106. บทที่ 105 เรื่องราวร้อยแปดพันเก้า
การสอบเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
หวงเหยาทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาเริ่มดำเนินการสอบของนักเรียนชั้นเรียนขั้นต้น ผู้เหินเวหาทั้งสามคนอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก แต่ละคนนำบันทึกอารยธรรมมาด้วยคนละเล่ม
หวังเผยหยวนจัดการสอบของชั้นเรียนระดับสูง หลิวหงจัดการสอบของชั้นเรียนระดับกลาง
หลิวหงเองก็ดูเหมือนจะลืมคำพูดเมื่อครู่นี้ไปแล้วเช่นกัน เขาเอ่ยว่า "บันทึกอารยธรรมทั้งสามเล่มนี้มีอักษรเทวะที่แฝงอยู่ต่างกัน แนวทางต่างกัน แต่โดยรวมแล้วล้วนเป็นชุดเดียวกัน หลักๆ คือใช้สร้างภาพมายาและแรงกดดันบางอย่างครับ"
"การสอบในวันนี้ ผมหวังว่าจะไม่มีใครรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ถ้ามี ก็เสนอขึ้นมาตอนนี้ได้เลย!"
ไม่มีใครส่งเสียง
"ถ้าไม่มีใครตั้งข้อสงสัย เช่นนั้นการสอบก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!"
"ผู้เข้าสอบเข้าสนาม รออยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้!"
เหล่านักเรียนพากันเดินเข้าไปในขอบเขตที่กำหนดไว้เหล่านั้น กรรมการคุมสอบทั้งสามคนยืนอยู่กลางลานของแต่ละคน ในมือปรากฏหนังสือขึ้นมาคนละเล่ม
บันทึกอารยธรรม!
อักษรเทวะที่ผู้แข็งแกร่งระดับซานไห่ทิ้งไว้ตอนตาย ไม่สามารถสืบทอดไปได้ตลอดกาล ไม่สามารถก่อตัวเป็นแดนลับได้ ทว่าสามารถสืบทอดต่อมาในฐานะบันทึกอารยธรรม
"เริ่มการสอบได้!"
ตามด้วยเสียงตะโกนเบาๆ ของหลิวหง บันทึกอารยธรรมทั้งสามเล่มพากันเปล่งประกายแสงจางๆ ออกมา ก่อตัวเป็นโดมครอบคลุมนักเรียนทุกคนเอาไว้
...
ไม่มีภาพมายา!
มีเพียงแรงกดดัน แรงกดดันที่มองไม่เห็น แรงกดดันที่ราวกับอยู่ในห้องเศษชิ้นส่วน
ตอนที่ซูอวี่ถูกแสงครอบคลุม เดิมทีคิดว่าจะเหมือนคราวก่อนที่จะมีภาพเงาของสัตว์ประหลาดปรากฏขึ้น ทว่ากลับไม่มี
มีเพียงแรงกดดันที่มองไม่เห็นระลอกแล้วระลอกเล่าที่กำลังกัดกร่อนเขา!
"เดินไปข้างหน้า!"
"เดินไปได้ไกลแค่ไหน ก็แสดงว่าพวกคุณแข็งแกร่งแค่ไหน!"
ข้างหูมีเสียงของหลิวหงแว่วมาเลือนราง
แรงกดดันเช่นนี้ ซูอวี่ชินชามาตั้งนานแล้ว ตอนแรกแรงกดดันยังไม่มากเท่าทางฝั่งห้องเศษชิ้นส่วนด้วยซ้ำ
ก่อนจะถึงขั้นบ่มเพาะจิต ซูอวี่ก็สามารถยืนหยัดได้ถึง 40 นาทีขึ้นไปแล้ว จะเห็นได้ว่าช่วงเวลานี้เขาก้าวหน้าไปมากเพียงใด
ซูอวี่เริ่มเดินไปข้างหน้า!
ก้าวเท้ามั่นคง ไม่สับสนวุ่นวายแม้แต่น้อย
แรงกดดัน... ยังไม่พอ!
วินาทีนี้ เขาเข้าใจขึ้นมาเลือนราง การสอบประจำเดือน ที่แท้ก็เป็นโอกาสหนึ่ง เป็นการให้โอกาสนักเรียนบางคน เพื่อให้พวกเขาสามารถขัดเกลาพลังแห่งเจตจำนงของตัวเองได้
นี่ก็คือสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับห้องเศษชิ้นส่วน!
นักเรียนบางคนไม่มีปัญญาเข้าไปบ่มเพาะในแดนลับแบบนั้น หนึ่งเดือนมาสอบประจำเดือนสักครั้ง อันที่จริงก็คือการช่วยนักเรียนเสริมความแข็งแกร่งให้กับพลังแห่งเจตจำนงของตัวเอง ยิ่งยืนหยัดได้นานเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีเท่านั้น
'ไม่มีสัตว์ประหลาดให้ฆ่าเลยสักตัว แค่แรงกดดันนิดหน่อย รู้สึกไม่เห็นดีเท่าคราวก่อนเลย...'
ซูอวี่บ่นในใจหนึ่งประโยค แรงกดดันเล็กน้อยแค่นี้ จะไปทำให้ใครลำบากได้กัน!
ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ
...
วินาทีนี้ นักศึกษาใหม่คณะอักษรเทวะนับพันคนพากันเดินไปข้างหน้า
หนึ่งนาที สองนาที...
ทีละน้อย นักเรียนชั้นเรียนขั้นต้นบางคนก็ทนไม่ไหวแล้ว
เริ่มมีคนถอนตัว!
บางคนถูกผู้เหินเวหาโยนออกไปโดยตรง
การถอนตัว หมายถึงผลคะแนนแย่
หลักๆ ล้วนเป็นของชั้นเรียนขั้นต้น ของชั้นเรียนระดับกลางมีน้อยมาก มีบางคนถอนตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความท้อแท้
ชั้นเรียนระดับสูงไม่มีเลยสักคน!
ภายใต้แรงกดดันของบันทึกอารยธรรม เหล่านักเรียนมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ทว่าก็หยุดยั้งคนบางกลุ่มไม่ได้
ชั้นเรียนระดับสูง
อัจฉริยะรุ่นเก่าที่เป็นไพ่ตายก้นหีบหลายคนเริ่มพูดคุยสัพเพเหระกันอีกครั้ง
"พวกเราเดินไปไกลแค่ไหนถึงจะเหมาะ?"
"ของพวกเรานี่คงเป็นสิ่งที่หมอนั่นทิ้งไว้เมื่อปีนั้นสินะ น่าเสียดาย ไม่รู้เลยว่าถ้าฉันตายไป จะทิ้งอักษรเทวะตัวไหนไว้ได้บ้าง..."
"ฉันยังอยากทิ้งอักษรเทวะไว้สักตัว ให้กลายเป็นแดนลับ สืบทอดไปชั่วนิรันดร์เลยนะ!"
หลายคนผลัดกันพูดคนละประโยค ไม่นาน ก็พูดถึงหวงเหยา
"หวงเหยานี่มันยังไงกัน?"
