลหิตพูดจาผดุงความยุติธรรม ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและช่วยออกโรงปกป้องเขา
ส่วนซุนเฉินก็ทำตัวเหมือนคนอาบน้ำร้อนมาก่อน ราวกับเป็นพี่ชายคนโตที่คอยตบไหล่ปลอบโยนให้คำปรึกษาเขา
สองประสานลงมือพร้อมกัน
ลูกพี่ซาบซึ้งจนแทบจะก้มลงกราบอยู่แล้ว!
"พี่ชายทั้งสอง! พวกคุณ...เข้าใจผมมากเกินไปแล้ว!!!"
"ฮือๆๆๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับความสำคัญจากคนอื่นขนาดนี้..."
"ผม...ผม..."
ลูกพี่ไดตี้ถึงกับสะอื้นไห้
【Lv30 นักรบคลั่ง (ซาบซึ้ง): "ยินดีกับลูกพี่ที่มองทะลุด่านเคราะห์ความรัก! ปลดเปลื้องพันธนาการเก่าเมื่อวันวาน วันนี้ถึงได้รู้ว่าฉันก็คือฉัน!"】
【Lv11 มือใหม่เสี่ยวโต้วโต้ว: "เฮ้อ แต่ไหนแต่ไรมาคนมากรักมักเหลือเพียงความแค้น ลูกพี่ปลงตกได้ก็เป็นเรื่องดีแล้ว!!"】
【Lv11 ลูกแกะนอนไม่หลับ: "ฮือๆๆๆ น่าร้องไห้ตามจัง! ทำไมฉันถึงไม่เจอแฟนแบบลูกพี่บ้างนะ!!"】
【Lv34 เศรษฐินีน้อยผู้ชอบเลียฝาครีมนม (ทอดถอนใจ): "ลูกพี่คราวนี้ก็ถือว่าได้เกิดใหม่จากกองเพลิงแล้ว!"】
【Lv11 จันทราเดือนเก้า (พยักหน้าแรงๆ): "ใช่แล้ว! หลังจากวันนี้ไป! ลูกพี่ ลืมผู้หญิงคนนั้นไปซะ!"】
คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามา
สตรีมเมอร์หลายคนที่เดิมทีมารอดูเรื่องสนุก ถึงตอนนี้ก็ยังสูดหายใจเข้าลึก
ให้ตายเถอะ...
บรรยากาศในห้องไลฟ์ของไอ้หมอนี่มันจะดีเกินไปแล้วมั้ง!!!
【Lv35 ชิงเหอ (เสียใจ): "ฮือๆๆๆ..."】
【Lv42 ซื่อไห่ (ทอดถอนใจ): "เฮ้อ ความรักที่ฝังใจนี่มันทำให้คนซาบซึ้งได้มากที่สุดจริงๆ @น้องชิงเหอ เธอก็อย่าเสียใจไปเลยนะ"】
【Lv35 ชิงเหอ: "ฮือๆๆๆ..."】
【Lv42 ซื่อไห่ (พยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึก): "ก็นะ พวกผู้หญิงอย่างพวกเธอคงจะอินกับฉากแบบนี้..."】
【Lv35 ชิงเหอ (สะอื้น): "ฮือๆ...ฉัน...ฉันไม่ได้เป็นเพราะเรื่องนั้นหรอก...ฮือๆๆ...ซี้ด ฉันเป็นเพราะลูกพี่ลมปราณโลหิตพูดได้ดีมากๆ เลย...ฉันซาบซึ้งมาก..."】
【Lv35 ชิงเหอ (ร้องไห้โฮ): "แต่ว่า...ลูกพี่ลมปราณโลหิตไม่ได้มาที่ห้องไลฟ์ ฟังฉันเล่านิทานก่อนนอนตั้งนานแล้วนะ!! แง !!!"】
น้องชิงเหอกลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว!
ร้องไห้ซะราวกับกาต้มน้ำเดือดปุดๆ!
สีหน้าของซื่อไห่แข็งค้างไปในทันที
เดิมทีเขายังจมดิ่งอยู่ในความซาบซึ้ง พอได้ยินคำพูดนี้...
แล้วหันไปมองในห้องไลฟ์ ตอนนี้เจ๊เป่าสือกำลังพูดคุยหัวเราะร่าอยู่กับนักรบคลั่ง
พลันรู้สึกใจสลายขึ้นมานิดๆ...
ซื่อไห่ขอบตาแดงก่ำ เรื่องราวความขมขื่นในอดีตนับไม่ถ้วนเอ่อท้นขึ้นมาในหัวใจทันที!
【Lv42 ซื่อไห่ (ร้องไห้): "แง !!!"】
【Lv35 ชิงเหอ (ร้องไห้): "แง !!!"】
……
ลูกพี่ไดตี้สูดหายใจเข้าลึก "ไม่พูดแล้ว! สตรีมเมอร์!"