"ก็การโต้กลับของคนบางกลุ่มไงล่ะ สร้างแรงกดดันให้สถานศึกษาหน่อย สร้างแรงกดดันให้เขตปกครองต้าเซี่ยหน่อย ไม่ต้องไปสนอะไรมากมายหรอก ถ้าสู้กันหนักจริงๆ ก็โยนไปสนามรบพหุภพให้หมด"
"ก็ถูก โยนไปฝั่งนั้นก็ว่าง่ายกันหมดแหละ!" ชายชราคนหนึ่งหัวเราะหึๆ กล่าวว่า "สู้กันอยู่ที่นี่ไม่เป็นไรหรอก พอไปถึงสนามรบพหุภพ หึๆ ตาแก่พวกนั้นจะสอนพวกเขาเองว่าต้องทำตัวยังไง!"
ขนาดเขายังต้องเรียกว่าตาแก่ จะเห็นได้ว่าอายุมากเพียงใด
เมื่อพูดถึงคนเหล่านั้น มีคนพูดอย่างหนาวสั่นว่า "ตาแก่พวกนั้นไม่ใช่คนเลย ตอนที่ฉันไปครั้งแรกเมื่อปีนั้น ก็แค่พูดมากไปไม่กี่ประโยคไม่ใช่หรือไง? เล่นโยนฉันไปไว้ในนรกน้ำแข็งคนเดียว แม่งเอ๊ย เผ่าปีศาจนับพันตัวแห่กันมาฆ่าฉัน..."
พูดไปพูดมา เสียงของคนผู้นี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปบ้าง "เกือบจะถูกเผ่าปีศาจพวกนั้นกลืนกินทั้งเป็นแล้ว สุดท้ายหมอนั่นที่ดึงดันจะทะเลาะกับฉันก็ไปช่วยฉัน... ถ้าช่วยกลับมาไม่ได้ฉันตาย เขาก็เป็นศพที่สอง... ฉันยังจำได้จนถึงตอนนี้เลย!"
"นายยังถือว่าโชคดีนะ!" ผู้อาวุโสหออีกคนถอนหายใจ "ตาแก่ฝั่งนั้นโหดของจริง ปีนั้นขั้วอำนาจของพวกเรากับขั้วอำนาจโอสถเทวะไม่ถูกกัน โยนคนของภาควิชาโอสถเทวะเข้ามาในทีมเราคนหนึ่ง แล้วทิ้งคำพูดไว้ประโยคเดียวว่า ถ้าเขาตาย โดนตัดหัวทั้งทีม! เพื่อปกป้องหมอนั่น... บัดซบเอ๊ย พวกเราเกือบจะตายกันทั้งทีมแล้ว!"
หลายคนยิ้มขื่น อดนึกย้อนกลับไปในปีนั้นไม่ได้
ในสนามรบพหุภพ การต่อสู้กันเองของเผ่ามนุษย์นั้นเบาบางมาก
ถึงขั้นพูดได้ว่าไม่มีเลย!
ส่วนสาเหตุนั้น... คนที่เคยมีประสบการณ์ย่อมรู้ดี
นายไม่ถูกกับใคร?
ได้เลย!
พวกนายสองคนไม่ถูกกันใช่ไหม พวกนายสองคนไปทำภารกิจด้วยกัน ถ้าตายไปคนหนึ่ง อีกคนก็ต้องตาย!
นายเป็นอัจฉริยะงั้นหรือ?
ไม่กล้าฆ่านายหรือไง?
ฝันไปเถอะ!
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานจะไปสนอัจฉริยะอะไร? ฆ่านายก็เหมือนเชือดไก่นั่นแหละ!
ขั้วอำนาจทั้งสองของพวกนายไม่ถูกกัน?
นั่นก็จัดการง่ายเหมือนกัน ก็ไปทำภารกิจด้วยกัน ขั้วอำนาจไหนตายเยอะ ขั้วอำนาจที่ตายน้อยแล้วรอดกลับมาได้ ก็ฆ่าให้ครบตามจำนวนที่ขาดไป!
พวกนายตายกันน้อยกว่าคนอื่นเท่าไหร่ พอกลับมา ก็จะถูกฆ่าทิ้งเท่านั้น!
เด็ดขาดถึงขีดสุด!
กลุ่มตาแก่ไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะเกลียดหรือไม่ ไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะด่าหรือไม่ อยู่ที่นั่น นายต้องทำตัวว่าง่ายหน่อย อยากสู้กันนัก ก็กลั้นเอาไว้เอง!
สนามรบพหุภพก็คือสนามรบ เป็นสนามรบของหมื่นโลก อันตรายเหนือเปรียบเปรย จะมีเวลาไปให้พวกนายสู้กันเองที่ไหน
พวกตาแก่ก็ไม่มีเวลาไปสนหรอกว่าพวกนายจะสู้กันไหม ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ไปปลอบโยนพวกนายด้วย ทนต่อไปได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ตายไปซะ มันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ
ผู้อาวุโสหอหลายคนที่อยู่ในที่นี้ ในอดีตใครบ้างที่ไม่เคยกินขาดทุนแบบนี้
ไม่เจ็บตัว ก็ไม่จำ!
ระหว่างที่หลายคนพูดคุยกัน ทีละน้อย ก็มีคนหยุดเดินมากขึ้นเรื่อยๆ
มีคนถอยร่นลงมามากขึ้นเรื่อยๆ!
ไม่ถึงขั้นบ่มเพาะจิต เดินให้ถึง 10 เมตรยังยากเลย
ชั้นเรียนระดับกลางก็เริ่มมีนักเรียนจำนวนมากถูกคัดออก
ชั้นเรียนระดับสูง ยังคงไม่มีใครหยุดเดิน
"เซี่ยฉานเดินไปได้ 14 เมตรแล้ว เร็วทีเดียว"
"ว่านหมิงเจ๋อก็ไม่เลว ดูเหมือนจะพอๆ กัน ฉันว่าเขายังออมแรงไว้อยู่เลย"
"ไอ้หนูตระกูลเจิ้งคนนี้ใช้ได้เลยนะ ฉันคิดว่าจะเหมือนปู่ของเขา เป็นคนบ้าบิ่นซะอีก นึกไม่ถึงว่าจะเดินไปได้ 12 เมตรแล้ว เรื่องนี้ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับระดับกายาเท่าไหร่หรอก..."
บรรดาชายชราพูดต่อไปด้วยท่าทีของผู้สังเกตการณ์
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ จู่ๆ ก็มีคนตะโกนว่า "พวกคุณสองสามคนน่ะ ถ้ายังไม่ขยับอีก จะโยนออกไปให้หมดเลยนะ!"
เสียงแว่วมาเลือนราง!
หลายคนด่าทออยู่ในใจ ไอ้หนูหวงเหยานี่ขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ นะ พวกเราก็แค่ไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปไกลแค่ไหนไม่ใช่หรือไง?
ช่างเถอะ ไม่ถือสากับเขาแล้วกัน
หลายคนพากันก้าวเท้า เพียงครู่เดียว คนกลุ่มนี้ก็ตามเจิ้งอวิ๋นฮุยทัน
วินาทีต่อมา หลายคนก็หยุดเดินอีกครั้งพร้อมพูดว่า "การสอบแบบนี้ไม่ดีเลย ต้องให้พวกเขาได้เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนฝูง ถึงจะสามารถเดินไปได้ไกลขึ้น แข่งขันกันเอง ไม่อย่างนั้นถ้ามองไม่เห็นคนอื่น พวกนี้ก็ไม่รู้สถานการณ์ของคนอื่น ไม่มีแรงกดดัน!"
"ถูกต้องที่สุด!"
"หรือว่าพวกเราจะจัดการสักหน่อยดี?"
"ถ้าถูกจับได้ล่ะจะทำยังไง?"
"นั่นก็ง่ายนิดเดียว... พวกนายถอนตัวไปสักคนนึง คืนร่างจริง ผู้อาวุโสหอมาปรับปรุงรูปแบบการสอบด้วยตัวเอง เพิ่มแรงผลักดันให้นักเรียน เป็นเรื่องปกติจะตายไป! ไม่ได้เข้าร่วมการสอบมาหลายปีเกินไป พวกเราลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท อันที่จริงควรจะปฏิรูปมาตั้งนานแล้ว อย่างที่คิดเลย ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ก็จำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไม่ได้เลยจริงๆ!"
มีผู้อาวุโสหอถอนหายใจรำพึงออกมา ไม่ได้สัมผัสกับรูปแบบการสอบแบบนี้มาหลายปีเกินไป ลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว
ตอนที่ยังเป็นหนุ่มสาว ตอนที่เข้าร่วมการสอบ ยังเคยนึกถึงเรื่องนี้อยู่เลย พอแข็งแกร่งขึ้นมาจริงๆ กลับจำไม่ได้ซะงั้น
ครู่ต่อมา หลายคนก็ตัดสินใจได้ ผู้อาวุโสหอคนหนึ่งไม่เข้าร่วมการสอบอีกต่อไป พวกเขาไม่สนใจเรื่องอันดับอะไรอยู่แล้ว ไม่นานก็ถอนตัวออกไป
...
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง คนที่ถูกคัดออกก็มีมากขึ้น
และในเวลานี้เอง หลิวหงก็พลันคิ้วกระตุก วินาทีต่อมา ในอากาศก็มีเงาร่างเพิ่มขึ้นมาหนึ่งสาย ราวกับว่าเพิ่งเดินผ่านมาระหว่างทาง ส่งเสียงอุทานเบาๆ แล้วกล่าวว่า "สอบประจำเดือน? หลายปีขนาดนี้แล้ว ทำไมยังใช้วิธีล้าหลังแบบนี้อยู่อีก!"
สิ้นเสียง แสงสีทองหลายสายก็โปรยปรายลงมาจากกลางอากาศ!
ร่วงหล่นลงไปในบันทึกอารยธรรมทั้งสามเล่ม!
วินาทีนี้ เหล่านักเรียนที่กำลังสอบอยู่ ภาพเบื้องหน้าก็พลันแปรเปลี่ยน เบื้องหน้าไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป ทว่ามีเงาคนปรากฏขึ้น
พวกเขามองเห็นเพื่อนร่วมชั้น มองเห็นอาจารย์ที่อยู่ตรงกลาง และยังมองเห็นบันทึกอารยธรรมที่อยู่ตรงกลางด้วย
แรงกดดันยังคงอยู่!
กระทั่งภาพมายาก็ยังคงอยู่!
แต่รอบข้างนั้น กลับสามารถมองเห็นคนอื่นๆ ได้แล้ว
เหล่านักเรียนมีท่าทีเหม่อลอยไปบ้าง หลิวหงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว รีบตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า "ขอบคุณผู้อาวุโสหอจางที่ช่วยปรับปรุงบันทึกอารยธรรมครับ..."
"เรื่องเล็กน้อย!"
เงาร่างของผู้อาวุโสหอกลางอากาศวูบไหวหายไป ครู่ต่อมา ข้างกายของนักเรียนชั้นเรียนระดับสูงที่ถอยร่นลงมาทางนี้ เมื่อครู่เพิ่งมีคนหายตัวไปอย่างเงียบเชียบ ตอนนี้ก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกคน ทว่ากลับไม่มีใครพบความผิดปกติเลย!
ส่วนซูอวี่และคนอื่นๆ เพิ่งจะเข้าใจว่าเมื่อครู่มีผู้อาวุโสหอผ่านมา และปรับปรุงบันทึกอารยธรรมให้กับพวกเขา
เมื่อทุกคนได้เห็นสถานการณ์ของตัวเอง ก็จริงอย่างที่คิด มีข้อเปรียบเทียบถึงจะมีแรงผลักดัน ถึงจะมีแรงกดดัน!
เดิมทีซูอวี่รู้สึกว่าตัวเองเดินมาได้ค่อนข้างไกลแล้ว ตอนนี้เพิ่งพบว่า ตัวเองเพิ่งจะเดินมาได้แค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น
ทางฝั่งชั้นเรียนระดับกลาง ข้างๆ เขาก็มีคนอยู่หลายคน
ส่วนทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูง คนที่เดินมาได้พอๆ กับเขา อย่างน้อยก็มีถึงสี่ห้าสิบคน!
เซี่ยฉานที่เคยพบเมื่อคราวก่อน ยิ่งเดินไปได้เกือบจะ 20 เมตรแล้ว!
แรงกดดันในใจของซูอวี่เพิ่มสูงขึ้นมาทันที!
ไม่ใช่แค่เขา นักเรียนคนอื่นๆ ในตอนนี้ก็พากันสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน ชั้นเรียนระดับสูงยังมีคนอยู่อีกตั้งเยอะขนาดนี้เลยหรือ?
อัจฉริยะบางคน เดิมทีล้วนหยิ่งผยอง หลงคิดไปเองว่าตัวเองต้องเดินมาได้ไกลที่สุดอย่างแน่นอน คนอื่นๆ น่าจะถูกคัดออกไปหมดแล้ว ทว่าในวินาทีนี้ แต่ละคนล้วนมีแรงกดดันเพิ่มสูงขึ้น
ในพื้นที่ชั้นเรียนระดับสูง ผู้อาวุโสหอหลายคนแอบหัวเราะคิกคักอยู่ในใจ
เรื่องนี้มันควรจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว!
ไม่ให้แรงกดดันกับพวกนายบ้าง พวกนายจะมีแรงผลักดันได้อย่างไร?
พวกเขาแรงกดดันเพิ่มสูง ทว่าหลิวหงกลับพึมพำอยู่ในใจ เรื่องบันทึกอารยธรรมเนี่ย ความจริงรายงานขึ้นไปตั้งนานแล้ว แต่บันทึกอารยธรรมเป็นสิ่งที่ระดับซานไห่ทิ้งไว้ คนทั่วไปปรับปรุงไม่ได้ ผู้อาวุโสหอระดับซานไห่แต่ละคนล้วนผลุบๆ โผล่ๆ มีเรื่องใหญ่มากมาย ต่อให้รายงานขึ้นไป ก็ไม่เห็นมีใครมาแก้ไขให้
ตอนนี้สิดีเลย การสอบประจำเดือนแค่ครั้งเดียว ถึงกับดึงดูดผู้อาวุโสหอออกมาได้คนนึงเลยเชียว!
เป็นความบังเอิญจริงๆ น่ะหรือ?
หรือจะบอกว่า... มาเพราะคนบางกลุ่มในนี้กันแน่?
ขณะที่เขายังคงครุ่นคิดอยู่ ทีละน้อย คนที่ถูกคัดออกก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ชั้นเรียนขั้นต้น นักเรียนคนสุดท้ายยังคงดิ้นรนอยู่!