"วันนี้ผมต้องขอบคุณคุณมากๆ จริงๆ แล้วก็ขอบคุณพี่ชายทั้งสองคนบนไมค์ด้วย..."
"ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ห่างหายไปนานจริงๆ!"
【ติ๊ง! Lv60 ไดตี้ ติดตามสตรีมเมอร์เจียงเฟิงสายเปย์แล้ว!】
【ติ๊ง! Lv60 ไดตี้ เข้าร่วมกลุ่มแฟนคลับแล้ว!】
หลังจากกดติดตามเจียงเฟิงเสร็จ
ลูกพี่ก็สูดน้ำมูกแล้วพูดอย่างจริงจังว่า
"ผมคิดตกแล้ว!"
"เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป!"
"เรื่องในตอนนั้นผมไม่ได้ทำอะไรผิด! คนที่ผิดคือเธอต่างหาก!"
"ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะมีจุดประสงค์อะไรที่มาขอให้ผมไปร่วมงานแต่งงานของเธอ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว!"
"แค่ผมไม่ไป!"
"เธอก็ทำอะไรผมไม่ได้แล้ว!"
ลูกพี่ไดตี้กัดฟันพูดจนจบ
คิดไปคิดมาก็พูดต่อว่า "ส่วนเรื่องเพลง...ช่างมันเถอะ เรื่องราวแบบนี้มันก็เอามาแต่งเป็นเพลงยากอยู่แล้ว..."
ลูกพี่ไดตี้ส่ายหน้ายิ้มขื่น
เดิมทีเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจียงเฟิงลำบากใจอยู่แล้ว
หลายปีมานี้เขาชินกับการใช้เงินกับคนรอบข้าง ทำให้เขาติดนิสัยปฏิเสธคนไม่เป็นโดยไม่รู้ตัว
ใครบอกว่าลูกพี่จะเป็นพวกชอบเอาใจคนอื่นไม่ได้ล่ะ?
ตราบใดที่เป็นมนุษย์ ก็ล้วนมีความต้องการได้รับการยอมรับจากผู้อื่นทั้งนั้น!
ดังนั้นตอนที่อารุ่ยมาหาเขา เขาถึงได้เลือกที่จะช่วยอารุ่ยอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
ความจริงโดยเนื้อแท้แล้ว...
ที่ทำไป ก็เพื่อต้องการให้ห้องไลฟ์ของอารุ่ยยอมรับไม่ใช่เหรอ?!
แต่...
ปัญหามันก็มาแล้ว!
หลังจากที่เจียงเฟิง ซุนเฉิน ลมปราณโลหิต และคนอื่นๆ ช่วยกันชี้แนะเมื่อครู่นี้!
จู่ๆ ลูกพี่ไดตี้ก็รู้สึกตาสว่างขึ้นมาทันที!
ทำไมตัวเองต้องไปเอาใจคนอื่นด้วย?
ทำไมตัวเองต้องไปสนใจความคิดเห็นของคนอื่นขนาดนั้น?
ทำตามใจตัวเองมันไม่ดีกว่าเหรอ?!
ในชั่วพริบตา!
ลูกพี่ไดตี้ก็รู้สึกว่าความคิดปลอดโปร่งโล่งสบาย
เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต
แล้วกลับมาดูการประจบเอาใจและการเปย์ของขวัญสารพัดอย่างในห้องไลฟ์ของอารุ่ยที่ตัวเองเคยทำ
มันก็ราวกับกำลังดูประวัติศาสตร์อันดำมืดของตัวเองยังไงยังงั้น
มองยังไงมันก็ขัดหูขัดตาไปหมด
โดยเฉพาะรายชื่อคนที่กดติดตามเอาไว้...
มันทำให้ลูกพี่ไดตี้รู้สึกอึดอัดใจและหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ลูกพี่ นั่นไม่ใช่ประวัติศาสตร์อันดำมืดของคุณหรอก แต่มันคือเส้นทางที่คุณเดินผ่านมาต่างหาก!"
เจียงเฟิงยิ้มบางๆ แล้วพูดเสียงดังฟังชัด "ถ้าก่อนหน้านี้ลูกพี่ยังคิดไม่ตก เพลงนี้น้องชายอย่างผมไม่แต่งก็ได้!"
"แต่!"
"วันนี้ลูกพี่ได้ชีวิตใหม่แล้ว!"
"ในเมื่อหลายๆ เรื่องคิดตกแล้ว งั้นเพลงนี้ น้องชายคนนี้ก็ยิ่งต้องแต่งให้ได้!"
สิ้นเสียง!
ก็เห็นเจียงเฟิงวาดมือไปมา พร้อมกับตะโกนลั่นว่าเอาปากกามา!
รอยปากกาในมือตวัดพลิ้วไหว
ในมุมมองของลูกพี่ที่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
บนกระดาษสีขาวแผ่นนั้นก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวขึ้นมาอย่างเด่นชัด!
"แขกรับเชิญ"!