เวลานี้ อีกฝ่ายเดินไปถึง 15 เมตรแล้ว นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว ถึงขั้นแซงหน้านักเรียนชั้นเรียนระดับกลางส่วนใหญ่ไปแล้วด้วยซ้ำ
หลิวหงมองไปทางนั้นแวบหนึ่ง พยักหน้าเล็กน้อย นักเรียนใหม่คนนี้ หลังจากจบครั้งนี้ไปก็สามารถเข้าสู่ชั้นเรียนระดับกลางได้แล้ว
หนึ่งเดือนเลื่อนระดับได้ ไม่เลวเลยทีเดียว
ถ้าเดินไปได้ถึง 20 เมตรจริงๆ โดยทั่วไปจะหมายความว่าบรรลุขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว
หรืออาจจะเหมือนอย่างซูอวี่ ตอนแรกยังไม่บรรลุขั้นบ่มเพาะจิต ทว่าอักษรเทวะสองตัวร่วมมือกัน ความแข็งแกร่งทรงพลัง ก็สามารถเดินไปได้ไกลขึ้นอีกหน่อย
...
18 เมตร 19 เมตร...
เวลานี้ซูอวี่ก็เร่งฝีเท้าขึ้นแล้วเช่นกัน!
แรงกดดันยิ่งมายิ่งมาก ไม่เพียงแต่ทดสอบความแข็งแกร่งของพลังแห่งเจตจำนงเท่านั้น ยังมีความทรหดของพลังแห่งเจตจำนงอีกด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แรงกดดันก็ยิ่งมากเท่านั้น
ทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูง คนที่เดินเกิน 20 เมตรมีถึงเจ็ดแปดคนแล้ว
นักเรียนชั้นเรียนระดับกลางที่อยู่ด้านหลังซูอวี่ ก็เริ่มรั้งท้ายไปทีละน้อย
ทีละน้อย รอบด้านก็ไม่มีใครแล้ว
ซูอวี่หันหน้าไปมองทางลานหมายเลข 1 แวบหนึ่ง พอดิบพอดีที่เวลานี้ก็มีคนกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
สีหน้าของหลินเย่าซีดขาว เวลานี้เขาปั้นหน้าทะมึน กัดฟันแน่น เดินไปข้างหน้าตลอดเวลา!
เขาพบว่า ในเวลานี้เขาถึงกับเดินได้ไม่ไกลเท่าซูอวี่ สิ่งนี้ทำให้วิกฤตของหลินเย่าพุ่งสูงปรี๊ด พลันระเบิดแรงผลักดันอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา กัดฟันกรอดเดินไปข้างหน้า
หูจงฉีก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน!
สองคนนี้คงจะมีความรู้สึกถึงวิกฤตมากที่สุด ก่อนหน้านี้หูจงฉีรู้สึกมาตลอดว่าซูอวี่เป็นระดับสูงขั้นสูงสุดตัวปลอม เขาแข็งแกร่งกว่าซูอวี่อย่างแน่นอน ทว่าเวลานี้ เขาก็เริ่มร้อนรนแล้วเหมือนกัน
ในหมู่นักเรียนของชั้นเรียนระดับสูง หากจะบอกว่าสบาย เซี่ยหู่โหยวนี่แหละที่ดูค่อนข้างสบาย
หมอนี่เดินโซเซ เดินหนึ่งก้าว ก็โซเซหนึ่งก้าว รู้สึกเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว แต่ทุกครั้งกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แถมยังมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีก มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหมอนี่ยังพอมีกำลังเหลืออยู่บ้าง
ขณะที่พวกซูอวี่กำลังกัดฟันเดินไปข้างหน้า ข้างหูของหลิวหงก็มีเสียงกำชับเบาๆ ดังขึ้น
หลิวหงรีบพยักหน้า นี่คือเสียงของผู้อาวุโสหอท่านเมื่อครู่นี้
อีกฝ่ายถึงกับยังไม่ไป แถมยังแอบจับตามองอยู่อย่างลับๆ!
วินาทีต่อมา หลิวหงก็ตะโกนว่า "อันดับหนึ่งของชั้นเรียนระดับสูงในปัจจุบัน เซี่ยฉาน 25 เมตร!"
"อันดับหนึ่งของชั้นเรียนระดับกลาง ซูอวี่ 22 เมตร!"
"การสอบของชั้นเรียนขั้นต้นสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ซุนเฟย 16 เมตร!"
"ทุกคนสอบต่อไป ในบรรดานักเรียนร้อยอันดับแรก คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังสามารถเดินไปได้เกิน 40 เมตร หวังว่าพวกคุณจะไม่ได้แย่จนเกินไปนะ!"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป ทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูง นักเรียนหลายคนก็ฮึดสู้ก้าวเดินไปข้างหน้า!
ขายหน้าชะมัด!
ซูอวี่ถึงกับเดินไปได้ 22 เมตรแล้ว!
...
ผ่านไปประมาณสามนาที หลิวหงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง "อันดับหนึ่งของชั้นเรียนระดับสูงในปัจจุบัน เซี่ยฉาน 29 เมตร!"
"ชั้นเรียนระดับกลาง ซูอวี่ 25 เมตร ยกเว้นซูอวี่ การสอบของชั้นเรียนระดับกลางสิ้นสุดลง!"
วินาทีนี้ ในลานหมายเลข 2 เหลือเพียงซูอวี่คนเดียวแล้ว!
ส่วนลานหมายเลข 1 ยังมีคนอยู่เกือบ 50 คน แทบจะล้วนเดินมาได้เกิน 20 เมตรแล้ว
ซูอวี่ก็ไม่ส่งเสียง เวลานี้บนหน้าผากเริ่มมีหยาดเหงื่อหยดลงมา ความยากยังคงค่อนข้างมาก ตอนที่เขาสอบเขาเดินไปได้ 27 เมตร นั่นคือตอนที่อักษรเทวะปะทุ ทว่าวันนี้ เขาไม่ได้ใช้อักษรเทวะ
จนถึงตอนนี้ สิ่งที่เขาพึ่งพาก็คือพลังแห่งเจตจำนงล้วนๆ!
อักษรเทวะสามตัว อักษรเทวะ "ฆ่า" ยังคงมีความเสียหายอยู่บ้าง ทว่าการสอบแบบนี้ ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน เพียงแต่ทรงพลังไม่เท่าอักษรเทวะที่สมบูรณ์เท่านั้นเอง
'29 เมตร...'
ซูอวี่มองไปทางเซี่ยฉานที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า ฝีเท้ามั่นคง นึกเลื่อมใสอยู่บ้าง
พลังแห่งเจตจำนงแข็งแกร่งกว่าตนเองไม่น้อยเลย!
อีกฝ่ายใช้อักษรเทวะหรือไม่เขาไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เซี่ยฉานเดินไปถึง 29 เมตรแล้ว แถมยังดูค่อนข้างสบายอยู่เลย ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวขัดขวางเส้นทางบ่มเพาะของตัวเองจริงๆ ตัวเขาเองจะด้อยกว่ากระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด!
...
ผ่านไปอีกสามนาที
"เซี่ยฉาน 33 เมตร!"
"ซูอวี่ 28 เมตร!"
ทางฝั่งนั้น จู่ๆ หวงเหยาก็พูดรับขึ้นมาว่า "หูจงฉี 24 เมตร การสอบสิ้นสุดลง!"
"หวังจื้อเฉียง 25 เมตร การสอบสิ้นสุดลง!"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป หูจงฉีและนักเรียนอีกคนที่เพิ่งถูกคัดออกก็ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที!
พวกเขาก็คือสองคนที่พูดจานินทาก่อนหน้านี้นั่นเอง ถูกอู๋หลานด่าตอกกลับไปฉาดใหญ่ หากไม่ใช่เพราะนักวิจัยหลายคนมา พวกเขาก็คงลงจากเวทีได้ไม่ค่อยสวยนัก
คราวนี้สิดีเลย... ถูกตบหน้าเข้าให้แล้ว!
หวงเหยาจงใจชัดๆ!
พวกนายไม่ได้ตั้งข้อสงสัยหรือไง?
ก็ตั้งข้อสงสัยต่อไปสิ!
หวงเหยาเอ่ยเรียบๆ "บันทึกอารยธรรมไม่น่าจะเสียนัก ถ้าไม่เชื่อ สองท่านก็สามารถไปลองดูทางฝั่งนั้นได้!"
ไม่มีใครส่งเสียง
ทางฝั่งชั้นเรียนระดับกลาง ครู่ต่อมา ก็มีเสียงโห่ดังขึ้น
เหยียดหยาม!
เยาะเย้ย!
แม้ว่าพวกเขาจะสู้สองอัจฉริยะนี้ไม่ได้ ทว่าเมื่อเห็นว่าเวลานี้พวกเขาถูกตบหน้า จู่ๆ ก็ล้วนรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง
ให้พวกแกทำกร่างต่อไปเถอะ!
ทั้งสองคนก็จนใจและรู้สึกน้อยใจมากเช่นกัน อันที่จริงเดือนนี้พวกเขาล้วนก้าวหน้าไปได้ไม่เลว ตอนที่สอบระดับสูง พวกเขาเดินไปได้ไม่ไกลขนาดนี้เลย ไม่อย่างนั้นก็คงได้เข้าระดับสูงขั้นสูงสุดไปแล้ว
แต่พวกเขาก้าวหน้า คนอื่นๆ ก็กำลังก้าวหน้าเช่นกัน
ตอนนี้เดินไปได้ 24 25 เมตร สำหรับชั้นเรียนระดับสูงถือว่าไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีมากนัก
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูง อู๋หลานที่เดิมทีโอนเอนจวนจะล้ม พอได้ยินหวงเหยาขานชื่อ ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
ไม่ได้!
เธอไม่อยากจะขายหน้าแบบนี้!
เธออายที่หวงเหยาจะขานชื่อของเธอด้วย ตอนนี้เธอเพิ่งเดินไปได้แค่ 25 เมตรเท่านั้น ก้าวหน้ากว่าตอนแรกมาก แต่ก็พอๆ กับหวังจื้อเฉียง เมื่อครู่ยังพูดอยู่เลยว่าจะซัดพวกเขาจนลุกไม่ขึ้น ถ้าตอนนี้ออกมาเท่ากันล่ะก็... คงไม่มีหน้าไปพบใครแล้ว!
แถมยังมี... ซูอวี่อีก!
ซูอวี่ถึงกับก้าวหน้าไปอีกแล้ว!
อู๋หลานกัดฟันกรอด ฟื้นคืนชีพเต็มสูบขึ้นมาในชั่วพริบตา แรงผลักดันไร้ขีดจำกัด ไม่ว่ายังไงก็มาขายหน้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ ต่อให้ในความเป็นจริงเวลานี้จะไม่ค่อยมีใครสนใจเธอก็ตาม
...
"เซี่ยฉาน 36 เมตร!"
"ว่านหมิงเจ๋อ 35 เมตร!"
"หูชิวเซิง 34 เมตร จ้าวซื่อฉี 34 เมตร เจิ้งอวิ๋นฮุย 33 เมตร ซูอวี่ 32 เมตร..."
เสียงขานชื่อดังขึ้นอีกครั้ง!
ครั้งนี้ กลับไม่ใช่เพียงซูอวี่กับเซี่ยฉานอีกต่อไปแล้ว ทว่าคนที่เดินเกิน 30 เมตรขึ้นไป ล้วนถูกหลิวหงประกาศชื่อออกมาหนึ่งรอบ
หลิวหงกล่าวเรียบๆ "ทุกคนทำได้ไม่เลว ทำต่อไปเถอะ จนถึงตอนนี้ นักเรียนรุ่นนี้ ฉันยังไม่เห็นความหวังที่จะเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรกเลย ยังมีช่องว่างอยู่นะ!"
นักเรียนร้อยอันดับแรก คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังสามารถเดินได้ถึง 40 เมตร
ที่อ่อนแอที่สุด!
นี่เป็นเพียงในด้านพลังแห่งเจตจำนงและอักษรเทวะเท่านั้น กายาของอีกฝ่ายโดยทั่วไปก็จะแข็งแกร่งกว่านักเรียนใหม่ ทักษะยุทธ์ก็แข็งแกร่งกว่าเช่นกัน
เมื่อนำมารวมกันแล้ว นักเรียนใหม่ไม่มีใครที่สามารถฝ่าฟันเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรกได้เลยสักคน
ส่วนเรื่องของซูอวี่ เขาก็ถือว่าไม่แปลกใจนัก ไอ้หนูนี่... ดูเหมือนจะก้าวเข้าสู่ขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว!
เร็วเหนือความคาดหมายไปบ้าง!
วินาทีนี้ อู๋หลานที่หยุดอยู่ตรง 27 เมตร มีสีหน้าเศร้าหมอง เธอแพ้อีกแล้ว และไม่ได้แพ้ให้ซูอวี่คนเดียว แต่เป็นหลายคน
ขยะ!
บางที คำนี้คงต้องมอบให้ตัวเธอเองเสียแล้ว
ในสายตาคนพวกนี้ เธอก็เป็นแค่ขยะคนหนึ่งเหมือนกัน
...
"แข็งแกร่งใช้ได้เลยนี่!"
แววตาของซูอวี่สว่างวาบ อักษรเทวะ "เลือด" เปล่งประกายแสงอยู่ในห้วงสมอง เขาใช้อักษรเทวะ "เลือด" ออกมาแล้ว กระทั่งถึงขีดจำกัดแล้วด้วยซ้ำ ก็เพิ่งจะเดินมาได้ 32 เมตรเท่านั้น ผลปรากฏว่าพบว่า ทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูงแต่ละคนล้วนเก่งกาจกว่ากันทั้งนั้น!
'ดี แบบนี้แหละดี ฉันยังกลัวว่าจะไม่มีแรงผลักดันอยู่เลย ดูท่าแล้ว อัจฉริยะจะมีอยู่เยอะแยะไปหมดสินะ!'
วินาทีต่อมา อักษรเทวะ "สายฟ้า" ก็สว่างขึ้น!
ซูอวี่ก้าวเท้า!
พลังแห่งเจตจำนงสั่นสะเทือน ทว่าซูอวี่กลับเปิดเผยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ถ้าเทียบกันเรื่องพรสวรรค์ ฉันไม่คิดหรอกนะว่าฉันจะด้อยกว่าใครหน้าไหน
และในวินาทีนี้เอง เสียงของหวงเหยาก็ดังแว่วมา "หลินเย่า หยุดที่ 30 เมตร! นับว่าไม่เลวเลย..."
มีคำชมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค!
ถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ!
ทว่าหลินเย่ากลับดีใจไม่ออก สีหน้ามืดครึ้มไปบ้าง ตอนที่เขาสอบระดับสูง เขาก็เดินได้ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เข้าสู่ระดับสูงขั้นสูงสุดหรอก วันนี้เดินมาได้ถึง 30 เมตร มีความก้าวหน้า แต่ความก้าวหน้านั้นก็ถือว่าไม่มากเท่าไหร่
ถ้าหากไม่มีซูอวี่ เขาคงจะพอใจแล้ว
แต่ตอนนี้ เขาถึงกับแพ้ให้ซูอวี่
ถอนตัวออกจากขอบเขตของบันทึกอารยธรรม มองไปทางซูอวี่ เห็นบนร่างของเขามีแสงกะพริบวูบวาบ หลินเย่าขมวดคิ้ว "เข้าสู่ขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว?"
เขามองออกอยู่บ้างแล้ว!
ไม่ใช่แค่เขา นักเรียนในขั้นบ่มเพาะจิต แทบทั้งหมดล้วนมองออกแล้วว่า ซูอวี่เข้าสู่ขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว!
และในเวลานี้ ดูเหมือนว่าซูอวี่จะออกแรงอีกแล้ว อักษรเทวะ "สายฟ้า" ปะทุ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกครั้ง อย่างรวดเร็ว ลูกพี่จิ๋ว "สายฟ้า" เริ่มมีอาการเหี่ยวเฉาลงบ้างแล้ว ซูอวี่สบถด่าในใจ วินาทีต่อมา อักษรเทวะสองตัวผสานเข้าด้วยกัน!
ซูอวี่เคยลองผสานเข้าด้วยกันมาสองสามครั้งแล้ว ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร ดังนั้นถึงจะรู้ว่าการผสานนั้นมีอันตราย เวลานี้ก็ไม่ได้สนใจนัก
อักษรเทวะสองตัวผสานเข้าด้วยกัน ซูอวี่ก้าวไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว!
หลิวหงที่กำลังประคองบันทึกอารยธรรมอยู่นั้น สั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย ในใจแอบนึกโชคดี โชคดีนะที่ตัวเองจำได้ว่าคราวก่อนหวงเหยาถูกลงโทษ กังวลว่าบันทึกอารยธรรมจะมีปัญหาอีก จึงได้ใช้พลังแห่งเจตจำนงไปไม่น้อย ไม่อย่างนั้นวันนี้คงต้องขายหน้าแล้ว
ไอ้หนูนี่... ทำไมจู่ๆ ถึงได้ดูแข็งแกร่งดุดันขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?
เมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่ารู้สึกเหมือนกับว่าเขาใกล้จะทนไม่ไหวอยู่รอมร่อแล้ว!
"เซี่ยฉาน 38 เมตร ว่านหมิงเจ๋อ 37 เมตร ซูอวี่ 36 เมตร!"
ซูอวี่ได้ยินคำพูดนี้ ก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เริ่มเกิดความคิดเรื่องอักษรเทวะ "ฆ่า" ขึ้นมา อักษรเทวะตัวนี้เมื่อวานถูกจัดการซะอ่วม อรทัย มีความเสียหายอยู่บ้าง
แต่เวลานี้ ซูอวี่ก็ไม่สนแล้วเหมือนกัน
ขายหน้าชะมัด!
สู้ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้ เขาไม่ยอมแพ้หรอก
ยังไงซะก็เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ถูกผู้หญิงกดหัวเอาไว้แบบนี้ ก็รู้สึกเสียหน้าอยู่บ้างเหมือนกัน
อักษรเทวะตัวที่สาม สั่นไหวเล็กน้อย
วินาทีต่อมา บนร่างของซูอวี่ก็มีกลิ่นอายอำมหิตจางๆ แผ่ซ่านออกมา คนอื่นๆ ไม่รู้สึก ทว่าผู้อาวุโสหอและผู้เหินเวหาหลายคนกลับพากันมองซูอวี่แวบหนึ่ง
หลิวหงตกใจอย่างลับๆ นี่คืออักษรเทวะตัวใหม่?
หรือว่าคุณลักษณะใหม่?
ดูท่าทางจะค่อนข้างแข็งแกร่งเลยแฮะ!
ซูอวี่ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกครั้ง!
ครั้งนี้ ก็เป็นครั้งแรกที่หลิวหงรีบเอ่ยขึ้น "ซูอวี่ 39 เมตร..."
แซงหน้าเซี่ยฉานไปได้แค่พริบตาสั้นๆ ซูอวี่ก็ทนไม่ไหวแล้ว!
วินาทีต่อมา ถอยหลังกลับไปรวดเดียว เหงื่อแตกพลั่กเต็มหัว!
เขามาถึงขีดจำกัดแล้ว มาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ!
นอกเสียจากว่าอักษรเทวะสามตัวจะสามารถผสานเข้าด้วยกันได้ เปลี่ยนเป็นตอนที่อยู่ที่หนานหยวน เขาอาจจะลองดู แต่ครั้งนี้เขาไม่กล้าแล้ว รู้อะไรมากขึ้น บางครั้งก็จะขี้ขลาดขึ้นสักหน่อย
"เซี่ยฉาน... 40 เมตร!"
และในเวลานี้เอง ภายนอกร่างของเซี่ยฉานก็ปรากฏแสงสีทองจางๆ ชั้นหนึ่ง จางมากๆ ราวกับได้ยินเสียงเช่นกัน เธอตะโกนเสียงต่ำ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างหนักหน่วง จากนั้นร่างกายก็โซเซเล็กน้อย ทว่ายังคงเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว!
"41 เมตร..."
"ว่านหมิงเจ๋อ... 40 เมตร!"
ในชั่วพริบตา ยอดอัจฉริยะหลายคน ล้วนพากันทุ่มสุดตัวแล้ว
เส้นผมของว่านหมิงเจ๋อปลิวไสว พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พุ่งไปถึง 40 เมตร ร่างกายก็เริ่มชักกระตุกขึ้นมา
การสอบมาถึงขั้นนี้ ทุกคนล้วนรู้ดีว่าใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
นอกจากเซี่ยฉานกับว่านหมิงเจ๋อที่ทะลวงผ่านเขตแดน 40 เมตรไปได้ คนอื่นๆ ล้วนยังไปไม่ถึง
ส่วนเวลานี้ ซูอวี่ไม่ฝืนทนอีกต่อไป ถอนตัวออกมาจากบันทึกอารยธรรม หยุดอยู่ที่ 39 เมตร
ในแววตาก็ไม่ได้มีความรู้สึกสูญเสียอะไรมากนัก พลังแห่งเจตจำนงสู้พวกเขาไม่ได้ ก็เป็นเรื่องปกติ เจ้าพวกนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ กระทั่งอาจจะใกล้จะถึงจุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะจิตแล้วด้วยซ้ำ อักษรเทวะที่วาดโครงร่างออกมาก็อาจจะไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย
...
พื้นที่ของชั้นเรียนระดับสูง
เซี่ยฉาน ว่านหมิงเจ๋อต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ชื่อของซูอวี่ดังก้องอยู่ในหูมาตลอด พวกเขาก็ประหม่าอยู่บ้าง ถ้าต้องแพ้ให้กับซูอวี่จริงๆ นั่นก็คงจะขายหน้าเกินไปแล้ว ยังไงซะพวกเขาก็เข้าเขตปกครองมาด้วยระดับยอดอัจฉริยะเชียวนะ
เวลานี้ ทั้งสองคนก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
เพิ่งจะคิดถอยออกไป... เบื้องหน้าว่านหมิงเจ๋อก็พร่ามัว จู่ๆ ก็มีเงาร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเขา
เป็นชายหนุ่มร่างจ้ำม่ำคนหนึ่ง เวลานี้เขาเพิ่งจะกินของไปด้วย พลางหันหน้ามาหัวเราะหึๆ เอ่ยว่า "ทำต่อไปสิ ฉันรออยู่ข้างหลังนายพักนึงแล้วนะ ทำไมนายไม่เดินต่อล่ะ?"
ว่านหมิงเจ๋อเบิกตากว้าง!
เป็นไปไม่ได้!
หมอนี่ทำไม ทำไมถึง... แซงหน้าตนเองไปได้!
คู่ต่อสู้ของเขามีแค่เซี่ยฉานคนเดียว!
ทางฝั่งนั้น หลิวหงก็สะท้านไปเช่นกัน รีบเอ่ยขึ้นว่า "เจี่ยหมิงเจิ้น 41 เมตร!"
เจ้าอ้วนน้อยหัวเราะหึๆ เข้าใกล้เซี่ยฉาน ถือวิสาสะเช็ดมืออ้วนๆ ที่มันแผล็บกับชายเสื้อของเซี่ยฉาน หัวเราะพลางกล่าวว่า "ฉันยังนึกว่าคนตระกูลเซี่ยจะแข็งแกร่งสักแค่ไหนเชียว ผลปรากฏว่า... หึๆ ฮ่าๆ น่าเบื่อชะมัด..."
เจ้าอ้วนน้อยไม่สนใจสายตาอาฆาตมาดร้ายของเซี่ยฉาน เช็ดมือจนสะอาดกับเสื้อผ้าของเธอ เดินต่อไปอีกหนึ่งถึงสองเมตร สีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย เดินไปได้อีกสองสามก้าว ก็หอบหายใจ เริ่มถอยหลัง!
"เจี่ยหมิงเจิ้น... 45 เมตร!"
หลิวหงเองก็ตกใจ อัจฉริยะที่ถูกซุกเอาไว้ก้นหีบพวกนี้ สรุปแล้วโผล่มาจากไหนกันแน่!
หรือจะบอกว่า ความจริงแล้วคนพวกนี้ก็เข้าใกล้จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะจิตมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งบรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะจิตแล้วด้วยซ้ำ?
นอกจากเจี่ยหมิงเจิ้นแล้ว ยังมีอีก 4 คน ในจำนวนนี้ 3 คนก็สอบได้ไม่เลว ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30 กว่าเมตร มีเพียงคนเดียวที่สอบได้แย่ ก็คือหยุดอยู่ที่ประมาณ 25 เมตร
รวมทั้งหมด 5 คน!
ล้วนแข็งแกร่งมาก!
"มิน่าล่ะผู้อาวุโสหอหลายท่านถึงกับออกมารับศิษย์เองเลย เจ้าพวกนี้... ไม่ได้ด้อยไปกว่ายอดอัจฉริยะพวกนั้นเลย แถมยังมีซูอวี่อีกคน..."
หลิวหงแอบตกใจ รุ่นนี้มีนักเรียนที่เป็นยอดอัจฉริยะเยอะขนาดนี้เลยหรือ?
ถ้านับรวมซูอวี่กับอีก 5 คนนี้เข้าไป ก็ปาเข้าไปตั้ง 14 คนแล้ว!
ไม่สิ ยังมีอีก!
เขาทอดสายตาไปทางเซี่ยหู่โหยวที่เดินโงนเงนถอยออกไป ลูกชายของเจ้าผู้ครองเขต... ไม่มีน้ำยาเลยจริงๆ น่ะหรือ?
ทำไมถึงรู้สึกเหมือนแค่ทำพอเป็นพิธีไปงั้นๆ!
ถ้าคำนวณแบบนี้ รุ่นนี้อาจจะมีถึง 15 ยอดอัจฉริยะเลยทีเดียว!
ยอดอัจฉริยะคืออะไร ก็คือพวกที่มีความหวังจะเลื่อนระดับสู่ขั้นเหินเวหาได้ภายในสามปีไงล่ะ
เป็นไปได้ไหมที่รุ่นนี้ ภายในสามปีจะให้กำเนิดผู้เหินเวหาได้ตั้งสิบกว่าคน?
หลิวหงตกใจก็ส่วนตกใจ วินาทีต่อมา ก็สะกดข่มความสงสัยในใจลงไป เอ่ยว่า "ชั้นเรียนระดับสูง เจี่ยหมิงเจิ้นได้อันดับหนึ่งในการสอบบันทึกอารยธรรม! เซี่ยฉานอันดับสอง ว่านหมิงเจ๋ออันดับสาม!"
"ชั้นเรียนระดับกลาง ซูอวี่อันดับหนึ่ง!"
"ชั้นเรียนขั้นต้น ซุนเฟยอันดับหนึ่ง!"
"..."
ทยอยขานชื่อออกมาอีกเล็กน้อย วินาทีต่อมา หลิวหงก็ประกาศรายชื่อสิบอันดับแรกของทั้งสามชั้นเรียน
ชั้นเรียนระดับสูง อันดับหนึ่งไม่ใช่เซี่ยฉาน และไม่ใช่เจี่ยหมิงเจิ้น แต่เป็นหูชิวเซิง เขากลับได้คะแนนวิชาภาคทฤษฎีสูงสุด!
อีกทั้งครั้งนี้เป็นการแข่งกันเรื่องความก้าวหน้า ต้องหักลบคะแนนสอบตอนแรกออกไป หูชิวเซิงกลับได้คะแนนไม่ต่ำเลย ได้คะแนนรวมเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเจี่ยหมิงเจิ้นน่ะเหรอ... ตอนคนอื่นเขาสอบวิชาภาคทฤษฎีกัน หมอนั่นกินของแล้วก็นอนหลับอยู่เลย!
ซูอวี่ วิชาภาคทฤษฎี 130 คะแนน ครั้งนี้เดินไปได้ถึง 39 เมตร ได้ 120 คะแนน รวมทั้งหมด 250 คะแนน
ได้อันดับหนึ่ง!
อันดับสองคือหวังอวิ๋นที่ได้อันดับหนึ่งในวิชาภาคทฤษฎี รวมทั้งหมด 190 คะแนน ด่านนี้อีกฝ่ายได้ 40 คะแนน เดินได้ไกลกว่าตอนเข้าเรียน 4 เมตร ถือว่าก้าวหน้าไปมากแล้ว
ทันทีที่ประกาศผลสอบเสร็จ ซูอวี่ก็ปรายตามองหลินเย่าแวบหนึ่ง จู่ๆ ในใจก็สั่นไหว
เขา... คงไม่ได้จะหนีไปหรอกนะ?
ทำไมถึงรู้สึกว่าหลินเย่ามีท่าทีหวาดระแวงและลังเลอยู่บ้าง!
ซูอวี่เดินมาได้ไกลขนาดนี้ หลินเย่าก็ไม่ได้โง่ ในวินาทีนี้จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะติดกับดักเข้าให้แล้ว กำลังพิจารณาอยู่จริงๆ ว่าควรจะไปต่อหรือไม่
ขณะที่เขายังคงพิจารณาอยู่นั้น จู่ๆ ซูอวี่ก็เอ่ยขึ้น "อาจารย์ครับ สามอันดับแรกมีสิทธิ์ท้าประลองกับนักเรียนชั้นเรียนระดับสูง! หลินเย่า ชั้นเรียนระดับสูง ก่อนหน้านี้มาขอท้าประลองกับผม พูดจาสามหาว ลบหลู่และข่มเหงผม วันนี้ผมเข้าสู่ขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว ยินดีที่จะต่อสู้อย่างยุติธรรมกับหลินเย่าครับ!"
หลิวหงกล่าวเรียบๆ "หลินเย่าไม่ได้อยู่ในสิบอันดับรั้งท้าย ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเขา..."
ซูอวี่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา "ถ้าหากหลินเย่าไม่ยินยอม นั่นก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเขาขอโทษผมต่อหน้าทุกคนก็พอ! ผม ซูอวี่ ไม่ใช่พวกได้ทีขี่แพะไล่ แต่ก่อนหน้านี้เขาข่มเหงที่ผมยังไม่บรรลุขั้นบ่มเพาะจิต พูดจาสามหาว วันนี้ขอเพียงเขาขอโทษ ผมก็จะไม่ท้าประลองกับเขาอีก!"
ซูอวี่พูดเสียงดัง พูดอย่างเปิดเผย!
ด้านหลัง กลุ่มนักเรียนเมื่อได้ยินว่าซูอวี่ถึงขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว ก็ไม่ถือว่าแปลกใจนัก หมอนี่ก่อนหน้านี้เดินไปได้ไกลขนาดนั้น ย่อมต้องบรรลุขั้นบ่มเพาะจิตแล้วอย่างแน่นอน
เวลานี้ในขณะที่กำลังยินดีไปกับซูอวี่ พวกเขาก็พากันตะโกนขึ้นว่า "ขอโทษ!"
ทางฝั่งนั้น สีหน้าของหลินเย่าแปรเปลี่ยนไปมาไม่หยุด!
เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะหลงกลเข้าให้แล้ว เวลานี้กล่าวเสียงต่ำว่า "ซูอวี่ ใครไปข่มเหงนายกัน วันนั้นนายเป็นคนมาท้าประลองกับฉันเองนะ..."
"โห่!"
เสียงโห่ดังระงม วินาทีนี้ ต่อให้เป็นเซี่ยฉานที่ก่อนหน้านี้ถูกเจี่ยหมิงเจิ้นยั่วจนโมโหแทบระเบิด ก็ไม่สนใจที่จะโกรธเจี่ยหมิงเจิ้นอีกต่อไป ตวาดลั่นว่า "ไอ้สวะ ขายหน้าชะมัด! กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ซูอวี่เขาเป็นนักเรียนชั้นเรียนระดับกลางมาท้านาย นายก็ต้องรับคำท้า! สวะขนาดนี้ มีอะไรให้ต้องแก้ตัวอีก!"
เธอกำลังโมโหอยู่พอดี เวลานี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเย่า ก็พลันรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ชื่อเสียงของชั้นเรียนระดับสูงป่นปี้หมดแล้ว
ไม่ใช่แค่เธอ ว่านหมิงเจ๋อก็ขมวดคิ้วเช่นกัน เอ่ยเสียงเย็นชา "ในเมื่อตกลงกันไว้แล้ว งั้นก็สู้สิ! โยนความผิดกันไปมาแบบนี้ มันพฤติกรรมของคนขี้ขลาด! รังแกคนอ่อนแอ เกรงกลัวคนเข้มแข็ง เห็นเขามีพลังแห่งเจตจำนงระดับขั้นบ่มเพาะจิตก็ไม่กล้ารับคำท้า หลินเย่า นายยังมีหน้ามาเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับพวกเราอีกเหรอ ลาออกไปเองซะดีกว่า!"
ทั้งสองคนไม่ไว้หน้าหลินเย่าเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้ไว้หน้าหลิวหงด้วย!
พวกเขาไม่เกรงกลัวหลิวหงเลยแม้แต่น้อย กระทั่งโจวหมิงเหรินก็ไม่เกรงกลัว!
น่าขายหน้าเกินไปแล้ว!
ทางฝั่งชั้นเรียนระดับสูงก็อึกทึกครึกโครมเช่นกัน แต่ละคนมองไปที่หลินเย่า คนที่ขมวดคิ้วก็ขมวดคิ้ว คนที่ดูถูกเหยียดหยามก็เหยียดหยาม
ขยะของแท้ ยังเป็นถึงระดับสูงขั้นสูงสุดอีก คนแบบนี้ก็คู่ควรด้วยหรือ?
เห็นซูอวี่บรรลุขั้นบ่มเพาะจิตแล้ว ถึงกับไม่กล้ารับคำท้าเลย แถมคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ยังจะปฏิเสธอีก ไม่คิดว่ามันน่าขายหน้าบ้างหรือไง?
ในใจหลินเย่าอัดอั้นตันใจ เขารู้สึกว่าตัวเองหลงกลเข้าให้แล้วจริงๆ ทว่าเวลานี้ กลับถูกจับย่างอยู่บนกองไฟ กัดฟันกรอดมองซูอวี่แวบหนึ่ง เอาเถอะ ถ้าแพ้ขึ้นมาจริงๆ อย่างมากก็เสียแต้มความดีความชอบ 300 แต้ม ซูอวี่ไอ้สารเลวคนนี้... ไม่ซื่อสัตย์เลย!
"ได้ เดิมทีฉันเห็นว่านายเพิ่งจะบรรลุขั้นบ่มเพาะจิต แต่นายดันดึงดันจะท้าประลองกับฉันเอง... พรุ่งนี้ฉันกับนายจะขึ้นไปตัดสินแพ้ชนะกันบนเวทีประลอง!"
แววตาของซูอวี่เป็นประกายวูบวาบเล็กน้อย พรุ่งนี้... เขาเตรียมจะซัดหมอนั่นให้แหลกคามือเดี๋ยวนี้เลยนะ
ดูท่าทางแล้วหมอนี่คงเดาอะไรออก ดึงดันจะลากยาวไปจนถึงพรุ่งนี้... หรือว่าจะไปเตรียมไพ่ตายซะแล้ว?
ทว่าซูอวี่ไม่กลัว และไม่ได้สนใจเช่นกัน เอ่ยขึ้นว่า "ตกลง งั้นพรุ่งนี้เจอกันบนเวทีประลอง!"
หลินเย่าไม่พูดอะไรอีก หันหน้าเดินจากไปทันที!
ไอ้เวรเอ๊ย ซูอวี่อาจจะบรรลุขั้นบ่มเพาะจิตมาตั้งนานแล้ว จงใจหลอกเขาชัดๆ!
"การสอบสิ้นสุดลง! นักเรียนคนอื่นที่อยากจะท้าประลอง สามารถกลับไปเสนอต่ออาจารย์ผู้สอนได้..."
หลิวหงก็ไม่พูดอะไรมาก หยิบบันทึกอารยธรรมแล้วรีบเดินจากไป
การสอบประจำเดือนในวันนี้ มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นไม่น้อย
จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ซูอวี่ แต่เป็นหวงเหยา เป็นพวกเจี่ยหมิงเจิ้นสองสามคนนี้ รู้สึกเสมอว่าในนั้นเต็มไปด้วยแผนการร้าย!
แถมยังมี ผู้อาวุโสหอท่านหนึ่งเดินผ่านมา นี่ก็แปลกมากเช่นกัน
หลิวหงมีแต่แผนการร้ายอยู่เต็มหัว แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก







